Road to Sweden: 6 เหตุผลเก๋ๆ ที่ควรเรียน ‘ภาษาสวีดิช’ เป็นภาษาที่ 3

     Hej! ครับน้องๆ ชาว Dek-D ทักทายมาเป็นภาษาสวีดิชแบบนี้ ใช่ครับ วันนี้ พี่วุฒิ จะชวนน้องๆ มาเรียนภาษาแห่งประเทศสวีเดนกัน โดยส่วนตัวพี่มีคนรอบข้างไปอยู่ประเทศสวีเดนหลายคนเลยครับ และแต่ละคนบอกว่าประเทศน่าอยู่มากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) และภาษาสวีดิชไม่ได้ยากอย่างที่คิดด้วย หลังจากสอบถามข้อมูลมา พี่เลยสรุปให้น้องๆ ได้อ่านกันว่ามันมีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ภาษานี้น่าสนใจ มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยครับ 


 

มีความคล้ายคลึงกับภาษาอังกฤษ 
 


Cr. Unsplash
 
      เปิดมาที่ข้อแรกก็อาจจะเข้าทางกับคนที่รู้ภาษาอังกฤษในระดับหนึ่ง เพราะว่าภาษาสวีดิชนั้นมีความคล้ายคลึงกับภาษาอังกฤษมาก ด้วยความที่มันมีรากศัพท์คล้ายกันด้วยแหละ จึงทำให้คำศัพท์หลายๆ คำ พอดูเผินๆ แล้วคล้ายคลึงกันมาก อาจจะไม่ได้เหมือนเป๊ะ แต่มันก็พอเดาออกได้ว่า คำนี้มีความหมายว่าอะไร ยกตัวอย่าง Good morning = God morgon (อรุณสวสัดิ์), Good night = God natt (ราตรีสวัสดิ์) หรือ Welcome = Välkommen (ยินดีต้อนรับ) เป็นต้น เอาจริงมันไม่ได้ดูคล้ายไปหมดทุกคำหรอกนะครับ เตือนไว้ก่อน เดี๋ยวพอเรียนจริงแล้วมาโวยวายใส่พี่ทีหลัง 555555 

 

เป็นรากฐานเรียนภาษาอื่นในสแกนดิเนเวีย 
 


Cr. Unsplash
 
      พอพูดถึงประเทศสวีเดนปุ๊บ หลายคนน่าจะนึกถึงประเทศเดนมาร์กและนอร์เวย์ตามมาด้วย เพราะว่าทั้ง 3 ประเทศนี้เป็นเมืองพี่เมืองน้องในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียนั่นเอง และด้วยความที่ใช้วัฒนธรรมร่วมกัน แน่อนว่าภาษาของประเทศเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกันมากกกก ที่เห็นชัดๆ จะเป็น ตัวอักษรหรือตัวเขียนนั้นมีคล้ายกัน เรียกว่าบางตัวเหมือนกันเป๊ะเลยล่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ภาษานี้จะมีความต่างในเรื่องของการออกเสียงอยู่นะครับ ถ้าลองสังเกตดีๆ ก็อาจจะจับจุดได้ แต่สิ่งที่เหมือนกันที่สุดคือ เรื่องความหมาย บางทีเราอาจเดาได้เลยว่าคำนี้แปลว่าอะไร เพียงแค่มองคำผ่านๆ หรือได้ยินการออกเสียงที่คล้ายกัน 
 
       อย่างในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย บางคนพูดสวีดิชแต่อีกคนพูดนอร์เวย์สื่อสารกลับมา ฟังดูไปคนละทางเลย แต่พวกเค้ากลับเข้าใจกันก็มี ยิ่งถ้าเป็นคนที่อยู่ในแถบพื้นที่ประเทศอยู่ติดกัน ก็อาจจะเข้าใจภาษาของอีกฝั่งได้ดีที่สุด พูดแบบนี้น้องอาจจะยังไม่อินเท่าไหร่ ส่วนตัวพี่คิดว่า การที่เราจะ get ทั้ง 3 ภาษาพร้อมๆ กัน เราต้องพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เค้าใช้ภาษาด้วย การเรียนภาษาจะได้ผลแน่นอนครับ (เก็บเงินไปอยู่สวีเดนกันเถอะพวกเรา แหะๆ)

 

ไวยากรณ์ไม่ยากอย่างที่คิด 
 


Cr. Unsplash
 
       พอเห็นชื่อหัวข้อแล้วน้องคงต้องคิดในใจแน่ๆ ว่าพี่โกหกหรือเปล่า 5555 เอาจริงเรื่องความยากง่ายมันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย ไม่สามารถบอกได้หรอกว่ามันง่ายสำหรับทุกคน แต่กับคนที่พี่ได้ถามมา เค้าบอกว่ามันไม่ได้ยุ่งยาก หรือมีอะไรให้จำเยอะเท่ากับภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ อย่างเช่น การผันกริยาตามประธาน (conjugation) ที่พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษ เช่น He ต้องใช้กับ is, หรือ You ต้องใช้กับ are เท่านั้น แต่ในภาษาสวีดิชจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับประธานหรือสรรพนามเลยครับ เพราะคำพวกนี้จะผันตาม tense เท่านั้น เรียกว่าไม่ต้องจำว่าสรรพนี้จะต้องใช้กับตัวนี้เท่านั้น ไม่ได้มีสูตรตายตัว ความซับซ้อนไม่ได้เยอะเท่าเลย ว่าแต่จะง่ายจริงหรือเปล่า น้องลองไปเรียนกันก่อนนะครับ พี่ไม่กล้าคอนเฟิร์ม ฮ่าๆ

 

ภาษาแห่งความเท่าเทียมกันทางเพศ 
 


Cr. Unsplash
 
      ถ้าใครได้ติดตามวัฒนธรรมของประเทศสวีเดนจริงๆ จะรู้เลยว่าที่นี่สนับสนุนให้เรื่องของ LGBTQ และความเท่าเทียมกันทางเพศมากๆ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ยอมรับไปทั้งหมด บางคนอาจจะยังต่อต้าน แต่ก็ไม่ได้มากนักถ้าเทียบกับหลายๆ ประเทศ และถ้าจะบอกว่าภาษาที่ใช้เป็นตัวกำหนดความคิดของคนเรา มันก็อาจจะเป็นแบบนี้กับที่สวีเดน เพราะว่าในภาษาสวีดิชนั้นไม่มีการแบ่งเพศของภาษาเหมือนกับภาษาฝรั่งเศส สเปน หรือเยอรมัน ที่นี่ใช้ทุกคำเหมือนกัน และไม่มีเรื่องเพศของภาษาให้ปวดหัว
 
      มากไปกว่านั้นภาษาสวีดิชยังมีการบัญญัติสรรพนามกลางเอาไว้ด้วย คือคำว่า ‘Hen (เฮ็น)’ เป็นสรรพนามที่ใช้สำหรับคนที่ไม่ต้องการระบุเพศของตัวเอง เพื่อเป็นการเคารพสิทธิในเรื่องทางเพศของคนอื่น โดยคำนี้มาจากคำว่า ‘Hon (สรรพนามเรียกผู้หญิง)’ และ ‘Han (สรรพนามผู้ชาย)’ และน้องๆ รู้มั้ยครับว่าจริงๆ แล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมีการบัญญัติคำนี้ด้วยนะ เพราะมีมาตั้งแต่ปี 1960 แล้ว และปัจจุบันคำว่า Hen ได้ถูกบรรจุลงในพจนานุกรมเรียบร้อย อีกทั้งยังนำไปใช้ในอย่างเป็นทางการทั้งในสื่อต่างๆ รวมไปถึงเอกสารราชการอีกด้วย เรียกว่าประเทศนี้ให้ความใส่ใจในเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศอย่างมากเลยแหละ   

 

เรียนแล้วอ่านชื่อแบรนด์สินค้าถูก
 


Cr. Pixabay 
 
     น้องๆ รู้มั้ยครับว่าประเทศน่ารักๆ อย่างสวีเดนเนี่ย เป็นแหล่งกำเนิดของสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกที่เราคุ้นหูคุ้นตากัน ไม่ว่าจะเป็น IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลก, H&M แบรนด์ร้านเสื้อผ้าชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก, Volvo แบรนด์รถยนต์ชื่อดังที่ครองใจคนทั่วโลก และ Absolut Vodka วอดก้าเกรดพรีเมียมที่ทำเอาคนทั่วโลกมึนเมาตามๆ กัน (น้องๆ อย่าเพิ่งลองกันนะครับ) ที่ยกตัวอย่างมานี่ยังเป็นแค่น้ำจิ้ม เพราะว่ายังมีอีกหลายแบรนด์เลยที่ถือกำเนิดที่ประเทศนี้ แน่นอนว่าถ้าเราได้เรียนภาษาสวีดิช เราก็จะอ่านชื่อแบรนด์สินค้าได้ถูกด้วย ตอนนี้น้องๆ อาจจะยังไม่สังเกตว่ามันมีแบรนด์ของสวีเดนมากมายที่อยู่รอบตัวเรา แต่พอเรียนแล้วจะเข้าใจและร้องอ๋อแน่นอนครับ

 

ประเทศน่าอยู่ & คุณภาพชีวิตดีติดอันดับโลก
 


Cr. Unsplash
 
     ถ้าพูดถึงประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก รายชื่อแรกๆ ที่จะต้องมีก็คงจะเป็นประเทศสวีเดนนี่แหละ เพราะจากการจัดอันดับโลกในทุกๆ ปี ประเทศนี้จะต้องติดท็อปอยู่ตลอด และน้องๆ รู้มั้ยครับว่ากรุงสต็อกโฮล์มนั้นถูกจัดว่าเป็นเมืองหลวงที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกด้วยนะ และอย่างที่พี่ได้เกริ่นไปในตอนแรกว่า มีคนที่พี่รู้จักหลายคนไปเรียนต่อและอยู่ที่สวีเดน พวกเค้าต่างบอกว่าที่นี่มีสวัสดิการดีมากกกก ทั้งเรียนภาษาสวีดิชฟรีในมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ แถมยังรักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลอย่างฟรีๆ อีกด้วย แต่การที่จะมีคุณภาพชีวิตดี ก็ต้องแลกกับการจ่ายภาษีที่ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนสวีเดนไม่ได้เดือดร้อนเรื่องนี้กันหรอกครับ 
 
     และอีกเหตุผลที่ทำให้สวีเดนน่าอยู่ เพราะว่าคนที่ประเทศนี้น่ารัก ส่วนตัวพี่ก็ไม่ได้รู้หรอกนะว่ามันจริงมั้ย แต่เท่าที่ฟังหลายคนเล่า ต่างบอกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนสวีเดนเฟรนด์ลี่มาก มารยาทดี มีความรับผิดชอบ และที่สำคัญตรงต่อเวลา อย่างประเด็นสุดท้าย ถ้าใครได้ไปเที่ยวสวีเดนจะรู้เลยว่า เที่ยวรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือขนส่งมวลชนต่างๆ ของที่นี่ตรงเวลามากกกกก ถ้าไปอยู่ที่นั่น เราสามารถกะเวลาชีวิตได้เลยว่าจะออกจากบ้านกี่โมง จะถึงที่ทำงานตอนไหน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวและกังวลว่าวันนี้รถจะติดมั้ย? จะไปถึงออฟฟิศทันหรือเปล่า? รู้แล้วอยากร้องไห้เลยครับ ไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้เลย (ขำแห้ง)
 
      ดังนั้น ถ้าเรามีความรู้ภาษาสวีดิชติดตัวไปบ้างและได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตที่ประเทศนี้ ก็จะยิ่งทำให้เราอินมากกว่าเดิม และเข้าถึงวัฒนธรรมและเรื่องอื่นๆ ของสวีเดนได้มากขึ้น แต่ความจริงแล้วน้องไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาสวีดิชมาก่อนก็ได้นะครับ เพราะว่ามากกว่าร้อยละ 89 ของคนที่นี่ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ (เอ้า! แล้วจะแนะนำให้เรียนทำไมแต่แรกเนี่ย 5555)    

 

Cr. Unsplash

 
     หลายคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจำเป็นต้องเรียนเลย ภาษาสวีดิชมันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นซะหน่อย สู้ภาษาอื่นก็ไม่ได้ ยิ่งในแวดวงการทำงานก็ไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำ มันก็อาจจะจริงอยู่ครับ แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนด้วยว่าเรียนไปทำไม ถ้าเรียนเอาสนุก พี่คิดว่าเป็นอีกภาษาที่น่าสนใจมากและสนับสนุนให้เรียน และมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรด้วย เพราะสิ่งทีได้มาคือความรู้ทั้งนั้น แต่ถ้าใครคิดจะเรียนเอาไปต่อยอดในการทำงาน น้องก็ต้องวางแผนเอาไว้ว่า เราจะต่อยอดไปทางไหนบ้าง บางคนเรียนแล้วนำความรู้ภาษาไปต่อยอดได้ไกลและได้ทำงานในสวีเดนก็มี ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งนั้น... แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ Vi ses senare! :) 


 
Source:
พี่วุฒิ
พี่วุฒิ - Columnist มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด