สวัสดีค่ะน้องๆ ถ้าตอนนี้ให้ม.6 นับถอยหลัง คงเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้วนะคะ ด่านแรกที่จะต้องเจอคือ สนามสอบ GAT-PAT ตามมาด้วย O-NET, วิชาเฉพาะแพทย์ และ 9 วิชาสามัญ เรียกได้ว่าคิวแน่นเอี๊ยด มีสอบกันทุกสัปดาห์ ยาวๆ ไป 4 สัปดาห์ติดกันเลยทีเดียว
หากพูดถึงข้อสอบที่น้องๆ ว่าที่นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาเภสัช ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ก็คงจะเป็นวิชาเฉพาะแพทย์ และ 9 วิชาสามัญ เพราะเป็นองค์ประกอบหลักในการพิจารณาคัดเลือกของกลุ่มสถาบันแพทย์ฯ พี่แนนนี่ก็แอบเห็นกระทู้ในเว็บ Dek-d เห็นทวิตน้องๆ หลายคนเริ่มกลัว เริ่มกังวล เพราะข้อสอบอันนั้นก็สำคัญ อันนี้ก็ต้องใช้ อันนู้นก็จำเป็น เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเน้น หรือจะเทวิชาไหนกันดี...เดี๋ยวก่อนจ้า อย่าพึ่งท้อ อย่าพึ่งเท มาดูเคล็ดลับจากรุ่นพี่ที่สอบติดกัน
“เริ่มจากวิชาที่ไม่ถนัด อ่านย้ำหัวข้อสำคัญ ฝึกทำโจทย์ จับเวลาเหมือนจริง” เทคนิคการเตรียมตัวสอบ กสพท โค้งสุดท้าย 1 เดือนก่อนสอบ ของ พี่เจลลี่ ณัฏฐ์ชุดา จิรธนานุวงศ์ นิสิตแพทย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่วันนี้มาร่วมแชร์ประสบการณ์และเคล็ดลับดีดีที่ทำให้สอบติด กสพท กันค่ะ
การเตรียมตัวสอบ
พี่เจลลี่เริ่มอ่านจากวิชาที่ไม่ถนัด หรือวิชาที่คิดว่าแย่ที่สุด จากความคิดที่ว่า “ยิ่งไม่ชอบมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้เวลาศึกษามากเท่านั้น” อ่านควบคู่ไปกับวิชาที่เข้าใจ หรือมีพื้นฐานอยู่แล้ว แล้วค่อยอ่านวิชาที่เหลือต่อมาเรื่อยๆ รวมถึงฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ได้ฝึกคิดในสิ่งที่เรียนมาด้วยตัวเอง แบบไม่ใช่แค่ทำความเข้าใจเพียงอย่างเดียว
โค้งสุดท้ายแล้ว เน้นอะไรดี
“บทไหนในข้อสอบที่ออกเป็นประจำ วนๆอยู่ในหัวข้อเดิม เรื่องเดิม ก็ให้ทบทวนให้ดี”
ใน 1 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงอ่านหนังสือมาอย่างหนักมาก มีความรู้ความสามารถในการทำข้อสอบประมาณนึง ฉะนั้นน้องจะรู้ดีว่าเรื่องไหนเจอบ่อย
“บทไหนที่จะเทก็เช่นกัน พอช่วงใกล้สอบให้ลองอ่านดู อ่านเฉพาะที่สำคัญๆ ที่ออกบ่อยๆ”
อ่านให้ผ่านตาอย่างน้อย ก็พอมีอะไรให้ไปตอบในห้องสอบได้บ้าง บางทีน้องอาจจะพบว่า บทที่น้องเคยอ่านเท่าไหร่ก็ไม่จำ กลับจำมันได้เพียงแค่แปปเดียว (พลังจากช่วงใกล้จะสอบแล้วนั่นเอง)
“ทำโจทย์ให้จับเวลาทุกครั้ง”
นอกจากความรู้แล้ว “เวลา” ก็สำคัญไม่แพ้กัน ระหว่างทำโจทย์ให้จับเวลาทุกครั้งให้เหมือนจริง หรือน้อยกว่าเล็กน้อย
“คิดคะแนนข้อสอบ”
ลองคิดคำนวณคะแนนข้อสอบที่ได้ทำไป แล้วนำไปเทียบกับเกณฑ์ปีก่อนๆ โดยคะแนนที่เราทำได้ควรมากกว่าเกณฑ์ประมาณนึง
เทคนิควิชาเฉพาะแพทย์ แยกพารท์แบบเน้นๆ
- พาร์ทเชื่อมโยง – เป็นพาร์ทที่ง่ายที่สุดในบรรดาทั้ง 3 พาร์ท ต้องตั้งใจ เพราะเป็นพาร์ทเก็บคะแนน ส่วนใหญ่มักได้เต็ม ข้อสอบจะคล้าย GAT เชื่อมโยง แต่ยาวกว่า ละเอียดกว่า และใช้คำที่บางครั้งอาจไม่ได้บอกชัดเจน ฉะนั้นตั้งใจอ่านให้ดี วิเคราะห์ให้ออก อ่านทุกตัวอักษรอย่างละเอียดรอบคอบ และเนื่องจากบทความค่อนข้างยาว คีย์เวิร์ดท้ายประโยคอาจไปเชื่อมก็ตัวหน้าประโยค ก็เป็นไปได้
** ถ้ามีเวลาเหลือสิ่งที่ควรทำ คือ
1. ดูเส้นโยงใหม่ ว่าผิดไหม แปลเลขถูกไหม รหัสฝนเลขถูกไหม ตรงช่องไหม
2. ให้ทำข้อสอบใหม่ทั้งหมด เหมือนเพิ่งได้ข้อสอบมา คือ คิดใหม่ทดใหม่เขียนใหม่ ย้ำว่าทำใหม่ทั้งหมด แล้วเอาไปเทียบกับที่ทำครั้งแรกดูว่าตรงกันไหม
- พาร์ทจริยธรรม - พาร์ทนี้ไม่ง่ายไม่ยาก โจทย์และตัวเลือก อาจจะยาวและคล้ายกันมาก อย่าเพิ่งท้อ ตั้งสติแล้วอ่านดีๆ เลือกตอบข้อที่อยู่บนพื้นฐานของความดีและความถูกต้องเป็นอย่างแรก แต่ไม่สวยจนเกินไป เช่น ต้องช่วยคนอื่นจนตัวเองต้องเดือดร้อนมาก
- พาร์ทเชาว์ – พาร์ทนี้ค่อนข้างขึ้นอยู่กับทักษะของแต่ละบุคคล ว่าถนัดทำแบบไหน แนะนำว่าพอได้ข้อสอบมาลองเปิดผ่านๆ เร็วๆ ก่อน 1 รอบ ว่าโจทย์แบบไหนที่ง่าย หรือเราถนัดให้ทำอันนั้นก่อน และถ้าข้อไหนที่ติดนานมากๆ ทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ อย่าเสียเวลา ไปลองทำข้ออื่นก่อน และบางข้อการทดวาดรูป และการสุ่มแทนๆ ค่าสัญลักษณ์ไปเรื่อยๆ รวมถึงเอาช้อยมาสุ่ม ช่วยได้
ระหว่างความถนัดแพทย์ กับ 9 วิชาสามัญ ควรเน้นอะไรมากกว่ากัน
ทั้งคู่ค่ะ 9 วิชา คือสิ่งที่น้องต้องทำได้ ต้องมีความรู้ เป็นคะแนนส่วนใหญ่ในการสอบครั้งนี้ ส่วนความถนัดเป็นการทดสอบทักษะและความคิดต่างๆ ใช้เวลาฝึกไม่นานขนาดนั้น อย่าทิ้ง เพราะทำคะแนนง่าย
ถ้าให้เน้น 9 วิชา ควรเก็บวิชาไหนเป็นพิเศษ
หลักๆคือ เน้นวิชาที่ตนเองถนัดให้ดีให้แม่นขึ้นไปอีก และวิชาที่น้ำหนักคะแนนเยอะ (ทำได้ข้อนึง ได้คะแนนเยอะกว่าวิชาที่น้ำหนักคะแนนน้อยเยอะ) ส่วนวิชาที่ไม่ถนัดจริงๆ ให้มั่นใจว่าต้องทำให้ได้เหนือกว่าเกณฑ์
เคล็ดลับการเลือกอันดับ กสพท ให้ติด มีที่เรียน
- มองที่ความชอบ
บางคนอาจมีเทคนิคในการดูคะแนนแล้วเลือกอันดับ ส่วนพี่เจลลี่ขอแนะนำว่าให้มองที่ความชอบ หลังสอบเสร็จลองศึกษาดูว่าแต่ละมหาลัยเป็นยังไง ทั้งสภาพแวดล้อม สังคม และระบบการเรียนการสอน
- อยากเรียนที่ไหนให้เลือกไปเลยเต็มที่
เว้นอันดับสุดท้าย หรือ 2 อันดับสุดท้าย เลือกที่ที่ดูแล้วน่าจะคะแนนไม่สูง หรือคะแนนต่ำที่สุด แต่เป็นที่ที่ถ้าติดจริงๆ ก็สามารถเรียนได้ เพราะถ้าได้คะแนนเยอะ ก็จะได้เรียน ที่อยากเรียนจริงๆ ไม่เสียใจภายหลัง แต่ถ้าได้คะแนนน้อย ก็ยังมีที่เรียน
เข้าไปเรียนได้เกือบ 2 ปีแล้ว เล่าชีวิตการเรียนให้ฟังหน่อย
ที่นี่เป็นที่ที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากเรียนมากที่สุด เลือกไว้อันดับแรกเลย ก็ดีใจมากค่ะที่ติดเข้ามา ที่นี่ให้อิสระและความยืดหยุ่นในการเรียนค่อนข้างสูง มีระบบ e-learning เป็นคลิปวิดีโอให้ได้ทบทวนเนื้อหาที่เรียน สื่อ อุปกรณ์การเรียน เครื่องมือต่างๆ ก็ครบครัน ทันสมัย ค่อนข้างทั่วถึง ต่อจำนวนนิสิต ซึ่งส่งเสริมบรรยากาศ ความกระตือรือร้นในการเรียน และได้ทักษะจริงๆ อีกอย่างคือการให้ความสำคัญ ความใส่ใจต่อความคิดเห็นและสภาพการเป็นอยู่ของนิสิต เพราะมีการรับฟังความคิดเห็นของนิสิตในเรื่องต่างๆแบบจริงจังและนำไปปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งยังส่งเสริมนิสิตในด้านต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับวิชาการและไม่ใช่วิชาการ(ความสามารถ กีฬาต่างๆ)
ตลอดการเรียนเกือบ 2 ปีที่ผ่านมามีสิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากๆ คือ การศึกษากับท่านอาจารย์ใหญ่ ที่จุฬาให้นิสิตได้ลงมือทำเองแทบทั้งหมด ได้เรียนรู้อย่างครบถ้วน แทบทุกส่วนจริงๆ โดยแบ่งเป็นกลุ่มแค่ 5 – 6 คน มีอาจารย์คอยให้คำแนะนำอยู่ใกล้ๆ และให้ชั่วโมงในการศึกษาเยอะมาก (อาจเป็นมหาลัยที่ให้เยอะที่สุดก็ว่าได้) นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังได้ทักษะในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์การผ่าอีกด้วย
ของฝากเล็กๆ น้อยๆ
- เล่นมือถือให้น้อยที่สุด หรือจำกัดเวลาในการใช้ เพราะไม่งั้นวันนึงเราจะเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ไปมาก และความคิดวอกแวกอยู่กับสิ่งที่เห็นมาจากโซเชียลต่างๆ
- ลองนั่งสมาธิดู แค่10-15นาทีก็ได้ นั่งทุกวัน การนั่งสมาธิ จะช่วยฝึกความอดทน และฝึกให้น้องจดจ่อกับสิ่งที่น้องกำลังทำอยู่ จะช่วยให้เราอ่านหนังสือแล้วจำดีขึ้น อ่านโจทย์ได้ดีขึ้น ดึงเนื้อหามาใช้ได้ดีขึ้น คิดเลขผิดพลาดน้อยลง เพราะเรากำลังมีสมาธิอยู่กับมัน
- อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี และสำหรับใครที่อ่านหนังสือดึกๆ อย่าลืมปรับเวลาตื่น-นอนให้เพียงพอ พร้อมกับการตื่นไปทำข้อสอบตอนเช้า
สุดท้ายนี้ พี่เจลลี่ฝากบอกว่า “1 เดือนที่เหลือถือว่าเป็นเวลาที่ไม่มากเท่าไหร่เลย มันจะผ่านไปเร็วมาก ดังนั้นในช่วงเดือนนี้อยากให้น้องๆ ตั้งใจให้เต็มที่ มีเท่าไหร่ทุ่มให้สุดตัว น้องๆ ทุกคนมีเป้าหมาย ก็โฟกัสมันเอาไว้ มองมันเอาไว้ เส้นชัยมันอยู่อีกไม่ไกล คิดเอาไว้ว่า แค่ว่าเราต้องไปให้ถึงเท่านั้น อดทน พอผ่านมันไปได้ แล้ววันนั้นเราจะได้ใช้ชีวิต เที่ยวเล่นอย่างมีความสุขกว่านี้อีกมาก”
โอ้โหหหหห...ได้ทั้งเทคนิคเคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ ประสบการณ์ที่น่าประทับใจในรั้วมหาวิทยาลัย และกำลังใจน่ารักๆ จากรุ่นพี่นักศึกษาแพทย์คนเก่งแบบนี้แล้ว เชื่อว่าน้องๆ หลายคนได้เติมพลัง พร้อมที่จะสู้ต่อไปกันแล้ว แล้วอย่าลืม เอาเทคนิคที่พี่เจลลี่แนะนำไปประยุกต์ใช้กันนะคะ พี่แนนนี่ก็หวังว่า น้องๆ จะได้คะแนนกันเยอะๆ สอบติดมหาวิทยาลัยที่ชอบกันนะค้า
.jpg)

.jpg)


0 ความคิดเห็น