ถ้าพูดถึง “คณะเภสัชศาสตร์” คงเป็นอีก 1 ในคณะในฝันของน้องๆ ชาว Dek-D.com หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าเรียนเภสัชฯ นั้นจบไปเป็นอะไรได้บ้าง จำเป็นต้องทำงานแค่ในโรงพยาบาลหรือเปล่า วันนี้ พี่วุฒิ รวบรวมอาชีพหลากหลายสายงานของคนที่จบคณะเภสัชศาสตร์มาฝากน้องๆ กันครับ
ก่อนอื่นน้องๆ ต้องรู้ไว้ว่า คณะเภสัชศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 สาขาหลักๆ ดังนี้
1. กลุ่มวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม (Pharmaceutical Science)
การเรียนในสายนี้จะมุ่งเน้นไปเรื่องอุตสาหกรรมยา การศึกษาเชิงวิเคราะห์และเทคโนโลยีของยาในด้านแหล่งตัวยาสำคัญ และสารช่วยทางเภสัชกรรม โดยเน้นตัวยา เคมีของยา แง่ของการผลิต การควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพยา อีกทั้งเน้นศึกษาวิจัย วิเคราะห์ และพัฒนาเภสัชภัณฑ์ครับ
สายงานของคนจบสาขานี้
- เภสัชกรการวิจัยและพัฒนา
เภสัชกรการวิจัยและพัฒนา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “R&D” สายงานนี้จะทำงานเน้นการวิจัยเป็นหลัก เช่น วิจัยเพื่อพัฒนาตัวยาใหม่ๆ ปรับปรุงคุณภาพของยาให้มีคุณภาพมากขึ้น นอกจาวิจัยยาแล้ว ก็ยังจะมีวิจัยอาหาร เครื่องสำอางใหม่ๆ และพัฒนารูปแบบยาเตรียมและรูปแบบผลิตภัณฑ์ด้วย หลายๆ คนอาจจะชอบสายงานนี้ เพราะมีความท้าทาย และได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
- เภสัชกรอุตสาหกรรมฝ่ายการผลิต
เป็นอย่างชื่อที่บอกครับที่จะเน้นเกี่ยวกับการผลิต ดังนั้น เภสัชกรที่ทำงานสายนี้ จะไปอยู่ในฝ่ายการผลิตในโรงงานยา อาหาร รวมไปถึงเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาลหรือเอกชน เช่น โรงงานเภสัชกรรมทหาร หรือโรงงานเอกชนต่างๆ โดยเภสัชกร จะมีหน้าที่ผลิตยา เภสัชภัณฑ์ต่างๆ ทั้งยารักษาคน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาสมุนไพร หรือเครื่องสำอาง เป็นต้น
- เภสัชกรอุตสาหกรรมการควบคุมคุณภาพ
สำหรับเภสัชกรอุตสาหกรรมควบคุมคุณภาพ หรือที่เรามักจะเรียกว่า “QC” สำหรับเภสัชการสายงานนี้ ส่วนใหญ่ก็ทำงานอยู่ในโรงงานเช่นกันฝ่ายการผลิต หน้าที่หลักๆ ก็จะคอยควบคุมการผลิตตัวยาที่ใช้ในกระบวนการบรรจุยา รวมไปถึงการเก็บรักษายาไม่ให้เสื่อมสภาพ และยังคอยตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ คุณภาพยาในกระบวนการผลิต ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- เภสัชกรอุตสาหกรรมฝ่ายการประกันคุณภาพ
สำหรับเภสัชกรสายงานฝ่ายการประกันคุณภาพ ถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในการผลิตยา เพราะว่าปัจจุบันผลิตภัณฑ์ยาที่ผลิตในประเทศนั้น มีการส่งออกอยู่ตลอด ดังนั้น เภสัชกรฝ่ายประกันคุณภาพก็จะเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ ซึ่งจะคอยควบคุม ตรวจวิเคราะห์คุณภาพวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพเวชภัณฑ์ยาระดับสากล เช่น GMP และ PICS เป็นต้น
- เภสัชกรวิทยาศาสตร์การแพทย์
สำหรับสายงานนี้ เภสัชกรจะทำงานอยู่ในกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หน้าที่หลักๆ ก็จะเป็นองค์กรกลางให้การตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เช่น ตรวจวิเคราะห์ยาแผนปัจจุบัน ตรวจปริมาณตัวยาสำคัญ ความเป็นกรดด่าง ตรวจควบคุมคุณภาพยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ เน้นการตรวจสารพวกเสตียรอยด์ อีกทั้งตรวจสารที่เป็นอันตรายในเครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งตรวจพิสูจน์ยาเสพติดให้โทษ เป็นต้น
2. กลุ่มวิชาบริบาลเภสัชกรรม (Pharmaceutical Care)
สำหรับการเรียนบริบาลเภสัชกรรมนั้น จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาคลินิกของยา หรือการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล หรือผู้ป่วย เช่น ชีวเภสัชศาสตร์ พิษวิทยา เภสัชบำบัดโรคระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ อีกทั้งยังรวมไปถึง การบริบาลทางเภสัชกรรมในโรงพยาบาล ร้านยา และการปฏิบัติงานทางสาธารณสุข เป็นผู้เชี่ยวชาญแนะนำยา เป็นต้น
- เภสัชกรโรงพยาบาล
หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับเภสัชกรโรงพยาบาลเป็นอย่างดี ซึ่งหน้าที่ของเภสัชกรสายงานนี้ จะคอยจ่ายยาแก่ผู้ป่วยทั้งนอกและผู้ป่วยใน บริหารยาและเวชภัณฑ์ในห้องยาของโรงพยาบาล และรับผิดชอบการจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ (ต้องอาศัยทักษะการแกะลายมือของหมอได้ด้วย ฮ่าๆ) จะสามารถทำงานได้ทั้งในโรงพยาบาลหน่วยงานของรัฐและเอกชน ซึ่งเภสัชกรสายงานนี้จะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาอย่างเต็มที่เลยครับ
- เภสัชกรร้านยา
เภสัชกรชุมชน หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันก็คือ “เภสัชกรร้านยา” ถือว่าเป็นสายงานยอดฮิตของเภสัชกรหลายๆ ท่าน ซึ่งจะมีหน้าที่จ่ายยาและเวชภัณฑ์ยาตามอาการผู้ป่วย มีหน้าที่บริการความรู้แก่ประชาชนในด้านการใช้ยา เก็บประวัติคนไข้ รวมไปถึงให้คำปรึกษาสุขภาพขั้นต้นและส่งต่อผู้ป่วยในการรักษาขั้นต่อไป เป็นต้น ซึ่งการตั้งร้านยานั้น นอกจากจะต้องอาศัยทักษะความรู้แล้ว ยังต้องอาศัยกลยุทธ์ทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นไอเดียความแปลกใหม่ของร้าน และการเลือกทำเลที่ตั้งดีๆ ด้วย
- เภสัชกรคลินิก
สำหรับเภสัชกรคลินิก จะทำงานร่วมกับบุคลากรทางแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุข ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ทั้งในโรงพยาบาล ร้านขาย และคลินิกทางเวชกรรมทั่วไป น้องๆ จะเห็นได้ว่าหลายๆ โรงพยาบาลเวลาที่หมอขึ้นไปเยี่ยมไข้ตามวอร์ดต่างๆ ปกติเราจะเห็นแค่หมอ ตามด้วยพยาบาล แต่ปัจจุบันก็จะมีเภสัชกรมาเยี่ยมไข้ด้วย เพื่อจะได้ช่วยแก้ไขติดตามการใช้ยาให้ได้ผลลัพธ์และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นไปอีก
- เภสัชกรสาธารณสุข
สำหรับเภสัชกรสาธารณสุขนั้น หรือที่หลายคนเรียกว่า “เภสัช อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)” หรือ “เภสัช สสจ. (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด)” เภสัชกรสายงานนี้ จะมีหน้าที่หลักๆ ได้แก่ งานทะเบียนและใบอนุญาต งานตรวจสอบเฝ้าระวัง งานส่งเสริม/เผยแพร่ความรู้ด้านการบริโภค คอยควบคุมการทำงานของเภสัชกรให้เป็นไปตามกรอบจรรยาบรรณเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
- เภสัชกรการตลาด
นี่ก็เป็นอีกสายงานของเภสัชกรหลายคนเลือกทำ สำหรับ “เภสัชกรการตลาด” หรือที่เรียกว่า “ดีเทลยา” ซึ่งจะมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลยาแก่แพทย์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งตามโรงพยาบาล หรือเภสัชกรชุมชน จะนำเสนอข้อมูลทั้งเรื่องประวัติยา ข้อดี ผลข้างเคียงของยา ผลการทำวิจัย วิธีการใช้ยา พร้อมทั้งบอกราคา ให้คำแนะนำเกี่ยวกับยาเพื่อให้ผลการรักษานั้นออกมาดีที่สุด สายงานสำหรับเภสัชกรการตลาด จึงถือว่าเป็นสายงานเชิงธุรกิจ หลายคนก็อาจจะเรียกว่า “เซลล์ยา” นั่นเองครับ
พออ่านมาถึงตรงนี้ น้องๆ อาจจะสงสัยว่า ถ้าเป็นแบบนี้ คนที่เรียนสาขาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม จะสามารถทำงานในโรงพยาบาล หรือเปิดร้านขายยา ได้หรือไม่? ขอตอบว่าสามารถทำได้ครับ เพราะว่าเภสัชกร ไม่ว่าจะจบสาขาไหนก็ตามจะได้ปริญญา ภ.บ. เหมือนกันหมด เภสัชกรทุกคนต้องปรุงยา เตรียมยา ให้การจ่ายยา แนะนำการจ่ายยาได้ รวมไปถึงการวินิจฉัยรักษาด้วยยาตามร้านขายยาก็ได้ครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันคือพื้นฐานของการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรนั่นเอง
นอกจาก 2 สาขาที่กล่าวมาข้างต้น น้องๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อสาขา “วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง” กันมาบ้าง ซึ่งหลักสูตรนี้ ในมหาวิทยาลัยบางแห่ง เปิดสาขานี้อยู่ในสังกัดคณะเภสัชศาสตร์ โดยการเรียนในสาขานี้จะเรียนเกี่ยวกับการตั้งตำรับเครื่องสำอางทุกแขนง หรือเรียกง่ายๆ คือ การทำเครื่องสำอางนั่นเองครับ อย่างเช่น สาขานี้ที่ ม.นเรศวร และ ม.พะเยา จะสังกัดในคณะเภสัชศาสตร์ อาจารย์ที่สอนจะเป็นอาจารย์คณะเภสัชฯ ซึ่งเป็นเภสัชกรแทบทุกคนครับ แต่สาขานี้จะไม่ได้รับวุฒิ ภ.บ. หรือเภสัชศาสตร์บัณฑิตเหมือน 2 สาขาด้านบน แต่จะได้รับวุฒิ วท.บ. หรือวิทยาศาสตร์บัณฑิตครับ เรียนจบไปจะไม่ใช่เภสัชกร และจะเรียนแค่ 4 ปีเท่านั้น ไม่เหมือน ภ.บ. ที่ส่วนใหญ่จะเรียน 6 ปี ครับ
สายงานของคนจบสาขานี้
- นักวิจัยพัฒนาเครื่องสำอาง ในหน่วยปฏิบัติการวิจัยของหลากหลายสถาบัน
- ทำงานในบริษัทที่ผลิตเครื่องสำอาง หรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง
- เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง
- เซลล์ขายเครื่องสำอาง หรือขายหรือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง เป็นต้น
- อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย
เรียนจบ “เภสัชศาสตร์” ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแค่นักปรุงยา หรือคอยจัดยาในโรงพยาบาลอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ เห็นมั้ยครับว่าจริงๆ แล้วยังมีหลากหลายสายงานให้เลือกทำหลังเรียนจบ บางคนถ้าได้เรียนต่อสูงๆ มีความเชี่ยวชาญมากๆ ก็อาจจะเป็นครู อาจารย์สอนที่คณะเภสัชศาสตร์ก็ได้ครับ แต่ก่อนที่จะเข้ามาเรียนคณะนี้ น้องๆ ก็ต้องตั้งใจสอบเข้าให้ได้ก่อนนะครับ :)
และถ้าใครอยากได้แนวทางการสอบเข้าคณะต่างๆ ก็ไม่ควรพลาดงาน “Dek-D’s On Stage Special ตอน ปลุกไฟ ใกล้คณะในฝัน” ทอล์คโชว์แนะแนวการศึกษา เจาะลึกเอนทรานซ์ 4.0 แบ่งเป็น 3 ตอน ใครอยากเรียนคณะเภสัชศาสตร์ต้องไปดูตอน “ครบเครื่อง 4 คณะฮิตสายวิทย์สุขภาพ” น้องๆ จะได้รู้ลึก รู้จริง ในเรื่องของแนวทางของการสอบคณะนี้ให้ติด! :ซึ่งจะมีพี่ๆ วิทยากรที่เชี่ยวชาญ และรุ่นพี่คนเก่งมาเล่าประสบการณ์และแนะแนวกับน้องๆ สำหรับคณะเภสัชศสตร์ จะพบกับ “พี่มิว เภสัชฯ จุฬาฯ”
พบกันเสาร์ที่ 6 พ.ค. ที่ไบเทค บางนา บัตรก็ราคาก็ถูกมากกก เริ่มต้นที่ 250 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ที่ 7-11 ทุกสาขา หรือใครสะดวกซื้อออนไลน์ ก็ คลิกที่นี่ ได้เลยครับ งานดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อย เพื่อ #dek60 #dek61 #dek62 และผู้ปกครองโดยเฉพาะเลย แล้วมาเจอกันให้ได้นะครับ!






.jpg)
1 ความคิดเห็น
แล้ว QA ก้จัดเป้นอาชีพที่ต้องจบเภสัชมาด้วยหรือเปล่าคะ
อยากเป้น QA ค่ะ