ต้องยอมรับว่า “ภาษาอังกฤษ” กลายเป็นภาษาสากลที่ใครหลายๆ คนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้หลายภาคส่วนในประเทศไทยหันมาปลูกฝัง สนับสนุน และผลักดันทักษะความสามารถด้านภาษาอังกฤษกันมากขึ้น
 

 
     ล่าสุด มหาวิทยาลัยมหิดลได้ประกาศปรับปรุงเกณฑ์การศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยให้นักศึกษาทุกคนสอบผ่านเกณฑ์การประเมินความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดก่อนสำเร็จการศึกษา และถือเป็นส่วนหนึ่งในการอนุมัติปริญญาด้วยค่ะ
 

 
     สำหรับเกณฑ์มาตรฐานภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำหนดไว้ จะมีทั้งหมด 4 การทดสอบ ได้แก่ MU-ELT, TOEIC, TOEFL iBT และ IELTS ซึ่งการทดสอบดังกล่าว สามารถเทียบเคียงได้กับกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) และสอดคล้องตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2574
 
      โดยนักศึกษาสามารถเลือกสอบ 1 จาก 4 การทดสอบ ตามที่ตนเองถนัด หรือสนใจ แต่จะต้องผ่านเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัยได้กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
 
- MU-ELT 84 คะแนนขึ้นไป
- TOEIC 600 คะแนนขึ้นไป
- TOEFL iBT 64 คะแนน ขึ้นไป
- IELTS 5.0 คะแนนขึ้นไป
 

 
      สำหรับการทดสอบ MU-ELT เป็นการทดสอบที่มหาวิทยาลัยจะจัดสอบขึ้นทุกภาคการศึกษา โดยนักศึกษาสามารถเข้ารับการทดสอบ ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
 
      มหาวิทยาลัยกำหนดให้เกณฑ์การศึกษาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้สำหรับนักศึกษา ตั้งแต่รหัส 60 เป็นต้นไป และถ้านักศึกษาสอบผ่านตามเกณฑ์ดังกล่าว ก็สามารถยื่นผลคะแนนได้ ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบใหม่ก่อนสำเร็จการศึกษา
 
     สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ว่า น้องๆ มหิดล ตั้งแต่รหัส 60 ขึ้นไป จะต้องสอบภาษาอังกฤษตัวใดตัวหนึ่งให้ผ่านเกณฑ์ เมื่อไหร่ก็ได้ก่อนจบการศึกษา ถ้าสอบไม่ผ่านก็สามารถสอบใหม่ได้จนกว่าจะผ่าน แต่จะไม่มีผลสอบไม่ได้ เพราะจะมีผลต่อปริญญานั่นเองค่ะ
 
     โอ้โห เห็นแบบนี้แล้วพี่แนนนี่และทีมงาน Dek-D ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ สอบผ่านกันทุกคนเลยนะคะ
พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ลุงใจดี 13 ธ.ค. 60 16:19 น. 3

อย่าไปว่ามหาวิทยาลัยเขาเลยนะ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้า ให้ไปมหาวิทยาลัยอื่นแทน เขาคงต้องการบัณฑิตคุณภาพ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ววว 1 ม.ค. 61 17:23 น. 7

เอาจริงเราว่าเค้าไม่ได้กำหนดเกณฑ์ผ่านเว่อร์วังจนทำไม่ได้ แถมค่าสมัครมีให้เลือกอีกว่าจะสอบแบบไหน เราว่ามันดีนะ ได้ฝึกอังกฤษไปในตัว แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น

0
กำลังโหลด
Jacinto Mckay Member 22 ธ.ค. 61 14:47 น. 8

ข้อสอบ MU-ELT ประกอบไปด้วยการทดสอบในสองส่วนหลักๆ นั่นคือการฟังและการอ่าน เนื้อหาข้อสอบจะช่วยประเมินถึงความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งในการเรียน การทำงาน รวมไปถึงในชีวิตประจำวันอีกด้วย ข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ ทั้งหมด 150 ข้อ 150 คะแนน ให้เวลาในการทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง ดังนี้



1. การฟัง (Listening) มีทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่

1.1 Question-Response จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นพาร์ทที่เราจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมกับสิ่งที่เราได้ยิน โดยทั้งคำถามและตัวเลือกของคำตอบเราจะต้องใช้การฟังทั้งหมด

1.2 Short Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา แต่พาร์ทนี้จะดีตรงที่ว่าจะมีคำถามและคำตอบอยู่ในกระดาษให้เราอ่านได้ด้วย

1.3 Long Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่คล้ายคลึงกับ Short Conversation แต่บทสนทนาจะค่อนข้างยาวกว่า วิธีการก็จะเหมือนกันคือ เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา

1.4 Talk จำนวน 21 ข้อ พาร์ทนี้จะท้าทายความสามารถในการฟังมากขึ้น ด้วยการที่เราต้องฟังคนหนึ่งคนพูดบรรยายถึงสิ่งต่างๆ เพียง 1 รอบเท่านั้น เราต้องเก็บข้อมูลที่ได้นำไปใช้ตอบคำถามทั้งหมด 3 ข้อต่อ 1 Talk ซึ่งจะต้องเจอทั้งหมด 7 Talks ด้วยกัน



2. การอ่าน (Reading) มีทำถามทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่

2.1 Grammar เป็นพาร์ทที่ต้องการวัดความรู้ทางด้านไวยกรณ์โดยตรง คำถามจะมาเป็นประโยค มีทั้งหมด 25 ข้อ แต่ละข้อจะเว้นช่องว่างเอาไว้ให้เราเลือกคำตอบที่ถูกตามหลักไวยกรณ์ว่าจุดที่เว้นไปควรจะเป็นคำใด

2.2 Vocabulary พาร์ทนี้จะมีลักษณะการออกข้อสอบคล้ายๆ Grammar แต่เพียงแค่คำตอบที่ข้อสอบต้องการคือคำศัพท์ที่ให้ความหมายได้อย่างถูกต้องกับประโยคที่ให้มา ซึ่งจะมีทั้งหมด 15 ข้อ เรียกได้ว่าใครที่คลังศัพท์น้อย ไม่ค่อยรู้จักคำศัพท์อาจจะพลาดคะแนนพาร์ทนี้ไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว

2.3 Short Reading Passage พาร์ทที่จะเน้นการอ่านโดยจะมีเนื้อหาให้อ่านทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน มีคำถามท้าทายความสามารถทั้งหมด 15 ข้อ ใครยังอ่านช้าคงต้องรีบฟิตกันหน่อยนะคะ

2.4 Long Reading Passage เป็นพาร์ทที่เน้นการอ่านเช่นเดียวกัน แต่จำนวนเนื้อหาที่ได้อ่านนั้นจะยาวกว่าเดิมอีกระดับ มีทั้งหมด 4 เรื่อง ต้องตอบคำถามจำนวน 20 ข้อ เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทที่ทำให้หมดพลังเอาได้ง่ายๆ เลยนะคะ เพราะต้องอ่านเยอะ แถมคำถามก็เยอะขึ้นด้วย



เครดิต https://www.chulatutor.com/mu-elt/

0
กำลังโหลด

10 ความคิดเห็น

สมสมัย 13 ธ.ค. 60 08:03 น. 1-1

ไม่ยุ่งเลยนะ บังคับสอบนี่แหละ ทำให้ยุ่งน้อยลงด้วย อย่างน้อยที่สุดก็จะมีเซอร์ไปสำหรับยื่นสมัครงานหรือเรียนต่อได้เลยทันที จริงๆ มหาวิทยาลัยอื่นก็ทำเหมือนกัน แต่อาจไม่ได้บังคับหลักใหญ่เบอร์นี้

0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากเว็บไซต์ Dek-D.com ขอสงวนสิทธิ์ในการงด โพสต์ข้อความซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยน/โฆษณา สินค้าทุกชนิดในเว็บบอร์ด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้งานท่านอื่น

กำลังโหลด
ลุงใจดี 13 ธ.ค. 60 16:19 น. 3

อย่าไปว่ามหาวิทยาลัยเขาเลยนะ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้า ให้ไปมหาวิทยาลัยอื่นแทน เขาคงต้องการบัณฑิตคุณภาพ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ววว 1 ม.ค. 61 17:23 น. 7

เอาจริงเราว่าเค้าไม่ได้กำหนดเกณฑ์ผ่านเว่อร์วังจนทำไม่ได้ แถมค่าสมัครมีให้เลือกอีกว่าจะสอบแบบไหน เราว่ามันดีนะ ได้ฝึกอังกฤษไปในตัว แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น

0
กำลังโหลด
Jacinto Mckay Member 22 ธ.ค. 61 14:47 น. 8

ข้อสอบ MU-ELT ประกอบไปด้วยการทดสอบในสองส่วนหลักๆ นั่นคือการฟังและการอ่าน เนื้อหาข้อสอบจะช่วยประเมินถึงความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งในการเรียน การทำงาน รวมไปถึงในชีวิตประจำวันอีกด้วย ข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ ทั้งหมด 150 ข้อ 150 คะแนน ให้เวลาในการทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง ดังนี้



1. การฟัง (Listening) มีทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่

1.1 Question-Response จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นพาร์ทที่เราจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมกับสิ่งที่เราได้ยิน โดยทั้งคำถามและตัวเลือกของคำตอบเราจะต้องใช้การฟังทั้งหมด

1.2 Short Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา แต่พาร์ทนี้จะดีตรงที่ว่าจะมีคำถามและคำตอบอยู่ในกระดาษให้เราอ่านได้ด้วย

1.3 Long Conversation จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทที่คล้ายคลึงกับ Short Conversation แต่บทสนทนาจะค่อนข้างยาวกว่า วิธีการก็จะเหมือนกันคือ เราต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถาม 3 ข้อต่อ 1 บทสนทนา

1.4 Talk จำนวน 21 ข้อ พาร์ทนี้จะท้าทายความสามารถในการฟังมากขึ้น ด้วยการที่เราต้องฟังคนหนึ่งคนพูดบรรยายถึงสิ่งต่างๆ เพียง 1 รอบเท่านั้น เราต้องเก็บข้อมูลที่ได้นำไปใช้ตอบคำถามทั้งหมด 3 ข้อต่อ 1 Talk ซึ่งจะต้องเจอทั้งหมด 7 Talks ด้วยกัน



2. การอ่าน (Reading) มีทำถามทั้งหมด 75 ข้อ ประกอบไปด้วย 4 พาร์ทย่อยๆ ได้แก่

2.1 Grammar เป็นพาร์ทที่ต้องการวัดความรู้ทางด้านไวยกรณ์โดยตรง คำถามจะมาเป็นประโยค มีทั้งหมด 25 ข้อ แต่ละข้อจะเว้นช่องว่างเอาไว้ให้เราเลือกคำตอบที่ถูกตามหลักไวยกรณ์ว่าจุดที่เว้นไปควรจะเป็นคำใด

2.2 Vocabulary พาร์ทนี้จะมีลักษณะการออกข้อสอบคล้ายๆ Grammar แต่เพียงแค่คำตอบที่ข้อสอบต้องการคือคำศัพท์ที่ให้ความหมายได้อย่างถูกต้องกับประโยคที่ให้มา ซึ่งจะมีทั้งหมด 15 ข้อ เรียกได้ว่าใครที่คลังศัพท์น้อย ไม่ค่อยรู้จักคำศัพท์อาจจะพลาดคะแนนพาร์ทนี้ไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว

2.3 Short Reading Passage พาร์ทที่จะเน้นการอ่านโดยจะมีเนื้อหาให้อ่านทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน มีคำถามท้าทายความสามารถทั้งหมด 15 ข้อ ใครยังอ่านช้าคงต้องรีบฟิตกันหน่อยนะคะ

2.4 Long Reading Passage เป็นพาร์ทที่เน้นการอ่านเช่นเดียวกัน แต่จำนวนเนื้อหาที่ได้อ่านนั้นจะยาวกว่าเดิมอีกระดับ มีทั้งหมด 4 เรื่อง ต้องตอบคำถามจำนวน 20 ข้อ เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทที่ทำให้หมดพลังเอาได้ง่ายๆ เลยนะคะ เพราะต้องอ่านเยอะ แถมคำถามก็เยอะขึ้นด้วย



เครดิต https://www.chulatutor.com/mu-elt/

0
กำลังโหลด
Denise Haskett Member 27 ธ.ค. 61 22:38 น. 9

MU GRAD TEST ( www.mu-grad.com )ได้พัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดมาตรฐานระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และบุคคลภายนอกที่ต้องการเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา


MU-ELT Mahidol University English Language Test ( www.mu-elt.com ) เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถการสื่อสารทางภาษาอังกฤษ เนื้อหาของข้อสอบ MU-ELT ถูกออกแบบมาเพื่อวัดทักษะการฟังและการอ่านในชีวิตประจำวันในบริบทต่างๆ


KU-EXITE ( www.ku-exite.com ) คือ การสอบวัดความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษสำหรับนิสิตที่จะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจะสอบก่อนสำเร็จการศึกษา 1 ปีตามหลักสูตร ซึ่งข้อสอบนี้มีความสำคัญมากๆ เพราะหากไม่ได้เข้ารับการทดสอบ KU-EXITE หรือแบบทดสอบภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยรับรอง ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรนั่นเองค่ะ


KU-EPT ( www..ku-ept.com ) คือ ข้อสอบที่วัดความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในระดับปริญญาตรีภาคปกติทุกชั้นปีที่ผ่านวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน I (01355111) และภาษาอังกฤษพื้นฐาน II (01355112)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด