เด็กดี TCAS
แจ้งเตือนทุกข่าวสำคัญก่อนใครอ่านง่ายๆ
ผ่าน App บันทึกไว้อ่านย้อนหลังได้ด้วย
อย่าไปว่ามหาวิทยาลัยเขาเลยนะ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้า ให้ไปมหาวิทยาลัยอื่นแทน เขาคงต้องการบัณฑิตคุณภาพ
สอบช่วงเรียนก็ดีแล้วครับ เพราะจบออกไปสมัครงานก็ต้องสอบอยู่ดี
เอาจริงเราว่าเค้าไม่ได้กำหนดเกณฑ์ผ่านเว่อร์วังจนทำไม่ได้ แถมค่าสมัครมีให้เลือกอีกว่าจะสอบแบบไหน เราว่ามันดีนะ ได้ฝึกอังกฤษไปในตัว แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น
ข้อสอบ MU-ELT ประกอบไปด้วยการทดสอบในสองส่วนหลักๆ นั่นคือการฟังและการอ่าน เนื้อหาข้อสอบจะช่วยประเมินถึงความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งในการเรียน การทำงาน รวมไปถึงในชีวิตประจำวันอีกด้วย ข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ ทั้งหมด 150 ข้อ 150 คะแนน ให้เวลาในการทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง ดังนี้
1. การฟัง (Listening) มีทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่
1.1 Question-Response จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นพาร์ทที่เราจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมกับสิ่งที่เราได้ยิน โดยทั้งคำถามและตัวเลือกของคำตอบเราจะต้องใช้การฟังทั้งหมด
1.2 Short Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา แต่พาร์ทนี้จะดีตรงที่ว่าจะมีคำถามและคำตอบอยู่ในกระดาษให้เราอ่านได้ด้วย
1.3 Long Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่คล้ายคลึงกับ Short Conversation แต่บทสนทนาจะค่อนข้างยาวกว่า วิธีการก็จะเหมือนกันคือ เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา
1.4 Talk จำนวน 21 ข้อ พาร์ทนี้จะท้าทายความสามารถในการฟังมากขึ้น ด้วยการที่เราต้องฟังคนหนึ่งคนพูดบรรยายถึงสิ่งต่างๆ เพียง 1 รอบเท่านั้น เราต้องเก็บข้อมูลที่ได้นำไปใช้ตอบคำถามทั้งหมด 3 ข้อต่อ 1 Talk ซึ่งจะต้องเจอทั้งหมด 7 Talks ด้วยกัน
2. การอ่าน (Reading) มีทำถามทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่
2.1 Grammar เป็นพาร์ทที่ต้องการวัดความรู้ทางด้านไวยกรณ์โดยตรง คำถามจะมาเป็นประโยค มีทั้งหมด 25 ข้อ แต่ละข้อจะเว้นช่องว่างเอาไว้ให้เราเลือกคำตอบที่ถูกตามหลักไวยกรณ์ว่าจุดที่เว้นไปควรจะเป็นคำใด
2.2 Vocabulary พาร์ทนี้จะมีลักษณะการออกข้อสอบคล้ายๆ Grammar แต่เพียงแค่คำตอบที่ข้อสอบต้องการคือคำศัพท์ที่ให้ความหมายได้อย่างถูกต้องกับประโยคที่ให้มา ซึ่งจะมีทั้งหมด 15 ข้อ เรียกได้ว่าใครที่คลังศัพท์น้อย ไม่ค่อยรู้จักคำศัพท์อาจจะพลาดคะแนนพาร์ทนี้ไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว
2.3 Short Reading Passage พาร์ทที่จะเน้นการอ่านโดยจะมีเนื้อหาให้อ่านทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน มีคำถามท้าทายความสามารถทั้งหมด 15 ข้อ ใครยังอ่านช้าคงต้องรีบฟิตกันหน่อยนะคะ
2.4 Long Reading Passage เป็นพาร์ทที่เน้นการอ่านเช่นเดียวกัน แต่จำนวนเนื้อหาที่ได้อ่านนั้นจะยาวกว่าเดิมอีกระดับ มีทั้งหมด 4 เรื่อง ต้องตอบคำถามจำนวน 20 ข้อ เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทที่ทำให้หมดพลังเอาได้ง่ายๆ เลยนะคะ เพราะต้องอ่านเยอะ แถมคำถามก็เยอะขึ้นด้วย
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?
10 ความคิดเห็น
ยุ่งจริงๆ ประเทศไทย
ไม่ยุ่งเลยนะ บังคับสอบนี่แหละ ทำให้ยุ่งน้อยลงด้วย อย่างน้อยที่สุดก็จะมีเซอร์ไปสำหรับยื่นสมัครงานหรือเรียนต่อได้เลยทันที จริงๆ มหาวิทยาลัยอื่นก็ทำเหมือนกัน แต่อาจไม่ได้บังคับหลักใหญ่เบอร์นี้
อย่าไปว่ามหาวิทยาลัยเขาเลยนะ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้า ให้ไปมหาวิทยาลัยอื่นแทน เขาคงต้องการบัณฑิตคุณภาพ
สอบช่วงเรียนก็ดีแล้วครับ เพราะจบออกไปสมัครงานก็ต้องสอบอยู่ดี
ยากตรงใหนครับ น้อยกว่า เข้าป.ตรีหลายๆที่ด้วย
ระดับบัณทิตศึกษาก็มี MU-GRAD TEST นะคะ
เอาจริงเราว่าเค้าไม่ได้กำหนดเกณฑ์ผ่านเว่อร์วังจนทำไม่ได้ แถมค่าสมัครมีให้เลือกอีกว่าจะสอบแบบไหน เราว่ามันดีนะ ได้ฝึกอังกฤษไปในตัว แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น
ข้อสอบ MU-ELT ประกอบไปด้วยการทดสอบในสองส่วนหลักๆ นั่นคือการฟังและการอ่าน เนื้อหาข้อสอบจะช่วยประเมินถึงความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งในการเรียน การทำงาน รวมไปถึงในชีวิตประจำวันอีกด้วย ข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ ทั้งหมด 150 ข้อ 150 คะแนน ให้เวลาในการทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง ดังนี้
1. การฟัง (Listening) มีทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่
1.1 Question-Response จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นพาร์ทที่เราจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมกับสิ่งที่เราได้ยิน โดยทั้งคำถามและตัวเลือกของคำตอบเราจะต้องใช้การฟังทั้งหมด
1.2 Short Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา แต่พาร์ทนี้จะดีตรงที่ว่าจะมีคำถามและคำตอบอยู่ในกระดาษให้เราอ่านได้ด้วย
1.3 Long Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่คล้ายคลึงกับ Short Conversation แต่บทสนทนาจะค่อนข้างยาวกว่า วิธีการก็จะเหมือนกันคือ เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา
1.4 Talk จำนวน 21 ข้อ พาร์ทนี้จะท้าทายความสามารถในการฟังมากขึ้น ด้วยการที่เราต้องฟังคนหนึ่งคนพูดบรรยายถึงสิ่งต่างๆ เพียง 1 รอบเท่านั้น เราต้องเก็บข้อมูลที่ได้นำไปใช้ตอบคำถามทั้งหมด 3 ข้อต่อ 1 Talk ซึ่งจะต้องเจอทั้งหมด 7 Talks ด้วยกัน
2. การอ่าน (Reading) มีทำถามทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่
2.1 Grammar เป็นพาร์ทที่ต้องการวัดความรู้ทางด้านไวยกรณ์โดยตรง คำถามจะมาเป็นประโยค มีทั้งหมด 25 ข้อ แต่ละข้อจะเว้นช่องว่างเอาไว้ให้เราเลือกคำตอบที่ถูกตามหลักไวยกรณ์ว่าจุดที่เว้นไปควรจะเป็นคำใด
2.2 Vocabulary พาร์ทนี้จะมีลักษณะการออกข้อสอบคล้ายๆ Grammar แต่เพียงแค่คำตอบที่ข้อสอบต้องการคือคำศัพท์ที่ให้ความหมายได้อย่างถูกต้องกับประโยคที่ให้มา ซึ่งจะมีทั้งหมด 15 ข้อ เรียกได้ว่าใครที่คลังศัพท์น้อย ไม่ค่อยรู้จักคำศัพท์อาจจะพลาดคะแนนพาร์ทนี้ไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว
2.3 Short Reading Passage พาร์ทที่จะเน้นการอ่านโดยจะมีเนื้อหาให้อ่านทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน มีคำถามท้าทายความสามารถทั้งหมด 15 ข้อ ใครยังอ่านช้าคงต้องรีบฟิตกันหน่อยนะคะ
2.4 Long Reading Passage เป็นพาร์ทที่เน้นการอ่านเช่นเดียวกัน แต่จำนวนเนื้อหาที่ได้อ่านนั้นจะยาวกว่าเดิมอีกระดับ มีทั้งหมด 4 เรื่อง ต้องตอบคำถามจำนวน 20 ข้อ เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทที่ทำให้หมดพลังเอาได้ง่ายๆ เลยนะคะ เพราะต้องอ่านเยอะ แถมคำถามก็เยอะขึ้นด้วย
เครดิต https://www.chulatutor.com/mu-elt/
MU GRAD TEST ( www.mu-grad.com )ได้พัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดมาตรฐานระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และบุคคลภายนอกที่ต้องการเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
MU-ELT Mahidol University English Language Test ( www.mu-elt.com ) เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถการสื่อสารทางภาษาอังกฤษ เนื้อหาของข้อสอบ MU-ELT ถูกออกแบบมาเพื่อวัดทักษะการฟังและการอ่านในชีวิตประจำวันในบริบทต่างๆ
KU-EXITE ( www.ku-exite.com ) คือ การสอบวัดความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษสำหรับนิสิตที่จะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจะสอบก่อนสำเร็จการศึกษา 1 ปีตามหลักสูตร ซึ่งข้อสอบนี้มีความสำคัญมากๆ เพราะหากไม่ได้เข้ารับการทดสอบ KU-EXITE หรือแบบทดสอบภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยรับรอง ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรนั่นเองค่ะ
KU-EPT ( www..ku-ept.com ) คือ ข้อสอบที่วัดความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในระดับปริญญาตรีภาคปกติทุกชั้นปีที่ผ่านวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน I (01355111) และภาษาอังกฤษพื้นฐาน II (01355112)
ขออนุญาตค่ะ ถ้าคะแนนโทอิคกับieltsสูงกว่าเกณฑ์ แต่ถ้าไปสอบmueltแล้วไม่ผ่านจะเป็นอะไรไหมคะ
ใช้คะแนนส่วนนั้นยื่นแทนการสอบ muelt ได้เลยนะคะ