ขอบคุณข้อมูลจาก
เห็นด้วยหรือไม่? เล็งเพิ่มค่าปรับ "หมอไม่ใช้ทุน" เป็น 5 ล้านบาท!
ขอบคุณข้อมูลจาก
เราไม่เห็นด้วย ทำไมถึงไม่มองไปที่ต้นเหตุว่าทำไมหมอไทยถึงไปเอกชนกันเยอะ ทั้งทำงานล่วงเวลาจนแทบไม่มีเวลานอน ยังไม่รวมสารพัดคนไข้ที่ไม่เคารพหมอหรือกฏโรงพยาบาล และไม่มีใครออกมาพูดถึงประเด็นนี้แบบจริงจัง
ไม่แน่ใจว่าคคห.บนๆได้มาเห็นบรรยากาศการจับฉลากใช้ทุนปีนี้หรือเปล่า ว่าแต่ละ option การจับฉลากใช้ทุนที่กระทรวงจัดมาให้มันหดหู่แค่ไหน ex. จังหวัดA-B-B (ที่อยู่คนละภาคกัน)
ยืนยันเลยว่าต่อให้ปรับสิบล้าน ยังไงบางคนก็จะลาออก
และถ้าระบบมันดี ต่อให้ไม่มีค่าปรับ คนที่พร้อมจะจ่ายสิบล้านก็พร้อมจะอยู่
แพทย์จบใหม่ส่วนใหญ่ไม่อยากลาออกหรอกครับ ถ้ามันไม่สุดจริง เพราะนอกจากเงินแล้วมันมีเงื่อนไขอื่นๆมาประกอบอีกเยอะแยะ ที่เค้าออกกันเพราะมันสุดทนมากกว่าครับ
หมอรุ่นพี่ๆหรือหมอผู้ใหญ่ เค้าก็เคยเป็นหมอเด็กมาก่อน เมื่อก่อนๆมันสุดทนมากกว่านี้หลายเท่า แต่ส่วนมากเขาก็อยู่มาได้ วันที่3กค.นี้อยากให้มีมติออกมาเลย ปรับ5ล้านซะเลย อย่างน้อย ถ้าไม่ใช่ลูกคนมีเงินมากๆ ก็ต้องยอมใช้ทุนตามสัญญาครบก่อน เวลานี้ปรับแค่4แสนซึ่งน้อยมาก ทำเอกชนไม่ถึงปี ก็มีเงินใช้ค่าปรับแล้ว หลายคนจึงไม่สำนึก ไม้ละอายใจ ที่ระบบมันไม่ดีก็มาจากพวกที่ลาออกไปไม่ยอมใช้ทุนนั่นแหละ รัฐ.เขาแก้ไขไม่ทันเพราะงบประมาณไม่มีมากพอที่จะผลิตหมอให้เพียงพอ รัฐเขาพยามทำให้ดีเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าหมอจบใหม่ต่อไปยอมใช้ทุน ทุกคน มันจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้เร็วขึ้นแน่ๆ
คห1กับ2 บอกมาดีทีเดียวเลย ไม่ต้องไปเฆี่ยนให้หลาบจำก็ได้ เอาแค่เพิกถอนใบว.ด้วยก็พอแล้ว รับรองไม่มีหน้าไหนกล้าหนีทุน
น่าจะเพิกถอนการเป้นแพทย์ไปด้วยรับรองไม่มีหน้าไหนกล้าหนีทุน
ตลกมาก เม้นแบบเอาแต่ความสะใจแท้ๆ
ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มจำนวนเงินที่จะปรับจาก4แสนเป็น5ล้าน คิดว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมากกว่า และอาจกระทบต่อการหาคน/หลักทรัพย์ค้ำประกันของนักศึกษา
หากต้องการให้ทำงานใช้ทุนจริงๆ ก็บังคับไปเลย เรียนครบหลักสูตร6ปีแล้ว ให้ทำงานในโรงพยาบาลที่กำหนดอีก3ปี ถึงจะถือว่าเรียนจบ หรือมีสิทธิได้ใบประกอบโรคศิลป์
เห็นด้วยอย่างแรง ที่จริงน่าจะเพิ่มค่าปรับมาตั้งนานแล้ว การผลิตแพทย์แต่ละคนรัฐ.ต้องใช้เงิยอุดหนุนรายหัวให้มหาศาล บางคนยังไม่รู้แต่แรกเลยด้วยว่า ต้องใช้เงินเยอะมากขนาดนี้ ถ้ารัฐ.เลิกอุดหนุนวันใด ค่าเรียนก็จะพอๆกับแพทย์รังสิตนั่นเอง หลายคนจบมา ไม่ยอมใช้ทุนหรือทำงานแค่1ปี ยอมจ่ายค่าปรับ แล้วไปเอกชนหรือ คลีนิคความงาม เพราะเงินมันล่อใจ รัฐ.เขาผลิตแพทย์มา ก็เพื่อให้หมอไปช่วยเหลือ ประชาชนโดยส่วนรวมของประเทศ ค่าตอบแทนก็ได้เยอะพอควร แต่หลายคนกลับไม่รู้คุณแผ่นดิน ไม่รู้จักพอ
อยากให้เขาเสนอเพิ่มเติมในเรื่องระยะเวลาการใช้ทุนด้วย แค่3ปีน้อยมากๆและใช้มานานมากๆแล้ว ควรเพิ่มเป็นใช้ทุน6ปีหรือ10ปีไปเลย คนจะเป็นหมอต้องเป็นคนดีมีจิตใจช่วยเหลือคนอื่น จริงๆ ถ้ามาหวังเป็นหมอพานิชย์ หวังชื่อแพทย์นำหน้า ควรไปเรียนอย่างอื่นๆที่รัฐ.เขาไม่ต้องมีภาระอุดหนุนเงินให้เรียนดีกว่า
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?
19 ความคิดเห็น
เห้นด้วยอย่างแรง. น่าจะมีการเฆี่ยนด้วยครับจะได้หลาบจำ
น่าจะเพิกถอนการเป้นแพทย์ไปด้วยรับรองไม่มีหน้าไหนกล้าหนีทุน
ตลกมาก เม้นแบบเอาแต่ความสะใจแท้ๆ
เห็นด้วยย
ยังไงก็แก้ยาก ระบบมันบังคับให้ต้องเรียนต่อคนอยากหนียังไงก็หนี เพื่อนเราหลายคนก็เตรียมเงินเผื่อไว้ตั้งแต่ปี1 ก็มี
เพื่อนนายหลายคน อาจคิดว่า4แสนเองจิ็บๆ ยังไงก็หนีทุนแน่ อยากให้คนที่ทำเรื่องนี้โดยตรงเข้ามาอ่านกระทู้จัง จะได้รีบเปลี่ยนค่าปรับให้สิ้นเรื่อง แล้วอีก6ปีลองดูว่า ปรับ5ล้านเตรียมเงินทันพร้อมจ่ายค่าปรับหรือไม่ (คนที่สอบหมอเข้ามาได็ต้องเป็นเด็กเก่งพอตัว แต่ก็ไม่ใช่ลูกคนรวยทุกคนแน่) คนอยากหนีทีนี้หนีไม่รอดแน่นอน ต้องใช้ทุน ทุกคน ระบบสาธารณสุขจะดีขึ้นด้วย ส่วนบางคห.บอกเวลาทำงานเยอะหรือคนไข้ไม่เคารพหมอมันก็แค่ประเด็นรอง ไม่ไช่ประเด็นหลักเป็นหมอก็ต้องเสียสละอดทนอยู่แล้ว คนไข้หรือญาติอาจไม่สุภาพบ้างก็ไม่ใช่ทุกคน คนที่ดี รักหมอบูชาหมอที่รักษาพวกเขาจนหายป่วยก็เยอะแยะไป อีกอย่างถึงต้องอยู่เวรนอนน้อย แต่ก็ไ้ค่าตอบแทนเพื่อด้วย แม้ไม่มากก็ตามเถอะ
เราไม่เห็นด้วย ทำไมถึงไม่มองไปที่ต้นเหตุว่าทำไมหมอไทยถึงไปเอกชนกันเยอะ ทั้งทำงานล่วงเวลาจนแทบไม่มีเวลานอน ยังไม่รวมสารพัดคนไข้ที่ไม่เคารพหมอหรือกฏโรงพยาบาล และไม่มีใครออกมาพูดถึงประเด็นนี้แบบจริงจัง
เห็นด้วยอย่างแรง ที่จริงน่าจะเพิ่มค่าปรับมาตั้งนานแล้ว การผลิตแพทย์แต่ละคนรัฐ.ต้องใช้เงิยอุดหนุนรายหัวให้มหาศาล บางคนยังไม่รู้แต่แรกเลยด้วยว่า ต้องใช้เงินเยอะมากขนาดนี้ ถ้ารัฐ.เลิกอุดหนุนวันใด ค่าเรียนก็จะพอๆกับแพทย์รังสิตนั่นเอง หลายคนจบมา ไม่ยอมใช้ทุนหรือทำงานแค่1ปี ยอมจ่ายค่าปรับ แล้วไปเอกชนหรือ คลีนิคความงาม เพราะเงินมันล่อใจ รัฐ.เขาผลิตแพทย์มา ก็เพื่อให้หมอไปช่วยเหลือ ประชาชนโดยส่วนรวมของประเทศ ค่าตอบแทนก็ได้เยอะพอควร แต่หลายคนกลับไม่รู้คุณแผ่นดิน ไม่รู้จักพอ
อยากให้เขาเสนอเพิ่มเติมในเรื่องระยะเวลาการใช้ทุนด้วย แค่3ปีน้อยมากๆและใช้มานานมากๆแล้ว ควรเพิ่มเป็นใช้ทุน6ปีหรือ10ปีไปเลย คนจะเป็นหมอต้องเป็นคนดีมีจิตใจช่วยเหลือคนอื่น จริงๆ ถ้ามาหวังเป็นหมอพานิชย์ หวังชื่อแพทย์นำหน้า ควรไปเรียนอย่างอื่นๆที่รัฐ.เขาไม่ต้องมีภาระอุดหนุนเงินให้เรียนดีกว่า
ไม่แน่ใจว่าคคห.บนๆได้มาเห็นบรรยากาศการจับฉลากใช้ทุนปีนี้หรือเปล่า ว่าแต่ละ option การจับฉลากใช้ทุนที่กระทรวงจัดมาให้มันหดหู่แค่ไหน ex. จังหวัดA-B-B (ที่อยู่คนละภาคกัน)
ยืนยันเลยว่าต่อให้ปรับสิบล้าน ยังไงบางคนก็จะลาออก
และถ้าระบบมันดี ต่อให้ไม่มีค่าปรับ คนที่พร้อมจะจ่ายสิบล้านก็พร้อมจะอยู่
แพทย์จบใหม่ส่วนใหญ่ไม่อยากลาออกหรอกครับ ถ้ามันไม่สุดจริง เพราะนอกจากเงินแล้วมันมีเงื่อนไขอื่นๆมาประกอบอีกเยอะแยะ ที่เค้าออกกันเพราะมันสุดทนมากกว่าครับ
หมอรุ่นพี่ๆหรือหมอผู้ใหญ่ เค้าก็เคยเป็นหมอเด็กมาก่อน เมื่อก่อนๆมันสุดทนมากกว่านี้หลายเท่า แต่ส่วนมากเขาก็อยู่มาได้ วันที่3กค.นี้อยากให้มีมติออกมาเลย ปรับ5ล้านซะเลย อย่างน้อย ถ้าไม่ใช่ลูกคนมีเงินมากๆ ก็ต้องยอมใช้ทุนตามสัญญาครบก่อน เวลานี้ปรับแค่4แสนซึ่งน้อยมาก ทำเอกชนไม่ถึงปี ก็มีเงินใช้ค่าปรับแล้ว หลายคนจึงไม่สำนึก ไม้ละอายใจ ที่ระบบมันไม่ดีก็มาจากพวกที่ลาออกไปไม่ยอมใช้ทุนนั่นแหละ รัฐ.เขาแก้ไขไม่ทันเพราะงบประมาณไม่มีมากพอที่จะผลิตหมอให้เพียงพอ รัฐเขาพยามทำให้ดีเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าหมอจบใหม่ต่อไปยอมใช้ทุน ทุกคน มันจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้เร็วขึ้นแน่ๆ
คห1กับ2 บอกมาดีทีเดียวเลย ไม่ต้องไปเฆี่ยนให้หลาบจำก็ได้ เอาแค่เพิกถอนใบว.ด้วยก็พอแล้ว รับรองไม่มีหน้าไหนกล้าหนีทุน
ถ้าคิดว่าลำบากมากมายก้อย่าแย่งเข้ามาเรียนเลยนะ
ไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบนี้ ทำไมไม่แก้ที่ระบบล่ะ ทำงานก็หนักมากเงินเดือนที่ค้างจ่ายให้แพทย์จบใหม่ตั้งกี่เดือน ไหนจะระบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้ใหญ่ข่มผู้น้อยแก้ปัญหาไม่ถูกจุด จะให้เขาทนอยู่กับระบบแบบนี้อีกหรอ
ถ้าเรียนจบแล้ว ไม่ยอมใช้ทุน ต้องจ่ายค่าปรับ5ล้านบาท เป็นการแก้ที่ต้นเหตุเลยนะ ไม่ใช่ปลายเหตุแน่
ถ้าไม่ยอมจ่าย เขาเล่นงานเรียกเก็บจาก คนคํ้าประกัน ได้โดยตรง ก็ต้นเหตุอีกเหมือนกัน
ทำงานหนักก็จริง แต่ต่าตอบแทนต่างๆที่ได้รับ หมอจบใหม่ เงินเดือน+ค่าตอบแทนอื่นๆ รวมๆ5หมื่นขึ้นซึ่งก็มากกว่า เรียนจบป.ตรีอื่นๆ ในระบบราชการ คนเข้ามาใหม่ไม่ว่าจะแพทย์หรืออื่นๆ เขาต้องรอตกเบิกทุกคน ตามขั้นตอน ราวๆ6เดือนหรือบางที่อาจมีขัดข้องล่าช้าบ้าง หลังจากตกเบิกแล้วเดือนต่อไป ก็ได้รับเป็นปแติทุกคน ทุกเดิอน
ส่วนปัญหาอื่นที่ว่ามา เป็นเรื่องปกติของคนไม่ดีที่มีส่วนน้อยมาก ที่คิดหนีทุนน่าจะเรื่องที่มาของรายได้มากที่สุด โดยเห็นตัวอย่างคนอื่นเขาสุขสบายรายได้เดือนละเป็นแสน เลยอยากได้คามมากกว่า
เห็นด้วยนะ ถ้ามีแพทย์เข้าโรงพยาบาลรัฐเพิ่มขึ้นจำนวนแพทย์เยอะขึ้น ตารางเวร การทำงานล่วงเวลาต่างๆก็จะน้อยลง การทำงานก็จะทั่วถึง ดูแลผู้ป่วยได้ดีมากขึ้น พอการทำงานมันเบาลง ปัญหาแพทย์หนีทุนก็น่าจะลดลงตาม
แต่ในที่นี้คืออยากให้จัดระบบโรงพยาบาลให้ดีด้วย ทั้งปัญหาการจ่ายเงินเดือนแพทย์ ปัญหาสารพัดอย่างในโรงพยาบาล ให้มันมีคุณภาพหน่อย ไม่ใช่เพิ่มเงื่อนไขนู่นนี่ให้ไปลงที่แพทย์อย่างเดียว เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่โรงพยาบาลกับระบบต่างๆด้วย ไม่ใช่ให้แพทย์ดูแลแต่คนอื่นแต่สุขภาพแพทย์กลับแย่ลงๆ แบบนั้นใครเขาจะอยากอยู่กัน
เห็นด้วยกับการเพิ่มค่าปรับหากแพทย์ไม่อยากใช้ทุนในโรงพยาบาลรัฐ แต่รัฐต้องให้อิสระกับนักศึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนด้วยว่าจะเลือกใช้ทุนหรือไม่เลือกใช้ทุน และที่สำคัญคือ ปรับปรุงโรงพยาบาลของรัฐให้น่าทำงานมากกว่าเดิมด้วย
เห็นด้วยครับ แต่ถ้าจะให้เลือกจะใช้ทุนหรือไม่ ถ้าเลือกใช้ทุนก็จบ แต่ถ่าเลือกไม่ใช้ทุน ก็ต้องทำสัญญาจ่ายค่าปรับ5ล้าน และมีคนคํ้าประกันด้วย น่าจะหายากมาก เงิน5ล้านไม่ใช่4แสน คนคํ้า คงคิดหนักและคู่สมรสเขาคงยอมยาก อยู้ดีไม่ว่าดี อาจโดนฟ้องล้มละลายได้ง่ายๆ ที่สำคัญรัฐ.ออกทุนอุดหนุนรายหัวให้เรียน6ปี3ล้านกว่า ถ้าเลือกไม่รัฐคงไม่ให้เรียนฟรีๆแน่ๆ คนที่อยากเรียนยังมีรอต่ออีกเยอะมากๆ น่าจะวุ่นวายพอควร ส่วนเรื่องปรับปรุงรพ.ให้น่าทำงาน มติที่ประชุม เขาบอกมีงบบริหารจัดการในเรื่องแพทย์และอื่นไว้แล้ว9หมื่นล้านบาท(ปี2561-2570) คงรวมถึง อาจาย์ต้องมีพร้อมสอน +ปรับปรุงรพ.+อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆด้วยอยู่แล้ว
เห็นด้วยอย่างยิ่งสำหรับนศพในโครงการแพทยชนบท cpird odod หรือพวกโควต้าต่างๆ พวกนี้ต้องให้ชดใช้เต็มที่ แต่แพทยในโครงการปกติก็น่าจะอยู่ที่ 2 ล้านก็พอ
ขอแช่ง ให้ทุกคนที่เห็นด้วยกับ ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ สอบได้เป็นหมอทุกคน เพื่อจะได้เจอกับตัวเอง ว่าหมอไม่ได้สบาย อย่างที่คิด ต้องเสียสละทั้งชีวิตและครอบครัว
- รู้ไหมมี นศพ. ฆ่าตัวตายปีละกี่คน
- รู้ไหมมี นศพ. ปี 4 / ปี 5 / ปี 6 ลาออกปีละกี่คน
- เป็นหมอเพื่อดูและคนอื่น ยกเว้น พ่อแม่และครอบครัวของตัวเอง
- ไม่มีเวลาของตนเอง แม้แต่เวลานอน - ทำงานไม่ได้เงิน เงิน P4P รัฐค้างจ่าย 9 เดือน ถึง 24 เดือน - ทำงาน 36 ชม. ติดต่อกัน (อยู่เวร) ถ้า รพ.เล็ก อาจมากกว่านี้
- เคยไป รพ.รัฐไหม คนไข้รอคิวตรวจ 200-300 คน ต่อวัน
ถ้าทำงาน 8 ชม. = 480 นาที หมอต้องตรวจคนไข้คนละ 1-2 นาที/คน
- ถูกฟ้อง ถูกด่า ถูกทำร้ายเพราะรอนาน แต่หมอต้องอยู่อย่างนี้ตลอดทุกวัน การได้เป็น นศพ. นั้นลำบากแล้ว การจบแพทย์ ออกมาทำงานลำบากกว่า ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ...(ควรศึกษาให้ละเอียด ก่อนเม้น)
แอบเข้าใจนะคะที่ท่ายอยากแก้ปํญหา แต่ท่านแก้แบบนี้ เราว่าเกาผิดที่คันไปเยอะเลย
แล้วถ้าเราหาคนค้ำประกัน 5 ล้านไม่ได้ เราจะทำไงดี
เราไม่มีพ่อแม่เป็นข้าราชการ แล้วก็บ้านเรามีเงินสดไม่เท่าไร
คิดไม่ออกจริง ๆ
ก่อนอื่นสอบเข้าเรียนให้ได้ก่อน คณะแพทย์มีแต่เด็กเก่งๆสอบแย่งกันเข้าเรียน(คนสอบมีทั้งรวยและจน)
เขาเปลี่ยนค่าปรับเป็น5ล้าน เขาคงคุยหาทางออกให้ไว้แล้ว อย่าได้กังวลใจ จะไปเข้าทางคนไม่หวังดีเปล่าๆ ในสัญญาปลายเปิด เขาอาจให้เรายืนยันไปเลย ว่าจบมาแล้วต้อง ใช้ทุนให้ครบ3ปี ให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองยืนยันด้วย หรืออาจให้เอาทรัพยฺสินอื่นเช่นโฉนดที่ดินมาคํ้าไว้ หรืออื่นๆที่มีทางออกได้ ต้องการให้ใชัทุนครบ3ปีแล้ว หมดสัญญาต่อจากนั้นจะรับราชการเป็นหมอต่อหรือลาออก ก็แล้วแต่ ใจจริงส่วนลึกพวกผู้ใหญ่ เขาไม่อยากได้ค่าปรับหรอก ไม่มีใครคิดอยากแกล้งเด็กแน่ แต่เขาอยากแก้ไขปัญหาหมอหนีทุนมากกว่า อีกอย่างคนดี ควรรู้สำนึกในคุณแผ่นดินบ้าง อุตสาห์อุดหนุนทุนให้เรียน6ปีเกือบ4ล้าน จบมาดันหนีทุนซะได้
ที่สำคัญ เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์อย่างมาก โดยเฉพาะในชนบท อย่างน้อยก็แก้ได้พอสมควร ถ้าใช้ทุนกันครบ3ปีทุกคน
ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มจำนวนเงินที่จะปรับจาก4แสนเป็น5ล้าน คิดว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมากกว่า และอาจกระทบต่อการหาคน/หลักทรัพย์ค้ำประกันของนักศึกษา
หากต้องการให้ทำงานใช้ทุนจริงๆ ก็บังคับไปเลย เรียนครบหลักสูตร6ปีแล้ว ให้ทำงานในโรงพยาบาลที่กำหนดอีก3ปี ถึงจะถือว่าเรียนจบ หรือมีสิทธิได้ใบประกอบโรคศิลป์
สัญญาทาส
การเพิ่มเงินเพื่อบังคับใช้ทุนในชนบทให้นานขึ้น ไม่ช่วยแก้ปํญหาการลาออก เพราะสาเหตุที่ทำให้ลาออกยังคงไม่ถูกแก้ไข
ถ้ารัฐอยากดึงหมอให้อยู่ในพื่นที่ชนบทนานๆ ควรปรับปรุงระบบ30บาท ให้รพ.ขาดทุนน้อยลง และเพิ่มศักยภาพให้รพ.ชุมชน
ประเด็นจรืงอยู่ที่ระบบ โดยเฉพาะหมอใช้ทุนปีที่ 1 งานจะหนักยิ่งกว่าเรียนเป็นหลายเท่า แทบไม่เห็นฟ้าเห็นดินเลย เห็นแต่คนไข้ และถ้าหากไปอยู่โรงพยาบาลที่มีstaffหมอที่แย่ๆเพราะระบบมันแย่ เห็นแก่ตัว เมื่อน้องใช้ทุนปีที่1 มาแล้วstaffก้อจัดเวรให้แบบเต็มอัตรา อัดให้น้องทนไม่ได้ เพราะดูแลคนไข้ไม่ทัน แต่ด้วยความเป็นหมอก้อต้องดูคนไข้จนหมดเสร็จเรียบร้อย แพทย์ใช้ทุนปีที่ 1 ก้อไม่ต้องกินข้าว หรือไม่ก้อกินข้าวเที่ยงตอนบ่าย2 กินข้าวเย็น 2 ทุ่มครึ่ง แล้วจะให้หมอใหม่มีประสิทธืภาพได้อย่างไร และยี่งไปกว่านั้นหมอที่อยู่ภายในโรงพยาบาลจะมีหมอที่เป็นหมอใช้ทุนปีที่ 1 เท่านั้น พวกstaffหมอมันไปเปิดร้านหมอรักษาไม่สนใจว่าน้องหมอใช้ทุนปีที่ 1 นั้นเป็นน้องใหม่ไม่รู้อะไรจึงผลักความรับผิดชอบของตนเองไปให้น้องและเวลาน้องใช้ทุนปีที่ 1 มีปัญหา ก้อโทรปรึกษาก้อถูกด่าทอด้วยวาจาที่ไม่น่าจะเป็นหมอที่ผ่านประสบการณ์เลย การไปน้องหมอที่ใช้ทุนปีที่ 1 ไปอยู่ต่างถิ่น ต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวแลัวมาเจอปัญหาstafff ที่ผลักความรับผิดชอบให้หมอใช้ทุนปีที่ 1 รับผิดชอบทั้งหมด เพื่อตัวเองจะได้ไปทำธุรกิจร้านหมอของตัวเองและหวังความร่ำรวยโดยไม่มีใครกล้าที่จะพูดถึง
พูดมาได้ว่าสมองไหล ก้มดูระบบก่อนไหมเอาเวลามาปรับเพิ่มค่าใช้ทุนไปแก้นโยบายกันหมอออกก่อนใช้ทุนดีกว่ามั้ย บางทีไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียวนะ internทั้ง3ปีคือซอมบี้ที่แท้จริง บังคับ!!!อยู่เวร36ชม. ใช้คุ้มเงินเลยจริงๆ แถมเดี๋ยวนี้เสี่ยงคนไข้ฟ้องอีกฮ่าๆ ขอเสนอเอาเวลาไปแก้นโยบายพวก ทำงานต่อเนื่องครบ24ชม.แล้วต้องพัก เป็นหมอก็เบลอได้นะเธอ ไม่ใช่หุ่นยนต์ โอ้ย เวลานอนไม่มีจริงๆ ไม่ใช่บังคับให้อยู่ในกรงแล้วจับแก้ปัญหาโดยเพิ่มค่าปรับ อย่างนี้เรียกว่าที่ปลายเหตุหรือเปล่า สงสารน้องๆรุ่น62++จังครับ เหอะๆ อยากผลิตแพทย์มากๆแต่เจือกกระจายแพทย์ไม่เป็น ไม่กระจาย มันก็กระจุก รพ.นอกๆ หมอที่stanbyไว้ก็รอรับกรรมกันต่อไป เพราะถ้าเขาไม่เข้าเวร แล้วใครจะเข้า เช่นรพ.ชุมชน รถ.อำเภอไรงี้ มีหมออยู่5-6คน ก็เข้าเวรกันไปเฉลี่ยๆเนาะ สตาฟก็นอนตีพุงอยู่บ้านไป ให้internทำแทน