เปิดใจ! "พี่อีฟ" เด็ก กศน. ที่พยายามจนสอบติดแอดมิชชั่นเป็นอันดับ 1 ของสาขา

  
       สวัสดีค่ะ เคยมีคนว่าไว้ว่า ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ แหม่..พี่มิ้นท์มาเป็นเพลงเลย^^ เกริ่นมาแบบนี้ แน่นอนว่า TCAS IDOL ที่จะพามารู้จักต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ไม่ธรรมดาแบบไหน? ก็แบบที่เรียนระบบ กศน. แต่สามารถแอดมิชชั่นติดอันดับ 1 ของสาขาหนึ่งได้ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแทบจะน้อยมากๆ ดังนั้นตั้งใจอ่านกันให้ดีนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปทำความรู้จัก น้องอีฟ หรือ พี่อีฟ กันเลยค่ะ
 

    เพราะโรคซึมเศร้า ทำให้ไม่อยากเรียนแล้ว
      พี่อีฟ มีชื่อจริงว่า สิธารัช หมื่นปราบ ปัจจุบันอยู่ชั้นปี 1 คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาสารสนเทศศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบมัธยมปลายจาก กศน.หนองแฝก จังหวัดเชียงใหม่
      เดิมที พี่อีฟก็เรียนมัธยมปลายสายสามัญ ม.4 เรียนไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าที่นั่นไม่ใช่ที่ของเรา ทั้งๆ ที่ก็มีเพื่อนและเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน แต่ชีวิตตอนนั้นมันสับสนมึนงง รู้สึกตัวเองต่อต้าน ส่วนหนึ่งอาจมาจากอาการซึมเศร้าด้วย ซึ่งมาเป็นหนักช่วง ม.4 รู้สึกตัวเองไม่มีค่าหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ทางโรงเรียนก็พยายามช่วยหาทางแก้ปัญหา แต่ตัดสินใจลาออกมาดื้อๆ ไม่ไปเรียนอีกเลย
      พอออกมาก็มารักษาตัว เรียนศิลปะ คนที่เรียนศิลปะด้วยกันก็แนะนำให้ไปเรียน กศน. เพราะเหมาะกับตนเอง พอได้ไปเรียนแล้วรู็สึกดีกับการเรียนระบบนี้ จึงตัดสินใจเรียน กศน. แทนระบบสามัญไปเลย
    
   
กศน. บนเส้นทาง TCAS ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด    
     ผ่านการเรียนมาทั้ง 2 ระบบ อีฟมองว่าทั้งสายสามัญและ กศน. ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย กศน. เราต้องเลือกเองว่าจะเรียนวิชาอะไรบ้าง ต้องรับผิดชอบตัวเองเรื่องการไปเรียน และการทำงาน (คนที่มาเรียน กศน.ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานไปด้วย) กศน.มีเรียนแค่วันอาทิตย์วันเดียว ไม่ต้องไปเรียนทุกวัน และถึงแม้จะมีคุณครูคอยช่วยดูแลจนเราเรียนจบ แต่คุณครูก็อาจสอนเราไม่ได้ทุกเรื่อง ดังนั้นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบตัวเองก็คือ ต้องเข้าเรียนให้ครบ เก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด พยายามเรียนรู้ด้วยตัวเอง รวมทั้งอ่านหนังสือ ม.ปลาย เสริมด้วย เพราะเนื้อหาของ กศน. ไม่เพียงพอที่จะเข้ามหาวิทยาลัย
     และความยากของ กศน. ก็คือ การคิดกลับมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS เพราะโรงเรียนไม่มีติวหรือให้ฝึกทำข้อสอบเหมือนอย่างที่สายสามัญมี เพื่อนใน กศน. ก็จะเป็นรุ่นพี่ที่อายุเยอะกว่า ซึ่งเขาไม่ได้คิดเรื่องเรียนต่อกัน เพราะส่วนใหญ่ทำงาน มาเรียนเพื่อเอาวุฒิมากกว่า ส่วนเพื่อนที่เป็นรุ่นเดียวกัน ไม่ค่อยได้ตามสอบ GAT PAT O-NET จึงต้องไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยอื่นที่ไม่ใช้คะแนนพวกนี้
    

   การเตรียมตัวฉบับเด็ก กศน. ใน TCAS รุ่นแรก สู่ที่ 1 ของสาขา
      ถ้าบอกตามตรง อีฟไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เพราะยอมรับตามตรงว่าต้องทำอะไรบ้าง สิ่งที่ทำคือหาซื้อวิชาหลักๆ เช่น ภาษาไทย สังคมฯ วิทย์ คณิต ภาษาอังกฤษ มาอ่าน โดยจะเน้นพวกภาษาไทย ภาษาอังกฤษและสังคมฯ เพราะว่าน่าจะพอทำได้ และเป็นวิชาหลักที่ใช้ในกลุ่มคณะมนุษยศาสตร์ ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ก็ใช้ความรู้เท่าที่มีอยู่ การเตรียมตัวจะเน้น 1-2 สัปดาห์ก่อนสอบ เน้นดูข้อสอบเก่า
      ส่วนระบบ TCAS ที่เด็ก ม.6 ยังงง เด็ก กศน. ยิ่งงงหนักกว่าใคร นอกจากจะไม่มีข้อมูลรุ่นพี่ให้ศึกษา ถามครูครูก็ไม่เข้าใจ ก็ได้แต่ดูกำหนดการและทำตามสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบ แต่โชคดีที่มีเพื่อนดี เขาก็คอยช่วยดูช่วยจี้ว่ามีอะไรที่ต้องสอบ และสมัครภายในวันไหน ทำให้เราผ่าน TCAS มาได้อย่างปลอดภัย

   แรงกดดันจากภายนอก ที่มักคิดว่า เรียน กศน. สอบไม่ได้
      ขนาดเป็นนักเรียน ม.6 ยังถูกกดดันจากคนรอบข้างเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรียน กศน. อย่างอีฟก็ไม่รอด บางคนเขาก็มองว่าเรียน กศน. ดูไม่ได้ทำอะไรเลย จะไปต่อได้หรอ มันก็เป็นความกดดันในรูปแบบหนึ่ง แต่สำหรับตัวอีฟเอง ไม่สนใจเสียงกดดันเหล่านี้อยู่แล้ว และคิดว่าเราไว้ใจตัวเอง ทางบ้านก็เป็นห่วง แต่จะบอกทางบ้านเสมอว่า เราทำได้ มันไม่ใช่แค่การให้กำลังใจตัวเอง แต่เป็นการเรียกพลังอย่างหนึ่ง


 

   บทเรียนแรก.. ความผิดหวังจากรอบ 3
    ผลคะแนนสอบที่ออกมา อีฟถือว่าคะแนนไม่แย่เท่าไหร่ โดยมีคะแนนดังนี้
        O-NET ภาษาไทย 80.5 สังคม 54 อังกฤษ 50 คณิต 45 วิทย์ 41.3
        GAT ได้ 199.17
        PAT 5 ความถนัดครูได้ 192.5
        PAT 7 ภาษาเกาหลีได้147 (แต่คณะที่จะเข้าไม่ได้ใช้แพทเลยค่ะ ไปลองสอบดูเฉยๆ)
    เมื่อเห็นคะแนนแล้วว่าไม่แย่อย่างที่คิด ก็มั่นใจในระดับนึงจึงสมัครรอบ 3 ไปถึง 3 สาขา ผลสุดท้ายคือหลุดหมดทุกคณะ เพราะ มีคะแนนไม่ครบ ขาด 9 วิชาสามัญ ไม่รู้ว่าต้องใช้ ไม่ได้สอบไว้ ถือว่าพลาดเองและเป็นบทเรียนว่าเราอาจจะยังตามข่าวได้ไม่ดีพอ

   เอาจริงรอบแอดมิชชั่น
     เมื่อมาถึงรอบแอดมิชชั่น ก็วางแผนไว้รัดกุมกว่าเดิม โดยเรียงตามคะแนนที่มีอยู่ในมือเมื่อเทียบกับคะแนนต่ำสุด ปี 60 โดยคณะที่เลือกไปคือ
        อันดับ 1 มนุษยศาสตร์ สาขาวิชาสารสนเทศศึกษา ม.เชียงใหม่
        อันดับ 2 มนุษยศาสตร์ สาขาวิชาบ้านและชุมชน ม.เชียงใหม่
        อันดับ 3 การสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่
        อันดับ 4 มนุษยศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญา ม.เชียงใหม่
     ผลออกมาติดอันดับแรก มนุษย์สารสนเทศ โดยได้ 20,367.9 คะแนน พอเห็นว่าคะแนนเราสูงสุดในสาขาก็ตกใจ แต่ก็ภูมิใจในฐานะที่เราจบ กศน. แต่เราก็ไม่แพ้เด็กในระบบนะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของการเก็บเกรด กศน. ที่เราพยายามสะสมไม่ให้ขาดเรียน และไม่ขาดงานส่ง


 
 
  
"อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้" ข้อคิดจากพี่อีฟ ถึงน้องๆ ทุกคน
       สุดท้ายนี้ อยากฝากถึงน้องๆ กศน. รวมทั้ง #dek62 ด้วย อย่างแรกคือ อยากให้อ่านหนังสือเยอะๆ ค่ะ โดยเฉพาะ กศน. ที่เนื้อหาไม่ได้แน่นพอที่จะเอาไปสอบต่อได้ แล้วก็ดูให้ดีว่าเราต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง ให้ไปตามสอบ GAT PAT, 9 วิชาสามัญ, O-NET มีคะแนนไว้ก่อนดีกว่า จะได้สามารถยื่นได้ทั้งรอบ 3 และรอบ 4 การตามข่าวถือว่าสำคัญมาก สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คนที่พร้อมกว่าได้เปรียบ
      "แล้วก็อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ อยากให้ลองทำดูก่อน เราไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง จริงๆ เราอาจจะเก่งกว่าที่เราคิดก็ได้"

       เชื่อว่าหลายคนได้เห็นถึงความพยายามของพี่อีฟหรือน้องอีฟคนนี้แล้ว ไม่ใช่แค่โอกาสของเด็ก กศน. ที่น้อยกว่าเด็ก ม.6 ทั่วไปเท่านั้น แต่พี่มิ้นท์อยากให้มองถึงความเข้มแข็งของเด็กคนหนึ่งที่ผ่านโรคซึมเศร้ามาได้ ใครกำลังท้อก็ให้นำข้อคิดพี่อีฟมาปรับใช้ และเริ่มสู้ใหม่กันอีกครั้งนะ^^
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

5 ความคิดเห็น

ตี้ 14 ต.ค. 61 01:14 น. 1
ผมก็เด็ก กศน. ครับ ออก รร.มาตอน ม.5 เทอม1 (ตอนนี้ จบ แล้ว เพื่อนก็อยู่รุ่นเดียวกับคนที่สอบติดนี้เหมือนกัน ) สนใจจะศึกษาต่อ วิศวกรรม มช. ควรเตรียมตัวยังไงบ้างครับ เพราะเวลาไม่ค่อยมีแล้ว
0
กำลังโหลด
หลิน 14 ต.ค. 61 04:59 น. 2

เราก็เด็กกศน.ค่ะ จบม.ต้นที่รร.มาแล้วหยุดเรียนไป1ปี เนื่องจากฐานะทางบ้านตอนนั้นแย่ เลยไม่มีเงินมากพอไปจ่ายค่าเทอมม.ปลายที่ไหน และเราก็ไม่อยากจบช้ากว่าเพื่อนๆ เลยลงกศน. โดนกดดันจากทุกคน ว่าเรียนกศน.จะไปทำไรได้ ตรงนี้เลยเป็นจุดยืนให้ว่าต้องสอบเข้ามหาลัยดีๆให้คนที่พูดไว้ได้เห็นว่า เด็กที่เรียนกศน.ก็สามารถต่อยอดให้จบปริญญามหาลัยดีๆได้ แต่ในใจคือ ไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยว่าจะทำได้ พอมาอ่านบทความนี้แล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องดีๆ พยายามค่อไปค่ะ ^^

0
กำลังโหลด
pond 16 ต.ค. 61 15:16 น. 3

เราก็เด็ก กศน. ต้องออกจาก รร.เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน อยากคุยด้วยจัง ติดต่อทางไหนได้บ้างเอ่ย

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด