จากกระแสข่าวที่โด่งดังอยู่ตอนนี้เรื่องนักศึกษาแพทย์วางยาน้องหมาเพื่อเรียกเงินประกัน ก็มีคนพูดกันไปต่างๆ นานา ถึงกรณีคุณสมบัติของนักเรียนที่จะเข้าคณะนี้ พี่แนนนี่ก็เลยไปหาข้อมูลมาว่า นักเรียนที่จะเข้าคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ว่ามีข้อกำหนดเรื่องอะไรไว้บ้าง ลองไปดูกันค่ะ
ผู้ที่ต้องการสมัครหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และเภสัชศาสตรบัณฑิต ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่ยึดหลักการสำคัญ คือ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เข้าศึกษา และไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ
ซึ่งพี่แนนนี่ได้ลองดูคุณสมบัติจากการรับสมัครหลายๆ มหาวิทยาลัยนั้นตรงกัน เพราะเป็นคุณสมบัติกลางของการรับเข้าเรียนในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้ พี่แนนนี่ขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
1. น้องๆ ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพได้ ดังต่อไปนี้
ซึ่งพี่แนนนี่ได้ลองดูคุณสมบัติจากการรับสมัครหลายๆ มหาวิทยาลัยนั้นตรงกัน เพราะเป็นคุณสมบัติกลางของการรับเข้าเรียนในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้ พี่แนนนี่ขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
1. น้องๆ ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพได้ ดังต่อไปนี้
♦ ไม่มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเอง หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial หรือ borderline เป็นต้น รวมไปถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ ด้วย
♦ ไม่เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตรายที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง หรือผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อาทิ โรคเรื้อน วัณโรค
♦ ไม่เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ โรคหัวใจระดับรุนแรง ภาวะไตวายเรื้อรัง ภาวะติดสารเสพติดให้โทษ โรคความดันโลหิตสูงรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน
♦ ไม่เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตรายที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง หรือผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อาทิ โรคเรื้อน วัณโรค
♦ ไม่เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ โรคหัวใจระดับรุนแรง ภาวะไตวายเรื้อรัง ภาวะติดสารเสพติดให้โทษ โรคความดันโลหิตสูงรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน
♦ ไม่มีความพิการทางร่างกายที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ
♦ ไม่มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง คือ น้องๆ ต้องมีระดับการได้ยินเฉลี่ย 500 - 2,000 Hertz สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss)
♦ ไม่มีความผิดปกติในการเห็นภาพ มีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 หรือบางสถาบันกำหนดให้น้องจะต้องไม่ตาบอดสีรุนแรง เมื่อรับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว
♦ ไม่มีโรค หรือความพิการอื่นๆ ที่คณะกรรมการผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรค
ส่วนหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต น้องๆ จะต้องไม่มีภาวะตาพร่องสีทุกสี (total color blindness) ด้วยค่ะ
ในส่วนของคณะพยาบาลศาสตร์ อาจมีกำหนดเพิ่มเติมในเรื่องส่วนสูงและน้ำหนัก น้องๆ ต้องเช็กจากระเบียบการของแต่ละสถาบันอีกครั้งค่ะ
นอกจากนี้ สถาบันต่างๆ ที่เปิดรับสมัครนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต เภสัชศาสตรบัณฑิต พยาบาลศาสตรบัณฑิต จะต้องมีการสัมภาษณ์ และตรวจร่างกายตามที่สถาบันกำหนด เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เป็นต้น รวมถึงอาจมีการทดสอบด้านสุขภาพจิตก่อน จากนั้นจึงจะประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อไปค่ะ
ดังนั้น ใครอยากเข้าคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพข้างต้นนี้ อย่าลืมตรวจสุขภาพของตนเองด้วยนะคะ

2 ความคิดเห็น
แล้วถ้าสมมติเพื่อนเราอยากเรียนอะ แต่เป็น scoliosis ก็เรียนไม่ได้ใช่มั๊ยคะ
เราเป็นโรคเดียวกันแต่ถ้าให้แพทย์ที่ผ่าตัดให้ออกใบว่าไม่เป็นอุปสรรถต่อการเรียนก็น่าจะเรียนได้นะคะ
ตาเขนิดหน่อยเรียนได้มั๊ยคะ