โค้งสุดท้าย! มาเตรียมสอบ BMAT + โหลดฟรี! คำศัพท์แพทย์ชุดใหญ่ by ครูพี่กิ๊บ InterPass

        สวัสดีค่ะ สอบ TCAS ครั้งแรกในรุ่น 2561 ก็ทำเอาน้องๆ บางส่วนง่วนอยู่กับการสมัครสอบข้อสอบมาตรฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น TOEFL IELTS CU-TEP เพื่อเตรียมยื่นรอบ Portfolio ในหลายๆ สถาบัน (ไม่ได้ใช้ทุกสถาบัน ก่อนสมัครสอบ เช็กระเบียบการก่อนจ้า)


 
        การสอบ BMAT ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ใช้ยื่นในคณะแพทยศาสตร์และสัตวแพทยศาสตร์ ถึงแม้ว่า BMAT จะไม่ใช่ข้อสอบใหม่กิ๊งอะไร แต่คิดว่าปีนี้แหละที่ตื่นตัวเป็นพิเศษ เพราะโครงการพิเศษในคณะแพทยศาสตร์หลายแห่ง เลือกใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกด้วย ไม่ว่าจะเป็น จุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ ม.มหิดล ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ เป็นต้น

       ซึ่ง 2 พ.ย.60นี้จะเป็นวันสอบแล้วด้วย พี่มิ้นท์ถือโอกาสนี้ไปขอเคล็ดลับการสอบจาก ครูพี่กิ๊บ InterPass มาฝากน้องๆ รีบไปอ่าน รีบไปเตรียมตัวกันเลยค่ะ

   พี่มิ้นท์ : การสอบ BMAT คือ อะไรคะ
   ครูพี่กิ๊บ : BMAT ย่อมาจาก BioMedical Admissions Test คือ การสอบเฉพาะทางสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในสาขาการแพทย์ สัตวแพทย์ ซึ่งจัดทำโดย Cambridge Assessment
คะแนน BMAT สำหรับการเข้า มหาวิทยาลัยในไทย ปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะ
มีการใช้คะแนน BMAT ยื่นเข้าแพทย์ ภาคไทย ในระบบ TCAS รอบที่ 1 ซึ่งเพิ่มโอกาสในการติด และ เป็นนิสิตนักศึกษาแพทย์ได้ก่อน ไม่ต้องรอแต่รอบที่ 3 ค่ะ
        แต่ ใน TCAS รอบที่ 1 น้องต้องใช้ คะแนน BMAT ยื่นคู่กับ IELTS หรือ CU-TEP (+Speaking) ด้วย เช่น แพทย์จุฬาฯ ใช้ BMAT คู่กับ IELTS 7.0 หรือ CU-TEP (+Speaking) 110 คะแนน

    พี่มิ้นท์ : ถ้าเทียบข้อสอบ BMAT กับ ความถนัดแพทย์ ของไทย แตกต่างกันอย่างไร?
    ครูพี่กิ๊บ : BMAT และ ความถนัดแพทย์ แตกต่างกัน 3 จุด เริ่มจาก
         1. ลักษณะข้อสอบ ที่ต่างกัน ความถนัดแพทย์ มี 3 พาร์ท คือ เชื่อมโยง + จริยธรรม + (เชาวน์+คิดวิเคราะห์) BMAT มี 3 พาร์ท คือ Aptitude&Skills + Scientific Knowledge + Writing Task
             A. Aptitude&Skills (ความถนัด และทักษะ )
              - วัด problem solving ส่วนนี้เหมือน พาร์ทเชาวน์+คิดวิเคราะห์ ของความถนัดแพทย์
              - วัด understanding argument วัดตรรกะ การให้เหตุผลของน้องๆ ซึ่งไม่มีรูปแบบนี้ใน ข้อสอบในไทยเลย น้องๆ จะไม่เคยเจอ ดังนั้นต้องเรียนรู้วิธีการ และ ฝึกทำข้อสอบ
              - วัด data analysis  วัดเรื่องการตีความ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ให้มาในรูปของ สถิติ graphs diagrams
            B. Scientific Knowledge & Applications ( ฟิสิกส์+เคมี+ชีวะ+เลข)
               ไม่ยากเท่าข้อสอบ 9 วิชาสามัญ, PAT หรือ ONET แต่น้องๆ ต้องแปลศัพท์ออก เพราะโจทย์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ความรู้น้องๆมีอยู่แล้ว เพิ่มศัพท์ในวิชาต่างๆ และตีความศัพท์นั้นให้ถูกเพื่อหาคำตอบ
            C. Writing Task (เขียน essay)
                ส่วนใหญ่เป็นหัวข้อเกี่ยวกับการแพทย์และจริยธรรม ต้องรู้ศัพท์มาใช้ในการเขียนเช่นกัน ข้อสอบวัด 2 เรื่อง ความสอดคล้อง และการให้เหตุผลของ content และ เขียนถูกต้องตามหลัก grammar

        2. ภาษา ของข้อสอบ ที่ต่างกัน BMAT ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งท้าทายน้องๆ เพราะต้องแปลศัพท์ให้ถูกต้องก่อน คือ เพิ่ม step การทำมาอีก 1 step ทำให้ใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการทำข้อสอบ ต้องเรียนวิธีการทำข้อสอบ และฝึกทำโจทย์
       ส่วนความถนัดแพทย์ ข้อสอบเป็นภาษาไทยเข้าใจโจทย์ได้ทันที

        3. การยื่นคะแนนใจรอบ TCAS ที่ต่างกัน คือ BMAT ยื่นได้รอบที่1 รอบเดียวเท่านั้น ความถนัดแพทย์ ยื่นได้รอบที่ 3 ดังนั้นน้องๆ ต้องเตรียมทั้งBMAT และ ความถนัดแพทย์ เตรียมสอบ BMAT ก่อนค่ะ เพราะสอบก่อน สอบวันที่ 2 พย 60 ความถนัดแพทย์ สอบ ช่วง 10 มี.ค.61


    พี่มิ้นท์ : ข้อสอบในแต่ละพาร์ท มีข้อควรระวังส่วนไหนบ้าง?
    ครูพี่กิ๊บ : พาร์ท Aptitude&Skills (ความถนัด และทักษะ) 60 นาที ทำโจทย์ 35 ข้อ
โจทย์ยาว และเป็นรูปแบบข้อสอบที่น้องไม่เคยสอบ อย่าง understanding argument

 
         พาร์ท Scientific Knowledge & Applications ( ฟิสิกส์+เคมี+ชีวะ+เลข)  30 นาที ทำโจทย์ 27 ข้อ เป็น speed test รวม 4 วิชาในข้อสอบชุดเดียวกัน และออกเป็นจำนวนข้อเท่าๆกัน แต่ไม่ยาก น้องใช้ความรู้จากภาคไทยสอบได้เลย เพียงแต่เนื่องจากทุกคนทำได้ ยกตัวอย่างรุ่นพี่ Interpass ปีที่แล้ว ทำได้ 23 จาก 27 ข้อ  หมายความว่า น้องๆ ต้องทำได้เกือบเต็มเช่นกัน
 
         พาร์ท Writing Task (เขียน essay)  30 นาที เลือกเขียน 1 จาก 3 หัวข้อ เขียนในพื้นที่จำกัด แค่ 1 หน้า และ ต้องวางแผนเวลาในการเขียนให้ดี คือ ให้เวลากับ outline 10 นาที เขียน 15 นาที ทวน+check 5 นาที จากที่พี่สังเกตคะแนนในพาร์ทนี้ รุ่นพี่ที่ได้คะแนนน้อย เพราะไม่ได้เขียน outlineถ้าเขียน outline ก่อน คะแนนจะ up ขึ้นทันที
 
       ดังนั้นจุดตัด ให้ได้คะแนน BMAT สูง คือ พาร์ท 1 และ 3  (แต่ พาร์ท 2 ต้องได้เกือบเต็มนะค่ะ) และส่วนที่จะต้องระวัง และเตรียมตัวไปสำหรับทั้ง 3 พาร์ทคือ คำศัพท์ (Vocabulary)

     พี่มิ้นท์ : คำศัพท์ที่พบในข้อสอบ BMAT เป็นคำศัพท์ระดับไหน ยาก หรือ ง่าย และ หาอ่านได้จากที่ไหนคะ?
    ครูพี่กิ๊บ : คำศัพท์ที่พบในข้อสอบ BMAT เป็นคำศัพท์ ระดับ 9 วิชาสามัญ วิชาอังกฤษ สำหรับเด็กเข้าแพทย์ หรือ สายวิทย์โดยเฉพาะ ไม่ยาก สามารถเตรียมศัพท์ ระดับของ 9 วิชาสามัญ วิชาอังกฤษ และ คำศัพท์เฉพาะ จากวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และ เลข มาใช้ได้เลย โดยเฉพาะ คำศัพท์เกี่ยวกับการแพทย์ (Medicine) และงานวิจัย (research) โดยเฉพาะ ในกลุ่มคำศัพท์ เกียวกับโรค และ อาการของโรค ต่างๆ (Illness and Symptoms) 
        ว่าง่ายๆ เตรียมไปพร้อมกันได้เลยสำหรับคำศัพท์ เตรียมทีเดียวสอบได้ทั้ง BMAT และ 9 วิชาสามัญ  พี่กิ๊บ Oxford มีรวบรวมคำศัพท์ไว้ให้ download ได้ที่ Facebook ของ Interpass ได้เลยค่ะ (https://goo.gl/t12fP1)

     พี่มิ้นท์ : แนะนำการเตรียมตัวสอบ BMAT สำหรับน้องๆ มือใหม่ที่ไม่เคขสอบข้อสอบสากล?
     ครูพี่กิ๊บ : สำหรับน้องๆ ที่ไม่เคยสอบข้อสอบ BMAT มาก่อน ไม่ต้องกลัว มาลองทำ BMAT Simulaltion Test (จำลองข้อสอบ BMAT) เพื่อจะได้รู้ว่าลักษณะข้อสอบเป็นอย่างไร จะได้วางแผนต่อได้ถูก ที่สำคัญจะได้รู้ว่า คะแนนอยู่ในระดับไหน จะ up คะแนนอย่างไร แนะนำให้ลองทำข้อสอบ จับเวลาเหมือนจริงก่อน ง่ายๆ ให้นึกถึงการสอบข้อสอบสากล อย่าง IELTS ซึ่งน้องๆน่าจะเคยได้ทำมาบ้าง


     พี่มิ้นท์ : ใกล้สอบแล้ว ถ้าอ่านไม่ทันจริงๆ ปรับแผนการอ่านอย่างไรดีคะครูพี่กิ๊บ?
     ครูพี่กิ๊บ : BMAT จัดสอบช่วง ต้น พ.ย. ของทุกปี (ปีนี้ 2560 จัดสอบ วัน พฤหัส ที่ 2 พย)
         ถ้านับจากวันสอบ ถอยหลังมาจนถึงวันที่อ่านข้อความนี้ แล้วมีเวลาเหลือกี่วัน น้องก็คำนวณ แล้วจัดเวลา ถ้าใครยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ที่ Interpass ได้รวบรวมแนวข้อสอบย้อนหลัง 10 ปี รวมถึงเทคนิคที่จะทำให้ได้คะแนนดี และ สามารถยื่นคณะที่น้องหวัง
ไม่มีคำว่า “ไม่ทัน” เพราะน้องได้สมัครสอบเรียบร้อยแล้ว เหลือ 3 วัน ก็ต้องบอกตัวเองว่าทันค่ะ
(ใครที่ยังไม่สมัครสอบ BMAT ไปเช็ควันสมัคร แล้วสมัครก่อนเลยค่ะ)

     พี่มิ้นท์ : อยากให้ครูพี่กิ๊บให้กำลังใจ หรือ ฝากอะไรถึงน้องๆ ชาว Dek-D ที่กำลังเตรียมตัวสอบ BMAT หน่อยค่ะ?
     ครูพี่กิ๊บ : ก่อนอื่น อยากฝากน้องๆ ก่อนเลยคือ สมัครสอบ BMAT เลยนะคะ สำคัญมาก ซึ่งสามารถสมัครได้ทั้งที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM) และ British Council สาขาสยามสแควร์ พี่ให้ Link มาด้วย คลิกเข้าไปดูเลยค่ะ เพราะใกล้ปิดรับสมัครแล้ว
 www.britishcouncil.or.th/exam/professional/uk-university-admission/biomedical
     สุดท้าย พี่ขอฝากสั้นๆ เปลี่ยนจากคำว่า Impossible เป็น I’m possible ทุกอย่างเปลี่ยนทันที และ NOW is WON. ขอให้น้องๆทุกคน ได้คะแนนสอบ BMAT ที่ยื่นและติดหมอได้ ตั้งแต่ TCAS รอบ 1 มีอะไรสอบถามหรือ อยากได้คำปรึกษาพี่กิ๊บ และ ทีม Interpass ยินดีค่ะ ทั้ง facebook และ line ขอให้โชคดีค่ะ

      ใครไม่เคยสอบข้อสอบในระดับสากลมาก่อน อาจจะต้องปรับตัวเรื่องภาษากันนิดนึง แต่เหลือเวลาเดือนกว่า ถ้าเริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้ พี่มิ้นท์ขอเป็นอีกเสียงที่่ช่วยยืนยันว่า "ทัน" ค่ะ อย่าลืมนำเทคนิคและคำศัพท์จากครูพี่กิ๊บไปใช้กันด้วยน้า :D
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด