นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก นักร้องหนุ่มหัวใจยิ่งใหญ่ อย่าง “พี่ตูน - อาทิวราห์ คงมาลัย” นักร้องนำวง BodySlam ศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในสังคม จากการเป็นนักร้องที่มีคุณภาพ การันตีด้วยผลงานเพลงที่ติดหูคนไทยมากมาย เช่น “ขอบฟ้า” “ความเชื่อ” “ยาพิษ” “คราม” “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” “ชีวิตยังคงสวยงาม” เป็นต้น
สำหรับตอนนี้ “พี่ตูน BodySlam” ไอดอลของคนไทยทุกเพศทุกวัยและทุกภูมิภาคในไทย กำลังวิ่งจากเบตงไปแม่สาย เพื่อหารายได้สมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ในโครงการ "ก้าวคนละก้าว" จนมีหลายคนๆ ออกมาชื่นชมในหัวใจที่แข็งแกร่งของพี่ตูนค่ะ
ปกติแล้ว เราจะรู้จักพี่ตูนกันในด้านดนตรี วันนี้พี่แนนนี่เลยจะพาน้องๆ มารู้จักมุมด้านการศึกษาของพี่ตูนกันบ้างค่ะ
“เส้นทางด้านการศึกษาของพี่ตูน”
- ในช่วงประถมศึกษา พี่ตูนเรียนอยู่ที่โรงเรียนสุพรรณภูมิ จังหวัดสุพรรณบุรี
- ต่อมาได้เข้ามาเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในกรุงเทพมหานคร และเป็นที่รู้จักในฐานะ “วงละอ่อน” แชมป์เวทีฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ด (Hotwave Music Awards) ครั้งที่ 1 (ในขณะที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมฯ)
- แถมยังเคยถูกครูบังคับให้ย้ายจากสายวิทย์ไปสายศิลป์มาแล้ว เพราะได้คะแนนวิชาเลขและฟิสิกส์ เกรด 1 รัวๆ แต่สุดท้าย ก็ซุ่มฟิตอ่านหนังสือจนสอบเทียบผ่าน ทำให้มีสิทธิ์เอนทรานซ์ตั้งแต่ม.4 นู่นแน่ะ
- จากนั้นก็สามารถเข้าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตอนม.5 เพราะอ่านหนังสือแบบไม่วอกแวก เป็นเวลา 3 เดือน
- แต่ถึงแม้ว่าจะพี่ตูนจะเรียนไปทำงานไป ก็ยังเรียนจบได้ภายใน 4 ปีนะคะ
- แล้วน้องๆ รู้ไหมคะ ก่อนที่จะออกอัลบั้มพี่ตูนเคยแอบไปทำงานเป็นสจ๊วตสายการบินกัมพูชาแอร์ไลน์ แถมช่วงกลางคืนยังไปรับงานเล่นดนตรีอีก (โหยยย.....)
- ต่อมาได้เข้ามาเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในกรุงเทพมหานคร และเป็นที่รู้จักในฐานะ “วงละอ่อน” แชมป์เวทีฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ด (Hotwave Music Awards) ครั้งที่ 1 (ในขณะที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมฯ)
- แถมยังเคยถูกครูบังคับให้ย้ายจากสายวิทย์ไปสายศิลป์มาแล้ว เพราะได้คะแนนวิชาเลขและฟิสิกส์ เกรด 1 รัวๆ แต่สุดท้าย ก็ซุ่มฟิตอ่านหนังสือจนสอบเทียบผ่าน ทำให้มีสิทธิ์เอนทรานซ์ตั้งแต่ม.4 นู่นแน่ะ
- จากนั้นก็สามารถเข้าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตอนม.5 เพราะอ่านหนังสือแบบไม่วอกแวก เป็นเวลา 3 เดือน
- แต่ถึงแม้ว่าจะพี่ตูนจะเรียนไปทำงานไป ก็ยังเรียนจบได้ภายใน 4 ปีนะคะ
- แล้วน้องๆ รู้ไหมคะ ก่อนที่จะออกอัลบั้มพี่ตูนเคยแอบไปทำงานเป็นสจ๊วตสายการบินกัมพูชาแอร์ไลน์ แถมช่วงกลางคืนยังไปรับงานเล่นดนตรีอีก (โหยยย.....)
นอกจากนี้ครั้งหนึ่งพี่ตูนได้รับเชิญไปพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตจุฬาฯ และได้แชร์ประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ว่า
"เวลาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เป็นเวลาเหมาะสมกับการทดลอง ฝึกปรือ สะสมประสบการณ์สิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะช่วงเวลาที่เรียนหนังสืออยู่ เรายังไม่ต้องมีความรับผิดชอบอะไรเลย บางคนอาจจะมีบ้าง แต่ก็น่าจะน้อยกว่าตอนที่เรียนจบแล้ว พอเรียนจบ โอกาสที่เราตั้งใจทำ นอกกรอบ ที่เราฝัน ที่เราฝึกไว้ มาบรรจบพอดี นั่นแหละคือ เวลาที่ถูกต้องและเหมาะสม"
"ใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยให้สนุกในทุกมิติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องคิดถึงพ่อแม่เอาไว้ เพราะเป็นเกราะป้องกัน และคุ้มครองพวกเราได้อย่างดีที่สุด ในการที่เลือกจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไรบางอย่าง"
“หัวใจที่ยิ่งใหญ่”
อย่างที่ทราบกันว่าตอนนี้พี่ตูนกำลังวิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อหารายได้ช่วยโรงพยาบาลอยู่ ซึ่งในช่วงพักกลางวันก็ยังแบ่งเวลาไปมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนที่วิ่งผ่าน และมอบทุนการศึกษาจากเงินส่วนตัว จำนวน 100 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ให้กับน้องๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนดีแต่ขาดแคลน เพื่อให้น้องๆ นำเงินไปใช้ตั้งต้นในการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาต่อไปอย่างมีคุณภาพ
พี่ตูนได้อธิบายเหตุผลไว้ในอินสตาแกรมว่า “...เคยเห็นเพื่อนหรือนักเรียนชั้นประถมรุ่นราวคราวเดียวกันหลายๆคนไม่ได้มีโอกาสเรียนต่อมัธยมเนื่องมาจากเหตุผลทางด้านการเงิน ต้องออกมาทำงานช่วยที่บ้าน ทั้งๆ ที่เป็นเด็กเรียนดี น่าเสียดายหากถ้าได้มีโอกาสได้เรียนต่อก็ไม่แน่ว่าบางครั้งบางทีอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตเลยก็เป็นได้ ผมแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้เด็กๆ ที่ตั้งใจเรียนจะไม่ได้ไปต่อเพราะเหตุผลนี้ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเงินจำนวนนี้จะสร้างความแตกต่างให้ครอบครัวหรือตัวน้องเขาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ผมมั่นใจว่าน้องๆ เหล่านี้ที่ได้รับทุนคงมีความสุขที่มีใครมองเห็นความตั้งใจของพวกเขา และในทางกลับกัน รุ่นน้องๆ ชั้นประถมที่นั่งมองรุ่นพี่ทั้งสองรับทุนอยู่หน้าชั้นก็อาจจะมีแรงบันดาลใจดีๆ ที่จะตั้งใจเรียนเพื่อที่จะอยากมีความสำเร็จเหมือนรุ่นพี่ทั้งสองคนนี้บ้าง...”
นอกจากนี้ พี่ตูนยังได้รับฉายาใหม่ “อาทิวราห์ เซอร์วิส” จากความใจดีและเป็นกันเองของพี่ตูน ที่ให้บริการประชาชน ทั้งเซลฟี่ ถ่ายรูป แจกลายเซ็น รวมถึงดีดกีตาร์ ระหว่างการวิ่ง จนมีอาการบาดเจ็บ ทำให้หลายๆ ฝ่ายต้องออกมาเตือนประชาชนให้ไปรอที่จุดบริจาค หรือจุดเชคพอยท์ และเข้าคิวตามพื้นที่ที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ เพื่อไม่ให้พี่ตูนต้องหยุดวิ่งกะทันหัน เพราะจะเป็นอันตรายกับตัวพี่ตูนเอง ส่วนใครถ้าอยากอยู่รอตามรายทางก็ให้ถ่ายภาพด้วยโหมดวีดีโอ และส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ห้ามวิ่งฝ่าเข้ามาในขบวนวิ่ง และสำหรับช่องทางการบริจาคก็มีมากมาย สามารถตรวจสอบได้จาก Facebook: ก้าว ค่ะ
โอ้โหหหห....พี่ตูนสุดยอดไปเลยนะคะเนี่ย สงสัยจะมีกำลังใจดี ทั้งจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ และจากหวานใจคนสวย พี่ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ที่ก็มาร่วมวิ่งด้วย น่ารักกันทั้งคู่เลยค่ะ
ยังไงพี่แนนนี่และทีมงาน Dek-D ขอเป็นอีกกำลังใจส่งแรงเชียร์ให้พี่ตูน และทีมงานทำสำเร็จตามเป้าหมายด้วยนะคะ ส่วนน้องๆ ชาวเด็กดีก็อย่าลืมนำความดี ความมุ่งมั่น และการทำเพื่อส่วนรวมของพี่ตูน ไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีของตัวเองกันด้วยนะคะ^^
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
Instagram: artiwara และ rachawinwong
Facebook: ก้าว
รายการ Perspectve 2559
Instagram: artiwara และ rachawinwong
Facebook: ก้าว
รายการ Perspectve 2559


.png)




1 ความคิดเห็น