สวัสดีค่ะชาว Dek-D ช่วงนี้หลายสื่อทั้งในไทยและต่างประเทศต่างตีแผ่ข่าวคนร้ายกราดยิงผู้คนในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เมืองปาร์คแลนด์ของรัฐฟลอริดา ซึ่งแค่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้คนเห็นทั้งปัญหาทางจิตใจของฆาตกรและปัญหากฎหมายการควบคุมอาวุธปืนในเมืองที่เขาอยู่เลยล่ะค่ะ ...แต่ว่าก่อนจะเปิดปมทีละข้อ เราไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบคร่าวๆ กันก่อนเลย!
ในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา นักเรียนโรงเรียนมาร์โจรี สโตนแมน ดักลาส (Marjory Stoneman Douglas High School) กว่า 3,200 คน ต่างอยู่ในห้วงเวลาแห่งความสุข บางคนเตรียมสิ่งของแสดงความรักมาเพื่อมอบให้เพื่อนร่วมชั้นและคุณครูของพวกเขา แต่แล้ววันนั้นกลับปิดฉากลงด้วยความสูญเสีย จากน้ำมือของชายวัยรุ่นเพียงคนเดียว ...ถ้านับเฉพาะปีนี้ที่เพิ่งผ่านไป 45 วัน การก่อเหตุด้วยปืนที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสหรัฐฯ อย่างน้อยๆ ก็นับเป็นครั้งที่ 18 แล้ว!
ชายผู้ทิ้งบาดแผลในวันวาเลนไทน์
เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงใกล้เลิกเรียนของเด็กๆ จู่ๆ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยของโรงเรียนดังขึ้น ซึ่งมีพยานเล่าว่า ผู้ต้องสงสัยได้เปิดสัญญาณเตือนนี้ก่อนจะเริ่มก่อเหตุ ในขณะที่ทวิตเตอร์ของ Broward Schools ได้รายงานว่า "นักเรียนและเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น"
ฉากที่ราวกับหนังสะเทือนขวัญเริ่มต้นขึ้น "นิโคลัส ครูซ" (Nikolas Cruz) ชายอายุ 19 ปี ถือปืนยาวรุ่น AR-15 บุกก่อเหตุยิง 2 คนเสียชีวิตตั้งแต่หน้าโรงเรียน จากนั้นเข้าไปในตัวอาคาร บุกยิงกราดในห้าห้องเรียนและเดินขึ้นไปชั้นสอง รวมแล้วยิงเสียชีวิตอีก 12 คน ภายหลังก็เสียชีวิตอีก 2 คนที่โรงพยาบาล รวมแล้วยอดผู้เสียชีวิตมีทั้งสิ้น 17 คน และบาดเจ็บอีก 50 คน โดยตลอดเวลาก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุสวมหน้ากากป้องกันแก๊ส และอาจมีพกระเบิดควันไว้กับตัวด้วย
ทางด้านตำรวจและสมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SWAT) ได้บุกเข้าไปในจุดเกิดเหตุและรีบอพยพนักเรียนจำนวนกว่า 3,000 คนออกจากโรงเรียนในปาร์คแลนด์ ท่ามกลางพ่อแม่และรถพยาบาลในที่เกิดเหตุ
ส่วนผู้ก่อเหตุ เขาก็ได้หนีเนียนๆ ออกมาพร้อมกับนักเรียนคนอื่นที่วิ่งแตกตื่นออกจากโรงเรียน จากนั้นเดินเข้าไปในวอลมาร์ต (Walmart) แล้วแวะซื้อเครื่องดื่มที่ร้านซับเวย์ (Subway) ตามด้วยแมกโดนัลด์ (McDonald's) สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวที่เมืองคอรัลสปริงส์ (Coral Springs) ช่วงราวๆ 15.41 น. ตามเวลาในท้องถิ่น
ราวกับฉากในหนังสงคราม
ในวันนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น หลายคนคิดว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ได้ยินตอนนั้นเป็นแค่การฝึกซ้อมเหมือนที่เพิ่งซ้อมไปเมื่อช่วงเช้า ไม่น่าจะใช่เหตุการณ์รุนแรงอะไร พอพวกเขาได้ยินเสียงกริ่งดัง ก็ต่างรีบไปหลบซ่อนใต้โต๊ะ ในตู้เสื้อผ้า ในขณะที่บางคนพยายามหาสิ่งของมากีดขวางประตูไว้ ส่วนครูรายหนึ่งได้เล่าว่า เธอและนักเรียนอีก 19 คนได้เข้าไปซ่อนตัวในตู้นานถึง 40 นาที
Photo Credit: BBC
"เบลีย์ วอสเบิร์ก" (Bailey Vosberg) หนึ่งในนักเรียน เล่าว่า "ผมได้ยินเสียงดังคล้ายประทัด เลยหันไปหาเพื่อนข้างๆ แล้วเขาก็ถามผมว่าได้ยินเหมือนกันไหม? ทันใดนั้นผมก็รีบกระโดดข้ามรั้วไปยังถนนที่ตั้งของโรงเรียน และได้เห็นรถตำรวจ หน่วย SWAT และเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่เหนือพวกเรา"
พ่อของเด็กรายหนึ่งก็ได้กล่าวกับสำนักข่าว CBS ว่า ลูกสาวโทรหาเขาในขณะที่เธอหลบอยู่ในตู้ แต่ตอนนั้นเขาบอกลูกไปว่าอย่าโทรหาตอนนี้ เดี๋ยวมือปืนคนนั้นจะได้ยินเสียงของเธอ แล้ว 20 นาทีหลังจากนั้นที่เขาไม่ได้ยินเสียงลูกสาว ถือเป็น 20 นาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิต...
จิ๊กซอว์คำให้การของคนรอบตัว
พอมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น คนก็ต่างพากันสงสัยว่าอะไรทำให้เด็กวัยรุ่นลุกมาก่อเหตุรุนแรงได้ขนาดนี้? จากคำให้การกับเจ้าหน้าที่รวมถึงสำนักข่าวต่างๆ พบว่า นิโคลัสนายนี้เป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียนที่เขาก่อเหตุ โดยเขาถูกไล่ออกด้วยเหตุผลทางวินัย แต่ไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าเป็นปัญหาใด
Photo Credit: BBC
ทางด้าน "จิม การ์ด" (Jim Gard) ครูวิชาคณิตศาสตร์ที่สอนเขาในปี 2016 รู้สึกประหลาดใจมากตอนได้ยินข่าวที่เขาถูกจับกุม เขาบอกว่านิโคลัสเป็นเด็กที่เงียบมากในห้องเรียน แต่เขาก็เชื่อเนื้อหาของอีเมลที่ฝ่ายบริหารของโรงเรียนส่งมาให้ เกี่ยวกับเรื่องที่เด็กคนนี้ไปข่มขู่นักเรียนคนอื่นๆ พร้อมบอกให้เขาช่วยเตือนเด็กคนนี้ด้วย นอกจากนี้ ในปีที่แล้ว นิโคลัสยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในโรงเรียนพร้อมกับเป้สะพายหลังของเขาด้วย จิมจึงเชื่อว่าเขาน่าจะโดนไล่ออกด้วยเหตุผลนี้
ส่วนอดีตเพื่อนร่วมชั้นของเขา อย่าง "นิโคลัส โค้ก" (Nicholas Coke) ได้อธิบายว่าครูซเป็นเหมือนคนสันโดษ และมีปัญหามากมายในโรงเรียนมัธยม ทำนองเดียวกับนักเรียนอีกรายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ เขาได้ให้คำนิยามแก่นิโคลัสว่า "เด็กมีปัญหา" ที่มีความสุขกับการอวดปืน และคุยโวเรื่องฝีมือการล่าสัตว์ ตอนอยู่โรงเรียนเขาเองก็มีเพื่อนน้อยมาก แต่ก็สามารถทำให้นักเรียนบางคนหวาดกลัวได้ เพราะพฤติกรรมเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและเกี่ยวข้องกับความรุนแรง
นอกจากนี้ "โจชัวร์ ชาร์โร" (Joshua Charo) เพื่อนร่วมชั้นอีกคนหนึ่งยังบอกว่า "เขาเอาแต่พูดถึงปืน มีด และการล่า ผมเองไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยตอนที่รู้ข่าวว่าเป็นเขา เพราะจากประสบการณ์ที่เคยเห็น เขาดูเป็นคนที่ชอบอะไรพวกนี้อยู่แล้ว"
นักเรียนนิรนามอีกรายได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า "เขามักพกปืนไว้กับตัวเสมอ เรื่องบ้าๆ ที่เขาทำไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องในโรงเรียน และเขาถูกเฉดหัวออกจากโรงเรียนถึงสามครั้งด้วยเหตุผลนี้"
นอกจากนี้ พอสืบค้นรูปภาพในสื่อโซเชียลหลายๆ แหล่ง ก็ปรากฏภาพนิโคลัสในอิริยาบถต่างๆ ทั้งถือปืน กวัดแกว่งมีด และโชว์คอลเลกชั่นปืนของเขาที่วางอยู่บนเตียง! นอกจากนี้ในอินสตาแกรมยังปรากฏภาพทั้งปืน มีด และซากสัตว์ที่เขาฆ่าด้วย
เปิดปมในใจฆาตกร
"ลินดา ครูซ" และ "โรเจอร์ ครูซ" (Lynda and Roger Cruz) คือพ่อแม่บุญธรรมที่รับเลี้ยงนิโคลัสตั้งแต่เขายังเป็นทารก แต่แล้วแม่บุญธรรมเขาก็เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนพ่อบุญธรรมก็หัวใจวายเสียชีวิตไปเมื่อ 13 ปีก่อน หลังจากแม่ของเขาจากไป นิโคลัสได้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวของเพื่อนในเมืองโบรวาร์ด (Broward) ตอนนั้นเขาเริ่มทำงานที่ร้านขายของชำ และเข้าเรียนในโรงเรียนสำหรับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงด้วย
"เฮเลน พาชิโอลา" (Helen Pasiolla) อดีตเพื่อนบ้านของครอบครัวครูซที่ปาร์คแลนด์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า นิโคลัสกับพี่ชาย(ที่เป็นบุตรบุญธรรมเหมือนกัน) ก็มักมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมหลายๆ อย่าง จนบางครั้งแม่ของเขาก็โทรหาตำรวจให้ช่วยมาพูดคุยกับเด็กสองคนนี้
"พอล โกลด์" (Paul Gold) เพื่อนบ้านหลังติดกันที่เคยพูดคุยกับแม่บุญธรรมของเขา ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า นิโคลัสมีปัญหาทางด้านอารมณ์ และน่าจะมีอาการของโรคออทิสติกร่วมด้วย เขาเป็นคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ชอบทำลายข้าวของตอนอารมณ์เสีย แต่เขาก็มักมาขอโทษทีหลัง นอกจากนี้พอลยังพูดทำนองว่า แม่คือคนที่คอยดูแลเขามาตลอด เป็นเหมือนทั้งชีวิตของเขาเลย และเชื่อว่าเป็นคนที่ทำให้เขาสงบใจได้ ทุกอย่างจึงแย่ลงเมื่อแม่ของเขาจากไป
ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีของเมืองโบรวาร์ด กล่าวว่า "นิโคลัสเข้ารับการรักษาในคลินิกสุขภาพจิตอยู่แล้ว ผมไม่ได้เพิกเฉยเวลาเจอเด็กลักษณะนี้ เพราะทั้งครูและผมก็คอยจับตาดูและช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ...แต่สำหรับเคสนี้ พวกเราพยายามสุดๆ แล้วจริงๆ"
ว่าด้วยเรื่อง "ปืน" ในสหรัฐฯ
หากนับเฉพาะ 45 วันหลังปีใหม่ เหตุการณ์ล่าสุดถือเป็นครั้งที่ 18 ที่มีการก่อเหตุโดยใช้ปืนภายในโรงเรียนและบริเวณรอบๆ ส่วนรูปแบบก็มีทั้งปืนลั่น ยิงตัวเองตาย ยิงคู่กรณี และสังหารหมู่ ในขณะที่เว็บไซต์ The advocacy กล่าวว่าในปี 2018 มีเหตุการณ์สังหารหมู่ 8 ครั้ง ทำให้มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต หรือหากนับไปตั้งแต่ปี 2013 การก่อเหตุโดยใช้ปืนที่เกิดขึ้นในโรงเรียน มีทั้งสิ้น 291 ครั้ง หรือเฉลี่ย 1 ครั้งต่อสัปดาห์!
ส่วนเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 คือเหตุการณ์ที่ "อดัม แลนซา" (Adam Lanza) ชายหนุ่มวัย 20 ก่อเหตุสังหารหมู่ในโรงเรียนแซนดีฮุก (Sandy Hook) โดยครั้งนั้น เขาได้ยิงเด็ก 20 คนและผู้ใหญ่อีก 6 คน ก่อนที่จะฆ่าตัวตายตาม
ทั้งนี้ 40% ของคนอเมริกันบอกว่า พวกเขามีปืนเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็มีสักหนึ่งกระบอกในครัวเรือน และจากการสำรวจในปี 2017 พบว่า ในบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้ว อเมริกาเป็นประเทศที่มีอัตราการฆาตกรรมด้วยปืนสูงที่สุด โดยมีเหยื่อมากกว่า 11,000 คน!
*** ในฟลอริดาสามารถหาซื้อปืน AR-15 ได้ง่ายกว่าปืนพก และปืนไรเฟิล AR-15 ที่นิโคลัสใช้ก่อเหตุนี้ ถูกซื้ออย่างถูกกฎหมายในร้านขายปืนที่เมืองฟลอริดาตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และไม่มีกฎหมายใดห้ามซื้อขายอาวุธชนิดนี้ด้วย
อันที่จริง การที่คนใช้ปืนก่อเหตุบ่อยๆ ก็ทำให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้มีกฎหมายควบคุมการซื้อขายอาวุธปืน เช่นในครั้งนี้ที่ "เบอร์นี่ แซนเดอร์" (Bernie Sanders) หนึ่งในสมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวหลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงกันในโรงเรียนบ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2018 ว่า "สภาคองเกรสอาจต้องพิจารณากฎหมายความปลอดภัยเกี่ยวกับปืนเสียใหม่ และช่วยปกป้องชีวิตของผู้บริสุทธิ์ด้วย"
แต่อุปสรรคสำคัญที่สหรัฐฯ ยังไม่ออกกฎหมายนี้จริงจังสักที คือ "สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ" (The National Rifle Association: NRA) มีจุดยืนในการสนับสนุนเรื่องสิทธิในการครอบครองอาวุธปืน โดยเขาให้เหตุผลว่า การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองถือเป็นวิถีคนอเมริกัน และจะช่วยให้ประเทศปลอดภัยมากกว่า แล้วประเด็นคือสมาคมนี้มีงบประมาณมหาศาลจนสามารถไปทุ่มให้กับสมาชิกในสภาครองเกสที่เห็นด้วยกับตนได้ รวมๆ แล้วตกประมาณปีละ 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงใช้เงินอีกราวๆ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับปืนอีกหลายรูปแบบ
พอมีปมเรื่องสภาพปัญหาทางจิตของฆาตกรเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายฝ่ายก็เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นในมุมที่แตกต่างจากเดิม บ้างก็แอบสงสาร เพราะภาวะทางจิตเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ซะทีเดียว บ้างก็อยากให้ชายผู้นี้ถูกประหารชีวิต เพราะเหยื่อที่เขาสังหารก็ไม่ได้รับความเมตตาเหมือนกัน ผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องคอยติดตามข่าวกันต่อไป ...แต่ที่แน่ๆ คือหลังจากนี้ ครอบครัวและผู้อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนจะไม่มีภาพวาเลนไทน์แสนสุขอีกต่อไป เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความทรงจำแสนเจ็บปวดจากการสูญเสียคนที่รักอย่างไม่มีวันกลับ
แหล่งอ้างอิง
5 ความคิดเห็น
ถึงจะงงตัวเลขที่บอกเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็น่าสงสารเหล่าคนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไหนจะครอบครัวที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปอีก น่าเศร้าและน่ากลัวจริงๆ
ในบรรดาผู้เสียชีวิตทั้ง 17 คนมีคนอเมริกันเชื้อสายจีนรวมอยู่ด้วย 1 คน ชื่อ Peter Wang
ยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้คนอื่นหนีออกไปทางประตู แต่โดนยิงตาย
ได้เห็นข่าวนั้นแล้วสลดใจกว่าเดิมอีกค่ะ T_T
ตราบใดที่ปืนยังขายกันง่ายๆ ยังกะของในร้านสะดวกซื้อแบบนี้ ปัญหานี้ไม่มีวันจบหรอก
รู้สึกสมน้ำหน้ามากกว่าจะมาให้กำลังใจนะคะ สังคมทั้งประเทศเลือกจะเอาคนที่มอบนโยบายพกปืนแก่พลเรือนได้เองนี่นา เมื่อสองปีก่อนยังมีหมามาเห่าหอนปาวๆเพื่อโปรโมตตัวเองตามกระแสบาร์เกย์โดนถล่มยิงอยู่เลยว่าถ้าทุกคนมีปืนก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรแล้ว พอเกิดเหตุแบบนี้ทำมาโอดครวญ ดัดจริต!!!
............... ก็นะ.....
ย้อนกลับไปไม่นาน มีเหตุแบบนี้เกิดขึ้น แทนที่ทางผู้นำและสมาชิกทางรัฐจะออกมาแก้ไขหรือ ทำงาน กลายเป็นเป็นออกมาบอกว่า ในประชาชน ช่วยกันสวดและขอพรจากพระเจ้า ที่เกิดเหตุแบบนี้เพราะพวกนี้ไม่รักพระเจ้าไม่เข้าโบ....บลาๆๆๆๆๆ...( หาข้อมูลที่แปลไทยอ่านได้ครับ ฮามาก... ).....มีคอมเมนมากมายที่ออกมาด่าเพียบ+ออกมาชมก็มีส่วนใหญ่ แนวๆคนไทยที่เห็นอะไรตามธรรมชาติก็สาธุออกมาขอพรบลาๆนั้นละ........
ปล.ไปหาข้อมูลอ่านเล่นๆได้ครับ แล้วคุณจะรู้ว่า โชว์ดีที่ผู้นำบ้านเราไม่บ้าบางเรื่อง แบบเขา ......( ถึงหลายๆเรื่องบ้านเราเสียค่าโง่เยอะก็เถอะ )