"กาก้า" สาวน้อยนักเตะวัย 10 ขวบ ทายาทริวัลโด้เมืองไทย กับการยิงประตูอันยอดเยี่ยม!


“แก๊งนางฟ้าบ้านนา” ผู้ปลุกเสน่ห์แดนชนบทด้วยแฟชั่นสไตล์ท้องถิ่น (คลิป 5 ล้านวิวการันตีความแซ่บ!)
 
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D พบกับเด็กพลังบวกที่จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับเด็กหรือวัยรุ่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราใช้เวลาว่างทำกิจกรรมดีๆ เพื่อตนเองและผู้อื่น สำหรับวันนี้ ใครที่เป็นคอฟุตบอลพลาดไม่ได้เลยค่ะ ^^
 
         ทะลุหนึ่งล้านวิวเรียบร้อยแล้ว กับคลิปสาวน้อยนักเตะที่ทำภารกิจในรายการ Super10 สำเร็จได้แบบชิลล์ๆ ไร้ความกดดันจนผู้ชมต้องอึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเดาะบอลข้ามกำแพงไปกลับ, การดูดบอลลงจากกลางอากาศ และการยิงบอลชนคาน ลำพังถ้าเป็นนักฟุตบอลชายมืออาชีพ ภารกิจเหล่านี้อาจไม่ได้ยากเกินความสามารถ แต่ประเด็นคือเธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงวัย 10 ขวบเท่านั้น! นั่นแปลว่าเธอต้องมีพรสวรรค์และผ่านการฝึกฝนมาพอสมควร ถ้าอยากรู้แล้วว่าเธอคือใคร? อะไรทำให้เธอสนใจเล่นฟุตบอล? แล้ววิธีการฝึกซ้อมหรือเทคนิคอะไรทำให้เธอเล่นได้เก่งเกินวัยได้ขนาดนี้ ไปหาคำตอบกันเลยค่ะ!
 
แนะนำตัวสั้นๆ
 
         “ชื่อ ‘กาก้า’ มานิตา น้อยเวช อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนโชคชัยรังสิตค่ะ ปกติหนูเป็นคนร่าเริง” นอกจากนี้คุณแม่ยังเสริมว่าเธอออกจะติดพ่อหน่อยๆ นิสัยเลยไปทางห้าวๆ สไตล์ผู้ชาย
 
         หลายๆ คนอาจคุ้นๆ ชื่อและนามสกุลของหนูน้อยคนนี้ เพราะเธอคือลูกสาวของเจ้าของฉายา “ริวัลโด้เมืองไทย” หรือคุณมานิตย์ น้อยเวช อดีตกองหน้าทีมชาติไทยที่ประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2014 เนื่องจากการบาดเจ็บนั่นเองค่ะ


ประสบการณ์โชว์พรสวรรค์บนเวที Super10
 
         ก่อนอื่นคุณแม่ของน้องกาก้าได้เล่าที่มาที่ไปว่าทำไมอยู่ๆ น้องถึงไปโชว์ฝีเท้าที่รายการ Super10 ได้ “น้องชอบดูทุกรายการใน Workpoint เลยค่ะ พอดีว่ามีครั้งนึงที่น้องเล่นเดาะๆ บอลกับคุณพ่อที่หลังบ้าน แล้วคุณพ่อถ่ายลงเฟซบุ๊ก ทีมงานเขามาเห็นแล้วสนใจจึงติดต่อมาชวนน้องให้ไปร่วมรายการ” 
 
         แล้วน้องกาก้ารู้สึกยังไงบ้าง คิดว่าภารกิจในรายการยากไหม? เจ้าตัวตอบว่า “หนูไปอัดรายการในเดือน ก.ค. ค่ะ หนูไม่ได้รู้สึกกดดัน คิดว่าไม่ยากเกินไป เพราะเล่นประจำอยู่แล้ว” ซึ่งความสามารถของเธอก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง ได้รางวัลเป็นรองเท้าสตั๊ดและจักรยานให้น้องสาวสำเร็จ

จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายลูกหนัง    
 
         “หนูอยู่กับฟุตบอลตั้งแต่เด็กค่ะ พอคุณพ่อเลิกเล่นบอลก็มาเปิดอะคาเดมี่ หนูเลยติดตามไปทุกที่ ได้ฝึกบ่อยๆ เวลามีแข่งบอล คุณพ่อก็พาไปดูทีมชาติบ้าง แล้วก็มีดูในทีวี ช่วยให้พัฒนาขึ้น เช่น ถ้าเห็นลูกยิงสวยๆ ในทีวีก็เอามาฝึก” 
 
         คุณพ่อของน้องเสริมว่า “ผมเปิดอะคาเดมี่สอนฟุตบอลเด็กมา 3 ปีกว่าแล้วครับ ผมจะพาน้องไปเรียนด้วยหรือให้ฝึกตามโปรแกรมที่วางไว้ โดยจะให้ซ้อม 2 ชม. ต่อวัน สัปดาห์นึง 3-4 วัน ตอนช่วงอายุ 4-8 ปี จะเน้นให้เล่นกับบอล สัมผัสบอลเยอะๆ สร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล ปรับความสมดุลของร่างกายและระบบประสาท เล่นเกมสนุกๆ ที่ต้องใช้บอล สลับกับเสริมทักษะฟุตบอลไปเรื่อยๆ หาแบบฝึกที่ไม่น่าเบื่อ ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับความสามารถของน้อง"
         จากนั้นเขาก็ได้พูดถึงพัฒนาการของลูกสาวคนโตคนนี้ “น้องกาก้าได้ฝึกสม่ำเสมอและทำได้ทุกอย่าง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย ผมเห็นว่าพัฒนาการเขาค่อยๆ ดีตามลำดับทั้งรูปร่างและทักษะฟุตบอล ความตั้งใจไม่เคยลด เพียงแต่ต้องมีแบบฝึกที่ท้าทายตลอดเวลา เพราะเขาไม่ยอมแพ้ พยายามจะทำให้ได้ และถ้าถามว่าจุดเด่นของน้องคืออะไร ผมว่าในสนามทีมที่เล่นกัน 8 คน น้องสามารถต่อบอลเพื่อยิงประตูได้ หาจังหวะได้ดีมาก ทำประตูได้ตั้งแต่ 7 ขวบ เหมือนเขามีเซ้นส์ของกองหน้า

แมทช์แห่งความภูมิใจ
 
        “เวลาโรงเรียนมีแข่งบอล น้องกาก้าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไปร่วมเป็นตัวแทนแข่งกับโรงเรียนอื่นๆ พอเขาได้ออกไปรับรางวัลหน้าเสาธง น้องเลยเด่นขึ้นมา เพื่อนๆ ในโรงเรียนเลยจำได้ ส่วนปีที่ผ่านมาเคยไปแข่งอะคาเดมี่ลีกรุ่น 9 ปี น้องทำผลงานได้ดี ยิงไป 23 ลูก คว้าแชมป์รุ่น 9 ปีมาได้ การแข่งครั้งนั้นทำให้ผมเห็นพัฒนาการของน้องเด่นชัดมาก และต้องให้เครดิตเพื่อนๆ เขาด้วยครับ เพราะเขาซัพพอร์ตกันดี น้องเองก็ภูมิใจมากๆ”


เจออุปสรรคก็ยังไหว!

         “เรื่องสุขภาพร่างกายผมจะช่วยดูแลเต็มที่ครับ จริงๆ น้องเคยบาดเจ็บจากการเล่นครั้งนึงครับ ตอนนั้นก็คิดอยู่ว่าจะเอายังไงต่อไปดี แต่เขาบอกว่าไหว เขาไม่อยากเลิกเล่น ส่วนเรื่องที่ว่าน้องเป็นผู้หญิงแล้วจะส่งผลกระทบอะไรไหม สรีระของผู้หญิงอาจทำให้วิ่งช้ากว่า หรือแข็งแรงน้อยกว่าเด็กผู้ชายไปบ้างครับ” 

         ปกติเราไม่ค่อยเห็นน้องๆ ผู้หญิงที่หันมาทางกีฬาเท่าไหร่ ในเมื่อความชอบต่างจากเพื่อนๆ แล้ว น้องกาก้าจะมีปัญหาตอนอยู่โรงเรียนไหม? คราวนี้คุณแม่ออกมาเล่าให้ฟังว่า “น้องเข้ากับเพื่อนๆ ได้ดีค่ะ คนส่วนใหญ่จะรู้จักน้องเพราะเป็นทั้งหัวหน้าห้องและเด็กกิจกรรม ส่วนเวลาว่างๆ ก็ไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ แบบไม่แยกเพศ”


ความฝันของลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น
 
         ทางคุณพ่อที่เป็นถึงอดีตทีมชาติไทยได้บอกว่า “ถ้าร่างกายได้ ใจรัก ทุกอย่างพร้อม  พ่อแม่พร้อมสนับสนุนครับ ผมอยากให้น้องไปค้าแข้งที่ต่างประเทศ อาจเริ่มจากที่ญี่ปุ่นก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปถึงยุโรป ผมเชื่อว่าเขาไปได้ไกลแน่ ตอนนี้พยายามให้น้องไปลงแข่งหาประสบการณ์ในรายการต่างๆ แพ้ชนะไม่เป็น'ไร ส่วนตอนนี้บอลหญิงยังไม่บูม แต่ถ้าอีกสัก 4-5 ปีเกิดบูมขึ้นมา อาจเป็นโชคดีของน้องก็ได้”
 
         “ส่วนแม่เองเคยคุยกับลูกจริงจังเหมือนกันนะคะ เขาชอบนักฟุตบอลหญิงของอเมริกา และอยากไปแข่งที่ต่างประเทศ แต่ถ้าไม่ได้เป็นนักบอล เขาอยากเป็นไกด์นำเที่ยวให้ชาวต่างชาติรู้จักเมืองไทยมากขึ้นค่ะ”


ทิ้งท้ายจากใจคุณพ่ออดีตทีมชาติ
 
         “เด็กไทยมีเยอะแต่อาจยังหากีฬาโดนใจไม่ได้ ลองหันมาเล่นฟุตบอลดูก็ได้ครับ ถ้าใครอยากเริ่มฝึก แนะนำให้เริ่มจากตัวเอง คือต้องใจรัก สนุกกับการออกกำลังกาย ผู้ปกครองก็ต้องสนับสนุนและคอยให้กำลังใจครับ


        เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลยทีเดียวค่ะ สำหรับทายาทริวัลโด้เมืองไทยคนนี้ พี่เชื่อว่าน้องๆ ที่กำลังอ่านตอนนี้ต้องมีผู้หญิงที่มีกิจกรรมในดวงใจคือการเตะบอล หวังว่าสาวน้อยกาก้าคนเก่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ไม่ทิ้งความฝัน เตรียมฝึกซ้อมจนเก่งขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ^^ สุดท้ายนี้ คุณพ่อของน้องกาก้าได้ฝาก Manitkids Academy ทั้งสาขาสุพรรณบุรี, ปทุมธานี และ อ.หนองแค (สระบุรี) ไว้สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากฝึกซ้อมฝีเท้าด้วยค่ะ

 
อย่าลืมย้อนอ่านเด็กพลังบวกคนก่อนหน้านะคะ ><
"ยาหยี" เด็ก ม.5 ผู้วาดการ์ตูนซัพพอร์ต Words Hurt Campaign 
ละทีม Overwatch!
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น