เก่งเกินตัว! "เจ" สาวน้อยสายลุย ทำกิจกรรมตั้งแต่ในโรงเรียนยัน Staff งานใหญ่ระดับโลก

         สวัสดีค่ะ Student Idol ของพี่มิ้นท์วันนี้ กล้าพูดเลยว่าเป็นแรร์ไอเทมมากๆ ถ้าได้เห็นความสามารถของเธอคนนี้แล้วไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นเด็ก ม.ปลาย ทั้งความคิด ความสามารถ ความกล้าแสดงออก พี่มิ้นท์ได้ไปเจอ "น้องเจ" นักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาคนนี้ ที่งานเคมีโอลิมปิก งานใหญ่ระดับโลกที่ปีนี้มาจัดที่ประเทศไทย น้องเจกำลังคุยกับนักเรียนต่างชาติอย่างออกรสและแอคทีฟตลอดเวลา จนพี่มิ้นท์ต้องขอสัมภาษณ์นี่แหละค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักสาวน้อยคนนี้กันเล้ยยย^^
 


profile
ชื่อเล่น : เจจี้
แผนการเรียน : วิทย์-คณิต (ตอนม.4-ม.5แบ่งเป็นอีก8สายการเรียน เจเรียน วิทย์-คณิต-คุณภาพชีวิต เรียนเกี่ยวกับสาธารณสุข การดูแลสุขภาพค่ะ)
งานอดิเรก : ร้องเพลง เต้น อ่านหนังสือ วาดการ์ตูน
สไตล์การเรียน : do your best in everything you do เต็มที่ในแบบของตัวเอง ไม่กดดันตัวเอง ทำให้ไม่เครียดค่ะ เวลาเรียนชอบเขียนสรุปใส่กระดาษไม่มีเส้น แล้วก็เอามาทวน ถามตอบแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ทำให้จำได้ดีขึ้นแล้วก็สนิทกับเพื่อนมากขึ้นด้วย>_<
IG : nichkajay

   พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
   น้องเจ : สวัสดีค่า >< ชื่อ นางสาว ณิชกมล กิตติวรรณศักดิ์ เรียกเจจี้ หรือ เจก็ได้ค่ะ มาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียน วิทย์-คณิต ตอนนี้อยู่ ม.6 แต่เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันกำลังจะขึ้นปี 1 แล้วค่ะ ._. เพราะว่า ตอน ม.4 เจเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ afs รุ่นที่ 53 ประเทศ ปานามา (ละตินอเมริกา ใช้ภาษาสเปน) ทำให้ต้องกลับมาเรียนซ้ำชั้นปีนึงค่ะ^^ นิสัยส่วนตัวของเจเป็นคนเฮฮา บ้าๆ ลุยๆ สบายๆ ชอบพูด ชอบรู้จักคนหลายๆ แบบ (พี่มิ้นท์ยืนยันค่ะ ว่าน้องเจเป็นคนเฮฮา สายลุยตัวจริงเลย^^)
 

    พี่มิ้นท์ : ทำไมเราถึงได้มีโอกาสไปเป็นพี่เลี้ยงผู้เข้าร่วมการแข่งขันเคมีโอลิมปิกคะ แล้วขั้นตอนการสมัคร-คัดเลือกเป็นแบบไหน
     น้องเจ : เห็นเพื่อนที่โรงเรียนแชร์ประกาศของเพจ IChO2017 (ย่อมาจาก International Chemistry Olympiad ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพค่ะ จัดขึ้นที่ ม.มหิดล ศาลายา) ว่ารับสมัครคนที่พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สามได้ สามารถนำเสนอวัฒนธรรมไทยและให้การดูแลต้อนรับนักเรียน อาจารย์ต่างชาติจากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกได้ เราเห็นว่ามันน่าสนใจมากๆ เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ใช้ภาษาเราด้วย แล้วก็เห็นว่าเป็นงานระดับโลก เลยคิดว่าน่าจะลองดูซักตั้ง
 

                เริ่มแรกเลย เจกรอกใบสมัครส่งไปทางเว็บ จนถึงวันสัมภาษณ์ต้องไปสัมภาษณ์ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล พญาไท สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษทุกอย่างเลย วันนั้นเกร็งมากค่ะ มีพูดตะกุกตะกักบ้าง มีให้พูดสเปนให้เค้าฟังด้วย สัมภาษณ์จบก็ไม่หวังอะไรค่ะ ประเมินตัวเองไว้ว่าทำได้พอใช้ คิดว่าพี่คนอื่นน่าจะเก่งกว่าเราเยอะมากเลย T_T    
                พอมีประกาศรายชื่อคนที่ผ่านก็เปิดเข้าไปดูแบบไม่ตื่นเต้นเลยค่ะ ปลงแล้ว 555 แต่ปรากฏว่ามีชื่อเราด้วยก็ดีใจมาก กรี๊ดมาก>< หลังจากนั้นก็มีประชุมมอบหมายงานก่อนงานจริง

