“จักร” เด็กหนุ่มหนอนหนังสือวัย 18 กับผลงานรีวิวหนังสือมาแล้วเกือบ 300 เรื่อง!


“แก๊งนางฟ้าบ้านนา” ผู้ปลุกเสน่ห์แดนชนบทด้วยแฟชั่นสไตล์ท้องถิ่น (คลิป 5 ล้านวิวการันตีความแซ่บ!)
 
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D พบกับเด็กพลังบวกที่จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับเด็กหรือวัยรุ่นที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้เราหันมาใช้เวลาว่างทำกิจกรรมดีๆ เพื่อตนเองและผู้อื่นกันค่ะ

         การที่เด็กรุ่นใหม่เติบโตมาพร้อมสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต เป็นเหตุผลสำคัญให้วงการหนังสือเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง แต่โชคดีที่สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเมื่อสื่อออนไลน์และสื่อสิงพิมพ์ยังคอยกอดคอพยุงกันอยู่ อย่างที่เราเห็นหนังสือรูปแบบ E-Book หรือมีการรีวิวหนังสือผ่านโซเชียลหรือเว็บบล็อกยอดนิยมต่างๆ โดยผู้ที่รีวิวต้องรักการอ่าน ช่างสังเกต และคิดได้อย่างเป็นระบบพอสมควร ซึ่งความสนุกก็ไม่ต่างจากการสเตตัสดีๆ ที่ทำให้เราได้เมาท์ ได้เชิญชวน และที่สำคัญคือได้รู้ว่าคนอื่นจะคิดเหมือนเรารึเปล่า! เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปรู้จักกับนักรีวิวหนังสือที่รีวิวมาตั้งแต่ Bloggang ยังบูม  และผลงานของเขาไม่ใช่น้อยๆ เลย ถ้าอยากรู้แล้วว่าการรีวิวหนังสือสนุกยังไง ให้อะไรกับเราบ้าง และสร้างสีสันให้วงการนักอ่านยังไง ตามมาเลยค่าา ><

 
แนะนำตัวกันก่อน
 
         “สวัสดีครับ ชื่อ 'จักร - จักรี ปานสมัย' (จริงๆ ชื่อ ‘บาส’ แต่ไม่มีใครเรียกแล้ว เพราะชื่อจักรสั้นกว่า T^T) ตอนนี้อายุ 18 ปีครับ เรียนที่คณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาวรรณคดี ม.เกษตรศาสตร์ นิสัยส่วนตัว คิดว่าผมเองเป็นคนพูดมาก ขี้สงสัย ใส่ใจรายละเอียด เลยทำให้ชอบอ่านนิยายและชอบการรีวิวครับ”
 
         “นามปากกาของผมคือ ‘อุ้มสม’ ครับ มีที่มาจากวรรณคดีเรื่อง ‘อุณรุฑ’ คำว่าอุ้มสมเป็นชื่อเทพที่ทำให้คนรักกัน (อารมณ์เหมือนคิวปิด) ผมรู้สึกว่าชื่อนี่เก๋ดี แล้วตัวเองก็อยากเขียนนิยายรักด้วย นอกจากนี้ยังเป็นชื่อตัวละครในนิยายเรื่อง มณีแดนสรวง ของคุณหมอพงศกร ผมเลยเลือกเป็นนามปากกาครับ”

Photo Credit: Phinyo Photography

 
จากนักอ่าน...สู่นักรีวิวหนังสือไฟแรง
 
         “ผมชอบอ่านตั้งแต่เด็กครับ ด้วยความที่เป็นคนต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีอะไรให้เล่น เวลาว่างๆ เลยชอบดูละคร ชอบอ่านหนังสือ ส่วนคุณแม่ก็ชอบเอาหนังสือมาให้ผมอ่านด้วย ทีนี้พอผมเข้าไปในเว็บ Bloggang เพื่อหาอ่านนิยายที่น่าสนใจ มันก็จะชอบขึ้นรีวิวของคนอื่นขึ้นมาด้วย พอช่วง ม.2 - ม.3 เราเลยอยากลองเขียนรีวิวบ้างครับ เพราะช่วงนั้นผมก็อ่านนิยายเยอะพอสมควรเลย  ส่วนช่วงหลังๆ ประมาณ ม.ปลาย ก็เริ่มหันมารีวิวลงเว็บ Dek-D จริงจัง สรุปแล้วหนังสือที่ผมเคยรีวิวไปทั้งหมดมี 275 เรื่อง โดยเน้นรีวิวเรื่องพล็อต ตัวละคร และสำนวน”

         “ส่วนมากผมจะรีวิวนิยายไทยของสำนักพิมพ์ที่เห็นกันบ่อยๆ เช่น สถาพร, อรุณ, คำต่อคำ ฯลฯ หลักๆ เป็นแนวรักดราม่าแบบเล่มเดียวจบ และเน้นรีวิวเรื่องพล็อต ตัวละคร สำนวน ส่วนมากผมชอบอ่านงานนักเขียนรุ่นเก่าๆ ครับ อย่างท่าน ว.วินิจฉัยกุล และปิยะพร ศักดิ์เกษม ส่วนใน Dek-D ก็ตามหลายเรื่อง รวมทั้งนิยายของของพี่อตินด้วย เพราะเป็นแนวดราม่าครับ”

         เชื่อว่าจักรคงไม่ได้รีวิวทุกเรื่องที่เคยอ่าน เราอยากให้เล่าหน่อยว่ามีวิธีเลือกยังไงบ้าง? “ตอนไฟแรงผมรีวิวทุกเล่มที่อ่านจริงๆ ครับ 55555 คืออย่าง ม.ต้นเนี่ย รีวิวไป 164 เรื่อง แต่ช่วงหลังอาจลดลงบ้างเพราะเวลาน้อยลง เรียนหนักขึ้น เป็นเด็กกิจกรรมด้วย ผมเลยเลือกจะหยิบแค่เล่มที่ชอบและอยากชวนให้อ่านจริงๆ มารีวิวครับ”
 

Photo Credit: จักรี ปานสมัย (บาส)

 
ว่าด้วยกระแสตอบรับ
 
         “ช่วงนั้น Bloggang ยังบูมอยู่ครับ มีนักเขียนนักอ่านเยอะ เราเองก็เขียนสม่ำเสมอจนมีคนติดตามอ่านเยอะ อย่างช่วงนั้นมียอดวิว 10,000-20,000 คน” เราได้โปรโมตไหม? “ไม่เลยครับ เว็บบล็อกนั้นคนอ่านเยอะอยู่แล้ว แต่เราไม่มีแฟนเพจ ไม่มีฐานที่แน่นอน”

         จักรคิดว่าเพราะอะไรคนถึงสนใจอ่านงานเรา? “ผมรีวิวมาเยอะด้วยแหละ แล้วก็มีเทคนิคคือรีวิวให้เป็นกลางที่สุด ถ้าอยากติก็เลี่ยงคำพูดแรงๆ คนที่อ่านเขาจะบอกว่าผมสำนวนเหมือนผู้ใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเด็กเขียน อาจเป็นเพราะผมอ่านนิยายสำนวนผู้ใหญ่ๆ มาเยอะ”

         “คนที่มาอ่านมาตอบเราจะมีทั้งคนที่อ่านเหมือนเรา เห็นด้วย แล้วมาคุยกันเพิ่มเติม กับอีกแบบคือเขาไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน พอมาอ่านรีวิวเราแล้วสนใจเลยไปหาอ่านบ้าง ส่วนคอมเมนต์ติช่วงนึงที่ผมเขียนรีวิวละเอียดยิบ บางคนเลยบ่นว่ามันดูเหมือนสปอยล์เรื่องเกินไป ผมก็รับมาปรับๆ ให้ดีขึ้นครับ”


Photo Credit: จักรี ปานสมัย (บาส)

 
ได้เป็นเพื่อนกับนักอ่านและนักเขียน!
 
         บางคนอาจคิดว่าหนอนหนังสือหรือนักเขียนจะต้องจมอยู่กับตัวเองในโลกส่วนตัว ก้มหน้าอ่านหนังสือจนไม่คุยกับใคร แต่จักรเล่าให้ฟังว่าคอนเนกชั่นเขากว้างขึ้นเพราะมีหนังสือเป็นตัวเชื่อม “การรีวิวทำให้ผมรู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ นักอ่านเยอะมากครับ พวกเขาชอบอ่านหนังสือเหมือนๆ กัน จนทุกวันนี้สนิทกันหลายคน”
 
         “อีกเรื่องที่ผมภูมิใจมากคือนักเขียนเจ้าของเรื่องเขาก็มาอ่านบทความรีวิวของเรา ทำให้ผมได้เป็นเพื่อนกับนักเขียนหลายคน อย่าง ‘คุณหมอพงศกร จินดาวัฒนะ’ ที่เขียนเรื่องกี่เพ้า รอยไหม บุรำปรำปรา ฯลฯ น่ะครับ และผมเคยเจอท่าน ว.วินิจฉัยกุล ในงานหนังสือด้วย ท่านบอกว่าท่านเคยอ่านงานที่ผมรีวิว แล้วพอผมซื้อเล่มใหม่ไป ท่านก็บอกว่ารออ่านรีวิวนะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ ครับ เหมือนเป็นไฟให้เราอยากเขียนต่อไปเรื่อยๆ”


Photo Credit: จักรี ปานสมัย (บาส)

 
เล่าสู่กันฟัง...สิ่งที่ได้จากการรีวิว

         อย่างแรกเลยคือผมภูมิใจที่มีคนอ่านครับ และพอนักเขียนบางท่านได้อ่านรีวิวของเรา เขาก็นำไปปรับปรุงงานเขาได้จริงๆ นอกจากนี้ยังทำให้ผมมีวิจารณญาณในการเสพสื่อมากขึ้น เข้าใจสารที่นักเขียนต้องการสื่อ นำไปใช้ในการเรียนได้ งานช่วงแรกผมจะรีวิวตามความรู้สึก แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มจับหลักมากขึ้น ทั้งฉาก ความสมเหตุสมผล บทสนทนา ฯลฯ แต่ไม่ใช้ศัพท์ยาก ความแตกต่างที่ชัดมากๆ คือตอนแรกเขียนรีวิวสั้นมากยังกับเขียนสเตตัสในเฟซบุ๊ก แต่หลังๆ เขียนยาวขึ้น เป็นเหตุเป็นผล ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น เริ่มพูดรู้เรื่องมากขึ้น! 5555  ผมชอบความไฟแรงของตัวเองตรงที่มันทำให้เห็นพัฒนาการนี่แหละครับ”
         
         อีกอย่างคือผมชอบอ่านนิยายแนวพีเรียด (Period) ทำให้ได้ซึมซับประวัติศาสตร์ ได้เจอพวกคำโบราณและคำราชาศัพท์บ่อยมากๆ ถ้ามีเนื้อเรื่องตรงไหนตงิดๆ ก็ไปเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่ม”

 


Photo Credit: จักรี ปานสมัย (บาส)

 
ทิ้งท้ายจากชายนักรีวิว

         “อยากฝากบอกน้องๆ เยาวชนรุ่นใหม่ว่า ถ้าว่างๆ อยากให้อ่านหนังสือกันครับ เพราะมีหลายประเภทให้เลือกอ่าน ผมเชื่อว่าการอ่านคือการเปิดประตูสู่โลกกว้าง และจะให้อะไรดีๆ กับเราเยอะมาก อย่างเช่นวรรณกรรมไทยที่มีเสน่ห์ตรงสะท้อนภาพสังคมไทยจริงๆ นักเขียนบางท่านมีกลเม็ดดึงให้เราสนใจ ในปัจจุบันได้ก้าวผ่านความเป็นนิยายน้ำเน่ามามากแล้ว อย่างตัวผมเอง ผมอยากทำงานในวงการวรรณกรรม อาจเป็นนักเขียนหนังสือ บทความ หรือนิยาย ถ้าเป็นรีวิวก็อาจเป็นบทความตีแผ่นิยาย เอาความรู้ในวรรณคดีหรือวรรณกรรมร่วมสมัยมาพูดถึง เพราะอยากให้คนสนใจงานเขียนของไทยมากขึ้น”
 
         “สุดท้ายนี้ผมอยากชวนให้คนมาเขียนรีวิวเยอะๆ เพราะมันจะเป็นแนวทางให้คนที่ไม่เคยอ่านนิยาย หรือคนที่ชอบอ่านอยู่แล้วแต่อยู่ในภาวะที่ไม่รู้จักอ่านเล่มไหนอีกดี ได้หันมาสนใจหลังจากได้อ่านงานของเราครับ”


Photo Credit: จักรี ปานสมัย (บาส)

 
         เรียกได้ว่าน้องจักรเป็นหนึ่งในคนที่คอยซัพพอร์ตวงการหนังสืออยู่ห่างๆ จริงๆ ค่ะ เพราะแค่เขารีวิวหนึ่งครั้งหนึ่งเล่ม ก็ทำให้คนสนใจตามไปอ่านอีกไม่รู้ตั้งกี่คน ถ้าน้องๆ คนไหนทั้งชอบอ่าน ชอบเมาท์ และเข้าใจสารที่นักเขียนอยากสื่อแล้วล่ะก็ ลองเรียบเรียงคำพูดออกมาแชร์กับเพื่อนนักอ่านคนอื่นๆ บ้าง อาจทำให้ได้เปิดโลกใบใหม่ที่น้องไม่เคยเห็นมาก่อน และดีไม่ดีอาจได้เข้าถึงนักเขียนที่ตัวเองเป็นแฟนคลับอยู่เหมือนกับเด็กพลังบวกในวันนี้ก็ได้! ^^ สำหรับใครที่อยากแวะเข้าไปอ่านการรีวิวของวัยรุ่นสำนวนผู้ใหญ่ใจเย็นคนนี้ สามารถเข้าไปอ่านและติดตามได้ที่ Bloggang และ Dek-D ของน้องได้เลยค่าา~
 
อย่าลืมย้อนอ่านเด็กพลังบวกคนก่อนหน้านะคะ ><
"กาก้า" สาวน้อยนักเตะวัย10ขวบ ทายาทริวัลโด้เมืองไทย
กับเซ้นส์กองหน้าการยิงประตูอันยอดเยี่ยม!
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด