สาวๆ หลายคนอาจจะยังงงๆ กับชื่อ AMOREPACIFIC แต่ถ้าได้ยินชื่อแบรนด์อย่าง Laneige, Etude House, Innisfree, Mamonde และ Sulwhasoo น่าจะร้องอ๋อกันเป็นแถวแน่นอน แบรนด์เหล่านี้ที่เรารู้จักล้วนอยู่ภายใต้บริษัท AMOREPACIFIC ทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ไม่ใช่แค่เพียงเท่านี้นะคะ ยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกเพียบ วันนี้พี่โอ๊ตเลยอยากมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่าอะไรที่ทำให้ AMOREPACIFIC กลายเป็นผู้นำวงการบิวตี้อันดับหนึ่งของเกาหลี และกำลังก้าวเข้าสู่บริษัทความงามระดับโลกอีกด้วยค่ะ
2. คุณหญิง ยูน ดก จ็อง มารดาของประธาน ซอ ซ็อง ฮวัน ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางเป็นคนแรก
3. ท่านประธาน ซอ ซ็อง ฮวัน (คนหน้าสุด) ขณะที่ไปศึกษาต่อยุโรปเกี่ยวกับธุรกิจความงาม
4. AMOREPACIFIC's Story Garden พิพิธภัณฑ์เรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
AMOREPACIFIC มีศูนย์ผลิตและกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง เรียกว่า Osan Beauty Campus ตั้งอยู่ที่เมืองโอซาน เพื่อกระจายสินค้าออกไปทั่วโลก โดยมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล 30 สนามรวมกัน! ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้มากกว่า 15,000 ตันต่อปีเลยล่ะค่ะ
นวัตกรรมคูชั่นของ AMOREPACIFIC ประยุกต์มาจากตราประทับที่จอดรถค่ะ สังเกตดูว่าหมึกตราปั๊มไม่เคยไหลเยิ้มออกมาจากฟองน้ำเลย เหมือนกับเนื้อรองพื้นที่คงตัวอยู่ในฟองน้ำคูชั่นนั่นเอง
ผลจากการที่มุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ทำให้ AMOREPACIFIC มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นรายแรกของโลก อย่างครีม Miro ที่ใช้ชาเขียวเป็นส่วนผสมเจ้าแรกของโลก และ ABC Ginseng Cream ครีมตำรับแพทย์แผนโบราณรายแรกของโลก
7. ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก
แบรนด์แรกของ AMOREPACIFIC คือ ครีมเมโลดี้ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ ABC Pomade ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% เป็นเจ้าแรกของเกาหลีอีกด้วย แต่ถ้าเป็นแบรนด์ปัจจุบันที่ยังมีอยู่ นับตามอายุแล้ว Mamonde อยู่มายาวนานที่สุดค่ะ
8. โครงการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม
แม้จะมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคุณภาพสินค้าเป็นหลัก แต่ AMOREPACIFIC ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เกิดโครงการสนับสนุนคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ที่เห็นได้ชัดและในเมืองไทยก็มีเช่นกัน คือโครงการ Laneige-Refill Me แบรนด์ Laneige ที่นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วอเตอร์สลีปปิ้งมาส์กไปพัฒนาแหล่งน้ำดื่มในถิ่นทุรกันดารในประเทศไทยหรือการรีไซเคิลแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ที่ใช้หมดแล้วเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมกับ Innisfree เป็นต้น
9. หลากหลายแบรนด์ยอดนิยมของสาวเกาหลีและสาวไทย
นอกจาก Laneige, Etude House, Innisfree, Mamonde และ Sulwhasoo ที่มีขายในเมืองไทยแล้ว ยังมีแบรนด์ชั้นนำอีกมากมายที่เกาหลี เช่น IOPE, Hera, Aritaum, Primera และ Ryo โดยสาวๆ สามารถช้อปปิ้งกันได้ที่ย่านมย็องดง เพราะมีทุกร้านค่ะ
10. Sulwhasoo Flagship Store
ที่ย่านกังนัมมี Sulwhasoo Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดบิวตี้ของเกาหลีเลยค่ะ ทำให้มีผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างที่หาซื้อไม่ได้ในเมืองไทย และบางชิ้นเองคนเกาหลีก็ต้องมาซื้อที่นี่เท่านั้น ไม่มีวางขายที่อื่นค่ะ ใครที่กำลังคิดจะรอของเข้าไทยต้องตื่นเลย เพราะไม่มีมาแน่นอน ที่สำคัญ ที่นี่มีถึง 6 ชั้น โดยมีบริการนวดสปาจากผลิตภัณฑ์ของ Sulwhasoo ที่ชั้น 4 ด้วยค่ะ บอกเลยว่าฟินมากๆ ค่ะ
11. Laneige My Two Tone Lip Bar
Laneige Flagship Store ในย่านมย็องดงมีบริการพิเศษกว่าที่อื่น คือการทำ My Two Tone Lip Bar เป็นของตัวเอง โดยในการทำขั้นตอนแรก พนักงานจะให้เราถ่ายรูปตัวเองผ่านแท็ปเลต ซึ่งได้ลงโปรแกรมแสกนสีผิวเอาไว้ จากนั้นเราก็จะรู้ว่าสีผิวของเราเหมาะกับโทนสีฝั่งไหน มีแยกเป็น Cool Tone และ Warm Tone ค่ะ พี่โอ๊ตสีผิวขาวเหลืองเลยจัดไปอยู่ที่ Warm Tone จากนั้นพนักงานก็จะนำสีต่างๆ ที่เหมาะกับเรามาให้เลือกค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วแต่ละคนจะได้สีที่ไม่ซ้ำกันแน่นอน ความพีคมันอยู่ที่แพ็คเกจลิปสติกมีสกรีนชื่อเราลงไปด้วยค่ะ น่ารักไปอีก หรือใครอยากได้ข้อความอื่นๆ ก็สามารถบอกพนักงานได้เลยค่ะ ถ้าใครไปเกาหลีแล้วอยากไปทำบ้างต้องจองคิวล่วงหน้านะคะ เนื่องจากเค้าทำแบบแท่งต่อแท่ง จึงใช้เวลาพอสมควรค่ะ
เครดิตรูปภาพจากซีรีส์ Weightlifting Fairy Kim Bok Joo / Descendants of the Sun / Doctors และ My Love from the Starใครจะไปเชื่อว่าบริษัทเครื่องสำอางอย่าง AMOREPACIFIC จะมีไร่ชาเขียวเป็นของตัวเองด้วย! ความไม่ธรรมดาคือ ไร่ชาเขียวที่อยู่บนเกาะเชจูนั้นใหญ่เป็นอันดับ 1 ใน 3 ของโลกเลยค่ะ และเป็นเจ้าเดียวที่มีไร่ชาเขียวเป็นของตัวเองเพื่อการทำเครื่องสำอางโดยเฉพาะ
AMOREPACIFIC ให้ความสำคัญกับชาเขียวมาก เนื่องจากเป็นเจ้าแรกของโลกที่นำเอาชาเขียวมาใช้ในวงการบิวตี้ และไม่ว่าจะเป็นเมล็ด ดอก ใบ ทุกส่วนของต้นชาเขียวจะถูกนำมาวิจัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ ทำให้ AMOREPACIFIC ได้สิทธิบัตรจากการวิจัยชาเขียวมากถึง 150 สิทธิบัตรด้วยกันเลยนะ
















0 ความคิดเห็น