 

     พี่มิ้นท์ : เล่าให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยค่ะงานนี้คืออะไร แล้วเราได้ไปทำอะไรในนั้นบ้าง
     น้องเจ : ชื่อเต็มของงานคือ 49th INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD ค่ะ จัดขึ้นที่จังหวัดนครปฐม วันที่ 6-15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ มีทั้งการสอบภาคปฏิบัติในห้องแลป และการสอบข้อเขียน แต่ละประเทศส่งตัวแทนนักเรียนเข้าแข่งขันได้มากสุดประเทศละ 4 คน เรียกได้ว่าเป็นหัวกะทิของทุกประเทศมารวมตัวกันที่นี่เลยทีเดียว
                  ตลอดระยะเวลา 10 วัน ที่นักเรียนอยู่ในงาน ก็จะมีบางวันสอบทั้งวันเลย ส่วนวันอื่นๆที่ไม่มีสอบ เราก็จะพานักเรียนไปทำกิจกรรมต่างๆ พาไปทัศนศึกษาตามสถานที่ท่องเที่ยวของไทย เช่น อยุธยา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก พระบรมมหาราชวัง ฯลฯ ซึ่งทีมพี่เลี้ยงจะได้ดูแลนักเรียนกันคนละประเทศ เจได้รับมอบหมายให้ดูแลประเทศ สเปนค่ะ ได้พูดสเปนเต็มที่ 10 วันเลย 555 แล้วก็จะมีแบ่งแบบเป็นบัส บัสละ 6-7 ประเทศ อย่างบัสเจมี สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม โรมาเนีย อิตาลี บราซิล เวลามีอะไร ก็เหมือนเราช่วยกันดูแลนักเรียนทุกประเทศในบัสได้เลย

 



 
                  หน้าที่ก็ดูแลในทุกๆ เรื่องเลยค่ะ เริ่มแรกไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ นัดแนะ บอกรายละเอียด กิจกรรมต่างๆ ของแต่ละวัน ขาดเหลืออะไร มีเรื่องอะไรให้ช่วยเหลือ ปรึกษา เวลาไปเที่ยวก็พูดคุยกับเค้า ถ่ายรูปให้ คอยดูว่าทุกคนอยู่ครบใช่มั้ย ดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม สงสัยอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยก็เล่าให้เค้าฟัง จบงานแต่ละวันก็เหนื่อยใช่เล่น 555 เวลาว่าง free time ก็สอนภาษาไทย สอนคำพูดลิ้นพัน เขียนภาษาไทย เพลงไทย สนุกและตลกมากๆ ค่ะ เสร็จแล้วเค้าก็สอนของประเทศเค้าบ้าง เล่าเรื่องวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนกัน ก่อนกลับก็มีของฝากให้กันและกันด้วย เป็นความทรงจำและประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ ได้เพื่อนใหม่เจ๋งๆ จากทั่วโลกเลย ถือเป็นความภูมิใจอย่างนึงในชีวิตเจเลย
                  ถ้าใครอยากติดตามงานนี้เพิ่มเติมว่าเป็นยังไง มีในนี้ค่ะ  คลิกที่นี่

 



      พี่มิ้นท์ : ฟังดูน่าสนุกมากๆ เลย ซึ่งงานนี้ค่อนข้างที่จะ Inter มากๆ แล้วเราก็เป็นแค่เด็กมัธยม ทำไมถึงกล้าที่จะเข้าร่วมงานคะ
      น้องเจ : ตอนสัมภาษณ์ก็เจอคำถามนี้ค่ะ 555 เค้าถามว่าอายุเท่านี้จะทำได้หรอ แล้วนักเรียนจะฟังเรามั้ย แต่เจคิดว่ามันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราทำตัวให้มีความน่าเชื่อถือ ทำงานได้ ประสานงานได้ ก็ไม่ต้องกังวลอะไร ใจมาเต็มร้อยเเล้ว ลองซักตั้ง งานใหญ่ขนาดนี้


     พี่มิ้นท์ : ใช้ภาษาได้คล่องขนาดนี้ มีเคล็ดลับในการฝึกภาษายังไงบ้างคะ
     น้องเจ : จนถึงตอนนี้ จากวันที่เจกลับมาจากแลกเปลี่ยนก็ 2 ปีแล้วค่ะ ถ้าไม่ได้ทำอะไรต่อก็น่าจะลืมไปแล้ว แต่เจไม่ปล่อยให้ตัวเองลืมค่ะ ตั้งแต่กลับมาคือหลงรักภาษานี้มาก ไม่อยากลืมแล้วทิ้งมันไป แต่ในประเทศไทย หาที่เรียนภาษาสเปนยากมากค่ะ บางมหาวิทยาลัยก็มีคอร์สให้คนนอกเรียนแต่ว่า มีสูงสุดถึงแค่ระดับพื้นฐาน ก็เลยใช้วิธีเปิด youtube หาเพลงฟัง ดูหนังภาษาสเปน ดูรายการ สัมภาษณ์คนนู้นคนนี้ พยายามให้ตัวเองได้ยินมันตลอด หาข่าวมาอ่านบ้าง พยายามหาดูสิ่งที่เราชอบ แต่ดูในภาษานั้นๆ แทนภาษาไทย อย่างเจชอบฟังเพลงก็จะมาจากเพลงซะส่วนใหญ่ มีสัมภาษณ์นักร้องบ้าง ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้กับทุกภาษาเลยนะคะ ทั้งภาษาอังกฤษแล้วก็ภาษาที่สามอื่นๆ

                ส่วนเรื่องแกรมมาร์ก็มีเว็บที่ให้ฝึกทำแบบฝึกหัดแล้วนับคะแนน สอนบทเรียนให้ครบเลยค่ะ ฟรีด้วย ลองหาดูได้ มีเยอะมากๆ จนต่อมาคุณแม่ไปเจอมหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนแบบ pre-degree (คือเรียนวิชาของมหาวิทยาลัยล่วงหน้าได้ตั้งแต่ ม.ปลาย) เจเลือกคณะมนุษยศาสตร์ เอกสเปนไปทำให้ได้ลงเรียนวิชาสเปนลึกๆ อีกเยอะเลยค่ะ แต่ก็จะไปเรียนได้แค่ตอนปิดเทอมหรือวันหยุด บางวิชาที่ไปเรียนไม่ได้ต้องอ่านหนังสือเอง ฝึกเองแล้วก็ไปสอบอย่างเดียวเลยค่ะ

                ที่สำคัญของการเรียนภาษาคือต้องกล้าใช้มันค่ะ ทั้งพูดหรือเขียนเลย ไม่ต้องกลัวผิดเลย ยิ่งผิดยิ่งทำให้เราจำได้ซะอีกว่าตรงนี้ต้องเป็นอย่างนี้ๆ แล้วก็เอามาแก้ สะสมๆ ใช้ไปเรื่อยๆก็จะชินขึ้น คล่องขึ้นแล้วเก่งขึ้นค่ะ
 

       พี่มิ้นท์ : ปกติแล้วอยู่โรงเรียนได้ทำกิจกรรมบ้างหรือเปล่าคะ และทำอะไรบ้าง
       น้องเจ : ทำค่ะ ปีที่ผ่านๆ มาก็จะมี
                  - ผู้ประกาศเสียงตามสาย(Intercom) ประกาศข่าวสารในโรงเรียนตอนเช้า
                  - หนึ่งในพิธีกรงานเตรียมอุดม open house2016, พิธีกรรายการ sun reporterถ่ายทำที่โรงเรียน, การแข่งขันthe voice tu
                  - หางเครื่องในงานสืบสานวัฒนธรรม
                  - กิจกรรมแข่งเต้นของโรงเรียน ฟอร์มทีมกับเพื่อนๆ ในชมรม Entertainer
                  - คณะกรรมการนักเรียน ปี 2559 ได้ทำกิจกรรมของโรงเรียนเยอะมากๆ เลยค่ะ ทั้งจัดงานกีฬาสี กีฬาประเพณี ตอ-ตท งานรับน้องของโรงเรียน งานวันแม่ฯลฯ





โปสเตอร์หาเสียงของน้องเจ


 
                ส่วนปีนี้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานตึกค่ะ ทำงานต่างๆ ในฐานะตัวแทนตึก ในโรงเรียนมี 9 ตึกเรียนก็จะมีเพื่อนประธานตึกอีก 8 คน เวลาแข่งกีฬาสีก็แบ่งกันตามตึกนี่แหละค่ะ ถือว่าเป็นประธานสีด้วยก็ได้ แต่จะมีงานอื่นๆของตึกอีกนอกจากกีฬาสีตลอดทั้งปีเลย

     พี่มิ้นท์ : ทำกิจกรรมหนัก แบ่งเวลาเรียนและพักผ่อนอย่างไรบ้างค
     น้องเจ : ยอมรับว่าเหนื่อยเหมือนกันค่ะ แต่ว่ายิ่งมาทำกิจกรรมเนี่ยมันก็มีข้อดี ตรงที่ว่า เหมือนกับเป็นตัวกระตุ้นให้เราต้องรับผิดชอบ ว่างจากตรงนั้นปุ๊บก็คือต้องอ่านหนังสือ ต้องตั้งใจแล้ว จะเล่นโทรศัพท์ จะเที่ยวเล่นได้น้อยลง เตือนตัวเองว่าเวลาเรามีเท่านี้ๆ มันทำให้เรามีตารางชัดเจนว่าตอนไหนต้องทำอะไร ตอนไหนพัก แอบคิดเหมือนกันว่าถ้าว่างตลอด อาจจะตายใจแล้วก็ทำตัวเรื่อยเปื่อย เล่นไปเรื่อยมากกว่า 555 เจจะมีสมุด planner พกไว้ตลอดเลย ทำให้เราจัดสรรเวลาได้ง่ายขึ้น ไม่ลืมด้วยค่ะ

  
   พี่มิ้นท์ : จากที่ได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ระหว่างกิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียนต่างกันยังไงบ้างคะ
     น้องเจ : ถ้าเป็นในโรงเรียนก็จะได้ทำกับเพื่อนๆ หรือน้องวัยใกล้เคียงกัน ปรับเข้าหากันได้ง่าย แล้วก็อาจารย์ที่เข้าใจพวกเรา อาจารย์น่ารักมาก คุยกับอาจารย์ได้ตลอด อุปสรรคก็มีบ้างแต่เราก็ช่วยกัน ผ่านมันมาได้ เหมือนเป็นองค์กรเดียวกันแล้วก็เข้าใจกันหมด
                พอพูดถึงนอกห้องเรียน หรือนอกโรงเรียนเนี่ยมันจะกว้างกว่านั้นมากกกก แต่ทักษะส่วนใหญ่ก็มาจากในโรงเรียนนี่แหละค่ะ แล้วก็มาปรับใช้ เพียงแต่ทุกคนมาจากต่างที่ ต่างวัย ต่างสายการเรียน ต่างสิ่งแวดล้อม ก็จะสนุกไปอีกรูปแบบนึงในการปรับเข้าหากัน ทำกิจกรรมไปพร้อมๆกับเรียนรู้ความแตกต่าง มีบางอย่างที่คิดเห็นไม่เหมือนกันก็ต้องทำความเข้าใจกัน ปรับจนถึงจุดที่ทุกคนรับได้ ท้าทายดีค่ะ

     พี่มิ้นท์ : ชีวิตน้องเจสนุกมากๆๆๆ ว่าแต่ว่ายังมีอะไรอีกมั้ยที่เราอยากทำ
      น้องเจ : ตอนนี้ก็ทำหน้าที่ประธานตึกให้ดีที่สุดค่ะ แล้วก็ต้องตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยด้วย ความฝันหนึ่งก็คือเดินทางไปหลายๆ ประเทศในโลกเลยค่ะ แต่น่าจะหลังจากนี้อีกนาน ฮ่าๆ
 

      พี่มิ้นท์ : อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ มัธยม ชาว Dek-D.com หน่อยจ้า
      น้องเจ : อยากจะฝากว่าชีวิตเราอยากทำอะไร ชอบทำอะไร ถ้าไม่ได้เดือดร้อนใคร แล้วเรามีความสุข ทำเลยค่ะ หลายๆ อย่างมันไม่ได้มาหลายครั้ง มีโอกาสอยากให้คว้าไว้ แล้วทำให้เต็มที่ จะได้ไม่เสียดายทีหลัง สำหรับทุกเรื่องเลย เรียนก็ทำให้เต็มที่ ตั้งใจเรียน สงสัยอะไรก็ถามครู ถามเพื่อน จับเวลาทำแบบฝึกหัดให้ชินมือ สำหรับการหาประสบการณ์ โอกาสมีอยู่ตลอด อยู่ที่เราจะหยิบมันมารึเปล่า มันช่วยเปิดโลกให้เราจริงๆนะ โลกมันกว้างกว่าที่เราคิดไว้มากก สนุกที่จะเรียนรู้ไว้ เยยย่! ขอบคุณค่า<3

 
      หลังจบสัมภาษณ์ พี่มิ้นท์นั่งนับกิจกรรมที่เคยทำตอน ม.ปลาย 3 ปี ไม่แน่ใจว่าทำได้ถึงครึ่งของน้องเจหรือเปล่า 5555 ถือว่าเป็นนักเรียนหญิงสายลุยของแท้โดยที่การเรียนก็ไม่เสียด้วย เป็นตัวอย่างเด็กไทยที่น่าทำเป็นแบบอย่างมากๆ เลย อ่านมาถึงตรงนี้ใครที่มีกิจกรรมในใจ ก็ไม่ต้องลังเลนะคะ โอกาสไม่ได้มีกันบ่อยๆ ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ มันจะมีประโยชน์กับน้องๆ ในอนาคตแน่นอนค่ะ
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด