เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่มองว่าการเขียนโปรแกรมเป็นเรื่องยากและซับซ้อน แถมโปรแกรมที่มีอยู่ในตอนนี้ก็เยอะจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้เราคิดอะไรแปลกใหม่กว่าคนอื่นได้เลย เชื่อหรือไม่ว่าการคิดแบบนี้อาจตัดโอกาสดีๆ ในชีวิตไปได้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีเด็กมัธยมปลายคนหนึ่งเดินทางไปจดลิขสิทธิ์โปรแกรมที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง! น่าสนใจว่าโปรแกรมนี้ทั้งสวย ดูทันสมัย และช่วยแก้ปัญหาใกล้ตัวอย่างเรื่องพฤติกรรมของเด็กในโรงเรียนให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อยากรู้ไหมคะว่าเด็กกิจกรรมคนนี้คือใคร? โปรแกรมทำงานได้ดีขนาดนั้นจริงๆ เหรอ? ไปรู้จักเขากันเลยค่ะ
แนะนำตัวสั้นๆ
“สวัสดีครับ ชื่อ ‘ออม’ วราณัฐ สุทธิการณ์ กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.6 แผนวิทย์-คณิต โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี จังหวัดราชบุรีครับ”
Photo Credit: วราณัฐ สุทธิการณ์
โปรแกรมโดยนักเรียน...เพื่อโรงเรียน
“โปรแกรมนี้ชื่อเต็มๆ ว่าโปรแกรม SMOS ระบบบริหารสถานศึกษาออนไลน์ (School Management Online System) ครับ ข้อดีก็คือช่วยให้จดคะแนนเป็นหลักฐานได้ดีกว่าจดใส่กระดาษ”
ฟังถึงตรงนี้แล้วนึกถึงภาพที่พอมีนักเรียนคนไหนทำผิดกฎ อาจารย์ก็จะเข้าไปเตือน เสร็จแล้วก็หยิบกระดาษขึ้นมาจด!! จดเสร็จก็ไม่มีใครพูดถึงอีก…เพราะกระดาษปลิวหายไปแล้ว นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นักเรียนยังทำผิดซ้ำๆ อยู่
เขาอธิบายการทำงานของโปรแกรมนี้ให้ฟังว่า “โปรแกรมนี้จะมี 3 ส่วนครับ ส่วนแรกเป็นของเจ้าหน้าที่ที่คุมข้อมูลทั้งหมดในระบบ ส่วนครูก็เข้าไปตัดคะแนนเมื่อทำความผิด ให้คะแนนการทำความดีได้ และเช็คชื่อตอนเช้าได้ เป็นเรื่องของการขาดลามาสาย แล้วโปรแกรมก็จะส่งไปยังกรุ๊ปไลน์ให้ผู้ปกครองรับรู้ และส่วนสุดท้ายเป็นของนักเรียนที่เข้าไปดูคะแนน แก้ไขข้อมูลส่วนตัว ร้องทุกข์ถ้าครูตัดคะแนนเกินหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม และแจ้งเบาะแสไปยังฝ่ายปกครองได้ ถ้าเห็นเพื่อนทำความผิด”
Photo Credit: วราณัฐ สุทธิการณ์
แล้วเราก็สงสัยว่า แล้วถ้าอาจารย์เกิดไม่ชินกับการใช้เทคโนโลยีพวกนี้ จะไม่มีปัญหาเหรอ? น้องออมตอบว่า “ประมาณว่า Low-tech ใช่ไหมครับ อันนี้ไม่มีปัญหาเลย เพราะอาจารย์สามารถเอาข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่กรอกให้ได้ครับ”
ถ้าใครฟังการทำงานของโปรแกรมไปแล้ว อาจจะคิดถึงโปรแกรมหน้าตาเครียดๆ มีแต่ตารางช่องถี่ๆ มองกี่ทีก็ไม่แทบไม่อยากแตะ แต่!! ขอบอกว่าโปรแกรม SMOS ดูสวยงามทันสมัยสไตล์มินิมอลมากๆ ไม่เชื่อลองเลื่อนลงดูภาพสิคะ
Photo Credit: วราณัฐ สุทธิการณ์
ทำไมถึงคิดอยากทำขึ้นมา?
“เล่าก่อนครับว่าทางโรงเรียนจะต้องเจอกับปัญหาเรื่องพฤติกรรมของนักเรียน เช่น มาสาย มั่วสุมร้านเกม เรื่องชู้สาว เขาเลยมีกฎระเบียบขึ้นมาเพื่อลงโทษ ด้วยการตักเตือน ทำทัณฑ์บน และตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งวิธีหลังสุดนี่แหละครับที่ผมคิดว่าสำคัญแต่ยังเป็นปัญหา เพราะโรงเรียนใช้จดคะแนนใส่กระดาษ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ไม่แน่นอน เก็บได้ไม่ครบ หล่นหายบ้าง ถึงเวลาก็ไม่มีให้ผู้ปกครองดู ผมเลยคิดสร้างโปรแกรมนี้มาจัดเก็บข้อมูลการตัดคะแนนนักเรียน แล้วไม่ใช่มีแต่ตัดนะครับ มีเพิ่มด้วย อย่างถ้านักเรียนทำความดีก็จะเพิ่มให้ แล้วมีให้เกียรติบัตร แต่คะแนนทั้งสองส่วนจะแยกกัน ไม่ได้หักลบกัน”
Photo Credit: วราณัฐ สุทธิการณ์
ออมเล่าต่อว่า “อันที่จริงทาง ผอ. โรงเรียนให้โจทย์ผมมาตั้งแต่ปี 58 ว่าอยากได้โปรแกรมตัดคะแนน ผมเลยใช้เวลาว่างตอนปิดเทอมเขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมา”
“ผมรู้สึกไม่ได้เสียเวลากับการทำโปรแกรมนี้เลยครับ เพราะตอนปิดเทอมผมก็ว่างๆ อยู่แล้ว ได้ใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์กับสิ่งที่ชอบ”
แสดงว่านี่คือความถนัดของเราเลยใช่ไหม?
“ผมชอบด้านคอมฯ เป็นพิเศษครับ คือตอน ม.ต้นเรียนห้องเรียนพิเศษของ ICT แล้วเราทำได้ดี จากนั้นผมก็ได้เป็นตัวแทนแข่งขันคอมฯ ของโรงเรียน อย่างเช่นเคยไปแข่งสร้างเว็บเพจ ประเภท CMS ตอน ม.ต้น ตอนนั้นได้ที่ 4 ของระดับประเทศครับ”
Photo Credit: วราณัฐ สุทธิการณ์
เขาเล่าถึงการทำโปรแกรมล่าสุดให้ฟังว่า “โปรแกรม SMOS นี้ผมใช้เวลาประมาณ 2 ปีครับ ศึกษามาเรื่อยๆ ลองเขียนเล่นๆ โดยใช้โปรแกรมเขียนโค้ด Sublime Text ลงมือเขียนตอนปิดเทอม แล้วเริ่มใช้ตอนเปิดเทอมครับ”
หลังจากที่ SMOS ได้ออกโรง
สิ่งที่คนเขียนโปรแกรมลุ้นมากที่สุดก็น่าจะเป็นช่วงที่โปรแกรมถูกนำไปใช้งานจริง เรามาดูกันดีกว่าว่า โปรแกรม SMOS ที่เขาสร้างขึ้น ได้กระแสตอบรับยังไงบ้าง!
"ผู้ปกครองเขาบอกว่าโอเคนะ ช่วยแจ้งเตือนพฤติกรรมลูกหลานได้ดี อาจารย์ก็ยอมรับ นักเรียนเองก็ยอมรับ ส่วน ผอ. ท่านก็พาผมไปจดลิขสิทธิ์โปรแกรมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้วครับ” แล้วเราสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนชัดเจนไหม? “เห็นครับ นักเรียนกลัวการทำผิดมากขึ้น เพราะรู้ว่ายังไงก็โดนตัดแน่นอน ไม่ใช่จดใส่กระดาษเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
เขาเล่าต่ออีกว่า “ผมตั้งใจเขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมาให้โรงเรียนใช้ แต่ก็ได้พัฒนาให้โรงเรียนอื่นนำไปใช้ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นโปรแกรมแจกฟรี ตอนนี้ก็มีติดต่อมาประมาณ 20 กว่าโรงเรียนแล้ว”
เขาเล่าต่ออีกว่า “ผมตั้งใจเขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมาให้โรงเรียนใช้ แต่ก็ได้พัฒนาให้โรงเรียนอื่นนำไปใช้ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นโปรแกรมแจกฟรี ตอนนี้ก็มีติดต่อมาประมาณ 20 กว่าโรงเรียนแล้ว”
Photo Credit: วราณัฐ สุทธิการณ์
ขอชื่นชมน้องออมมากๆ เลยค่ะที่ใช้ความเก่งของตัวเองพัฒนาให้โรงเรียนน่าอยู่ขึ้นได้ ทำให้เห็นว่าที่จริงโอกาสไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย ถ้าใครอยากทำอะไร ควรให้เวลากับมันเต็มที่ และพยายามมองหาเวทีแสดงความสามารถของตัวเองให้คนอื่นเห็นด้วย ส่วนโรงเรียนไหนที่สนใจโปรแกรม SMOS สามารถติดต่อขอได้ที่ smos@photha.ac.th หรือ waranat2016@gmail.com ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าแจกฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ








21 ความคิดเห็น
เก่งมากอ่ะ ดูใช้ง่าย สบายตา สู้ๆนะ เป็นประโยชน์กับหลายๆโรงเรียนเลย
เก่งมากกกกกกกกกกก
พี่ออม ทำไมเก่งจัง555+ อยู่โรงเรียนเดียวกันแต่รู้สึกเหมือนอยู่คนล่ะโลกเลย55+
โห เขียนโปรแกรมเองหมดเลยนี่สุดยอดมากแล้ว เป็นเราสิบกว่าปีคงทำไม่เสร็จ ฮื่อ
แนะนำลองเปลี่ยน stack ไปใช้เป็น full stack JS น่าจะสะดวกนะครับเขียนภาษาเดียวด้วย
แต่รายแรกของประเทศนี้ก็ฟังแปลกเหมือนกันนะ
ผมอยู้โรงเรียนนี้ครับ อยากจะบอกว่าระบบนี้มีช่องโหว่หลายอย่างมาก มีครูบางคนที่อคติกับเด็กก็จะหักคะแนนนอย่างเดียว หลักฐานก็มีแค่ตัวหนังสือที่เป็นข้อความ
ลองไปถามออมต่อหน้า ออมบอกว่าถ้าไม่ทำผิดจะกลัวอะไร ผมนี่ทำถูกระเบียบหมดแล้วแต่ก็มีครูค่อยหักคะแนนครับ เรื่องเล็กๆน้อยก็จ้องจะหักอย่างเดียวครับ สำหรับครูบางคนนะครับ
ไม่ใช่รายแรกในประเทศไทยแน่นอนครับ เพราะโรงเรียนผมใช้ระบบที่ทำงานเหมือนกันนี้มาหลายปีแล้วครับ
Super!
เป็นรายแรกก็เกินไปนะ เพื่อนผมหลายคนก็เขียนพวกนี้ให้ทางโรงเรียนก่อนจบอยู่แล้ว บางคนทำตั้งแต่ม.ต้นเลยนะ ทำด้วยหลากหลายภาษาเสริมกันไป แต่เห็นเขามาเป็นหลายแรก พวกผมก็ fail เหมือนกัน
แล้วได้ไปจดสิทธิบัตรหรือเปล่า
เก่งมากกกก

น้องเก่งมากค่ะ แล้วผู้ใหญ่ในโรงเรียนก็สนับสนุนความคิด
สนับสนุนอะไรหลายๆอย่าง อย่างเช่นพาไปจดลิขสิทธิ์
เด็กหลายๆคนมีความสามารถ แต่ไม่มีพื้นที่ที่จะได้โชว์
555555 แล้วจะมี github เพื่ออะไรครับ
โปรแกรมพวกนี้มันเขียนไม่ยากนะครับ หนังสือสมัยก่อน ก็มีแจก Source code กัน เยอะแยะ เสียเวลาก็แค่ออกแบบหน้าตา Output ครับ
ssssssssssssssssssssssssdddddddfff
น้องเจ้าของกระทู้ ไม่ต้องไปสนใจคนอื่นนะ เรารู้ว่าตัวเองทำอะไร เพื่ออะไร สร้างหรือไม่สร้างแค่ไหน ดีมากน้อยเพียงใด และพากเพียรที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปก็พอ เรื่องราวหนึ่งมันเป็นแรงบันดาลใจ เมื่อมันถูกยกขึ้นมา มันจึงดีแล้ว แต่เรื่องราวอื่น (ซึ่งมันอาจจะดีกว่า ใช่มันอาจจะดีกว่า) แต่ไม่เคยถูกบอกเล่า คนโง่ๆ อย่างเราก็ได้แต่ดูและคิดว่ามันคือการโชว์พาวเท่านั้นแหละ ทำได้มากกว่านั้น ก็ทำไปต่อสิ ทำไปให้คนหมู่มากได้เห็นสักวัน สักวันที่คนโง่ๆ อย่างเราจะได้รู้ และมาให้พลังใจเรา
เจ้าของกระทู้ทำดีแล้ว สนใจที่จะเรียนรู้ต่อๆ ไป พัฒนาต่อและเรียนรู้อย่างอื่นต่อก็พอ อย่าเหลิง อย่าคิดว่าคนอื่นอิจฉา พัฒนาตนเอง มันก็จะได้รับในสิ่งที่สมควรตอบแทน
คุณจะบอกให้ปิดหูปิดตา ทำเป็นว่าน้องเค้าเป็นรายแรกจริงหรอ ??? ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่
เก่งมากกก ดูใช้เวลาได้เป็นประโยชน์ ปิดเทอมเรายังเล่นๆไร้สาระอยู่เลย555 สู้ๆนะทำดีแล้ว
เก่งมากๆเลย
เก่งมากครับ เป็นประโยชน์กับโรงเรียนมากเลย
มันก็ยังมีคนอวยอยู่อีกสินะ 5555