ขั้วโลกเหนือ
VS ขั้วโลกใต้ขึ้นชื่อว่าขั้วโลก ไม่ว่าจะใต้หรือหนาว พอได้ยินก็รู้ว่าคงจะหนาวพอๆ กันแน่ๆ
แต่ว่าไม่น่าเชื่อว่าเว็บดีๆ อย่าง
Livescience ได้แยกแยะให้เราเห็นด้วยว่าสองขั้วนี้ไม่ได้เหมือนกันเสียหมด แต่มีความแตกต่างอยู่บ้างเหมือนกัน
และพี่ตินคิดว่า อ่านไว้น่าจะสนุกดี เป็นความรู้ที่ดีอีกข้อเลยเนอะ

อันดับ
10 ขั้วที่ต่างกันแดนอาร์กติก (ขั้วโลกเหนือ) เป็นสถานที่ที่มีมหาสมุทรแข็ง
และรอบๆ เต็มไปด้วยแผ่นดิน (ที่มีแต่น้ำแข็งเหมือนกัน)
ส่วนแดนแอนตาร์กติก้า
(ขั้วโลกใต้) เต็มไปด้วยภูเขา และทะเลสาบ

อันดับ
9 น้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้นั้น เป็นแดนที่รวบรวมน้ำแข็งกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก
และเป็นที่ที่เก็บน้ำบริสุทธิ์มากมาย ที่นี่น้ำแข็งเยอะมากจนทำให้เจ้าชาย Mohammed al Faisal
แห่งซาอุดิอาระเบีย แอบคิดวางแผนที่จะบรรทุกน้ำแข็งกว่า
100 ล้านตันไปที่ประเทศของเขาทีเดียวไม่รู้วันหนึ่ง แผนนี้จะสำเร็จหรือเปล่าเนอะ

อันดับ
8 ไม่มีเจ้าของทั้งที่มีคนรู้จักมากมาย มีการเดินทางไปสำรวจนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ขั้วโลกใต้เป็นดินแดนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ!!! (ไปเป็นเจ้าของกันดีกว่า)
ดินแดนแห่งนี้ไม่เคยมีประวัติศาสตร์เหมือนแดนอื่นๆ ที่ว่ามีคนป่าครอบครอง หรือมีคนปกครอง
ขั้วโลกใต้เป็นดินแดนที่มีกลุ่มคนที่เข้าไปมากที่สุดคือ นักวิทยาศาสตร์
ส่วนขั้วโลกเหนือ แม้จะเป็นดินแดนที่หนาวมากเหมือนกัน แต่ก็มีประชากรอยู่
4 ล้านกว่าคนและมีเมืองเล็กๆ กับเมืองหลักอยู่หลายเมืองทีเดียว

อันดับ
7 แดนแห่งขุมทรัพย์จากการตรวจสอบของสหรัฐฯ และรัสเซีย พวกเขาค่อนจ้างเชื่อว่า ที่ขั้วโลกเหนือ
น่าจะเต็มไปด้วยพลังงานอย่างแก๊สต่างๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง
ส่วนขั้วโลกใต้ นั้น ถูกคาดหวังว่าน่าจะมีน้ำมันปิโตรเลียม

อันดับ
6 เพนกวิน และหมีขาวเพนกวินอาศัยอยู่ในขั้วโลกใต้ ส่วนหมีขาว อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ
และพวกมันไม่สามารถอพยพออกจากที่นั่นได้แน่ๆ (ก็นั่นน่ะสิ)
แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าเมื่อก่อน เพนกวินมีปีกที่สามารถบินได้ แต่พอนานๆ ไป
เมื่อมันไม่ต้องใช้ปีกบินไปไหน ปีกนั้นก็หดลงจนเหลือนิดเดียวอย่างทุกวันนี้

อันดับ
5 แดนแห่งซานตาคลอสทุกคริสต์มาส จะมีจดหมายถึงซานตาคลอสมากมายถูกส่งไปที่ขั้วโลกเหนือ อลาสก้า
เพราะเชื่อกันว่า ซานตาคลอสอาศัยอยู่ที่นั่น

อันดับ
4 ความหนาวที่ขั้วโลกใต้ เชื่อกันว่าเป็นที่ที่หนาวที่สุด และหิมะไม่เคยละลายมาก่อน
ที่นี่มีอุณหภูมิที่หนาวที่สุดถึง 49 องศาเซลเซียส ในหน้าหนาว
ส่วนที่ขั้วโลกเหนือนั้น อุณหภูมิเฉลี่ยจะประมาณ -34 องศาเซลเซียส และจะอุ่นขึ้นในหน้าร้อน
และอุณหภูมิที่หนาวที่สุดที่วัดกันได้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 1983 อยู่ที่ขั้วโลกใต้ วัดได้ -89.6 องศาเซลเซียส

อันดับ
3 โอโซนในขณะที่ขั้วโลกเหนือ มีรูโหว่ที่โอโซนที่ใหญ่มาก ขั้วโลกใต้ก็เริ่มที่จะมีรูโหว่เช่นกัน เพียงแต่น้อยกว่า
แต่ในความเป็นจริง รู้ที่ว่านี้ไม่มีตำแหน่งที่ชัดเจน แต่ว่ามันอยู่ทั่วโลก และถูกทำลายมากพอๆ กัน
เพียงแต่เมื่อตรวจสอบแล้ว นักวิทยาศาสตร์พบว่าที่ขั้วโลกเหนือนั้น มีการสูญเสียโอโซนที่มากกว่าขั้วโลกใต้
เพราะอากาศที่นั่น อบอุ่นมากกว่า ในขณะที่ขั้วโลกใต้แทบไม่ได้รับแสงอาทิตย์เลย
จึงมีความเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา

อันดับ
2 น้ำแข็งแตกที่ขั้วโลกเหนือมีแผ่นน้ำแข็งที่ค่อนข้างบาง เพราะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอากาศที่มากกว่า
เนื่องจากอุณหภูมิที่นั่นอบอุ่นกว่าขั้วโลกใต้ จึงทำให้น้ำแข็งที่เคยหนาหนักเริ่มละลาย และแตกออกจากกัน
และครั้งแรกที่มีการพูดถึงเรื่องการแตกของแผ่นน้ำแข็ง ก็เกิดที่ขั้วโลกเหนือนี่เอง

อันดับ
1 เริ่มละลายในหน้าร้อนนั้น ขั้วโลกเหนือจะเกิดการละลายของน้ำแข็ง และจะกลับมาแข็งตัวเช่นเดิมในหน้าหนาว
แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อนที่เริ่มเกิดขึ้น ทำให้การละลายเกิดขึ้นมากจนเกินพอดี
ทำให้อันตรายเริ่มจะเกิดขึ้น ส่วนขั้วโลกใต้ ที่ไม่เคยเกิดการละลายของน้ำแข็งมาก่อน
ก็เริ่มเกิดการละลายทีละน้อย อันเป็นปรากฎการณ์ที่น่าตกใจ และเป็นอันตรายอย่างมาก
เรียกว่าตอนนี้ยังไม่ละลายมาก แต่ในอนาคต นักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น
Dek-d :
อตินเองขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.livescience.com/environment/top10_polar_differences-1.html
33 ความคิดเห็น
สวยจัง เห็นแล้วคิดถึงบารามอสที่คาโลพูดถึงพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันดับในดินแดนน้ำแข็ง >_<
อยากมีเวทมนต์แบบในนิยายจะได้เข้าไปอยู่ที่ดินแดนน้ำแข็ง 55+
แต่อ่านคำบรรยายก็หดหู่ น้ำแข็งละลายอีกแล้ว
น้ำจะท่วมโลกมั้ยเนี่ย
ขอบคุนค้าบ
สงสารสัตว์
เคยอ่านแล้ว..
เพราะแค่ตอนนี้ขั่วเหนือละลายก็น้ำเพิ่มสูงแระ
น่ากัวจัง