เตรียมบอกพ่อแม่! ประมาณการค่าสอบ TCAS 61 แยกตามกลุ่มคณะ

       
           สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.com ค่ะ เมื่อวันที่ 13 ก.ค.60 พี่มิ้นท์และพี่ๆ ทีมงานเด็กดีดอทคอม ยกโขยงกันไปนั่งฟังการประชุมเรื่องระบบการรับเข้าศึกษาระบบใหม่ TCAS61 ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยน่าสนใจเพียบเลยค่ะ หนึ่งในนั้นก็เรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการสอบในระบบ TCAS ไปดูกันว่า #dek61 จะต้องเตรียมตัวและเตรียมเงินกันคร่าวๆ ประมาณเท่าไหร่

ตารางแสดงค่าใช้จ่ายวิชาสอบ แยกตามกลุ่มคณะ
อ้างอิงจาก ทปอ. http://tcas61.cupt.net/


    ตารางนี้ รวมทุกอย่างหรือยัง?
     ยังค่ะ ตารางนี้รวบรวมแค่ค่าใช้จ่ายจากข้อสอบกลางเท่านั้น แต่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ยังไม่รวม ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ว่าต้องใช้หรือเปล่า
    1. ค่าธรรมเนียมสมัครสอบ ข้อนี้จำเป็นและจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน การรับทั้งสมัครทั้ง 5 รอบจะมีค่าดำเนินการการสมัคร รอบ 1,2 และ 5 จะเป็นค่าธรรมเนียมการสมัครจากมหาวิทยาลัย ส่วนรอบ 3 และ 4 จะเป็นค่าธรรมเนียมการสมัครจาก ทปอ. ค่าธรรมเนียมที่ว่านี้คือ ค่าการจัดการระบบ ค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร ค่าบุคลากรต่างๆ นั่นเอง ตอนนี้ราคายังไม่ได้เคาะออกมาชัดเจนว่าจะตกรอบละ/โครงการละเท่าไหร่ เอาเป็นว่าได้รู้เร็วๆ นี้แน่นอน (สถิติจากปีก่อนๆ ไม่น่าเกิน 500 บาท/โครงการ)
    2. ค่าสอบวิชาเฉพาะ ในรอบที่ 2 และ 5 มหาวิทยาลัยสามารถจัดสอบวิชาเฉพาะเพิ่มเติมได้ (แต่วิชาต้องไม่ทับซ้อนกับข้อสอบกลาง) ดังนั้น ตรงนี้อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับน้องๆ บางคณะ ยกตัวอย่างง่ายที่สุดคือ กสพท ที่ต้องสอบวิชาเฉพาะแพทย์ เพิ่ม 800 บาทค่ะ
    3. ค่าธรรมเนียมธนาคาร ตกครั้งละ 10-15 บาท ถึงจะไม่เยอะมาก แต่ในทุกๆ ครั้งที่ต้องชำระค่าสมัครหรือค่าสอบอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องจ่ายนะคะ ยิ่งสอบเยอะก็ยิ่งจ่ายบ่อย คิดไปคิดมาก็หลักร้อยเหมือนกัน
    4. ค่าเดินทาง/ค่าที่พัก สำหรับคนที่ผ่านการคัดเลือกและต้องไปสัมภาษณ์ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางเพิ่มเติม แต่จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับระยะทางและวิธีการเดินทางไปมหาวิทยาลัยค่ะ

   ระบบนี้ช่วยให้ประหยัดจริงหรือ?
     จริงๆ ระบบ TCAS เกิดขึ้นมาได้ก็เพื่อแก้ปัญหาให้นักเรียนได้ใช้เวลาอยู่ในห้องเรียนได้ครบตามกำหนดเวลา ก็เลยย้ายการสอบข้อสอบกลางไปหลังสอบปลายภาค ม.6 ให้หมด รวมทั้งให้นักเรียนมีคนละ 1 สิทธิ์ เพื่อความเสมอภาคไม่กั๊กที่เรียน
     ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ ค่าใช้จ่ายลดลง เนื่องจากใน TCAS รอบที่ 3 รับตรงร่วมกันจะใช้ข้อสอบกลางอย่าง GAT PAT,  9 วิชาสามัญ, O-NET ในการคัดเลือก ไม่จำเป็นต้องไปเดินสายสอบตรงแต่ละมหาวิทยาลัยให้ค่าใช้จ่ายบานปลายอย่างแต่ก่อน และ GAT PAT จาก 2 รอบ ก็เหลือเพียงรอบเดียวเท่านั้น ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในส่วนการสมัครสอบต่างๆ จะลดลงไปได้เยอะ แต่ก็ต้องบอกกันก่อนว่า ตัวระบบ TCAS เองก็ยังมีค่าใช้จ่ายอยู่นะคะ พูดง่ายๆ คือ โดยรวมค่าใช้จ่ายลดลง แต่ถ้าน้องๆ ยังสมัครเยอะมากๆ ก็ยังมีค่าใช้จ่ายมากเหมือนเดิมค่ะ


   ทำยังไงถึงจะควบคุมค่าใช้จ่ายได้มากกว่านี้
    1. เอาให้ชัวร์ว่าอยากได้คณะอะไร บางคนยังไม่มีเป้าหมาย บางคนตามเพื่อน เพื่อนสอบอะไร ก็เลือกสอบตามเพื่อนหมด ทำให้ต้องเสียค่าสอบเพิ่มมากขึ้นโดยใช่เหตุ เช่น อยากเข้าบัญชี แต่เพื่อนอยากเข้าอักษรฯ เพื่อนไปสอบ PAT7 ภาษาต่างประเทศ เราก็ดันไปสอบกับเขาด้วย ซึ่งไม่ได้ใช้เลยสักรอบ เสียเงินฟรีค่ะงานนี้ ดังนั้น รีบถามใจตัวเองว่าอยากเรียนอะไร แล้วเลือกสอบเฉพาะวิชาที่ต้องใช้
     2. ดูรายละเอียดให้ครบถ้วน บางคนพลาดที่ดูรายละเอียดไม่ครบถ้วนค่ะ โดยเฉพาะเรื่องวิชาสอบ เช่น 9 วิชาสามัญ วิชา คณิต 1, คณิต 2 หรือที่บางคนเรียกว่าเลขวิทย์, เลขศิลป์ จะสอบวิชาไหนให้ดูที่ระเบียบการคณะ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายการเรียนนะคะ รุ่นพี่พลาดกันเยอะคิดว่าตัวเองเรียนสายศิลป์ ก็เลยไปสอบคณิต 2 สุดท้ายระเบียบการบอกใช้คณิต 1 ก็ต้องสมัครใหม่อีก นอกจากนี้ก็ยังมีรุ่นพี่ที่ไปสมัครสอบคณะที่ตัวเองคุณสมบัติไม่ผ่าน นี่ก็เสียเงินฟรีอีก
     3. เลือกมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน (ที่เราโอเค) ผู้ใหญ่หลายท่านแนะนำมาแบบนี้ค่ะ มองรอบๆ แถวบ้านเราก่อนว่ามีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างและมีคณะที่เราอยากเรียนมั้ย ถ้าเราโอเค ที่บ้านโอเค ก็ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางตามมาอีกเยอะค่ะ แต่ถ้ามีสถาบันในใจอยู่แล้ว ก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย
     4. ไม่ต้องสอบเผื่อเลือกขนาดนั้น เข้าใจว่าน้องๆ ต้องการโอกาสที่จะได้เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย อยากมีตัวเลือก อยากมีวินาทีตัดสินใจเลือกเรียนบ้าง ทำได้ค่ะ อาจจะเผื่อได้ 2-3 ที่กำลังดี แต่ถ้าสอบเป็นสิบๆ ที่ นอกจากเหนื่อยต้องมาตามผลแล้ว ยังเหนื่อยในการตัดสินใจทีหลังด้วย สู้เราเลือกสอบเฉพาะที่เราสนใจจริงๆ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ค่อยไปแก้ตัวในรอบถัดไปก็ยังได้ และที่สำคัญถ้าสอบติดในคณะที่เราสนใจตั้งแต่แรกก็ให้ยืนยันสิทธิ์ไปเลยค่ะ ไม่ต้องเผื่อว่าอยากลองสอบรอบหน้า ถ้าคิดว่าปัจจุบันดีที่สุดแล้ว ก็ไม่ต้องขวนขวายให้เสียแรง

      พี่มิ้นท์สรุปค่าใช้จ่ายจากการแถลงข่าวระบบ TCAS มาฝากน้องๆ พร้อมแนวทางบางส่วน ซึ่งเตรียมตัวขอคุณพ่อคุณแม่ล่วงหน้ากันได้เลย เพราะ TCAS 61 รอบแรก รอบ Portfolio จะเริ่มตุลาคมนี้แล้วค่ะ หากใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามทิ้งไว้ที่คอมเม้นท์ได้เลยนะคะ^^
 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
lll-MiNt-lll Columnist 20 ก.ค. 60 09:33 น. 2-1

ในตารางของ TCAS ไม่มีแจ้ง แต่พี่เทียบตามวิชาสอบของเก่า จะใช้เกณฑ์กลุ่มเดียวกับวิทย์กายอันแรกค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Jayjesjes Member 19 ก.ค. 60 19:28 น. 4

รอบพอร์ตเนี่ยค่ะ ต้องไปยื่นกับทางมหาลัยเองหรือว่ายังไงคะ ถ้ายื่นยื่นได้มากกว่าสองมหาลัยหรือป่าวคะ แล้วถ้ารอบพอร์ตคณะที่เราอยากเข้าแต่ไม่มีโครงการรับสมัครเนี่ยเท่ากับว่าเราก็ต้องรอรับสมัครรอบอื่นใช่ไหมคะ คือสงสัยมากเลย แล้วรอบสามเนี่ยค่ะถ้าไม่สอบ 9 วิชาสามัญจะได้ไหมคะ onet คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของคะแนนเข้าหรอคะ คือสงสัยเยอะมากต้องขอโทษด้วยนะคะ เราเป็นdek61 อ่ะคะ เราอ่านแล้วเราก็ยังไม่เข้าใจในบางส่วน

1
lll-MiNt-lll Columnist 20 ก.ค. 60 09:37 น. 4-1

1. วิธีการยื่นมีหลายแบบแล้วแต่มหาวิทยาลัยค่ะ อาจจะส่งไปรษณีย์ หรือ ยื่นออนไลน์ อันนี้ต้องรอเช็กแต่ละโครงการนะคะ

2. ยื่นกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ค่ะ

3. ถ้ารอบนั้นๆ ไม่มีคณะที่ต้องการสมัคร ให้รอรอบอื่นๆ ค่ะ

4. รอบ 3 ต้องมีคะแนนตามที่กำหนดเท่านั้นถึงจะสมัครได้ ถ้าโครงการกำหนดให้ใช้ 9 วิชาสามัญ แต่ไม่มีก็อดค่ะ

5. น้ำหนักการคัดเลือก แต่ละมหาวิทยาลัยไม่เท่ากัน เช็กจากระเบียบการค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด