อยากได้เล่มไหนเลือก! กิจกรรมแจกฟรี
หนังสือนิยาย ชุด กรรมสิทธิ์เสน่หา
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน วันนี้พี่หญิงมีกิจกรรมดีๆ มาเอาใจคนรักหนังสือกัน โดยเฉพาะนักอ่านท่านไหนที่เป็นแฟนนิยายของสามนักเขียนสุดฮอตอย่าง ฉัตรฉาย (Hideko Sunshine) , อัญชรีย์ และAndra นักเขียนนิยายแนวรักโรแมนติก จากสำนักพิมพ์แจ่มใสนั่นเอง แต่ก่อนที่เราจะร่วมเล่นกิจกรรมกันนั้น พี่หญิงว่าเรามารู้จักหนังสือที่พี่หญิงนำมาฝากทุกคนกันก่อนเลยดีกว่าค่ะ
นิยาย ชุด กรรมสิทธิ์เสน่หา
นิยาย ชุด กรรมสิทธิ์เสน่หา เป็นนิยายชุดที่ประกอบไปด้วยนิยาย 3 เรื่อง อันได้แก่ รักโดยพลการ, รักโดยสมัครใจ, รักโดยพฤตินัย เขียนโดยนักเขียน 3 ท่าน มีคอนเซ็ปต์ร่วมกันคือ พระเอกของทั้งสามเรื่องเป็นหนุ่มฮอตแห่งปี ที่ได้รับรางวัล Dream Guys (เป็นรางวัลที่แจกให้ผู้ชายที่หล่อและรวยมากจนเป็นชายในฝันของสาวๆ) และมีห้องชุดอยู่ในคอนโดที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในประเทศไทยเหมือนกัน ดังนั้นหนังสือสามเล่มนี้จึงสามารถอ่านแยกกันได้ เพราะไม่ได้มีเนื้อหาเรียงต่อเนื่องกัน ดำเนินเรื่องราวแบ่งแยกแต่ละเรื่องชัดเจน
รักโดยพลการ
เรื่องย่อ
ใครชอบนางเอกแรงๆ สวย ฉลาด มั่นใจ บอกเลยว่าเรื่องนี้แหละ ใช่เลย เพราะนางเอกของเราอ่อยแรง แบบเปิดเผยสุดๆ (ถึงจะท่าดีทีเหลวก็ตาม ฮา) การดำเนินเรื่องมีการสอดแทรกมุขฮาๆ บทสนทนาแซ่บๆ เข้ามาโดยตลอด ยิ่งเฉพาะกับประโยคจี๊ดๆ โดนใจที่ใส่เข้ามาอย่างถูกจังหวะสุดๆ ด้วยแล้ว บอกเลยว่าทำให้นิยายเรื่องนี้กลายเป็นนิยายที่อ่านสนุก และมีสีสันที่ไม่ธรรมดาเลย
(อยากอ่านนิยายลุ้นๆ สลับตลกปนฮาบนความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ต้องเรื่องนี้เลย)
รักโดยพฤตินัย
เรื่องย่อ
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เมื่อคุณหนูคนสวยอย่าง ‘เอื้อยพราว’ ต้องแต่งงานใช้หนี้กับชายหนุ่มผู้มีอายุห่างกับเธอถึงสิบหกปี! แต่ใครจะรู้เล่าว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นแผนการที่ถูกวางเอาไว้ซะดิบดีของ ‘ดาเนียล ภูมิภัทร อมรวรวัฒน์’ ที่หลงรักสาวเจ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน วางแผนช่วยเหลือ คอยเฝ้า คอยติดตามมาตั้งหลายปี คราวนี้ล่ะ ถึงเวลาแล้วที่สาวน้อยน่ารักจะได้กลายมาเป็นของเขาทั้งตัวและใจจริงๆ เสียที ปฏิบัติการตามจีบ ‘ภรรยาเด็ก’ จึงได้เริ่มต้นขึ้น!
ใครชอบสายกินเด็ก โคแก่หญ้าอ่อน พี่หญิงแนะนำเรื่องนี้รัวๆ เลย เพราะพระเอกของเราดาเนียลห่างกับนางเอกของเราหนูเอื้อยตั้งสิบหกปีเลยนะจ๊ะเธอจ๋า คุณป๋าของเรากินเด็กสุดๆ แถมตามสตอล์กเกอร์กันมานานตั้งแต่สาวน้อยยังเรียนไม่จบ (ป๋าเขารักเขาหวงตามเฝ้ามาตั้งแต่ยังเล็กยังน้อย ฮา) ดังนั้นใครที่เห็นว่าเป็นพล็อตแต่งงานใช้หนี้แล้วจะดราม่า พี่หญิงขอแสดงความเสียใจไว้แต่เนินๆ นะคะ เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เลย ป๋าดาเนียล เขารักเขาหลงนางเอกเราสุดๆ การดำเนินเรื่องจึงออกไปทางน่ารักๆ อ่านไปก็อมยิ้มไปฟินไปกับยุทธการจีบเด็กของป๋า ใครที่ชอบอ่านนิยายบรรยากาศสีชมพูๆ ต้องเลือกหยิบเรื่องนี้เลยค่ะ ไม่ควรพลาดๆ
คลิกอ่านได้ที่นี่
รักโดยสมัครใจ
เรื่องย่อ
เมื่อธุรกิจประจำตระกูลของเธอ ‘อินทุนิภา ศตรักษ์’ เกิดวิกฤติเกินที่เธอจะสามารถพยุงเอาไว้ได้ ทำให้ต้องไปขอความช่วยเหลือจากเขา ‘อคิน คาร์ลตัน’ แบบไม่มีทางเลือก แต่ไฉนเขากลับเสนอเงื่อนไขที่ทำเอาเธอแทบช็อคอย่าง ‘Friends With Benefits’ ด้วยรู้ว่ามาตลอดว่าผู้ชายที่เธอหลงรักคนนี้เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น แม้จะต้องรับข้อเสนออย่างไม่เต็มใจ ทำให้เธอต้อง ‘เปลืองตัว’ แต่เธอจะไม่ยอม ‘เปลืองใจ’ เด็ดขาด!
อ่านคำโปรยปกเรื่องนี้ครั้งแรก แอบคิดว่ามันจะดราม่าหรือเปล่าหว่า พล็อต ‘เพื่อนนอนทางธุรกิจ’ แบบนี้มีแววว่าจะเข้มข้นบีบคั้นหัวใจรุนแรง แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่อย่างที่คิดนี่สิ พระเอกของเราจากตอนแรกที่เหมือนจะเห็นนางเอกเป็นแค่ของเล่น แต่เหมือนยิ่งได้ใกล้ชิดก็ยิ่งทั้งรักทั้งหลงนางเอกรุนแรง คอยดูแลคอยเปย์นางเอกสุดๆ อารมณ์ของเรื่องจึงออกไปทางแนวหวานๆ ฟินๆ มากกว่าแนวน้ำตาคลอ แต่ก็ใช่ว่าตลอดทั้งเรื่องจะหวานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ปมเรื่องแต่ละจุดที่ถูกสอดแทรกเข้ามา ก็ทำให้แอบสะเทือนใจกันได้ไม่เบาเหมือนกัน ซึ่งใครที่ชอบอ่านนิยายหลากรสหลายอารมณ์ พี่หญิงเชียร์ให้อ่านเรื่องนี้เลย เข้าทางมากๆ
คลิกอ่านที่นี่
หลังจากรู้จักนิยาย 3 เรื่องนี้ กันไปอย่างคร่าวๆ แล้ว ชอบเรื่องไหนกันเป็นพิเศษบ้างไหมเอ่ย หรือ มีใครเคยอ่านเรื่องไหนกันมาแล้วบ้างไหมคะ ในสามเรื่องนี้แอบมีสองเรื่องมาลงให้อ่านในเว็บเด็กดีของเราด้วยนะจ๊ะเธอจ๋า พี่หญิงบอกเลย ใครชอบเรื่องไหน อยากได้เรื่องอะไร เลือกกันไว้ เพราะของรางวัลกิจกรรมที่พี่หญิงชวนทุกคนมาร่วมในวันนี้ ก็คือ นิยายสามเล่มเรื่องนี้น่ะสิ พร้อมด้วยของขวัญสุดพิเศษอย่างแม็กเน็ตลายหนังสือ ชุด กรรมสิทธิ์เสน่หา ที่ทางสำนักพิมพ์แจ่มใสยกให้มาเป็นรางวัลพิเศษสุดๆ สำหรับชาวเด็กดี
กติกาการร่วมสนุก
ง่ายๆ เลย เพียงแค่เล่าเรื่องราวความรักคุณให้เราฟัง ในหัวข้อ “รักโดย... (อะไร)” เรื่องไหนจี๊ด เรื่องไหนโดนใจทีมงานเราที่สุด ก็รับหนังสือชุดกรรมสิทธิ์เสน่หาพร้อมแม็กเน็ตลายพิเศษไปเลยคนละ 1 ชุด โดยแจกทั้งหมด 3 รางวัล
หมายเหตุ* ร่วมสนุกกันแล้ว อย่าลืมระบุหนังสือนิยายเล่มที่ต้องการมาด้วยนะคะ ว่าอยากได้เรื่องไหนเป็นของรางวัล (เลือกได้เพียง 1 เรื่อง)
รางวัล 3 ชุด แบ่งเป็น
รักโดยพลการ 1 เล่ม + แม็กเน็ต
รักโดยสมัครใจ 1 เล่ม + แม็กเน็ต
รักโดยพฤตินัย 1 เล่ม + แม็กเน็ต
สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2560
และประกาศผลในวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2560
มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ (อยากแจกมากกก)
โดยรายชื่อ 3 ผู้โชคดี ก็คือ...
ได้รับนิยายชุด รักโดยพลการ
Mimaru เจ้าของเรื่อง รักโดย...ที่ไม่รู้ตัว
ได้รับนิยายชุด รักโดยสมัครใจ
lawyer เจ้าของเรื่อง รักโดย....ไม่ทันตั้งตัว
ได้รับนิยายชุด รักโดยพฤตินัย
ผู้ที่ได้รับรางวัล ส่งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ มายืนยันตัวตนได้ที่ Thippawan@dek-d.com
ถ้าไม่มายืนยันตัวตนภายในเวลาที่กำหนด ทางทีมงานจะถือว่าสละสิทธิ์นะคะ









30 ความคิดเห็น
รักโดย..บังเอิญ
เป็นเรื่องราวในรั้วมหาวิทยาลัยค่ะ ตอนนั้นเราอยู่ปี 1 เรียนสาขา วิทยาศาสตร์ แต่ดันไปแอบชอบรุ่นพี่ซึ่งอยู่เอกคอมพิวเตอร์
โดยทุกอย่างเริ่มจากวันปฐมนิเทศเลยค่ะ วันนั้นมีรุ่นพี่ที่เป็นองค์การนักศึกษามาช่วยจัดน้องปีหนึ่งเข้าหอประชุม เราหันไปหาเพื่อนแต่บังเอิญเห็นพี่คนหนึ่งยืนอยู่ข้างเพื่อน ตัวสูงมาก เวลาพูดกับรุ่นน้องพี่เขายิ้มตลอด เราก็เลยรู้สึกว่าพี่เขาน่ารักดีค่ะ
พอจบกิจกรรมในหอประชุมก็แยกย้ายกันไปตามเอก และพอดีเอกวิทย์กับเอกคอมอยู่ใกล้กันอีกค่ะ (อะไรจะบังเอิญเบอร์นั้น) เราก็เลยได้รู้ว่าพี่เขาอยู่เอกนั้น แต่ความบังเอิญยังไม่หมดค่ะ มีเพื่อนใหม่ในเอกเรามีแฟนอยู่เอกคอมค่ะ! เราก็เริ่มทำตัวตัวเป็นนักส่องทันทีค่ะ เข้าไปส่องเฟสบุ๊กเพื่อนคนนั้น (ปีหนึ่งจะต้องขอประวัติเพื่อน จึงรู้เฟสบุ๊กซึ่งกันและกัน) และบังเอิญอีกแล้ว บังเอิญมีเฟสพี่คนนั้นจริงๆ ค่ะ กดแอดสิคะขออะไรอยู่ ประมาณช่วงเย็นพี่เขาก็รับเป็นเพื่อนค่ะ แล้วหลังจากวันนั้นเราก็เนียนคุยกับพี่เขาทุกวัน นั่งส่องโพสต์ทุกวัน แบบติดดาวกันเลยทีเดียว พอเริ่มสนิทกันเราก็แกล้งพี่เขามากขึ้นค่ะ เคยว่าเขาเป็นเกย์ด้วย โดยโกรธไปสามวัน ถถถ
เราไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เป็นเพียงความชอบ หรือความรัก แต่เรามีความสุขมากค่ะ เวลาได้คุย ได้แกล้งพี่คนนั้น แม้เวลาเจอกันจริงๆ แทบไม่กล้ามองหน้าเลยก็ตาม เป็นแบบนี้มาสี่ปีค่ะ (เรียนครูห้าปีทั้งคู่) พี่เขาใกล้เรียนจบเราก็ตัดสินใจบอกว่าชอบเขา เขาอ่านแล้วก็เงียบค่ะ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แต่เรายังส่องเฟสพี่เขาเหมือนเดิมค่ะ เขาเพิ่งขึ้นสถานะมีแฟนเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ถถถถ
จบแล้วค่ะ ความรู้สึกที่มีความบังเอิญเป็นจุดเริ่มต้น
ขอบคุณสำหรับกิจกรรมดีๆ นะคะ ขอเลือก รักโดยสมัครใจค่ะ
การแอบชอบรุ่นพี่เป็นประสบการณ์ที่ช่วงวัยเรียนต้องเคยแอบเป็นทุกคนค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่สมหวังแต่คิดในแง่ดี อย่างน้อยเราก็ได้บอกไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ
รักโดย...ห่างกัน 8500 กิโล =w=
ค่ะ ฟังแล้วก็คงเดาได้ 5555 เรามีแฟนฝรั่งค่ะ เป็นผู้ชายออสเตรีย (ไม่ใช่ออสเตรเลียน้า) อายุพอๆกัน ผมน้ำตาล ตาน้ำตาล แถมอ่อนหวานเหมือนน้ำตาลเหมือนกัน เอิ๊กกกก
เจอกันครั้งแรก ที่งานรับปริญญาของเราเอง พอดีแฟนเป็นเพื่อนกับคนหลายคนในคณะเดียวกันกับเรา ก็เลยลางานเดือนหนึ่ง มาถ่ายรูปแสดงความยินดีกับพวกเขา พร้อมกับเที่ยวไปด้วย ทุกคนก็คุยๆกันเริงร่าตามประสาคนมีความสุขในวันรับปริญญา ก็รู้สึกว่าชอบกัน (ในตอนนั้นเราเองก็แต่งหน้าจัดเต็ม สวย ส่วนเขาก็หนุ่มหล่ออยู่แล้ว ยังไม่เริ่มแก่ 55555 สปาร์คง่ายมาก)
ออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศที่พูดภาษาเยอรมัน เราก็บังเอิญ เรียนศิลป์เยอรมันมาตอนม.ปลาย เลยเหมือนคุยได้ลึกกว่า ส่วนตัวกว่าภาษาอังกฤษ เขาขอ Whatsapp (ยุโรปเล่นกันแต่อันนี้) เราไม่มี มีแต่ LINE เขาก็โอเค ไปอินสตอลไลน์เพื่อคุยกับเราคนเดียวโดยเฉพาะ
พอถึงวันถ่ายรูปนอกรอบของการรับปริญญาและวันจริง หลังจากวันนั้น เขาก็โผล่มา แบกกล้องมาถ่ายรูปให้เรา หอบกระเป๋า รองเท้าส้นสูง ของขวัญดอกไม้ ของพะรุงพะรังทุกสิ่งที่คนรับปริญญาจะพึงได้รับแต่หิ้วไม่หมด เขาก็หิ้วให้ หาข้าวหาน้ำให้ ทำให้ทุกอย่างเหมือนแฟน(หรือคนใช้)ทั้งที่ไม่ได้เป็น 55555 เสร็จแล้วก็ขอให้เราพาเที่ยวเมืองไทย เราทำงานพิพิธภัณฑ์ตอนนั้น ก็พาตระเวนเป็นไกด์ประวัติศาสตร์เสียสะใจ
จบเดือนหนึ่ง เขาก็กลับยุโรปไปทำงานตามปกติ ก็ยังไม่ตกลงเป็นแฟนกันนะ เพราะคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่เขาจริงจัง เอาใจใส่ และซื่อสัตย์ภักดีกับเรามากอย่างไม่น่าเชื่อ จนเขาไปสถานีตำรวจทำจดหมายเชิญมาที่สถานทูตให้เราไปเยี่ยมบ้านเขาที่ออสเตรีย เพราะครอบครัวเขาอยากเจอเรา เขาเก็บเงินโคเวอร์ค่าใช้จ่ายทุกอย่างมีตารางเดินทางละเอียดพร้อม มีเสื้อผ้าอาหารแบบที่เราชอบเตรียมไว้หมดแล้วมั่นใจว่าจะไม่ลำบากในประเทศที่ติดลบ 10 องศา ก็เกิดความรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้รักเรามากกว่าที่เราสมควรจะได้รับ (เรายังไม่เคยรักตัวเองเท่านี้ 5555)
ไปเยี่ยมเข้าจริงๆแล้วก็ราบรื่นทุกอย่าง ถึงได้ตกลงเป็นคนรักกันจริงๆ :) ทุกวันนี้หมั้นกันแล้ว ก็ยังใส่ใจเราไม่เปลี่ยน เปิดกล้อง โทรหากันแชร์กันทุกเรื่อง เขาเล่นกีตาร์ร้องเพลงให้เราฟัง เราส่งของขวัญทางแอร์เมลให้เขา ฯลฯ ยังไม่ได้อยู่ประเทศเดียวกันอยู่ดีเพราะต่างคนต่างมีงานที่ประเทศตัวเอง อยากประสบความสำเร็จในงานให้สุดๆไปก่อน เราไม่ต้องรีบอะไร เพราะไม่ได้อยากมีลูกกัน (อยากเลี้ยงแมวมากกว่า ทาสแมวทั้งคู่ >v<) บินไปๆมาๆอย่างเดียว
