ท่านผู้ใหญ่ใจดีในกระทรวงศึกษาธิการเริ่มออกมาวางแนวทางในการใช้คะแนนความดีเพื่อประกอบการแอดมิชชั่นกลางเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะครับแต่จะมีหลักเกณฑ์อย่างไรนั้น...ไปอ่านพร้อมๆกับ พี่ลาเต้ เลยครับ...

 
 

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการนำคะแนนสะสมความดีของนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มาเป็นองค์ประกอบพิจารณาส่วนหนึ่งในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชัน ปีการศึกษา 2554 ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้ว ที่ประชุมมีมติที่จะนำการทำกิจกรรมคุณธรรมความดี มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยลักษณะกิจกรรมที่ประเมินแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 1. กิจกรรมที่นักเรียนได้สัมผัสกับสังคมภายนอก 2. กิจกรรมการเสียสละ เช่น การบริจาคโลหิต 3. ความกตัญญูกตเวที การดูแลบุพการี และ 4. การปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งการประเมินแบ่งเป็น 5 ระดับคุณภาพคือ ระดับ 1 กิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง ระดับ 2 เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ระดับ 3 เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ระดับ 4 เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และ 5. เป็นประโยชน์ต่อชาติ

 

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำกิจกรรมคุณธรรมความดี 4 ประเภทนั้น ที่ประชุมมีมติให้โรงเรียนจัดเวลา เพื่อให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ถึง ม.ปลาย โดยประถมต้องใช้เวลาทำกิจกรรมต่อภาคเรียนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ม.ต้น ไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และ ม.ปลาย ไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานจัดทำแนวปฏิบัติเรื่องการประเมินคุณธรรมความดี โดยจัดทำเป็นระเบียนความดีควบคู่ไปกับใบแสดงผลการเรียน ทั้งนี้ต้องพยายามเร่งดำเนินการ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกโรงเรียนภายในปีการศึกษา 2551 นี้เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายโรงเรียนที่มีการทำระเบียนการทำความดีแล้ว แต่ยังไม่มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มใช้เรื่องคุณธรรมความดีเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกนิสิต นักศึกษาแล้ว

 

          ต่อไปนี้นอกจากจะต้องขยันเรียนแล้ว...ยังจะต้องทำตัวให้ดีด้วยนะครับ....เพราะเรียนไม่เก่งอาจไม่เรียนกวดวิชาได้....แต่ถ้าทำตัวไม่ดีหละก็...กวดวิชาแห่งไหนก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน....ปล่อยวัดอย่างเดียว.....

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

13 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นักเขียนไร้สมอง Member 26 ต.ค. 50 12:14 น. 6

เห็นด้วยกับ ค.ห. 5 นะ
ถ้าเอามาวัดกันแบบนี้ก็มีแต่คนใส่หน้ากากอะ แล้วความจริงใจมันอยู่ที่ไหร -*-

เฮ้อ พูดไปก็เท่านั้นผู้ใหญ่เคยฟังเด็กที่ไหน -*-

0
กำลังโหลด
นักเรียน 26 ต.ค. 50 19:29 น. 7
บางที การใช้คะแนนความดีเป็นเกณฑ์ในการเข้าศึกษาต่อรวมอยู่ด้วย ก็ไม่ดี เพราะบางที อาจโกหกกันได้ ต่อไป ก็จะมีคนเสแสร้งใส่กันพื่ออยากได้คะแนนตรงนี้
0
กำลังโหลด
jjj 27 ต.ค. 50 12:36 น. 8
ดีนะที่ไม่ใช่รุ่นเรา ทำไมหรอจะทำดีแต่ละครั้งต้องประกาศให้โลกรู้ด้วยรึไง อย่างนี้ใครจะยอมปิดทองหลังพระหล่ะหนิ คงต้องเสนอหน้าทำความดีกันเพื่อเอาคะแนน แค่ให้ใช้เกรดในโรงเรียนในการสอบเข้าเด็กก็จะตีกันตายอยู่แล้ว บ้าบอจริงๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไม่ชอบพวกยกตัวเอง 14 พ.ย. 50 12:47 น. 11
คนที่เสนอเรื่องนี้ ตัวเองทำดีอย่างบริสุทธิ์ใจแล้วหรือ? อยากยกตัวเองว่าเป็นคนทำดีใช่ไม่? ....อ๊วกแตก..ดูกันเถอะ ผู้ใหญ่คนที่เสนอ ได้ดีพเราะพวกพ้วง..ฮ่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กมีปัญหา 17 พ.ย. 50 09:17 น. 13
เด็กเรียนดีร้อยละ99.99 ก็มักเป็นเด็กดี เด็กสวยๆหน้าตาดีคุณครูยิ่งโปรโมทให้เป็นเด็กดีมากๆๆๆๆๆ แล้วเด็กขี้ประจบ กับเด็กเส้นใหญ่ ยิ่งดีเลิศได้คะแนนเต็มเลย อีกหน่อยไทยจะมีพลเมืองเป็นคนสวยขี้ประจบและต้องหาเส้นเข้าไว้จะได้เรียนคณะเริดๆๆๆๆ ใช้คะแนนความดี แต่ขอความยุติธรรมด้วยนา ถ้าใจคนเป็นมัชฌิมาได้แล้วไซร้ ค่อยใช้คะแนนแบบนี้จะดีไหม
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด