ปัญหาโลกแตกสำหรับสาวๆ หลายคนที่อยากแต่งหน้างานผิวให้ดู “ดิวอี้” หรือผิวดูฉ่ำสวยแบบสาวเกาหลี แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาคือหน้ามันเยิ้ม! วันนี้พี่โอ๊ตจะพามาหาคำตอบค่ะ ว่าทำไม๊ ทำไม มันถึงได้ต่างกันสุดขั้วแบบนั้น
ผิวที่ดู “ดิวอี้” สไตล์นางเอกซีรีส์หรือไอดอลเกาหลีนั้น ดูสวยงามและน่ามองจริงๆ ค่ะ แต่สาวๆ หลายคนไปจับประเด็นผิด ว่าการแต่งให้ผิวเป็นแบบนี้ได้ ต้องทำให้หน้าดูมันหรือวาวเข้าไว้ ซึ่งผิดไปไกลเลยค่ะ เรามาดูกันว่า ผิวที่ดิวอี้ จริงๆ แล้วคืออะไร และมีวิธีแต่งยังไงให้เหมาะกับสาวไทยได้บ้างค่ะ
ผิวที่ดู “ดิวอี้” สไตล์นางเอกซีรีส์หรือไอดอลเกาหลีนั้น ดูสวยงามและน่ามองจริงๆ ค่ะ แต่สาวๆ หลายคนไปจับประเด็นผิด ว่าการแต่งให้ผิวเป็นแบบนี้ได้ ต้องทำให้หน้าดูมันหรือวาวเข้าไว้ ซึ่งผิดไปไกลเลยค่ะ เรามาดูกันว่า ผิวที่ดิวอี้ จริงๆ แล้วคืออะไร และมีวิธีแต่งยังไงให้เหมาะกับสาวไทยได้บ้างค่ะ
1. เริ่มจากพื้นฐานผิวที่ชุ่มชื่นก่อน
อันดับแรกที่ต้องเข้าใจกันก่อนเลย เพราะสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าสาวๆ มักจะเข้าใจผิดไปไกล และพยายามใช้ชิมเมอร์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน ช่วยให้ผิวดูวาวขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวของเราดูมันเยิ้มมากกว่าดูสวยค่ะผิวฉ่ำน้ำ เกิดจากที่ผิวมีความชุ่มชื่นอย่างเพียงพอ ทำให้เวลาผิวสะท้อนกับแสงแล้วเกิดความแวววาวขึ้น เหมือนผิวดูมีออร่านั่นเอง ดังนั้นอับดับแรกที่เราควรทำคือ บำรุงผิวให้มีความชุ่มชื่น ไม่ปล่อยให้ผิวแห้งหรือมันจนเกินไปนั่นเองค่ะ
วิธีที่สาวๆ เกาหลีนิยมใช้คือ หาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว (ซึ่งต่างกับการเติมน้ำมันนะคะ) ซึ่งพี่โอ๊ตว่าโปรดักส์เชิงนี้เองก็เหมาะกับผิวสาวไทยอยู่เหมือนกัน เพราะช่วยบูสท์ผิวให้ดูชุ่มชื่นได้ดี และไม่ทำให้ผิวมันเพิ่มขึ้นค่ะ
2. เลือกเมคอัพให้เหมาะกับสภาพผิว
โดยส่วนใหญ่แล้ว สาวเกาหลีมักจะมีผิวหน้าที่ค่อนข้างแห้ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นมากกว่าเมืองร้อนบ้านเรา จึงไม่มีปัญหาในการบำรุงผิว หรือเมคอัพให้ดูดิวอี้มากเท่าไหร่ค่ะ แต่สำหรับอากาศเมืองไทยที่ค่อนข้างร้อน จนสามารถเร่งการผลิตน้ำมันบนผิวได้ เลยทำให้สาวๆ ที่อยากให้ผิวดูฉ่ำน้ำ ตายเรียบกันเป็นแถวค่ะคำแนะนำก็คือ เลือกเมคอัพให้เหมาะกับผิวมากที่สุด อย่างสาวเกาหลีเอง ส่วนใหญ่จะเน้นรองพื้นที่ให้ความชุ่มชื่นได้ดี เพื่อให้ผิวดูสวยเล่นแสง และบำรุงผิวไปในตัว ซึงถ้าสาวๆ คนไหนที่มีผิวแห้งมากๆ จะลองใช้แบบนี้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าสาวๆ มีผิวผสมหรือผิวมัน ขอให้ตัดทิ้งไปได้เลย แล้วลองมองรองพื้นเนื้อกึ่งแมตต์ (Semi-Matte) แทน เพราะรองพื้นแบบนี้จะให้ลุคที่ดูแมตต์ แต่ยังคงความชุ่มชื่นให้ผิวอยู่ประมาณหนึ่งค่ะ วิธีเลือกกฌคือ ให้เทสต์รองพื้นทิ้งไว้ซักพัก เนื้อจะเริ่มแห้ง แต่ให้ความวาวบนผิวอยู่นิดหน่อย และไม่รู้สึกเหนอะผิวค่ะ อย่างคูชั่นเนื้อแมตต์ส่วนใหญ่ที่วางขายกันก็จะไม่ได้แห้งมาก ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสาวไทยค่ะ
3. ไฮไลท์แบบน้ำ ตัวช่วยที่ดีที่สุด
แต่ถ้าใครที่รู้ตัวว่าผิวมันมากๆ ใช้รองพื้นแบบ Semi-Matte แล้วก็ยังไม่รอด ให้ลองหาตัวช่วยเป็นไฮไลท์เนื้อน้ำ หรือเนื้อลิขวิดนั่นเองค่ะ มีวิธีใช้ง่ายๆ สองวิธีค่ะ1. หลังจากลงรองพื้นเนื้อแมตต์เสร็จ ให้แต้มบริเวณจุดกระทบแสง เช่น โหนกแก้ม สันจมูก กระจับปาก
2. ผสมเนื้อไฮไลท์เล็กน้อยเข้ากับรองพื้นเนื้อแมตต์ เพื่อให้รองพื้นดูเล่นแสงมากขึ้น แต่ยังควบคุมความมันได้ดีอยู่
จากนั้นปัดแป้งฝุ่นทับลงไป ก็จะช่วยให้ใบหน้าดูเล่นแสงเหมือนผิวฉ่ำน้ำได้ง่ายๆ และไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าเยิ้มเลยค่ะ แต่ข้อควรระวังก็คือ ไฮไลท์ที่เลือกใช้ควรมีชิมเมอร์ที่เล็กละเอียด เพื่อให้ผิวดูไม่โป๊ะจนเกินไปนั่นเองค่ะ
อีกเทคนิคหนึ่งที่สำคัญสำหรับงานผิวประเภทนี้คือ ลงรองพื้นหรือคูชั่นให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้เผยความชุ่มชื่นจากการบำรุงผิวของเรานั่นเองค่ะ เพราะยิ่งเราลงรองพื้นหนามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ความเป็นผิวจริงๆ ดูน้อยลงมากเท่านั้น และอย่าลืมปัดแป้งฝุ่นหรือ Finishing Powder ทับเป็นลำดับสุดท้าย เพื่อล็อคผิวไม่ให้มันเยิ้มระหว่างวันค่ะ
จริงๆ แล้วเมคอัพผิวให้ดูดิวอี้นั้นทำไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องทำใจยอมรับสภาพผิวตัวเองและสภาพอากาศบ้านเราซะก่อน แล้วจึงนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกันค่ะ อย่ารั้นที่จะใช้ทุกอย่างตามนางแบบเกาหลี เพราะแทนที่จะช่วยให้เราสวยมั่นใจมากขึ้น ก็กลายเป็นทำให้กังวลกับผิวตัวเองไปซะดื้อๆ ค่ะ สาวๆ ทุกคนมีจุดที่สวยและเหมาะสมกับตัวเองอยู่แล้ว แค่ต้องเติมแต่งมันให้ถูกทางเท่านั้นเองค่ะ
จริงๆ แล้วเมคอัพผิวให้ดูดิวอี้นั้นทำไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องทำใจยอมรับสภาพผิวตัวเองและสภาพอากาศบ้านเราซะก่อน แล้วจึงนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกันค่ะ อย่ารั้นที่จะใช้ทุกอย่างตามนางแบบเกาหลี เพราะแทนที่จะช่วยให้เราสวยมั่นใจมากขึ้น ก็กลายเป็นทำให้กังวลกับผิวตัวเองไปซะดื้อๆ ค่ะ สาวๆ ทุกคนมีจุดที่สวยและเหมาะสมกับตัวเองอยู่แล้ว แค่ต้องเติมแต่งมันให้ถูกทางเท่านั้นเองค่ะ




0 ความคิดเห็น