คิดว่า ความรักแบบข้ามน้ำข้ามทะเลแบบนี้ ต้องใช้พลังใจและความมั่นคงค่อนข้างสูง นั่นอาจเป็นสาเหตุที่คนอื่นชอบให้เราเล่าประสบการณ์บ่อยๆก็ได้ แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ทำให้คู่รักอยู่ด้วยกันได้สำหรับเราเหมือนกันหมดไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลกัน คือความเคารพไว้ใจ มีเหตุผล ภักดี สามคำนี้พอแล้วที่อยู่ร่วมกับกันสองฝ่ายเป็นระยะเวลานาน คือถ้าไม่มีต่อให้อยู่ใกล้เดี๋ยวก็ต้องเลิก หรือชีวิตจมทุกข์ไป (ก็ขอบคุณฟ้าดินอยู่ตลอดนะ ที่เราได้มาครบ เพราะงงๆอยู่เลยว่าผู้ชายคนนี้มารักเราได้ยังไงตรงไหนฟระ ยิ่งเราแก่ไปตั้งเยอะไม่สวยอย่างตอนสาวๆแล้ว มนตร์ดำซัมติงแน่ๆ 55555)
จริงๆเล่าไปก็ยืดยาว ถ้าสนใจเรื่องแฟนเรา เคยเขียนไว้นานแล้ว ในกระทู้นี้ที่เตือนน้องๆติ่งฝรั่งให้ระวังการคบฝรั่งค่ะ (เออนะ ตัวเองก็มี ไหงไปเตือนชาวบ้านให้ไม่มี เฮ้อ 5555) https://www.dek-d.com/board/view/3581408/
เข้าประเด็น อยากได้เรื่อง "รักโดยสมัครใจ" ของ Andra ค่ะ เพราะชอบอะไรที่มันสมัครใจ 5555 จริงๆเคยผ่านตามาบ้างก่อนหน้านี้แล้วล่ะ ก็คิดว่าจะหาเวลาอ่านแต่ก็ลืม ชอบสำนวน บรรยายได้น่าสนใจ มีกลิ่นเซ็กซี่นิดๆ แล้วก็นิยมแนวที่พระนางเป็นเพื่อนสมัยมหาลัย หรืออายุไม่ห่างกันด้วย สรุปคือถูกใจ ถ้าได้จะขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยค่ะ แต่ถ้าหมดก็เรื่องไหนก็ได้แหละ :)
รักโดย...ที่ไม่รู้ตัว
จริงๆมันเป็นความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟ รักใสๆหัวใจ4ดวง 55555 ของเด็กผู้หญิงคนนึง กับเพื่อนคนสนิท ชนิดที่ว่าสนิทกันม๊ากกกกกกกกกกกกกกก เล่นด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียนประถม จนมอต้นเรียนกันคนละโรงเรียนเราก็ยังเจอกันตลอด เวลาเราเรียนพิเศษตอนเย็นๆ เขาก็จะมาหามานั่งเป็นเพื่อน อยู่คุยกันจนกว่าพ่อแม่จะมารับ เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา จนใครๆก็คิดว่าเป็นแฟนกัน
แม้กระทั่งตัวพวกเราเองยัง สับสน 55555แต่ด้วยความที่สนิทกัน ก็ทำให้เรารู้ว่าเค้าก็มีคนที่เค้าชอบ เค้าปลื้มมากๆอยู่เหมือนกัน เราก็เลยทำหน้าที่เป็นเพื่อนไป
จนช่วงม.6 เป็นช่วงกำลังเปลี่ยนผ่าน แล้วตอนนั้นเค้าก็ผิดหวังเรื่องแฟน แล้วก็เสียใจมากๆ ไอเราก็ด้วยความที่อัดอั้นตันใจมานาน เลยโพล่งออกไป เฮ้ยยย กูชอบ-นะ จะไปแคร์อะไรกะบคนไม่ได้รักจริงงง เหยดครก....//พูดไปเฉย แต่ก็นั่นแหล่ะ...เค้าก็อึ้งๆไป ถ้าถามว่าความสัมพันธ์ตอนนี้เป็นยังไง.....ขอบอกว่าไม่ได้แฮปปี้แบบที่คนเป็นแฟนหรอกนะ แต่กลายเป็นเพื่อนที่โครตตรักที่สุดไปแล้ว5555 เพราะเราต่างเข้าใจกันดี ต่อให้อยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน ความรักความเข้าใจของเราก็จะคงอยู่. แบบนี้ ดีกว่าเยอะ! ปล.ปจบ ต่างคนต่างมีแฟนจ้า555
//เรื่องที่อยากได้คือ รักโดยสมัครใจ มันดี๊ดีอ่ะ อยากอ่าน
รักโดย...ที่ไม่รู้ตัว
จริงๆมันเป็นความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟ รักใสๆหัวใจ4ดวง 55555 ของเด็กผู้หญิงคนนึง กับเพื่อนคนสนิท ชนิดที่ว่าสนิทกันม๊ากกกกกกกกกกกกกกก เล่นด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียนประถม จนมอต้นเรียนกันคนละโรงเรียนเราก็ยังเจอกันตลอด เวลาเราเรียนพิเศษตอนเย็นๆ เขาก็จะมาหามานั่งเป็นเพื่อน อยู่คุยกันจนกว่าพ่อแม่จะมารับ เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา จนใครๆก็คิดว่าเป็นแฟนกัน
แม้กระทั่งตัวพวกเราเองยัง สับสน 55555แต่ด้วยความที่สนิทกัน ก็ทำให้เรารู้ว่าเค้าก็มีคนที่เค้าชอบ เค้าปลื้มมากๆอยู่เหมือนกัน เราก็เลยทำหน้าที่เป็นเพื่อนไป
จนช่วงม.6 เป็นช่วงกำลังเปลี่ยนผ่าน แล้วตอนนั้นเค้าก็ผิดหวังเรื่องแฟน แล้วก็เสียใจมากๆ ไอเราก็ด้วยความที่อัดอั้นตันใจมานาน เลยโพล่งออกไป เฮ้ยยย กูชอบ-นะ จะไปแคร์อะไรกะบคนไม่ได้รักจริงงง เหยดครก....//พูดไปเฉย แต่ก็นั่นแหล่ะ...เค้าก็อึ้งๆไป ถ้าถามว่าความสัมพันธ์ตอนนี้เป็นยังไง.....ขอบอกว่าไม่ได้แฮปปี้แบบที่คนเป็นแฟนหรอกนะ แต่กลายเป็นเพื่อนที่โครตตรักที่สุดไปแล้ว5555 เพราะเราต่างเข้าใจกันดี ต่อให้อยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน ความรักความเข้าใจของเราก็จะคงอยู่. แบบนี้ ดีกว่าเยอะ! ปล.ปจบ ต่างคนต่างมีแฟนจ้า555
//เรื่องที่อยากได้คือ รักโดยสมัครใจ มันดี๊ดีอ่ะ อยากอ่าน
เป็นความรักที่จบอยากสวยงามมากๆ เลยค่ะ
รักโดย...ความเชื่อใจ
เรายอมรับเลยว่าเรื่องที่จะเล่าอาจฟังดูเหมือนเป็นแค่รักในวัยเรียนค่ะ แต่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเราคิดว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ซับซ้อนและอธิบายด้วยคำๆเดียวว่า 'รัก' ได้เต็มปาก เรากับแฟนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ช่วงอนุบาล มาเรื่อยๆจนถึงช่วงมัธยมต้น เราทั้งคู่เรียนกันคนละห้อง แต่ถึงอย่างนั้นโครงการที่เรียนก็สัมพันธ์กันแบบไม่น่าเชื่อ เราเจอกันบ่อย แต่มากสุดก็แค่ทักทายกันเท่านั้น เริ่มแรกด้วยความไม่น่าเป็นไปได้เมื่อเราสองคนดันมาเจอกันที่เรียนพิเศษ(ตอนนั้นลงเเบบไม่รู้ว่าใครเรียน) เเละตอนนั้นเราขยันทีเดียวเลยมักปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อน(ที่เรียนด้วยกัน) มาที่ห้องก่อน และหลายครั้งก็เจอกับเขาที่มาก่อน
ตอนนั้นในฐานะเพื่อนไม่มีใครคิดอะไรต่อกัน จนได้คุย และสนิทกันไปเรื่อยๆ แถมยังโดนเพื่อนชงเสียดิบดีว่าถ้าไม่แต่งก็จะล้อไปเรื่อยๆ..(โดนล้อเพราะเวลามันขึ้นมาบนห้องเจอเรากับแฟนนั่งด้วยกันน่ะค่ะ) เราพยายามบอกตัวเองว่ามองเขาแค่ในฐานะเพื่อนสนิทต่างเพศ แต่จนนานเข้า..เราเริ่มไปเรียนด้วยกันบ่อยขึ้น หลายครั้งที่เขาเรียนเสร็จก่อนแล้วเลือกที่จะมารอเราที่ห้องสมุดเพื่อจะเดินไปด้วยกัน เพราะทางไปที่เรียนเป็นซอยเปลี่ยวๆ
มันอาจดูไม่มีอะไร..แต่มองในฐานะคนไม่เคยมีความรัก(และไม่คิดจะใส่ใจ) มันอบอุ่นและดีใจมากเลยนะคะที่มีคนใส่ใจเราขนาดนี้ มองให้ดีมันคือการกระทำที่จริงใจค่ะ เอาจริงเป็นเรานั่งรอ1-2ชั่วโมงก็หงุดหงิดแล้ว แถมประสบการณ์จากเพื่อนในห้องที่ไม่เคยรอเราได้ถึง10นาทียิ่งทำให้เราเทใจให้มากขึ้น แต่เขาดันนั่งรอ1-2ชั่วโมงได้แบบไม่บ่นซักแอะ มากสุดก็ถามแค่ไปไหนมา?
มีบางครั้งผู้ปกครองมาอ่านแชท ก็โดนติเตียนไปบ้าง แต่ตอนนั้นก็ยังยึดมั่นในคำเดิมนะคะว่าแค่ในฐานะ 'เพื่อน' ไม่มีอะไรพิเศษ จนแล้วจนรอดก็ยังคิดแค่แบบนั้น จนเขามาถามเราตรงๆว่า '(ชื่อเรา) มีคนที่ชอบอยู่หรือเปล่า?'
ก็ตอบตามนิสัยว่า 'ไม่มี ทำไม'
เขาก็เงียบ จากนั้นก็ยิ้มดีใจ เราอาจไม่ประสีประสาในความรัก แต่ก็พอจะจับความรู้สึกถูก นั่นเป็นสิ่งที่บอกชัดเลยค่ะว่าเขาชอบเรา.. ฟังดูงี่เง่าเนอะ อยู่ด้วยกันมาเกือบครึ่งปีพึ่งรู้ความรู้ ตอนนั้นเราเองก็ไม่รู้ตัวเลยค่ะว่าเผลอชอบเขาไปด้วยแล้ว เราเก็บความรู้สึกไว้ในใจลึกๆนะคะ ทั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการตามน้ำจากการโดนล้อ แต่เป็นเพราะความรู้สึกจริงๆ
แต่ด้วยตอนนั้นเป็นช่วงกลางเทอมม.3 เราจำเป็นต้องย้ายไปเรียนที่อื่น ซึ่งอยู่คนละภาคกันเลย (ระยอง กับอุบลราชธานี) ตอนนั้นเลยไม่อยากบอกออกไปว่ารู้สึกยังไง เพราะเกิดคบกันมามันจะปวดใจที่ต้องห่างกันเสียเปล่าๆ แต่พอเริ่มใกล้จบจริงๆ เราดันผิดสัญญากับตัวเอง..
เราเริ่มเกริ่นเกี่ยวกับความสนิท ทางฝั่งนั้นก็ร้องอืมตามไปเรื่อยๆจนเราขึ้นประโยคคำถาม 'จะลองขอเป็นแฟนดูมั้ย?' ตอนนั้นเหมือนอารมณ์พาไปจริงๆค่ะ เราอยากสะสางเรื่องนี้ให้จบๆไปเพราะเก็บมานั่งคิดก็เสียเวลา
สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือเขาตอบตกลงและขอเป็นแฟนจริงๆ..วันนั้นแหละค่ะที่ทำให้เราทั้งคู่รู้ความรู้สึกของแต่ละฝ่าย ฮ่าา ฟังดูตลกหรือเปล่า..มาขอเป็นแฟนกันทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องแยกกันภายในเวลาครึ่งปี
จนวันจบการศึกษา เราก็แยกกัน ยอมรับค่ะว่าจุก..จุกมาก แบบใจหนึ่งก็อยากอยู่(อยู่มาตั้งแต่เกิดต้องย้ายไปที่อื่นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นคุณจะรู้สึกยังไง) แต่ด้วยมันเป็นหน้าที่ๆเลี่ยงไม่ได้ เลยได้แต่สัญญาและเชื่อใจกัน ซึ่งเวลาที่ต้องรอคือ 3 ปีหรืออาจมากกว่านั้น จนกว่าเราทั้งคู่จะต่อมหาลัยแล้วได้อิสระจากผู้ปกครอง คำว่า 'รักแท้แพ้ระยะทาง' เดิมเคยเป็นสิ่งที่น้ำเน่าสำหรับเรา แต่พอเกิดขึ้นกับตัวเองจริงก็ดันอยากให้มันเป็นจริงซะได้ ฮ่า
..ตอนนี้ผ่านมาปีครึ่งแล้ว ก็ได้แต่หวังนะคะว่าจะรักษาสัญญา^^
ส่วนหนังสือที่อยากได้คือรักโดยพฤตินัยค่ะ ชอบความรักในทางปฏิบัติมากกว่าจะบอกกันตรงๆ
สุดท้ายนี้ถ้าพิมพ์ยาวไปก็ต้องขอโทษจริงๆค่ะ..พิมพ์เรื่องตัวเองที่ไร ยาวทุกที
รักโดย...ไม่มีข้อแม้
เป็นคนที่รู้สึกว่าความรักไม่เคยมีข้อแม้ เพราะมันไม่เคยเลือกเวลา เลือกสถานที่ และที่สำคัญ "เลือกคน" ค่ะ ความรักครั้งแรกของเราไม่รู้จะนับว่ามันเป็นความรักได้ไหม แต่คิดว่ามันคงใช่ล่ะมั้งคะ
มันเกิดตอนเราไปสอบสัมภาษณ์สมัยสอบเข้าเป็นนิสิตปีหนึ่งของสาขาค่ะ คือในห้องที่เราไปรอนอกจากมีเพื่อนร่วมชะตากรรมสัมภาษณ์ ยังมีพวกรุ่นพี่ยืนให้กำลังใจรวมทั้งคำปรึกษาเพื่อเตรียมตัวส่งน้องๆ เข้าไปพบอาจารย์ เรานั่งคุยกับเพื่อนข้างๆ ด้วยความตื่นเต้น ระหว่างนั้นสายตาเราเหลือบไปเห็นพี่คนหนึ่ง เป็นผู้หญิงค่ะ เธอหน้าตาน่ารักสไตล์อาหมวย มัดแกละทวินเทลสองข้าง ผมยาวสลวยล้อมใบหน้าขาวด้วยกรอบแว่นตาสีดำเรียกว่าสะดุดตามากๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันหรอกนะคะ ตอนนั้นได้แต่เก็บความสงสัยไว้ว่า พี่เขาชื่ออะไรกันหนอก ตอนรับน้องก็ไม่โผล่มาเลย จนเข้าช่วงเทอมสองปีหนึ่งหลังเฉลยสายเทคนั่นแหละค่ะ ถึงได้มีโอกาสคุยกันทางเฟสบุ๊ค คุยเรื่องสัพเพเหระถามเรื่องเรียนทั่วไปค่ะ ด้วยความช่างเม้าท์เข้ากับคนง่ายสนิทกันเร็วมากค่ะ สนิทกันจนไปทำงาน ไปเที่ยวด้วยกันเลย วันหนึ่งด้วยความฮอตของพี่เขา บวกกับอาการชอบทีเล่นทีจริงเป็นแฟนกับเขาทั่วไปหมด เขามาขอเรา ตอนแรกที่ตอบตกลงก็ เออ..เอาสิ จนไประยะหลังๆ แทบจะตัวติดกันเวลาอยู่มหาวิทยาลัยทั้งที่เรียนคนละปี เราเลยเริ่มคุยกับเขาว่ายู ถ้าขอไอเป็นแฟนแล้ว ถึงจะเป็นแฟนไม่ได้จริงจังมาก แต่ไอขอจริงจังนิดนึง น่าเสียดายที่สถานะความเป็นแฟนของเราอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน จำไม่ได้ว่ากี่เดือน วันหนึ่งเราเถียงกันเรื่องอะไรเราจำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นเราบอกเขาว่า กลับไปเป็นเพื่อนกันเถอะ เราคงไม่เหมาะเป็นแฟนกัน เขาร้องไห้ ส่วนเราเครียดที่ทำให้เขาเสียใจนะ แต่ก็น่ายินดีนะ ที่เราตกลงกันได้ เราทั้งสองคนเคยตกลงกันไว้่ก่อนคบกันแล้วว่า ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟนกัน เราจะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันตลอดไป ซึ่งก็ได้จริงๆ มาถึงทุกวันนี้ ถ้าคุณเคยได้ยินคำว่าเป็นมากกว่าเพือนสนิทที่บอกกันทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่แฟน นั่นแหละนิยามของพวกเราทั้งสองคน ความรักที่ไม่เคยมีข้อแม้ แม้จะไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่เราจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป ขอบคุณสำหรับกิจกรรมดีๆ ที่ให้เราได้ว่ายังมีคนดีอีกคนหนึ่งนอกจากครอบครัว ที่ยังหวังดี รักและเป็นห่วงเราเสมอ ขอเลือกรักโดยพฤตินัยค่ะ // ชอบลุง 5555
รักโดย... ไม่หวังให้เธอหันมา
จริงๆ ผ่านประสบการณ์รักมาอย่างโชกโชน ตอนแรกจะเล่าถึงหนุ่มเมืองผู้ดีคนปัจจุบัน แต่มาคิดดูอีกทีขอเล่าเรื่องหนุ่มแพทย์คณะข้างๆ ดีกว่า เพราะมันคือ Love Without Hope อย่างเเท้จริง
ทุกครั้งที่ไปศาลายามันจะมีความทรงจำหลายๆ ความทรงจำโผล่ขึ้นมาตลอด มันทำให้นึกถึงตอนเรียนปี 1 ตอนนั้นชีวิตมีความสุขมาก ฟินเวลาอยู่ใกล้ๆ คนที่เราแอบชอบ ไม่เคยลืมจริงๆ ในตอนที่คนที่แอบชอบติวข้อสอบให้ทั้งที่นางก็อ่านของคณะตัวเองไม่ทัน แล้วทุกครั้งที่ไปอ่านหนังสือ ไม่รุ้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ แต่นางมักนั่งโต๊ะตรงข้ามกับเราเสมอ ส่วนวันไหนถ้าเราเข้าห้องสมุดแล้วเจอนางก่อน เราก็จะแอบไปนั่งแถวๆ นาง 555555 โอ้ยฟินแก แอบมองคนที่แอบชอบนี่ฟินนะ สมุดที่นางให้ก็ยังเก็บไว้ เงินที่นางจ่ายค่าซื้อสมุดคณะเราที่เป็นแบงค์ร้อยยังอยุ่ในกระเป๋าตังอยุ่เลย ไม่เคยเอาออก บ้าไปแล้ว เหมือนติ่งขั้นสุด
นี่คือยังจำได้ตลอดด้วยนะว่านางขี่จักก้าสีฟ้านี่ห้อ TURBO ป้าย TAG หน้ารถคือ (ชื่อตัวย่อคณะ) 197 มีที่ล็อกรถสีน้ำเงิน 5555555555555555555555555555555555555555555555 นี่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2013 จน 2017 ความจำโคตรดีเลยอะ
คิดแล้วก็เขิน นี่มันเผาตัวเองชัดๆ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ อะ เราชอบเขาตั้งแต่เขามีแฟน เลิกกับแฟน ละมีแฟนใหม่ แต่เราไม่เคยอยากได้เขามาเป็นแฟนนะ เพราะรู้สึกว่า #ได้แค่เพื่อนก็ดีเท่าไหร่
แค่อยากจะบอกว่าตอนปี 1 เคยชอบขนาดไหน ปัจจุบันก็ยังชอบอยู่นะ ชอบจนรู้สึกว่าการแอบชอบแม่งก็ตลกดี 4 ปีมาแล้วทำไมยังชอบอยุ่ ชอบขนาดไหนลองคิดดูนะ เราเอาชื่อเธอไปตั้งเป็นพระเอกนิยายเราอะ (ไม่บอกว่าเรื่องไหน หาเอาเอง) นี่ก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย... เรียนคณะข้างกันแท้ๆ ห่างเพียงแค่เอื้อมมือ แต่ไม่เคยเจอกันเลย สรุปขึ้นวอร์ดแล้วอ่อ จำได้ว่าเจอกันล่าสุดคือนางบอก "ช่วงนี้อยู่มอดึกนะ ดูแลตัวเองด้วยสิ" แค่นั้นจริงๆ #หมอหล่อบอกต่อด้วย #ศาลายามันกว้างคนข้างๆจึงมีความหมาย
คือแม้จบปีสี่แล้วก็คิดว่ายังอยากเก็บไว้ไม่บอกเธออยู่ดีนะ ไม่ใช่ว่าเราเขินมากเกินไป แต่เรามีความรู้สึกว่าการเห็นเธอมีความสุข มันก้เป็นความสุขเล็กๆ ของเราแล้ว
จบแล้วค่ะ ชอบเขาแต่ไม่เคยอยากให้เขามาชอบเรา แค่อยู่ในมุมเล็กๆ พอแล้ว ยังไงเป็นเพื่อนกันก็ดีที่สุดละ
ส่วนตอนนี้อ่ะนะ สวยเลือกได้ไปเถอะ มีเข้ามาเยอะมาก เลือกจนเหนื่อย เทไปก็หลายคน โอ้ยยย
ขอรักโดยพลการค่ะ เพราะเป็นผู้หญิงมั่นๆ สวยและฉลาด #ด่าได้แต่อย่าเเรง
รักโดย...การแอบมอง
เรื่องมันเริ่มจากการได้มารู้จักกับพวกเค้าคะ แม้จะว่าเราจะมีโอกาศได้เจอหน้ากันเกื่อบทุกครั้ง แต่อายุของเรานั้นต่างกัน และชั้นก็รู้จักกับคนที่รู้จักเขา แต่เสียดายที่เธอคนนั้นกลับไม่ค่อยชอบชั้น(รึปล่าว) ที่ชั้นคิดแบบนี้เพราะว่าไม่ว่าเวลาใด ที่ชั้นได้เจอกับเค้า เธอคนนั้นก็จะคอยจับแขนแล้วดึงมือเค้าอยู่เสมอ เพื่อหลบจากฉัน ชั้นคิดว่าเธออาจจะพูดเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีของชั้นให้เค้าฟังแล้วมั้ง ชั้นที่ไม่มีโอกาศได้รู้จักเขา ก็ได้แต่#แอบมอง แต่มันก็ไม่เพียงพอชั้นจึงถอดใจ และไม่ยุ่งกับเค้าอีก เพราะ(ส่วนตัวแล้วชอบหนุ่ม2Dมากกว่า3Dค้า)แต่ที่จริงก็อยากจะรู้จักนิสัยของเค้าอยู่เหมือนกัน ว่าเค้าคิดยังไงกับชั้น....
ส่วนหนังสือที่อยากได้
เรื่อง รักโดยพลการ
เพราะ ชอบนางเอกที่เปรี้ยว และแรง ความรักของเธอจะได้ถึงจุดที่สุด
รักโดย... แกล้งเป็นทอม
คือ เราชอบหนุ่มตี๋ ตาแว่นนี่มากอ่ะค่ะ นางมาจากโรงเรียนชายล้วน มีความเด๋อ ไม่คุ้นชินกับสาวๆ เท่าไหร่ มาเข้าค่ายด้วยกันเดือนนึง คือ ได้แต่แอบมอง แอบชอบ แต่ข้างนอกคือ แอ็บซึนสุดฤทธิ์ ทำตัวเป็นเพื่อนคบกันแบบแมนๆ แถมแอบหลอกถามนางว่าชอบสาวคนไหนในค่ายไหม ปรากฎว่านางแอบชอบน้อง ม ฺ4 คนสวยอยู่คนนึงค่ะ ก็ยุให้นางจีบ แถมคอยช่วยเป็นที่ปรึกษา อาจจะช้ำชอกใจแต่ก็มีความสุขที่ได้คุยกะนางบ่อยๆ ค่ะ
ออกจากค่ายมาก็ยังโทรคุยนู่นนี่ หาเรื่องคุยกับนางผ่านเรื่องการเป็นที่ปรึกษานี่แหละค่ะ ชอบนางตั้งแต่ ม.5 ยังได้แค่แอบชอบตลอด เพลงเพื่อนสนิทของพี่ดา เอนโดรฟินก็มา แทบจะเป็นเพลงประจำตัวเลย แล้วนางยังมีหน้าส่งรูปที่ถ่ายในค่ายมาให้อีก มีรูปนางกับผองเพื่อนที่ไม่มีเราตั้งหลายรูป ตอนนั้นยังแอบถามว่าส่งรูปตัวเองมาให้ทำไม เพราะแม่เราเปิดจดหมายดูแล้วเจอรูปหนุ่มๆ ปนมา แม่ตกใจ 555+ นางบอกอัดมาเยอะ ไม่ได้มีอะไร คือนางคงไม่รู้ว่าเราอ่ะมี โถ -ตี๋เอ้ย ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ส่วนเรานี่ก็แอ๊บเป็นเพื่อนสนิท(ที่มีความคิดไม่ซื่อ)ได้เนียนไปอีก ไม่เว้นแม้แต่ตอนเจอกันที่ค่าย 2
พอไปเรียน ป ตรี นางก็เรียนอยู่มออื่น แถมปีท้ายๆ ก็มีแฟนคณะเดียวกันอีก จนนางรับปริญญา นางชวนเราไปงาน เราก็ไปแสดงความยินดีและให้ตุ๊กตาหมีกับนางค่ะ ว่าแล้วเพลง คำยินดี ก็มา
จนเรียนจบนางก็โทรมาปรึกษานิดหน่อยว่าอยากเรียนหมอ แต่ต้องไปเรียนฟิลิปปินส์ เราก็เชียร์ให้นางทำตามความฝัน นางก็ไปเรียน จนจบกลับมาทำงาน ป่านนี้คงใกล้จะแต่งงานแล้ว
เราก็นกยกรัง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนมาตลอดค่ะ
แอดจ๋า คนข้างบนเค้าไม่นกแล้ว แต่เรายังนกอยู่ งั้นขอรักโดยพลการให้เค้าเถอะนะคะ เผื่อเค้าจะได้มีมารยาหญิงมาไว้ใช้บ้าง คือไม่ค่อยจะมีจุดนี้กับเค้าเท่าไหร่ เพื่อนถึงเชื่อสนิทใจเลย ว่าอินี่เป็นทอม 555+
เป็นวิธีการที่พีคมาก แต่สงสัยวิธีนี้จะเนียนเกินไปค่ะ เลยได้นกมากินยกรัง สู้ต่อไป ต้องมีสักวันเป็นวันของเรา ^^
รักโดย...โชคชะตา
เรื่องของเรื่องก็คือ...มันเป็นการเจอกันที่ซวยมากที่สุด(ของเราเอง) มันเป็นสัปดาห์งานกีฬาสีที่ร้อนมากๆ ร้อนจนนำ้เปล่า5ขวดรวดยังเอาไม่อยู่...หลังตึก3ซึ่งจะมีโต๊ะปิงปองอยู่บ้างประปราย นี่เเหละค่ะ 1ในทางผ่านที่ลัดที่สุดในการไปไหนมาไหน เราก็เดินของเราดีๆช้าๆทอดอารมณ์ไปเรื่อยๆ เเล้วอยู่ๆ ลูกปิงปองลูกนึงก็ควงสว่านตรงมาที่เราอย่างไม่บอกกล่าวอะไรทั้งสิ้น เเล้วก็...ลงจอดลงที่กลางหน้าผากเรา อะหือ...เจ็บ มากกก มันเเรงอ่ะะ หันไปเเบบเตรียมด่าตานี่จิกเต็มที่กันเลยทีเดียว เเต่อิคนตีอ่ะ ทำให้ไม่กล้าด่า หน้ามันดุมาก ตัวก็สูงกว่าตั้งเยอะ เลยทำเเค่ถลึงตาใส่ไปหน่อย ฮีก็บอกขอโทษๆไม่ได้ตั้งใจ เราก็เเสยะยิ้มให้ทีนึง เเล้วก็เดินออกมา เเล้วพอซื้อน้ำเสร็จปุ๊บ อารมณ์เย็นลงเเล้ว เราก็เดินกลับ(ทางเดิม) กะลังจะผ่านตรงโต๊ะปิงปองนั่นละเชียว เพื่อนก็ตะโกนเรียกชวนเล่น อารมณ์เราก็คือ...เออ! เล่นก็เล่นวะ!! เเล้วก็ลงไปเล่นด้วย นับเป็นผู้หญิงคนเดียวในหมู่ ผช. ก็ไม่อะไร แอบชะงักหน่อยพอเห็นว่าไอ่คนที่ทำร้าย(เเบบไม่ตั้งใจ)เราอยู่โต๊ะเดียวกัน เล่นไปเรื่อยๆเเล้วก็ชักสนุก วันต่อๆไปอีก2วันก็มาเล่นด้วยอีก พอจยกีฬาสี อย่างไม่รุ้ตัว เราก็ชอบอิคนตัวสูงคนนั้นเเล้ว เฝ้าส่องเฟส(อันไม่ค่อยจะโพส) เฝ้าสละเวลาไปหาทางเล่นปิงปองโต๊ะเดียวกับนาง เเอบหยอดเนียนๆบ้างโห!! คือกลยุทธ์เยอะอยู่นะ 555+ เกือบปีมั้ง เราอยู่ในสถานะเพื่อนอย่างสงบ ฟังนางระบายเกี่ยวกับคนคุยบ้างอะไรบ้าง(เเอบเจ็บเล็กๆ) เเล้วอยู่ๆนางก็ทักมาว่า...ถ้าเราได้เป็นเเฟนกัน..ถ้าเกิดเลิกกัน..อย่าเมินกันนะ. โห!!! งงมากก เเบบ..- อารมณ์ไหนเหรอ (ด้วยความเพิ่งสะสางงานพรีเซนครบ8วิชา). ก็บอก...เออๆกุไม่งี่เง่า -ก็รุ้...นางพิมกลับมาทันที...งั้นเราเป็นเเฟนกันเนาะ ช๊อก! ช๊อกหนักมาก!! เเล้วที่อึ้งกว่านั้น พอบอกนางว่า นี่คือที่ผ่านมา(เเอบ)อ่อยอยู่ รู้ไหม? นางยิ้ม ตอบกลับมาว่า...เเล้วรุ้ไหม ว่าที่ผ่านมา...เค้าก็อ่อยเเกเหมือนกัน. ร้ายกาจมาก คือตลอด1ปีที่ยังเป็นเพื่อนกันเขานิ่งมากกกก เหมือนไม่สนใจเราเลย พอคบกันไปไม่เท่าไหร่คุณเพื่อนทั้งหลายก็รู้ข่าว โห่เเซวกันทั้งห้อง เเต่!ไม่มีใครทำท่าเเปลกใจอะไรทั้งนั้น พอถามเพื่อน นางก็บอกว่า...นี่เเกไม่รุ้หรอ ทั้งห้องเชียร์เเกกะไอ่นั่นมาตั้งนานละ 555 จบละค่ะ (ตอนนี้ยังอยู่นะคะ ยังไม่โดนเท)
เลือก รักโดยพลการค่ะ ขอบคุณค่ะ!
รักโดย...ต้องทำใจ
แปลกจังที่คนอย่างเราจะหลงรักผู้ชายที่มีอายุห่างจากเราถึง 5 ปี ทั้งๆที่ที่ผ่านมาเราไม่เคยชอบเด็กเลยแต่ในช่วงนั้นสถานการณ์ทำให้เราได้คุยกันและอยู่ใกล้กัน เขาเป็นเด็กที่มาเรียนพิเศษในโรงเรียนที่เราทำงานอยู่แต่ไม่ใช่แบบมาเรียนเช้าแล้วเย็นก็กลับ มันเป็นแบบเรียนแล้วอยู่หอด้วย ต้องไปดูที่หอด้วยว่าน้องๆใช้ชีวิตยังไงบ้าง เด็กคนนั้นค่อนข้างกวนๆหน่อย เราก็กวนๆโดยการแต่งรุปล้อเลียนเพื่อนในคลาสแล้วให้น้องเอาไปโพสในกลุ่มไลน์ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้สนิทกัน...
1.เรื่องที่ต้องทำใจ ที่นี่เขาห้ามให้พนักงานหรือพี่ที่ดูแลน้องมีความสัมพันธ์กันมากเกินกว่าคำว่าพี่น้อง จนกว่าน้องเขาจะมีที่เรียนซึ่งตอนนั้นน้องอยู่ม.5 (โอ้โห ทำใจยาวๆกันไปถ้าคิดจะจริงจัง) เราก็แอบคุยกันเรื่อยๆ ทุกวันๆ จนน้องก็กลายเป็นติดที่จะคุยกับเรา เขาเป็นเด็กที่เกเรมากก่อนหน้านี้ แต่พอมาเรียนที่นี่ต้องโดนบังคับอ่านหนังสือ ทำการบ้านเพื่อให้ได้เรียนที่ดีดี เขาเพิ่งมาคิดเรื่องเรียนก็ตอนมาเรียนที่นี่แหละ ดูจะมีอนาคตมากขึ้น555 ช่วงนั้นเราก็มีเรื่องที่ต้องกังวัลหลายเรื่องทั้งงาน ครอบครัว ซึ่งเราปรึกษาเขาได้เกือบทุกเรื่อง ทำให้สบายใจขึ้น แต่เราไม่เคยไปไหนด้วยกันเลยในช่วงที่เขามาเรียนเพราะคนอื่นจะสงสัย เงียบจนไม่มีใครรู้ว่าเราแอบคุยๆกันอยู่...
2.เรื่องที่ต้องทำใจ เราเป็นคนจริงจังกับความรักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่คนนี้เป็นคนแรกที่เราได้มีโอกาสคุยในลักษณะนี้ (คือไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยตลอดชีวิต23ปีเลยค่อยข้างที่จะเทใจไปเยอะ) แต่ก็มาแอบคิดว่าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้เพราะเราอายุห่างกันเกินไปแล้วผู้หญิงแก่กว่าด้วยมันคงไม่ดีแน่ เราก็เผื่อๆใจไว้แล้ว และอีกอย่างที่มาพร้อมกันกับเรื่องนี้คือเพิ่งมารู้ไม่นานว่าที่บ้านของเขานั้นฐานะค่อนข้างดีซึ่งต่างกับเราเป็นอย่างมาก นี่ก็กลับมาคิดอีกแหละว่าไม่เหมาะสมกัน
รักโดย...เริ่มจากโลกออนไลน์
• มันเริ่มจากฉันอยากมีเพื่อนคุยเลยไปเล่นแอพหาเพื่อน แต่ฉันไม่ได้ลงรูปตัวเองเพราะอยากรู้ว่าจะมีคนทักมาบ้างมั้ยถ้าฉันไม่แต่งหน้าสวยหรือเปิดโชว์ ปรากฏว่ามีนะเค้าเป็นคนแรกที่ทักมาเลย คำถามแรกที่ฉันถาม “ทำไมถึงขอเป็นเพื่อนล่ะ ไม่ได้ลงรูปตัวจริงสักหน่อย” เขาตอบกลับมาว่า “ต้องมีเหตุผลด้วยจะมีเพื่อนสักคน" หลังจากนั้นเราก้อคุยกันเรื่อยเปื่อย รูปโปรไฟล์เขาไม่หล่อไม่ใช่สเปคฉันเลยล่ะแต่พอคุยด้วยแล้วทำให้ฉันรู้สึกดี เรามีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน เช่น นิสัย ความชอบ คุยด้วยแล้วมีความสุขดี แต่ฉันกับเขาอายุต่างกัน7ปี ฉัน23เขา30 เขาถามว่าฉันอยู่ที่ไหนอยากเจอ เจอกันได้มั้ย แต่โลกออนไลน์มันน่ากลัวฉันเลยปฏิเสธเขาไปแต่เขาก้อยังตื้ออยู่ฉันเลยตัดสินใจบอกความจริงเขาว่า "ฉันเดินไม่ได้ โดนรถชนต้องนั่งรถเข็น ยังอยากเจออีกมั้ย" เขาบอกว่า "อยากเจอสิ ยิ่งรู้แบบนี้ยิ่งอยากเจอ" ฉันยกเหตุผลต่างๆมาให้เขาฟังเพื่อที่เขาจะได้เลิกคุยกับฉัน บอกเขาว่าที่บ้านมีหนี้เกือบล้านโดนฟ้องแล้วด้วย เขาก้อยังดื้อแล้วยังบอกอีกว่า "ก้อค่อยช่วยกันแก้ได้" ไม่ว่าจะบอกจะอ้างยังไงเขาก้อยังยืนยันคำเดิมคือขอคุยต่อ และเขาก้อขอฉันเป็นแฟน เรื่องทั้งหมดที่บอกมานี้เราคุยกันวันแรกทั้งหมด ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้ชายดีๆในโลกออนไลน์มารักผู้หญิงคนพิการที่ไม่ได้เห็นแม้แต่รูปเธอเลย แต่ฉันคิดว่าเขาคงแค่คุยเฉพาะวันนี้เท่านั้นแหละพรุ่งนี้เขาก้อหายเหมือนคนก่อนๆ ฉันเลยตกลงเป็นแฟนเค้าเพราะมันก้อเฉพาะในโลกออนไลน์เท่านั้นเอง แต่ป่าวเลยเขาไม่หายไปไหนวันที่สองเขาก้อยังทักมาคุยกับฉันคอยหาวิธีรักษา ยา อุปกรณ์ ต่างๆที่คิดว่าจะทำให้ฉันหมายได้หรือถ้าไม่หายคงจะดีขึ้นบ้าง เรื่องที่ฉันคุยกับเขาฉันไม่ได้บอกใครที่บ้านเพราะฉันคิดว่าเขาคงไม่จริงจังเดี๋ยวก้อคงหายไปเองฉันบอกเขาเรื่องนี้แล้วด้วยพอเขารู้ว่าฉันอยู่ใกล้ๆแม่เขามักจะโทรมาเพื่อให้แม่รู้ เขาบอกว่าเขาจริงใจกับฉันจริงๆเลยอยากบอกให้ที่บ้านฉันรู้ด้วยไม่อยากปิดบังหลบๆซ่อนๆ เขาขอให้ฉันบอกแม่เรื่องของเขา ฉันปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าจะเป็นยังไงแต่เขาก้อยังตื้อจนฉันยอมบอกแม่ พอแม่รู้เรื่องแม่ไม่ได้ว่าอะไรแค่บอกให้ระวังแต่แม่ไม่ยอมให้เจอกันเพราะมันอันตราย ฉันบอกเขาตามนี้เขาก้อยอมแต่มีน้อยใจอยู่หน่อยที่ไม่ได้เจอกันแต่เขาก้อยังอ้อนขอให้พูดกับแม่อีกครั้งแต่แม่ก้อยังยืนยันคำเดิมเพิ่มเติมคือให้คุยกับเค้าน้อยลงไม่ต้องตอบรับสายบ้างก้อได้ ถามว่าได้ยินแบบนี้เสียใจมั้ยบอกเลยว่ามากฉันก้อไม่รู้ว่าเขาจะจริงใจกับฉันจริงมั้ยแต่ถ้าเขาดีจริงๆแล้วฉันปล่อยเขาไปล่ะ หรือว่าคนพิการแบบฉันจะไม่สิทธิ์รักใคร ตอนนี้ฉันคุยกับเขาได้11วันแล้ว ถามว่าเร็วไปมั่ยตอบเลยว่าเร็วมากไม่เคยคิดเลยว่าจะมีแฟนทางโลกออนไลน์ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ารู้จักกันมาก่อน ฉันบอกเขาตามที่แม่บอกเขาเศร้าลงอีกฉันเลยบอกเขาให้หาคนใหม่ที่ดีกว่าปกติกว่าแบบฉันแต่เขาก้อยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่เปลี่ยนใจเขาสัญญาว่าจะอยู่แบบนี้ต่อไป คุณคิดว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันมั้ยคะความรักในโลกออนไลน์ของเราจะยั่งยืนมั่ย เขาชอบพูดเวลาน้อยใจว่า"คนนึงพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้เจอหน้า อีกคนกลับทำทุกทางเพื่อไม่ให้พบหน้า" แต่ฉันอยากบอกเขานะว่าฉันก้ออยากเจอเขาแล้วเหมือนกัน แต่ฉันไม่กล้าบอกเขา เพราะไม่อยากขัดคำสั่งแม่ที่ไม่ให้เขามาหา ฉันบอกเขาว่า"ถ้าคนมันใช่ยังไงก้อได้เจอ" ถ้าเขายังรอสักวันเราอาจได้เจอกัน
.....
(อยากได้หนังสือ รักโดยพฤตินัย ค่ะ)
รักโดย......ความสับสน
ที่โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ นั้นคือวันแรกที่เราได้พบหน้ากันอย่างชัดเจน ฉันได้มองใบหน้าและแววตาที่ดั่งแก้วใสสะท้อนแสงของหลอดไฟ ฉันก็รู้สึกได้ถึงความรัก และห่วงใย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อยากที่จะผลักใสให้ออกห่าง
แต่จนแล้วจนรอด นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เรารู้จักกันจนปัจจุบันนี้ ผ่านมาเกือบจะสี่ปีแล้ว ความรู้สึกเองก็ไม่นับว่าแตกต่างจากตอนนั้นมากนัก ฉันเฝ้ามองทุกการกระทำ หรือแม้แต่อารมณ์ที่แสดงอยู่บนใบหน้านั้น ห่วงใยเวลาที่เจ็บป่วย เพราะเฝ้ามองอยู่ตลอดหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ทำให้บางครั้งกลับมางการกระทำเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ขัดหูขัดตา ชวนน่ารำคาญจนอยากให้หายไปจากชีวิตของฉัน
ถ้าเราไม่ได้เจอกันมันอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็นะไม่มีอะไรที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะถ้าเขาหายไปจากชีวิตฉันจริงๆ มันคงจะน่าใจหายน่าดู เพียงแค่คิดหัวใจก็เหมือนหล่นหายไปที่ไหนซักที่
แหะๆ ขอบคุณกิจกรรมดีๆคะ
ขอเลือก รักโดยสมัครใจ คะ
รักโดย.. ไม่คิดอะไร
คือเมื่อ3เดือนก่อน(ย้อนความ)เราโหลดเกมๆหนึ่งมาเล่น มันจะมีกลุ่มเเชทที่ไว้คุยกันทั่วประเทศค่ะ วันหนึ่งเราเจอกับผู้ชายคนหนึ่งเค้าชื่อ'กร' ตอนเเรกก็ตกใจนิดๆชื่อเหมือนกับเราเลยเราเลย ก็คุยกันไปค่ะพอถามอายุอะไรมาก็ได้ความว่าเค้าอายุ27เเล้ว เราก็ถามว่าจะให้เรียกพี่หรือเรียกเฮีย เค้าก็บอกว่าถ้าจะเรียกเฮีย เรียก(ตัวเงินตัวทอง)ไม่ดีกว่าหรอ จากนั้นเรารู้สึกว่าเขาไม่ชอบเรา เราก็เลยไม่คุยกับเค้า พอตอนเย็นเปิดเกมไป เค้าก็ทักเรามาว่า"งอนหรอ ขอโทษ พี่ไม่โกรธหรอนะ" เราก็งงๆอยู่"งอนพี่รึปล่าว"เราก็บอกว่า"พี่ควรจะงอนหนูสิ" จากนั้นก็ง้อกันไปง้อกันมา(มดกัด2ตัว)พออีกวันหนึ่งเค้าก็บอกว่า"คบกันไหม"เราก็ไม่คิดอะไรไหนๆคนที่เเล้วก็เทกูคบก็ไม่เสียหายอะไรก็เลยตกลง พอคบไปประมาณ2วันเค้าไม่ค่อยคุยกับเราเลย เราก็คิดว่าเค้าคงยุ่งกับงาน เเต่เราก็กลัวว่าเค้าจะมีชู้ เราเลยให้พี่คนหนึ่งปลอมตัวไปถามว่ามีเเฟนรึยังอะไรเเบบนี้ เค้าก็ไม่ตอบพี่เราตอบเเค่ว่าชื่ออะไรอายุอะไร บ้างที่เราก็กลัวนะว่าเค้ากับพี่เราคงคบกันไปเเล้ว(ฮา) สุดท้ายความรักครั้งนี้ก็จมค่ะะ(ฮา) จะเรียกว่าเค้าเทเราหรือเราเทเค้าก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เลิกกันค่ะ ตอนนี้(อยากได้หนังสือ) ก็มโนสามีในเกมต่อไปค่ะ เเต่จริงๆเเล้วตอนนี้ยังคิดถึงเค้าอยู่เลยค่ะ ถึงเค้าจะเหมือนเเฟนคนเเรกที่เทเรา เเต่เหตุการณ์นี้มันทำให้เรารู้ว่า ผู้ชายดีๆยังมีเยอะๆ เเละอีกอย่างก็ยังมีผู้ชายที่ไม่มองผู้หญิงที่หน้าตา เเต่มองผู้หญิงที่นิสัย เพราะเเน่นอนค่ะเราไม่ได้น่าตาดี เราไม่ได้นิสัยดีสักเท่าไหร่ เเต่เราก็อยากถามเค้าเหมือนกันว่าเค้ารับเราได้ยังไง(ดราม่าเฉย) ทั้งๆทีเค้าออกจะนิสัยดีเเท้ๆ มีเเฟนอย่างนี้เเล้วเลิกกันนี้เสียดุยนะะะ
ปล.อายุห่างกันตั้ง16ปี
อยากได้เล่ม'รักโดยสมัครใจ'ค่ะะ ขอความกรุณาด้วยคะ!!
รักโดย..แกล้งเป็นแฟน
ตอนจบใหม่ มีคนมาจีบหลายคน แต่เป็นคนตั้งใจทำงานก่อน จึงหาวืธีให้เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งแกล้งเป็นแฟน โดยไม่รู้ว่า เขาก็สนใจเรา จนกระทั่งกันหนุ่ม ๆ ออกไปจนหมด และแกล้งเป็นแฟนกันหลายเดือน เขาถึงมีสารภาพว่าชอบเรา ขอคบเป็นแฟนจริง ๆ ทำให้เราอึ้งไป แต่ด้วยความจริงใจที่เขาแสดงออก ทำให้เราตกลงยอมรับเขาเป็นแฟนจริง ๆ ไม่ได้แกล้งหลอกใครค่ะ