"โฟร์" หนุ่มหล่อ ม.บูรพา ผู้ทำงานพิเศษไม่หวั่นแม้วันเหนื่อยมาก พร้อมข้อคิดที่ได้จากการทำงาน



 

        สวัสดีค่ะชาว Dek-D ^^ กลับมาเจอกันอีกแล้วในคอลัมน์ "เด็กพลังบวก" เราจะพาน้องๆ ไปรู้จักกับวัยรุ่นที่ไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านไปฟรีๆ แต่ใช้ไปกับการทำกิจกรรมดีๆ เพื่อตนเองและสังคมค่ะ

        ถึงแม้จะมีวลียอดฮิตที่บอกว่า "เงินซื้อความสุขไม่ได้" แต่ทุกคนรู้ดีว่าความสุขหลายอย่างในชีวิตต้องใช้เงินเข้าแลก โดยเฉพาะการได้กิน เที่ยว และใช้ของดีๆ ถ้าน้องๆ กำลังมีปัญหาเรื่องอยากมีเงินไว้ซื้อความสุขบ้าง แต่กังวลเรื่องยังเรียนไม่จบ วันนี้พี่จะพาหนุ่มคนนึงที่จะมาบอกว่า 'ยังเรียนไม่จบ ก็หาเงินได้นะ!!' พร้อมเล่าชีวิตการเรียนไปทำงานไป โดยมีจุดเริ่มต้นคือการเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านสเต็กสาขาตรงข้ามมหา'ลัยที่ตัวเองเรียน เขาคนนี้จะหน้าใส เอ้ย! เก่งแค่ไหน ไปรู้จักเขากันเลยค่ะ ><


 
 

แนะนำตัวแบบหล่อๆ
 
        "ชื่อ 'โฟร์' - ศุภกร ปุญญพิทักษ์ อายุ 21 ปี ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ครับ ^^"

        อยากให้นิยามตัวตนของเราสักนิด เพราะเชื่อว่าคนอ่านต้องอยากรู้จักมากกว่าชื่อแน่ๆ "ขยัน ตั้งใจ คิดจะทำอะไรต้องทำให้ดีครับ เพราะเวลาผมทำอะไร จะขยัน ไม่ย่อท้อ ไม่ผัดไปเรื่อยๆ ไม่งั้นไม่ได้เริ่มต้นสักที"

 
ทำงานไม่หวั่นแม้วันเหนื่อยมาก
 
        อยากรู้ว่าอะไรทำให้โฟร์หางานพิเศษทำอย่างทุกวันนี้? "คือตอนปีหนึ่งว่างมาก โฟร์เบื่อที่จะต้องมานั่งปล่อยเปื่อยให้เวลาผ่านไปวันๆ เลยตัดสินใจหาอะไรทำดู อีกอย่างเราคิดว่าถ้าหาเงินใช้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเองน่าภูมิใจและน่าอวดมากกว่าขอเงินพ่อแม่ครับ"

        โฟร์เล่าถึงงานแรกให้ฟังว่า "เริ่มจากงานพาร์ทไทม์ที่ซานตาเฟ่ที่ห้างแหลมทองบางแสน ตรงข้าม ม.บูรพา พี่สาวโฟร์เขาแนะนำให้เพราะอยากให้เราหาประสบการณ์ ตอนแรกก็อายๆ นะที่ต้องมาทำแบบนี้ แต่พอมาทำจริงกลับไม่รู้สึกงั้นเลย รู้สึกแบบว่ากว่าจะได้เงินมา 46 บาทมันยากขนาดไหน ต้องยืนขาแข็งเป็นชั่วโมง"
 
        "ต่อมาโฟร์อยากหารายได้เพิ่มเลยเปิดเพจขายเสื้อผ้าออนไลน์ตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นเสื้อแนวสตรีท ใส่เล่นทั่วไป มียอดไลก์หมื่นกว่าๆ ซึ่งไม่ง่ายเลยนะ ทั้งต้องไปเอาของ รีดเสื้อเอง ไปซื้อขาตั้งกล้องถ่ายแบบตัวเองด้วย ส่วนหลังๆ มานี้เริ่มขายครีมที่นำเข้าจากเกาหลี มี อย. ครบ แต่งานที่จริงจังสุดยังคงเป็นขายเสื้อผ้า หลังๆ เริ่มมีไลฟ์แล้ว เพราะคงดีกว่าถ้าเราหันซ้ายหันขวาให้ลูกค้าดูได้"
 


        งานเยอะขนาดนี้ เวลาแค่ 24 ชั่วโมงยังพออยู่รึเปล่า? "ยังพอครับ  ถ้าเรียนเช้า ตอนเย็นโฟร์จะทำงาน เสร็จแล้วกลับมาตอบลูกค้าเพจ ในหกวันพักแค่วันเดียวคือวันอาทิตย์ ถึงจะเหนื่อย แบ่งเวลายากหน่อย แต่เราได้เรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูกครับ ตอนนี้รู้สึกเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ออแกไนซ์ขึ้น อดทนขึ้น"
 

เจอเรื่องแย่มาก็ไม่น้อย
 
        "ปัญหาที่ใหญ่และยากที่สุดคือเรื่อง 'คน' โฟร์พยายามบริหารจัดการในแบบของโฟร์เองให้ดีที่สุด เพราะเราต้องเข้าใจว่าชีวิตนอกรั้วมหา'ลัยไม่เหมือนตำราที่เรียนมา"

        จากนั้นเขาได้ยกตัวอย่างเคสปัญหาเรื่องคนให้ฟัง "เรื่องคนมองเหยียดๆ หรือพูดน้ำเสียงแบบไม่เกรงใจก็มีนะครับ บางคนเขาคิดว่าคนที่ทำงานแบบนี้ต้องจน ไม่มีเงินใช้ ถ้าเป็นเคสชาวต่างชาติ มีครั้งนึงที่ลูกค้าชาวจีนมือไปปัดโดนแก้วแตกลงพื้นแล้วเราไปเก็บกวาดให้ เขาก็มองด้วยสายตาแบบ...'เมื่อไหร่จะเก็บเสร็จสักที?' แล้วเคสที่หนักสุดเลยคือผมเสิร์ฟให้ฝรั่งคนนึงผิด เขาก็โวยวายแล้วพูดเสียงดังว่า Thailand Only"

        ...อื้อหือ นี่ไม่ได้โดนเองยังจุก!!

 


รางวัลแด่คนช่างขยัน
 
        "ตั้งแต่ทำงานมา ตอนนี้มีเงินหลักหมื่นครับ (ยังไม่ถึงแสนนะ) ส่วนมากจะใช้เที่ยวและให้รางวัลกับตัวเอง อย่างล่าสุดเพิ่งไปญี่ปุ่นด้วยเงินเก็บของตัวเองครับ ส่วนที่เหลือจะเอากลับไปลงทุน และออมไว้ยามฉุกเฉิน"

        "ที่สำคัญคือการทำงานพิเศษสอนให้เราเข้าใจคน เข้าใจโลก รู้จักปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับคนอื่น และสอนให้เราอยู่เป็น ทั้งกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และคนรอบข้าง พออีกหน่อยเราไปทำงานจริงๆ จะอดทนมากขึ้น ไม่ใช่พอเจอปัญหาก็ลาออก อันนั้นผมว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เพราะปัญหาเรื่องคนมีอยู่ทุกที่แหละ"
 


ความฝันที่เปลี่ยนไป
 
        ที่ผ่านมาทำงานพิเศษทั้งเสิร์ฟอาหาร ขายเสื้อผ้า ขายครีม แล้วอาชีพหลักในอนาคตล่ะ โฟร์ว่าไง? "ตอนแรกผมอยากเป็นครูสอนเศรษฐศาสตร์ที่มหา'ลัยครับ แต่ตอนนี้อยากเป็นนายตัวเอง อยากช่วยพ่อแม่บริหารกิจการ เพราะที่บ้านขายเครื่องสำอางอยู่แล้ว เราเองก็มีพื้นฐาน ถ้าทำจริงจังขึ้นมา อิมพอร์ทของดีๆ มาขาย ผมเชื่อว่าขายได้อยู่แล้ว" 


ทิ้งท้ายจากเด็กพาร์ทไทม์
 
        "คนที่นิ่งสุดคือคนที่อยู่ได้กับทุกสถานการณ์ คนเดี๋ยวนี้ใจร้อน หัวร้อนโต้กลับหมด ถ้าเป็นแบบนี้อยู่ในสังคมยากครับ นิ่งๆ รอยิงทีเดียวดีกว่า" จากนั้นเขาได้ทิ้งท้ายอีกว่า "ถ้าใครมีฐานะกลางๆ ผมอยากแนะนำให้ลองมาเป็นพนักงานเสิร์ฟดูสักครั้ง จะได้เจอคนที่หลากหลาย เป็นการฝึกความอดทนของคุณก่อนไปทำงานจริงๆ"
 


        วัยรุ่นที่หารายรับหลายช่องทาง แถมยังจัดแจงแต่งร้านของตัวเองทุกขั้นตอนแบบนี้ ความขยันของเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ค่ะ น้องๆ คงเห็นแล้วว่าการหางานพิเศษทำ ช่วยทั้งฝึกนิสัยตัวเองและสร้างประสบการณ์การทำงานได้ดีมากๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าวัยรุ่นเท่ๆ แนวสตรีท (หรือส่องพ่อค้า) ล่ะก็ เชิญที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ FopO.menclothes เลยค่า

        
อ๊ะ...เราขอกระซิบบอกนิดนึงว่า เจ้าพ่อจ๊อบเยอะคนนี้จะขึ้นเวทีมาให้ความรู้น้องๆ ที่งาน Dek-D's Admission On Stage TCAS ในวันที่ 7 ตุลาคมที่ไบเทคบางนา กรุงเทพฯ ด้วยนะจ๊ะ~ ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่เลย! 



 
อย่าลืมย้อนอ่านเด็กพลังบวกคนก่อนหน้านะคะ ><
“PFC จิตอาสา” กลุ่มแฟนคลับช่วยเหลือสังคม
ผู้รับพลังบวกจาก “เป๊ก ผลิตโชค”

 
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น