สวัสดีค่ะ หลุดพ้นจากความอึดอัดสักทีนะคะ เก็บความรู้สึกนี้ไว้ดีๆ มันจะมีค่ามากเมื่อ 4 ปีต่อไปนี้เราเรียนหนัก แล้วกลับมามองดูว่ากว่าจะสอบเข้ามาได้มันเหนื่อยแค่ไหน สำหรับน้องๆ ที่พลาดหวังไป ไม่ต้องเสียใจไปนะ ยังมีรับตรงรอบหลังแอดมิชชั่น รอให้สมัครเพียบเลย ติดตามได้ที่ www.dek-d.com/admission/direct ค่ะ
ขั้นตอนต่อไป เรามีนัดสัมภาษณ์กับทางมหาวิทยาลัย 23-26 มิถุนายนนี้ (นัดสอบวันไหนไปวันนั้น) ก่อนจะประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาแบบเต็มรูปแบบในวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ซึ่งขั้นตอนสัมภาษณ์เป็นขั้นตอนที่สำคัญค่ะ เพราะฉะนั้นทำให้เต็มที่ พี่มิ้นท์มี 5 เรื่องมาฝาก ให้ได้เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ
1. บรรยากาศในห้องสัมภาษณ์
คนที่เคยผ่านสัมภาษณ์รอบรับตรงมาบ้างแล้ว ก็คงจะพอรู้บรรยากาศในการสอบสัมภาษณ์ มันก็จะคล้ายๆ กันค่ะ แต่ความตื่นเต้นอาจจะมากน้อยกันไปแล้วแต่คน สำหรับน้องๆ มือใหม่ ที่จะเข้าสอบสัมภาษณ์ครั้งแรกในชีวิต ลองอ่านแล้วนึกภาพตามเลยค่ะ^^
ในวันสอบสัมภาษณ์ เมื่อน้องๆ เข้าไปที่คณะแล้ว รุ่นพี่จะพาน้องๆ ไปนั่งรวมกันที่ห้องก่อนค่ะ ระหว่างนั้นจะมีรุ่นพี่มาคอยดูแล น่าร้ากก พอถึงเวลาสัมภาษณ์ก็จะพาน้องๆ ไปทีละกลุ่ม เรียงตามลำดับรายชื่อที่ประกาศผลสอบค่ะ ในห้องสอบสัมภาษณ์แอดมิชชั่นกลาง หลายๆ มหาวิทยาลัยจะใช้เป็นห้องใหญ่ๆ สัมภาษณ์พร้อมๆ กัน 4-5 โต๊ะ แต่ไม่ได้ตั้งติดกันนะคะ แต่ละโต๊ะจะมีอาจารย์ 1-3 ท่าน ต่อการสัมภาษณ์นักเรียน 1 คน สมัยพี่มิ้นท์สัมภาษณ์แอดมิชชั่นกลาง มีอาจารย์ 2 ท่านค่ะ ผลัดกันยิงคำถามให้ตอบแทบไม่ทัน เก้าอี้ของน้องๆ จะตั้งอยู่หน้าโต๊ะสัมภาษณ์ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล การรันคิวก็จะรันไปทีละรอบ ถ้ารอบ 5 คนแรกเสร็จ 5 คนถัดไปรอบที่ 2 ก็เข้าไปต่อได้เลย บอกเลยว่าช่วงที่อยู่หน้าห้องสัมภาษณ์ การรอเพื่อนออกจากห้องมันบีบหัวใจมากจริงๆ
2. สิ่งที่ต้องทำในวันสัมภาษณ์
วันสัมภาษณ์ ไม่ใช่แค่มาสัมภาษณ์เท่านั้น ยังมีอย่างอื่นที่ต้องทำในวันเดียวกันอีก เช่น
- ซื้อชุดนิสิตนักศึกษา เครื่องแต่งกายทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระดุม เข็มขัด ฯลฯ จะมีทั้งที่มาตั้งร้านกันถึงคณะ หรือไม่ก็ต้องตามไปซื้อในร้านค้าของมหาวิทยาลัยค่ะ หลายคนจะมีข้อสงสัยว่า พวกชุดนักศึกษาซื้อเองข้างนอกได้มั้ย จริงๆ สามารถซื้อตามร้านข้างนอกได้เลย แต่ใครอยากได้แบบถูกระเบียบ ไม่ต้องออกไปหาซื้อให้วุ่นวาย ก็ซื้อในวันสอบสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ ถึงจะยังไม่ประกาศผล แต่การมาสัมภาษณ์ก็เท่ากับสอบติด 99% แล้ว สมัยพี่มิ้นท์ ตัวพี่เองกับเพื่อนๆ ก็ซื้อชุดกันตั้งแต่วันสัมภาษณ์เลย
- ขั้นตอนการสัมภาษณ์จะมีเรื่องตรวจร่างกายด้วย บางที่ก็ให้เราไปตรวจร่างกายแล้วเอาใบรับรองแพทย์มายื่น แต่มหาวิทยาลัยรัฐบางแห่ง จะจัดให้ตรวจร่างกายกันในวันนั้นเลย จะมีตรวจปัสสาวะ เอ็กซเรย์ ฯลฯ ถ้ารู้ว่าต้องตรวจร่างกายในวันนั้นก็เตรียมตัวไปให้พร้อมนะคะ
- การจองหอ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ทุกมหาวิทยาลัยใช้ระบบจองออนไลน์หรือยัง แต่ถ้าที่ไหนยังจองแบบแมนนวลอยู่ ก็อาจจะต้องจองกันในวันสัมภาษณ์ค่ะ โดยยื่นความจำนงว่าอยู่หอในของมหาวิทยาลัย ซึ่งรายละเอียดในการจ่ายเงินหรือประกาศหอ ให้ติดตามกับทางมหาวิทยาลัยอีกทีนะคะ
3. สิ่งที่ต้องเตรียมไปวันสัมภาษณ์
วันไปสัมภาษณ์อย่าไปตัวเปล่านะคะ เรามีเอกสารที่จะต้องเตรียมตัวไปเพื่อยืนยันตัวตนและเป็นหลักฐานว่าแอดมิชชั่นเลือกคณะนี้มาจริงๆ ได้แก่ ใบสมัครแอดมิชชั่นส่วนบนที่ธนาคารคืนกลับมา พร้อมติดรูปถ่ายนักเรียนให้เรียบร้อย นอกจากนี้ก็จะเป็นเอกสารส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา วุฒิบัตรการศึกษา/ใบเกรดพร้อมสำเนา เตรียมให้พร้อม อย่าให้ขาดเชียวนะคะ ไม่งั้นกลับไปเอาที่บ้านไม่ทันแน่ๆ
4. คำถามที่ต้องเจอในวันสัมภาษณ์
ถึงแม้ว่าการสัมภาษณ์จะเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์จะถามอะไรและจะต่อบทสนทนากันแบบไหน แต่...จะมีบางคำถามค่ะที่เจอกันเรื่อยๆ เจอกันทุกปี เช่น ทำไมอยากเข้าคณะนี้, รู้มั้ยว่า คณะนี้เรียนอะไร, ทำกิจกรรมมาบ้างหรือเปล่า พวกนี้น้องๆ เตรียมคำตอบมาจากบ้านได้เลย
ส่วนคำถามที่ชอบโผล่มาให้ตกใจเล่นๆ จะเป็นคำถามเชิงจิตวิทยาที่อาจจะกดดันน้องเล็กๆ เช่น ถ้าเกิดคณะที่เลือกไม่ได้อยู่อันดับ 1 ก็เคยมีรุ่นพี่ถูกถามว่า ทำไมไม่เลือกคณะนี้ไว้อันดับ 1 หรือ ถ้าตกสัมภาษณ์ไปจะทำยังไง เป็นต้น บอกน้องๆ เลยว่า ไม่ต้องไปตกใจค่ะ ยิ้มสวยๆ เข้าไว้ ค่อยๆ เรียบเรียงคำพูดก่อนตอบ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ นอกจากนี้ อาจจะมีคำถามวิชาการแทรกๆ มาบ้าง รู้ก็ตอบไปเลย ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องไปฝืนตอบจนผิดรัวๆ ตอบไปแนวๆ ว่าไม่ค่อยแน่ใจ และหลังจากตอบเสร็จก็ตอบให้ชื่นใจหน่อยว่า ก่อนเปิดเรียนจะหาความรู้เพิ่ม แบบนี้ก็ได้ค่ะ
และก่อนออกจากห้อง อาจารย์บางท่านจะเปิดโอกาสให้ถามอะไรก็ได้ อย่าปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปนะคะ บางคนคิดว่า รีบๆ จบสัมภาษณ์ดีกว่า อย่าไปต่อความยาวสาวความยืดให้มาก แต่พี่มิ้นท์บอกเลยว่าถ้าอยากรู้อะไร ให้ถามที่อาจารย์ได้เลยค่ะ ทั้งเรื่องการเรียนในคณะ การเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนเทอมแรก ทุนการศึกษา หรือ กิจกรรมในคณะ เป็นจุดที่น้องๆ มองข้าม แต่อาจารย์จะมองว่าเราเป็นเด็กที่กระตือรือร้น มีความสนใจคณะ เพิ่มคะแนนความประทับใจได้นะจะบอกให้
5. สิ่งที่กังวลในวันสัมภาษณ์
เตรียมตัวมาดี พอถึงวันจริงก็มีวิตกกังวลกันบ้าง ยกตัวอย่าง เช่น
- ต้องเตรียม Portfolio ไปมั้ย? รอบแอดมิชชั่น Portfolio ไม่ได้ซีเรียสเท่ารอบรับตรงค่ะ ไม่ต้องทำไปก็ได้นะ บางคณะนักเรียนเยอะ แทบจะสัมภาษณ์กันไม่ทัน คนทำพอร์ตไป อาจารย์ไม่ได้เปิดดูเลยค่ะ แต่ถ้ามีสิ่งที่อยากนำเสนออาจารย์ จะทำไปก็ได้ไม่ว่ากัน :D
- มีตกสัมภาษณ์อีกมั้ย? ตัวเลขที่ประกาศเข้าสัมภาษณ์คือตัวเลขที่รับจริงค่ะ ไม่มีคัดออกแล้ว และ99% ก็ผ่านสัมภาษณ์ กรณีที่ตกสัมภาษณ์มีไม่กี่อย่าง เช่น คุณสมบัติไม่ตรงกับคุณสมบัติเฉพาะที่กำหนด หรือ มีปัญหาเรื่องสุขภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียน ส่วนในเคสที่สัมภาษณ์แล้วเจออาจารย์กดดันจนตอบคำถามไม่ได้ หรือขู่ว่าจะตกสัมภาษณ์ไม่มีให้เห็นแน่นอน จำไว้ว่าถ้าตกสัมภาษณ์ต้องมี "เหตุผล" เสมอ ค่ะ
- สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ? น้องๆ ที่เรียนหลักสูตรปกติที่เป็นภาษาไทย ไม่ต้องกลัวเรื่องสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเลย การสัมภาษณ์เป็นภาษาต่างประเทศ มักจะเจอในคณะที่เรียนด้านภาษา หรือ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรสองภาษา พวกนี้มีแน่นอน แต่จะสัมภาษณ์แบบภาษาอังกฤษ 100% หรือเป็นแค่ส่วนหนึ่งก็ต้องไปลุ้นเอาจ้า
มาถึงวันนี้ น้องๆ คงฝันถึงการใส่ชุดนิสิตนักศึกษาและเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วใช่มั้ยคะ ทนอีกนิด ความสนุกและความเหนื่อยในรูปแบบของเด็กมหา'ลัย กำลังจะเริ่มขึ้น ขอให้น้องๆ ทำจุดเริ่มต้นที่ "วันสัมภาษณ์" ให้ดี เข้าสอบสัมภาษณ์ด้วยความตั้งใจ เป็นตัวของตัวเอง พกความมั่นใจไปเยอะๆ ตื่นเต้นนักก็หายใจเข้า-ออกลึกๆ ค่ะ พี่มิ้นท์ขอให้น้องๆ มีความสุขกับมหาวิทยาลัยที่สอบติดนะคะ ยินดีด้วยอีกครั้งค่ะ :D



8 ความคิดเห็น
ของเรา ขึ้นให้ดูในเว็บที่ประกาศผลแอดเลยอ่ะ
ไปสัมภาษณ์เสร็จแล้ว สามารถสมัครรับตรงที่อื่นได้ไหมครับ
ตรงนำใบสมัครคัดเลือกไปด้วยนี่คือใบไหนคะ? ใบที่ประกาศหรือใบที่เรานำไปจ่ายเงินคะ?
ใบจ่าย
ต้องใส่ชุดนศ.เลยหรอคะ ใส่ชุดนร.ได้มั้ย
ใส่ชุดมัธยมปลายค่ะ ชุดนิสิตหมายถึงให้ไปซื้อในวันนั้นเฉยๆค่ะ แต่ก็สามารถใส่ชุดนิสิตไปได้สำหรับคนที่ไม่มีชุดมัธยม(เพราะบริจาคไปแล้วเปป็นต้น)หรือสำหรับคนที่ซิ่วมาค่ะ
ต้องใส่ชุดนศ.เลยหรอคะ ใส่ชุดนร.ได้มั้ย