เราคือเกาหลีเหมือนกัน! เปิดใจ 14 เรื่องจริงจากปาก ‘คนเกาหลีเหนือ’ ที่อพยพมาอยู่ ‘เกาหลีใต้’

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com ไม่นานมานี้ พี่วุฒิ มีโอกาสได้ดูรายการสัมภาษณ์คนเกาหลีเหนือที่อพยพมาอยู่เกาหลีใต้ ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจมาก วันนี้เลยรวบรวม 14 เรื่องจริงจากปากคนเกาหลีเหนือ พวกเขามีความคิดเห็นอย่างไรกับประเทศบ้านเกิดตัวเอง และรวมไปถึงประเทศที่เขาอพยพมาอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูกับบ้านเกิดของตัวเอง แต่ละเรื่องมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง เรามาอ่านกันเลยครับ


 


 
เหตุผลอะไร ‘คนเกาหลีเหนือ’ จึงต้องอพยพจากบ้านเกิดตัวเอง 
 
     คนเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ที่อพยพหนีจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แรกเริ่มเลยไม่ได้ย้ายไปอยู่เกาหลีใต้ แต่ย้ายไปอยู่ที่ประเทศจีนแทน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีที่แตกต่างกัน และรวมไปถึงเหตุผลในการอพยพหนีด้วย ยกตัวอย่างเช่น 
 
ชายเกาหลีเหนือที่ให้สัมภาษณ์ 
 

 
     เขาอพยพตอนปี 2001 และเหตุผลที่เขาอยากหนีออกจากบ้านเกิดก็คือ ‘เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะตายจากการหิวโหยเมื่อไหร่’ ซึ่งตอนนั้นเป็นยุคข้าวยากหมากแพง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Arduous March’ เป็นช่วงที่ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจากการไม่มีอะไรจะกิน ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง โดยเขาบอกเหตุผลที่ผู้คนล้มตายจากการหิวโหย เพราะว่า ‘รัฐบาลไม่ให้อาหารแก่ประชาชน’ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจหนีไปอยู่จีน เพราะเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่คนเกาหลีเหนือหลายคนใฝ่ฝันอยากจะอยู่  
 
สาวเกาหลีเหนือที่ให้สัมภาษณ์
 

 
     เธอหนีออกมาจากเกาหลีเหนือตั้งแต่อายุ 12 ผ่านแม่น้ำที่คั่นกลางระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและประเทศจีน ‘แม่น้ำตูเมน’ ซึ่งตอนนั้นเป็นหน้าหนาว และน้ำในแม่น้ำเป็นน้ำแข็ง เธอจึงเดินข้ามแม่น้ำหนีไปจีนได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้หนีง่ายแบบนั้น การจะอพยพออกมาได้ในแต่ละครั้ง ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจากการจับตาเฝ้าสังเกตการณ์ของทหาร โดยพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน หลายคนที่พยายามหนีก็อาจโดนจับหรือยิงได้ตลอดเวลา ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะจ่ายสินบนให้กับทหารล่วงหน้า เพื่อให้หนีออกมาได้ เพราะว่าถ้าหนีแล้วโดนจับได้ถึง 3 ครั้ง ก็จะโดนประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณชน (Public Execution)   

 
คนที่ทำผิดกฎหมายประเทศ …ประหารสถานเดียว
 

 
     ที่ประเทศเกาหลีเหนือ สำหรับคนที่ทำผิดกฎหมายของประเทศ จะถูกประหารต่อหน้าสาธารณชน (Public Execution) ในแต่ละครั้งทางการจะประกาศให้ผู้คนมารวมตัวกัน เพื่อมาดูการประหารชีวิต (ทุกคนต้องมาดู ยกเว้นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มาดู) ตัวอย่างของการทำผิดก็เช่น การขโมยของที่ถือว่าเป็นของรัฐบาลไปขาย การหนีออกนอกประเทศ การใช้โทรศัพท์โทรไปที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น เหตุผลที่ต้องประหารต่อหน้าประชาชนก็เพราะถือว่าเป็นการตักเตือนไม่ให้ใครกล้าทำผิด ซึ่งกฎแบบนี้ปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งในแต่ก่อน สมัย ‘คิมจองอิล’ เป็นประธานาธิบดี ใครก็ตามที่หนีแล้วจับได้ จะเจอประหารแค่คนๆ นั้น แต่ปัจจุบัน ‘คิมจองอึน’ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ถ้าหนีแล้วถูกจับได้ จะถูกประหารทั้งครอบครัว 4 รุ่น ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ลูก และรวมไปถึงญาติด้วย ตอนนี้หลายคนจึงไม่กล้าหนีออกประเทศ 

 
ความยากลำบากในการใช้ชีวิตของคนเกาหลีเหนือ
 

 
     คนเกาหลีเหนือในหลายๆ ที่ในชทบทไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าจะใช้ ปกติจะใช้ตะเกียงที่ใส่น้ำมันก๊าดเพื่อเป็นแสงสว่างในยามค่ำคืน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในชนบท จะได้ใช้ไฟฟ้าแค่ 2 – 3 ครั้งต่อปี เช่น ช่วงปีใหม่ ทุกคนจะต้องฟังคำอวยพรจากคิมอิลซุง หรือคิมจองอึน ดังนั้นรัฐบาลเลยให้ใช้ไฟฟ้าได้ เพื่อจะได้เปิดทีวีมาฟังพวกเขาพูด
     ในส่วนของเงินที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลนั้น แต่ก่อนจะได้รับประมาณ 5 ดอลลาร์ต่อเดือน พร้อมข้าว 1 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ไม่มีระบบแบ่งสันปันส่วนจากรัฐบาลแล้ว และรัฐบาลได้อนุญาตให้ประชาชนสามารถทำธุรกิจได้ เพราะว่าช่วงปี 90 มีผู้คนล้มตายจากการอดอยากเป็นจำนวนมากนั่นเอง และถึงแม้ว่าประเทศเกาหลีเหนือจะปกครองแบบระบบสังคมนิยม แต่ผู้คนก็ใช้ชีวิตแบบแอบแฝงไปด้วยระบบทุนนิยม และหลายคนก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในระบบไหน เพราะว่าพวกเขาขาดข้อมูลข่าวสาร 

 
คนเกาหลีเหนือก็ (แอบ) ดูละครซีรีส์เกาหลีใต้
 

 
     ที่ประเทศเกาหลีเหนือ แทบจะไม่มีสื่อบันเทิงเพื่อจรรโลงใจ และคนเกาหลีเหนือจำนวนไม่น้อย ก็ดูละครซีรีส์เกาหลีใต้เช่นกัน แต่จะเป็นการแอบดูมากกว่า ซึ่งละครซีรีส์ส่วนใหญ่เข้ามาที่ประเทศได้เพราะว่ามีพ่อค้าชาวจีนที่ลักลอบนำแผ่น CD เข้ามาขาย ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายบ้านเมือง ถ้าใครจะดูก็ต้องแอบไม่ให้ใครเห็น จะดูกี่ครั้งก็ต้องดูด้วยความหวาดระแวง 

 
ดูหนังโป๊ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
 
     การดูซีรีส์ที่ว่าร้ายแรงแล้ว ก็ยังไม่เท่าการดูหนังโป๊ คนเกาหลีเหนือจะเรียกหนังโป๊ว่า ‘Brown Video’ ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นคนถ่าย ผู้กำกับ ทีมงาน หรือนักแสดงหนังโป๊ จะถูกสั่งประหารชีวิตทั้งหมด และคนทั่วไปก็ห้ามดูหนังโป๊ด้วย ถ้าจับได้ก็จะโดนลงโทษเช่นเดียวกัน  

 
แล้วแบบนี้คนเกาหลีเหนือส่วนใหญ่จะมีความสุขมั้ย?
 
     ถึงแม้การใช้ชีวิตอาจจะยากลำบากไปบ้าง แต่คนเกาหลีเหนือหลายคนก็มีความสุขดี พวกเขาก็ยังหัวเราะได้ ด้วยความที่เป็นประเทศปิด จึงไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องของประเทศอื่นมากสักเท่าไหร่นัก พวกเขาจึงเกิดความรักใคร่กลมเกลียวและห่วงใยคนในประเทศด้วยกันมากๆ 

 
มุมมองทั่วไปที่มีต่อประเทศเกาหลีใต้ 
 

 
     ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนเกาหลีเหนือส่วนใหญ่จะคิดว่า ประเทศเกาหลีใต้นั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่ไร้ที่อยู่อาศัย และก็เป็นสังคมที่เต็มไปด้วยทุนนิยม แต่ตอนนี้พวกเขาได้มองเปลี่ยนไปแล้ว และก็คิดว่าเกาหลีใต้คือสวรรค์ และก็มีความหวังที่อยู่ที่นี่และสามารถทำอะไรก็ได้อย่างมีอิสระ เหตุผลในการอพยพจากบ้านเกิดเมืองนอนก็ได้เปลี่ยนไป จากที่เคยหนีเพราะอดอยาก แต่ตอนนี้ ‘พวกเขาหนีเพราะว่าไม่มีอิสระ' พวกเขามีความฝัน แต่ไม่สามารถที่จะทำตามฝันของตัวเองได้ 

 
สิ่งที่คนทั่วไปคิด VS. สิ่งที่คนเกาหลีเหนือเป็น
 
     คนทั่วไปมักคิดว่าคนเกาหลีเหนือทารุณ โดดเดียว เพราะว่าถูกล้างสมอง แต่คนเกาหลีเหนืออยากบอกว่า พวกเขาก็เหมือนคนทั่วไป ถึงแม้วาถูกแยกให้โดดเดี่ยว แต่พวกเขามีความคิด แม้กระทั่งเด็กๆ ก็มีความคิดที่เปลี่ยนไปแล้ว และก็ล้วนกระหายต่อความอิสระกันทั้งนั้น เพียงเพราะว่าพวกเขาถูกจำกัดสิทธิและไม่สามารถพูดในสิ่งที่ต้องการออกมาได้แค่นั้นเอง 

 
จุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อมาอยู่ที่เกาหลีใต้ 
 

 
     อย่างที่บอกไปว่า คนเกาหลีเหนือจำนวนไม่น้อย ได้อพยพมาอยู่ที่เกาหลีใต้ แต่ก่อนที่จะมาอยู่ที่เกาหลีใต้ พวกเขาเคยอยู่ที่จีนมาก่อน โดยผู้ให้สัมภาษณ์ทั้ง 2 คนบอกว่า เหตุผลที่เขาอยู่จีน เพราะว่าเป็นประเทศที่มั่งคั่ง แต่พออยู่จริงๆ แล้วก็อยู่ด้วยความหวาดระแวง เพราะว่าตอนนั้นประเทศจีนกำลังจะจัดงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และทางรัฐบาลจีนก็มีนโยบายส่งคนอพยพกลับประเทศ พวกเขาต้องหาทางหนี และในที่สุดก็ได้มาอยู่ที่เกาหลีใต้ ผ่านความช่วยเหลือจากองค์กร NIS (National Intelligence Service) ของเกาหลีใต้ ซึ่งตอนแรกก็จะถูกนำตัวไปสืบก่อนว่าเป็นสายลับหรือเปล่า จากนั้นก็ได้รับการสอนวิธีการใช้ชีวิตแบบคนเกาหลีใต้ที่ Hanawon เป็นเวลา 3 เดือนด้วยกัน ซึ่งจะสอนตั้งแต่พื้นฐานการใช้ชีวิตทั่วไป เช่น การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า กดลิฟต์ ขึ้นรถเมล์ เป็นต้น และทางรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ให้บ้านอยู่ฟรีเป็นเวลา 5 ปีอีกด้วย 

 
เรื่องประหลาดใจเมื่อมาอยู่เกาหลีใต้ 
 
    คนเกาหลีใต้มักใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะมาก พูดเกาหลีคำ อังกฤษคำ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกของคนเกาหลีเหนืออย่างมาก และนอกจากศัพท์ภาษาอังกฤษแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจภาษาเกาหลีที่คนเกาหลีใต้ใช้ เพราะว่าบางคำที่เกาหลีเหนือพูดอีกอย่าง แต่ที่นี่พูดอีกอย่าง และสิ่งที่พวกเขาประทับใจมากที่สุดคือ จะพูดอะไรก็ได้ มีอิสระ ถ้าอยู่ที่เกาหลีเหนือ จะไม่สามารถพูดถึงประธานาธิบดีได้เลย เช่น พูดว่า ‘คิมจองอึนอ้วน’ เพราะว่าพูดแค่นี้ก็สามารถถูกประหารชีวิตได้เลย    

 
คิดว่าเกาหลีเหนือดีกว่าเกาหลีใต้ด้านไหนบ้าง?
 

 
     สิ่งที่พวกเขาคิดว่าเกาหลีเหนือนั้นดีกว่าเกาหลีใต้ก็คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม ที่เกาหลีเหนือมีอากาศบริสุทธิ์มากกว่า กลางคืนก็สามารถมองเห็นดาวได้ทั้งทางช้างเผือก แม้ว่าจะอยู่ในเมืองหลวงก็ตาม แต่ที่เกาหลีไม่สามารถมองเห็นแม้แต่ดาวสักดวง 

 
มุมมองที่มีต่อคนเกาหลีใต้
 
     - พวกเขามองว่าคนเกาหลีใต้นั้นเป็นคนเย็นชา เข้าถึงยาก ถ้าเปรียบเทียบกับที่เกาหลีเหนือ ในละแวกบ้านเดียวกันจะรู้จักกันหมด รู้จักตั้งแต่อายุ อาชีพ มีสมาชิกกี่คน แต่ที่เกาหลีใต้ บ้านอยู่ติดกันแต่ยังไม่รู้จักกันก็มี 
 

 
     - ด้วยความที่เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการแข่งขันสูง สังคมจึงมีแต่ความกดดันและตึงเครียด คนในสังคมจะเป็นคนที่ทำงานจริงจัง บ้างาน แม้แต่เด็กนักเรียนทั่วไปก็เรียนกันหนักมากๆ บางคนเรียนพิเศษหนัก เลิก 5 ทุ่มทุกวันก็มี แต่ที่เกาหลีเหนือ เมื่อเลิกเรียนที่โรงเรียนแล้วอยากจะไปทำอะไรก็ไป ไม่ได้เคร่งเครียดมากเท่าคนเกาหลีใต้ 

 
คนเกาหลีเหนือคิดอย่างไรกับ ‘การรวมประเทศ’  
 

 
     พวกเขายอมรับว่าทุกวันนี้ยังมีการล้างสมองอยู่จริง ระบบทุกอย่างยังมีอยู่จริง แต่คนเกาหลีเหนือมักถูกสอนว่า ‘เราคือเกาหลีเหมือนกัน’ ดังนั้น ความคิดที่จะรวมชาติกันก็ยังคงมีอยู่ แต่ก่อนอาจมีเหตุผลที่ว่า เกาหลีใต้เต็มไปด้วยคนไร้บ้าน ทางเกาหลีเหนือเลยอยากจะรวมตัวเพื่อช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ทุกคนที่คิดอยากจะรวมประเทศกันอีกครั้ง โดยเฉพาะคนชั้นระดับสูง เพราะว่าไม่อยากเสียการปกครองให้ใคร แต่ประชาชนเกาหลีเหนือทั่วไปยังอยากรวมอยู่ ‘เพราะว่าพวกเขาไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว’  

 
แล้วคิดว่าคนเกาหลีใต้คิดอย่างไรกับ ‘การรวมประเทศ’
 

 
     จากประสบการณ์ของผู้ทีให้สัมภาษณ์ได้บอกว่า เขาเคยถูกเด็กเกาหลีใต้ถามว่า ‘การรวมชาติคืออะไร?’ ที่ถามแบบนี้เพราะว่า พ่อแม่ของเด็กเกาหลีใต้สมัยนี้ไม่เคยสอนเรื่องนี้ และก็ไม่ค่อยมีใครหยิบยกเรื่องนี้มาพูดถึง และ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการรวมประเทศ เพราะว่าความรับรู้ของคนเกาหลีใต้เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ยังติดภาพสมัยยุค 90 อยู่เลยด้วยซ้ำ หลายๆ โรงเรียนในเกาหลีใต้ยังตื่นเต้นกับการเจอคนเกาหลีเหนือ และยังถามอีกว่า ‘เธอใช้ภาษาเดียวกันกับเราหรือเปล่า?’ และถึงแม้ว่าคนเกาหลีเหนืออาจถูกล้างสมอง แต่ก็ยังสอนเกี่ยวกับการรวมประเทศ ในขณะเดียวกันคนเกาหลีใต้จำนวนมาก ไม่ค่อยรับรู้เกี่ยวกับประเทศเกาหลีเหนือ บางทีอาจจะรู้ แต่ไม่ได้ต้องการรวมประเทศก็เป็นได้




 
      ด้วยความที่เป็นประเทศปิด เราจึงไม่ได้มีโอกาสมากสักเท่าไหร่ที่จะรับรู้เกี่ยวกับความคิดเห็นของคนเกาหลีเหนือ พี่เองก็หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ นะครับ ส่วนใครอยากดูคลิปเต็มๆ ก็ คลิกตรงนี้ ได้เลยครับ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ :)  


 

Credit: https://www.youtube.com/watch?v=DyqUw0WYwoc

พี่วุฒิ
พี่วุฒิ - Columnist มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

พี่เมก้า Member 28 มี.ค. 60 18:09 น. 1

เจ๋งมากเลยค่ะ ไม่ใช่แค่คนเกาหลีใต้ที่ได้รู้ความคิดของเพื่อนๆ เกาหลีเหนือ คนไทยอย่างเราก็ได้รู้ด้วย :)

1
กำลังโหลด
โทโมโกะ คือชื่อฉัน ฮริ้งงง Member 29 มี.ค. 60 21:01 น. 3

เคยดูคลิปที่ผู้หญิงเกาหลีเหนืออพยพมาที่เกาหลีใต้อ่ะ เขามาให้สัมภาษณ์แล้วพูดไปร้องไห้ไป สงสารมากเลย ฮืออออ

ปล.อิจฉานางอย่างนึงคือนางสวย-.,-

0
กำลังโหลด

4 ความคิดเห็น

พี่เมก้า Member 28 มี.ค. 60 18:09 น. 1

เจ๋งมากเลยค่ะ ไม่ใช่แค่คนเกาหลีใต้ที่ได้รู้ความคิดของเพื่อนๆ เกาหลีเหนือ คนไทยอย่างเราก็ได้รู้ด้วย :)

1
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
โทโมโกะ คือชื่อฉัน ฮริ้งงง Member 29 มี.ค. 60 21:01 น. 3

เคยดูคลิปที่ผู้หญิงเกาหลีเหนืออพยพมาที่เกาหลีใต้อ่ะ เขามาให้สัมภาษณ์แล้วพูดไปร้องไห้ไป สงสารมากเลย ฮืออออ

ปล.อิจฉานางอย่างนึงคือนางสวย-.,-

0
กำลังโหลด
l3uttercakes Member 17 เม.ย. 60 15:28 น. 4

คนเกาหลีใต้ดูจะเย็นชาจริงๆแหละ โดยเฉพาะคนในเมือง เงียบๆ แข่งกันโตแข่งกันเอาตัวรอด

คนเกาหลีเหนือเติบโตแบบลำบาก แต่อาจเป็นเพราะมีเวลาเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่นมากกว่าเด็กเกาหลีใต้เลย ดูไม่เย็นชาเท่าไรนัก.. หรือมีตัวอย่างคนเกาหลีเหนือน้อยมากๆก็ไม่รู้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด