'จิดานันท์(ลี้)' นักเขียนซีไรต์ปีล่าสุดวัยเพียง 25! ผู้เคยถูกปฏิเสธต้นฉบับมาแล้วนับไม่ถ้วน


“แก๊งนางฟ้าบ้านนา” ผู้ปลุกเสน่ห์แดนชนบทด้วยแฟชั่นสไตล์ท้องถิ่น (คลิป 5 ล้านวิวการันตีความแซ่บ!)
 
        สวัสดีค่า พบกับคอลัมน์เด็กพลังบวกกันอีกเช่นเคย เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับวัยรุ่นทัศนคติยอดเยี่ยมที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ใช้เวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมดีๆ เพื่อตนเองและสังคมกันค่ะ
 
        หลังจากที่หนังสือรวมเรื่องสั้น "สิงโตนอกคอก" ได้ฝ่าฟันเข้ารอบ Long List และ Short List ในที่สุดก็คว้ารางวัลซีไรต์ประจำปี 2560 สำเร็จอย่างงดงาม โดยภายในเล่มจะมีเรื่องสั้นสไตล์ Distopia Fantasy จำนวน 9 เรื่อง จุดเด่นคือภาษาที่เรียบง่ายและการตั้งคำถามชวนคิดเรื่องมนุษย์และสังคม ฟังดูล้ำลึกขนาดนี้...เชื่อไหมคะว่าเจ้าของผลงานเพิ่งอายุ 25 เท่านั้น! เดี๋ยววันนี้เราจะไปตามติดชีวิตนักเขียนซีไรต์ป้ายแดงคนนี้กัน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาเลยค่ะ ^^

 
แนะนำตัว
 
        "สวัสดีค่ะ ชื่อ 'ลี้' จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท อายุ 25 ปี จบจากคณะศิลปศาสตร์ เอกรัสเซีย ม.ธรรมศาสตร์ ค่ะ"



 
จุดเริ่มต้นบนเส้นทางนักเขียน
 
        "ลี้เริ่มเขียนหนังสือตอนอายุ 12 ปีค่ะ ช่วงนั้นเป็นยุคของหัวขโมยแห่งบารามอสกับแฮร์รี่พอตเตอร์ เลยมีเด็กเขียนหนังสือเยอะมาก ส่วนเราเองเคยเขียนนิยายแฟนตาซีมาก่อน จนมาถึงช่วงที่ส่งงานเข้าประกวด เราคิดว่าเราถนัดเรื่องสั้นมากกว่าเรื่องยาว เพราะเราสามารถคุมอยู่และจัดการเนื้อเรื่องได้ดีกว่า ในขณะที่เรื่องยาวอาจทำให้เรามีข้อผิดพลาดเยอะ" 
 
        นอกจากนี้ เธอยังเคยเขียนนิยาย Y กับนิยายแนวผีๆ ด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ~ เธอเล่าวิธีฝึกฝนการเขียนของตัวเองว่า "เราเขียนหนังสือมาตลอดเลย อันที่จริงเราเป็นคนอ่านหนังสือไม่เยอะนะ แต่ถ้าได้อ่านจะเห็นวิธีการบรรยาย การตัดฉาก ได้เทคนิคมาฝึกเขียนเอง ยิ่งถ้าได้เข้าสำนักพิมพ์จะมีบรรณาธิการช่วยชี้จุดให้ว่าเราควรแก้ไขตรงไหนบ้าง รวมถึงตอนเรียนเรายังได้เมาท์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรุ่นพี่นักเขียนด้วย" 


        เขียนหนังสือมาต่อเนื่องแบบนี้ พอกลับไปอ่านงานเก่าๆ แล้วรู้สึกยังไงบ้าง? "ลี้ไม่เคยลบงานเก่าๆ ที่เคยลงในเว็บออกเลย เพราะพอกลับไปดูจะได้เห็นว่าฝีมือตัวเองพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าเอาชัดๆ เลยคือเมื่อก่อนคิดว่าอะไรที่ยาวไม่ถึง 10 หน้าคือเรื่องสั้น แต่มาตอนนี้กลับไปอ่านรู้สึกว่ามันเหมือนสเตตัสเฟซบุ๊กหรือไดอารี่มากกว่า จะมาโพสต์ให้เหมือนเรื่องสั้นทำไม! 55555"

        แสดงว่าเรามีทั้งผลงานที่ไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยใช่มั้ย "มีที่ไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยค่ะ ลองพูดชื่อสำนักพิมพ์แฟนตาซีช่วงนั้นมาได้เลย นิยายเราเคยถูกปฏิเสธมาแล้วเกือบทุกที่ 555"

 
กว่าจะเป็น..."สิงโตนอกคอก"

        เธอเริ่มต้นด้วยการเล่าที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ให้ฟัง "ช่วงเวลา 2-3 ปีที่เรียนมหา'ลัย เราเขียนเรื่องสั้นมาตลอด มีทั้งเรื่องที่ได้และไม่ได้รางวัล เราก็เอามารวมเป็นแฟ้มเรื่องสั้น และพบว่ามันเป็นแนว Distopia Fantasy จากนั้นเราได้นำไปเสนอสำนักพิมพ์ ส่วนตัวลี้เองคิดว่าเล่มนี้อ่านง่ายถ้าเทียบกับวรรณกรรมเล่มอื่นๆ ของเรา"

        ส่วนเหตุผลที่ใช้คำว่า สิงโตนอกคอก นั้น เธออธิบายว่า "สิงโตนอกคอกเป็นชื่อของเรื่องสุดท้ายในเล่ม ในเรื่องคือมีตัวละครคนละชนเผ่าต่อสู้กัน ตัวทหารได้หมายสั่งให้ฆ่าแต่จริงๆ เขาไม่ได้อยากทำ เราเลยนำมาเทียบกับสิงโตหลงฝูงตัวนึงที่ไม่ได้อยากล่าลูกแกะ หากพูดรวมๆ เรื่องสั้นในนี้เกิดจากการตั้งคำถามเป็นแก่นเรื่อง แล้วพยายามสร้างสตอรี่มาครอบคำถามนั้น"
 

        เราดึงอะไรมาเป็นวัตถุดิบในการเขียนบ้าง? "บางครั้งคำถามที่เราตั้งคือคำถามทั่วไปในคลาสปรัชญา และบางอย่างเกิดจากการฟังประสบการณ์จากคนต่างๆ เช่น ลี้เรียนภาษารัสเซีย ครั้งนึงได้ฟัง อ.รัสเซียท่านหนึ่งเล่าเรื่องคุณยายที่อยู่ในยุคสงครามโลก เราก็ฟังไว้แล้วมานำมาเปลี่ยนเป็นเมืองในจินตนาการที่หนาวเหน็บ ยากแค้น"

        "ขณะที่เขียน เราอยากสื่อสิ่งที่คิดอยู่ออกมา แต่พอออกมาเป็นเล่มแล้ว เราอยากให้เป็นวรรณกรรมที่อ่านง่าย เด็กอ่านได้ เหมือนน้องนักศึกษาคนนึงที่ไม่กล้าอ่านซีไรต์ แต่พอมาอ่านเล่มนี้ที่ติดรอบ Long List แล้วเขาบอกว่าอ่านง่าย เราก็หวังว่าเขาจะกล้าไปอ่านซีไรต์เล่มอื่นๆ ที่เขาเคยกลัวเคยไม่กล้าอ่านมาก่อน เพราะบางคนเราคิดว่าเขาไม่ได้เขียนเข้าใจยากเลย แค่หน้าปกดูเครียดเท่านั้นเอง"
 

ลี้ขอแชร์ชีวิตนักเขียน

        ขึ้นชื่อว่าเดดไลน์ ย่อมกดดันเสมอ แล้วสำหรับลี้เองรู้สึกกดดันแค่ไหนเพื่อจะเขียนงานให้เสร็จแต่ละเรื่อง? "กดดันมากๆ นะ เพราะเราอยากให้งานออกมาดี สิ่งที่เครียดสุดไม่ใช่เรื่องเวลา แต่เป็นเรื่องที่เรากลัวมันออกมาไม่ดี กลัวว่าพล็อตอ่อนไปรึเปล่า จบแบบนี้โอเคมั้ย กลัวข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น แต่เราก็กำหนดเวลาไว้นะว่าควรจะเสร็จภายในวันไหน"

        แต่ถึงแม้จะกดดัน เธอก็เล่าสิ่งที่ได้จากการเขียนหนังสือว่า "การเขียนทำให้ใจเย็นลง บางเรื่องเราเจอมาแล้วรู้สึกไม่พอใจว่าทำไมสังคมเป็นแบบนั้น แต่พอมาเขียนเราจะเข้าใจมากขึ้น โกรธน้อยลง เห็นมุมมองเขา แต่ไม่ได้เปลี่ยนจากดำเป็นขาวนะ เพียงแค่เราต้องคิดตลอดว่าตัวละครรู้สึกยังไง"


 

ไอดอลการเขียน & การใช้ชีวิต

        "ไอดอลที่เป็นนักเขียนคือ คุณฟ้า พูลวรลักษณ์ คนเขียนเรื่องแคนโต้หมายเลขหนึ่ง, โรงเรียนที่เงียบที่สุดในโลก ฯลฯ เขาอุทิศตนเพื่อศิลปะทั้งชีวิต งานของเขามีเสน่ห์มากๆ ส่วนไอดอลการใช้ชีวิตคือนักเขียนที่สร้างผลงานออกมาสม่ำเสมอ เราจะเฝ้ามองเขาแล้วชื่นชมว่าเขาเก่ง อึด มีวินัย ตรงเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติจำเป็นของนักเขียนอาชีพ"


วงการสิ่งพิมพ์ในมุมมองของจิดานันท์

        ไหนๆ นักเขียนซีไรต์ก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว เราเลยถือโอกาสถามความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการสิ่งพิมพ์ตอนนี้สักหน่อย "ทุกคนจะชอบบอกว่าวงการสิ่งพิมพ์กำลังเจอปัญหา ต้องแย่แน่เลย แต่ถ้าพูดโดยรวม ใช่มันมีปัญหา แต่ด้วยความที่เราลงทุนไปแล้วก็ต้องพยายามพยุงไม่ให้ขาดทุน อาจต้องพยายามหาวิธีใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหา จริงๆ มันมีทางออกแต่ต้องปรับตัวให้ได้"



 
ทิ้งท้ายถึงผู้อ่าน
 
        ลี้ฝากถึงนักเขียนว่า "ตอนได้ไอเดียจะตื่นเต้นมากแต่สักพักความรู้สึกนั้นจะหายไป อันนี้ทุกคนน่าจะเคยเป็นนะ ลี้เลยอยากบอกว่าถ้าคุณมีพล็อตเรื่องในมือแล้วรู้สึกโอเค พยายามท่องไว้ว่าเขียนให้จบ เราจะได้เสนอสำนักพิมพ์ได้ ประกวดได้ ตีพิมพ์เองยังได้ ถามตัวเองว่าอยากให้ต้นฉบับของเราไปต่อมั้ย เราเองมีวิธีสร้างแรงฮึดด้วยการไปดูผลงานคนอื่น เราเห็นว่าเขามีหน้าปกแล้วนะ คนก็มาคอมเมนต์ว่าอยากอ่านจัง ถ้าเราอยากไปถึงจุดนั้นบ้างต้องอดทน"
 
        และอีกสิ่งหนึ่งที่เธอตั้งใจฝากถึงผู้อ่านชาว Dek-D โดยเฉพาะ... "ตอนเด็กเราอาจทำอะไรผิดพลาดไป พอโตมาอาจผิดพลาดน้อยลง สิ่งที่เคยแย่จะเสียไป แต่อีกสิ่งที่จะเสียไปด้วยคือความตื่นเต้น ความกระตือรือร้น และพลังงาน พอคุณเสียไปแล้วจะแห้งเหี่ยว พยายามรักษามันไว้ให้ดี"


 
        กว่าจะเป็นนักเขียนฝีมือดีได้ ต้องอดทน พยายาม และมีวินัยมากทีเดียวค่ะ ส่วนตัวพี่เองคิดว่าวินัยนี่แหละสำคัญมากก ถ้าใครใจรักทางนี้จริงๆ หมั่นฝึกเขียนสม่ำเสมอ อย่าทิ้งช่วงนานเกินไปนะคะ สำหรับน้องนักอ่านคนไหนที่มีภาพจำว่าหนังสือซีไรต์ต้องอ่านยาก แนะนำให้ลองเริ่มจากหยิบ "สิงโตนอกคอก" มาอ่านก่อน ไม่แน่ว่าน้องๆ จะได้เปลี่ยนความคิดและกลายเป็นคนชื่นชอบงานซีไรต์อย่างไม่รู้ตัวเลยก็ได้นะคะ ^^

 อย่าลืมย้อนอ่านเด็กพลังบวกคนก่อนหน้านะคะ ><
'พีร์' หนุ่มสายกินตัวยง
ผู้มียอดฟอลหลักแสนจากการโพสต์ไอศกรีมและขนม!
 
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด