ถ้าใครบอกว่า Time Traveller หรือ “นักท่องเวลา” เป็นอาชีพยอดฮิต คงต้องเผลอเชื่อแน่ๆ ค่ะ เพราะดูจะมีเรื่องเล่าลึกลับจากคนข้ามเวลาให้เห็นบ่อยมาก คนเหล่านั้นต่างอ้างว่าตนคือผู้หวังดีที่หวังมาเตือนภัยคุกคามจากสงครามและธรรมชาติ แล้วที่สำคัญ พวกเขาดูจะรอบรู้ประวัติศาสตร์และการเมืองเอามากๆ ซะด้วย
        
        อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้เรื่องทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลายังมีน้อยนิดมาก ที่ผ่านมาก็มีหลายเหตุการณ์ที่คนหลงเชื่อว่ามี Time Traveller จริงๆ แต่แล้วก็ตรวจสอบแล้วพบว่าโดนต้ม หรือเข้าใจผิดไปเองทั้งนั้น
 
        ตัวอย่างเช่นหญิงสาวเดินถือโทรศัพท์คุยในหนังเงียบขาวดำเรื่อง ชาลี แชปลิน (Charlie Chaplin) ที่เป็นไวรัลอยู่พักนึง แต่ละคนก็สงสัยกันไปว่าทำไมปี 1928 ถึงมีสมาร์ทโฟนที่ทันสมัยได้? นอกซะจากว่าเธอคนนั้นคือ Time Traveller! ...แต่สุดท้ายก็มีข้อสรุปว่า อุปกรณ์ในมือผู้หญิงเป็นแค่ Walky Talky หรือเครื่องรับส่งวิทยุมือถือที่ใช้พูดคุยในกองระหว่างถ่ายทำเท่านั้นเองค่ะ


Photo Credit: Knowyourmeme.com
 
        เช่นเดียวกับภาพชายหนุ่มแต่งตัวสไตล์ฮิปสเตอร์ในภาพถ่ายชื่อ “Re-opening of the South Fork bridge in the early 1940s in Gold Bridge” ที่โชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์แคนาดา เวลาในตอนนั้นคือ 1940 แต่ชายคนนี้ทั้งสวมสิ่งที่ดูเหมือนแว่นกันแดด สวมเสื้อ t-shirt และถือกล้องพกพาแบบสมัยใหม่ ซ้ำยังมีผลพิสูจน์ออกมาว่า นี่เป็นภาพถ่ายจริงไม่ผ่านการตัดต่อ! คนก็ยิ่งแตกตื่นไปอีก สุดท้ายก็เฉลยออกมาว่าแว่นนั้นคือแว่นกันลมที่ทำจากสายหนัง และกล้องที่ว่าคือกล้องพับ (Folding Camera) ที่ล้วนแต่มีขึ้นมาแล้วในสมัยนั้น (ชายในภาพได้ออกมาบอกแล้วว่า เขาแค่แต่งตัวตามสไตล์ของตัวเอง แต่ดันมีคนหยิบไปอ้างว่าเป็นนักท่องเวลาเฉยเลย)


Photo Credit: the13thfloor.tv

 
        เอาล่ะค่ะ ไหนๆ ก็พูดถึงภาพถ่ายแล้ว เดี๋ยวเราไปรู้จักตัวอย่างบุคคลที่อ้างว่าตนเป็น Time Traveller กันบ้างดีกว่า

 

1. จอห์น ไตเตอร์ (2036)
 

        ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า “จอห์น” (John) เป็นเพียงนามสมมติเท่านั้นนะคะ เขาคนนี้คือผู้ที่คนอ้างว่าเป็นคนเดียวกับชายฮิปสเตอร์ที่แต่งตัวล้ำยุคในภาพด้านบนนั่นเองค่ะ ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2000 เขาได้เปิดเผยเรื่องของตนในเว็บบอร์ดโดยใช้ชื่อยูสเซอร์ Timetravel_0 (ภายหลังเปลี่ยนเป็น John Titor ย่อมาจากคำว่า Time Travellor ที่แผลงมาจากคำว่า Time Traveller อีกทีนึง) เขาบอกว่าตนเป็นทหารจากปี 2036 ตอนนี้อยู่ระหว่างเดินทางกลับหลังจากไปทำภารกิจตามหาคอมพิวเตอร์ IBM 5000 ที่อยู่ในช่วงปี 1975 และการที่เขามาหยุดอยู่ที่โลกยุค 2000 นั้น ก็เพราะเหตุผลส่วนตัว
 
(คอมพิวเตอร์รุ่น IBM5000 ที่จอห์นลงทุนย้อนเวลาไปตามหา)
Photo Credit: Wikipedia

 
        จอห์นได้เล่าประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายของมวลมนุษยชาติเรื่องสงครามนิวเคลียร์ และการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลด้วย และเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เขาได้โพสต์เครื่องย้อนเวลาพร้อมคู่มือการใช้งานให้คนดูเป็นหลักฐาน
 
        แน่นอนว่าชาวเน็ตไม่เชื่อคำพูดของเขา และพยายามยิงคำถามต่างๆ นานาเพื่อจับผิด แต่ทว่าจอห์นกลับใช้ไหวพริบและความรู้ทางฟิสิกส์ตอบคำถามเหล่านั้นได้หมด! แต่สุดท้ายก็มีการตรวจสอบแล้วพบว่า เรื่องของจอห์นเป็นแค่เรื่องคนที่แต่งสนุกๆ เท่านั้น แถมยังจับโยงข่าวนั้นข่าวนี้จนทำให้บางคนถึงกับหลงเชื่อเลยทีเดียว
 

Photo Credit: Dailystar.co.uk


Photo Credit: strangerdimensions.com

 

2. ไมเคิล ฟิลลิปส์ (2043)


        “ไมเคิล ฟิลลิปส์” (Michael Phillips) คือนักท่องเวลาที่อ้างว่าตนเกิดในปี 2043  ชายคนนี้ได้เล่าเรื่องราวของตนผ่านคลิปบนยูทูบที่ชื่อ “Ok, I am a time traveller” ลำดับเหตุการณ์คร่าวๆ คือ เขาได้เข้าร่วมกองทัพตอนอายุ 18 ปี แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ลึกลับจะเกิดขึ้น เมื่อเขาถูกจับเขาไปทดลองเกี่ยวกับการท่องเวลา


Photo Credit: Youtube

        ภายในคลิป เขาได้พยายามอธิบายให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกในแต่ละทศวรรษ ทั้งความมหัศจรรย์และความหนาวเหน็บ เริ่มจากการออกมาเล่าถึงประเทศเกาหลีเหนือที่เตรียมการจะปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ในสหรัฐฯ ราวๆ ปลายปี 2018 เพราะหวังโจมตีดินแดนของสหรัฐฯ ฝ่ายตรงข้ามจึงตอบโต้ด้วยมิซไซล์สองลูกไปที่กรุงเปียงยาง แล้วหายนะก็มาถึง เพราะสงครามนิวเคลียร์นี้เองเป็นชนวนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นในปี 2019

        ชายคนดังกล่าวอ้างว่ามีภารกิจส่วนตัวคือ การมาเตือนทุกคนบนโลกให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และอยากเปลี่ยนแปลงอนาคต เพราะไม่อยากให้ผู้คนจำนวนมากต้องล้มตาย จึงได้จัดทำคลิปวิดีโอนี้ขึ้นมา 

       ไม่ใช่แค่เรื่องภัยจากมนุษย์ด้วยกันเอง แต่เขาได้เตือนว่าโลกของเราจะประสบกับภัยธรรมชาติต่างๆ โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้ เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดคือเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่แคลิฟอร์เนียในปี 2022 มีขนาดความรุนแรง 9.9 ริกเตอร์ ซึ่งรุนแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกมา และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือระดับน้ำทะเลของชายฝั่งทางตอนใต้ลดลงไป 10 เมตร แต่ก็ใช่ว่าในอนาคตจะมีแต่เรื่องเลวร้าย เพราะในปี 2025 มนุษย์จะได้เหยียบดาวอังคาร ด้วยจรวดที่ชื่อ SpaceX

Photo Credit: Express.co.uk
 
        เขายังกล่าวอีกว่า เขาเคยเดินทางไปในโลกอนาคตประมาณ 5-6 ครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินทางย้อนเวลากลับมา ทุกอย่างมันดูแปลกไปหมด และมันแตกต่างกับที่ที่เขาจากมาอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม แทบไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันเลยว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง 

 

3. โนอาห์ (2030)


        "โนอาห์" (Noah) คือผู้อ้างว่าตนมาจากโลกอนาคตในปี 2030 และเครื่องย้อนเวลาขององค์ลับสุดยอดทำให้เขากลับมาติดอยู่ที่นี่ ชายคนนี้ยังอ้างอีกว่าตนกำลังทนทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้าและโรคเบื่ออาหาร และยาย้อนวัยทำให้เขากลายเป็นชายวัยรุ่นอายุแค่ 25 ทั้งที่จริงๆ อายุ 50 ปีแล้ว!


Photo Credit: Thesun.co.uk
 
        ภายในคลิป เขาตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด และพูดเป็นสำเนียงอเมริกันแบบไม่ค่อยชัดว่า “ผมอยากพูดให้เคลียร์ตรงนี้เลยว่า จุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียวของผมคือการพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าการท่องเวลามีอยู่จริง จริงๆ แล้วผมนี่แหละคือเป็นนักท่องเวลา”

        เช่นเดียวกับนักท่องเวลาคนอื่นๆ ค่ะ เขาเสี่ยงชีวิตมาเพื่อบอกคนยุคนี้ว่าต้องเตรียมเจอกับเรื่องอะไรบ้าง อย่างเช่นสปอยล์ว่า “โดนัล ทรัมป์” (Donald Trump) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐ จะได้ครองตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่สอง ซึ่งมันอาจเป็นความจริงในอีก 2 ปีข้างหน้าที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2020 นอกจากนี้ เขายังได้สุ่มชื่อคนที่จะมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2030 ว่าจะเป็น “อิลาน่า รีไมกี้” (Ilana Remikee) 

Photo Credit: Thesun.co.uk

        นอกจากนี้ เขายังทำนายเรื่องความเจริญในด้านต่างๆ เช่น โทรศัพท์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นในปี 2030 มนุษย์จะบินไปดาวอังคารในปี 2028 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่การท่องเวลาได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณขน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเดินทางได้ถึง 600 ไมล์ต่อชั่วโมง โรคร้ายอย่างมะเร็งบางชนิดสามารถรักษาได้แล้ว และปัญญาประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์ AI จะใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปี 2021 และมีอุปกรณ์ยอดฮิตอย่างแว่น Google Glasses ที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผล

        เขายังเปิดเผยต่อสถานีวิทยุของออสเตรเลียในเรื่องการเมืองด้วยเช่นกันว่า หลานของบุตรชายมาร์ติน ลูเธอร์ จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2030!

        พอนำโนอาห์นักท่องเวลาคนนี้เข้าเครื่องจับเท็จ เพื่อตรวจสอบว่าโนอาห์ได้ท่องเวลามาจากโลกในปี 2030 แล้วมาติดอยู่ในปี 2018 จริงหรือไม่ หลังจากเขาตอบว่า “Yes”  ปุ่มสีเขียวก็สว่างขึ้นและปรากฏตัวอักษรว่า “TRUE” นั่นแปลว่าเขาไม่ได้โกหกนั่นเอง (ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขา “เชื่อ” ว่าตนเป็นนักท่องเวลาจริงๆ)

 

4. เอ็ดเวิร์ด (5000)


        ปิดท้ายด้วยข่าวนักท่องเวลาหน้าใหม่ที่เพิ่งเป็นข่าวไปวันก่อน สำนักข่าวต่างประเทศได้นำเสนอเรื่องนักท่องเวลาชื่อ “เอ็ดเวิร์ด” (Edward) ที่ได้อัปโหลดคลิปวิดีโอใน ApexTV ซึ่งภายในคลิปไม่มีการเปิดเผยใบหน้าของผู้พูด ส่วนเสียงก็ถูกบิดให้เปลี่ยนไปจากเดิมด้วย และสถานที่ถ่ายคลิปน่าจะเป็นสวนสาธารณะอาร์เมเนียน (Armenian)

        ชายคนดังกล่าวเล่าที่มาที่ไปว่า ตนทำงานอยู่ในศูนย์วิจัยที่ลอสแองเจลิส และเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองลับสุดยอดใน 2004 สิ่งที่เขาได้รับมอบหมายคือการเดินทางข้ามเวลา 2,000 ปี เพื่อไปถ่ายภาพช่วงเวลาดังกล่าวกลับมา

Photo Credit: Thesun.co.uk

        ส่วนภาพที่เขาถ่ายมาได้คือนครลอสแองเจลิส (Los Angeles) ในปี 5000 ซึ่งอยู่ในสภาพจมใต้น้ำเรียบร้อยแล้ว เขาเล่าให้ฟังว่าพอไปถึงก็ได้เจอกับอาคารสิ่งก่อสร้างทุกอย่างที่ทำมาจากไม้ โดยคนที่นั่นอธิบายว่าภาวะโลกร้อนทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ พอน้ำแข็งละลาย โลกทั้งโลกก็จมอยู่ใต้น้ำ! ดังนั้นนี่จึงเป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์ตระหนักและช่วยป้องกันภัยธรรมชาติเหล่านี้
 

Photo Credit: Thesun.co.uk

 
        ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างนักท่องเวลาเท่านั้นนะคะ ส่วนตัวเห็นช่องโหว่เยอะมาก และคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ยากมากเช่นกัน เพราะถ้าคนย้อนเวลาไปแก้ไขอดีตได้จริงๆ แล้วเกิดเล่นแผลงๆ ไปจัดการผู้นำ นักคิด นักวิทยาศาสตร์ หรือเจ้าของกิจการที่มีอิทธิพลทั่วโลก คนคงวุ่นวายน่าดูเลยค่ะ แต่แนะนำว่าถ้าใครชอบเรื่องแบบนี้ ลองหาหนังแนวๆ X-Men: Days of future past (2014), The Butterfly Effect (2004), Somewhere in time (1980), Primer (2004) ฯลฯ มาลองดูเพื่อวาร์ปไปโลกจินตนาการดูก็ได้เหมือนกันนะคะ ^^

 
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.unilad.co.uk/viral/time-traveler-from-2030-passes-lie-detector-test-about-predictions
https://www.unilad.co.uk/viral/time-traveller-born-in-2043-reveals-when-world-war-three-will-happen/
http://www.news.com.au/lifestyle/real-life/wtf/time-traveller-man-from-2028-makes-specific-predictions-for-the-future/news-story/c410773ecf14d3b34df9deeeb5153b7a
http://metro.co.uk/2018/02/19/time-traveller-claims-hes-from-the-year-5000-and-he-has-photographic-evidence-7325795/
https://www.dailystar.co.uk/news/latest-news/548794/John-Titor-mystery-time-traveller-2036-warned-nuclear-war-conspiracy-theory-predictions
https://io9.gizmodo.com/5869362/the-man-who-told-the-internet-hed-come-from-the-future
http://www.ntd.tv/inspiring/life/9-actual-people-who-claimed-to-have-time-traveled-6-came-back-from-the-future-with-proof.html
https://www.express.co.uk/news/weird/922590/time-travel-proof-north-korea-world-war-3-attack-usa-WW3
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Yin & Yang Member 28 ก.พ. 61 21:12 น. 1

ถึ่งพวกเขาเหล่านี้อาจจะเป็นคนที่เพ้อหรือสติไม่สมประกอบ แต่ประเด็นหลายอย่างที่พวกเขากล่าวถึง ก็น่าคิดนะ ไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยี หรืออะไร แต่เป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นจริง เพราะสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ในโลกนี้ ก็คือภัยธรรมชาติ ถ้าป้องกันได้ก็ควรป้องกันเลย ดีกว่าไปแก้ในภายหลัง

0
กำลังโหลด
ปริย์ณัฐฐา Member 1 มี.ค. 61 05:03 น. 3

2030 น่าจะอยู่ถึง... จะรอดูที่คุณโนอาห์ว่านะคะ (สงสัยว่ายาที่กินคือ APTX4869 หรือเปล่าคะ 55 โคนันก็มา)

0
กำลังโหลด
มัณทนา Member 28 ก.พ. 61 23:22 น. 2

ถ้า "นักท่องเวลา" ที่เดินทางมาจากโลกอนาคตมีจริงก็ดีสิคะ

อยากเจอตัวเองตอนแก่เหมือนกันและอยากรู้ว่าตัวเองตอนแก่ใช้ชีวิตยังไง

จะได้ใช้ชีวิตเป็นสาวโสดขึ้นคานทองนิเวศน์ไปจนแก่ตายอย่างที่เราวางแผนเอาไว้เหรอเปล่า

ถ้าเราเจอผู้หญิงวัยกลางคนอายุ 40-60 ปีหรือหญิงชราอายุ 60 ปีขึ้นไป

ที่บอกว่าเดินทางมาจากโลกอนาคตพร้อมกับบอกว่าเป็นตัวของเราในโลกอนาคต

เราจะดีใจมากเลยค่ะ

เราเคยแต่ฝันว่าไปเจอพี่น้องฝาแฝดของตัวเอง (เป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจมาก) ที่อยู่ในโลกคู่ขนาน

2
Junisung Member 1 มี.ค. 61 23:15 น. 2-1

ถ้าเจอตัวเองก็ซวยครับ เพราะจะเกิดtime paradoxขึ้นครับ เกิดเอาวัตถุที่เป็นชิ้นเดียวกันมาอยู่ที่เดียวกันในเวลาเดียวกันจะเกิดการหักล้างตัวตนขึ้นมาครับ ส่วนผลผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

0
กำลังโหลด

5 ความคิดเห็น

Yin & Yang Member 28 ก.พ. 61 21:12 น. 1

ถึ่งพวกเขาเหล่านี้อาจจะเป็นคนที่เพ้อหรือสติไม่สมประกอบ แต่ประเด็นหลายอย่างที่พวกเขากล่าวถึง ก็น่าคิดนะ ไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยี หรืออะไร แต่เป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นจริง เพราะสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ในโลกนี้ ก็คือภัยธรรมชาติ ถ้าป้องกันได้ก็ควรป้องกันเลย ดีกว่าไปแก้ในภายหลัง

0
กำลังโหลด
มัณทนา Member 28 ก.พ. 61 23:22 น. 2

ถ้า "นักท่องเวลา" ที่เดินทางมาจากโลกอนาคตมีจริงก็ดีสิคะ

อยากเจอตัวเองตอนแก่เหมือนกันและอยากรู้ว่าตัวเองตอนแก่ใช้ชีวิตยังไง

จะได้ใช้ชีวิตเป็นสาวโสดขึ้นคานทองนิเวศน์ไปจนแก่ตายอย่างที่เราวางแผนเอาไว้เหรอเปล่า

ถ้าเราเจอผู้หญิงวัยกลางคนอายุ 40-60 ปีหรือหญิงชราอายุ 60 ปีขึ้นไป

ที่บอกว่าเดินทางมาจากโลกอนาคตพร้อมกับบอกว่าเป็นตัวของเราในโลกอนาคต

เราจะดีใจมากเลยค่ะ

เราเคยแต่ฝันว่าไปเจอพี่น้องฝาแฝดของตัวเอง (เป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจมาก) ที่อยู่ในโลกคู่ขนาน

2
Junisung Member 1 มี.ค. 61 23:15 น. 2-1

ถ้าเจอตัวเองก็ซวยครับ เพราะจะเกิดtime paradoxขึ้นครับ เกิดเอาวัตถุที่เป็นชิ้นเดียวกันมาอยู่ที่เดียวกันในเวลาเดียวกันจะเกิดการหักล้างตัวตนขึ้นมาครับ ส่วนผลผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

0
กำลังโหลด
ปริย์ณัฐฐา Member 1 มี.ค. 61 05:03 น. 3

2030 น่าจะอยู่ถึง... จะรอดูที่คุณโนอาห์ว่านะคะ (สงสัยว่ายาที่กินคือ APTX4869 หรือเปล่าคะ 55 โคนันก็มา)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
varunyanee Member 9 มี.ค. 61 07:24 น. 5

จำเรื่องการทดลองปฏิกิริยาของหลุมดำ..ได้ไหม ติดตามข่าว แจ้งว่า การทดลองหลุดชะงัก ... จากนั้นไม่นานมีข่าวว่า มีนักวิทยาศาสตร์จากโลกอนาคต กลับมาเพื่อล้มงานนี้ เพราะหลุมดำจะทำให้โลกถูกกลืนหายไป...แต่ข่าวมันเล็กมาก #ก็ต้องใช้วิจารณาณแหละ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด