บันทึกเกสรโลหิต : เพราะประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดย “ผู้ชนะ”


บันทึกเกสรโลหิต : เพราะประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดย “ผู้ชนะ”

 
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน หลังจากที่เราได้พูดคุยเกี่ยวกับนิยายแฟนตาซีอวกาศไปในบทความที่แล้ว ครั้งนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศด้วยนิยายจีนกันบ้างค่ะ กับนิยายเรื่อง “บันทึกเกสรโลหิต” นิยายจีนกำลังภายในที่เห็นชื่อ (และหน้าปกนิยาย) ก็ชวนให้เกิดความสงสัยขึ้นมาแล้วว่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรกันแน่ จนต้องรีบพลิกหน้ากระดาษเข้าไปค้นหากันในเล่มเลยค่ะ


 

บันทึกเกสรโลหิต

ผู้แต่ง : สุรชัย เสรนิธิกุล

 

ตำราบันทึกเล่มหนึ่งปรากฏขึ้น
ตำราบันทึกอีกหลายเล่มก็ปรากฏเช่นกัน
ตำราชื่อเดียวกัน
หลักใหญ่ใจความตรงกัน
รายละเอียดกลับแตกต่าง
ความแตกต่างในตำรานำไปสู่การนองเลือด
เพราะคนอ้างตำราไม่เหมือนกัน
ตำราเล่มหนึ่งบอกท่านดี
อีกเล่มบอกท่านเลว
ขณะที่มรสุมก่อตัว
ข้อเท็จจริงยังไม่กระจ่าง
ลมปราณในตำนานก็พลันปรากฏ
 
 

สุ่ยอี้เหวิน หญิงสาวผู้ออกตามหาสหายคนสำคัญจากเบาะแสในบันทึกจดหมายเหตุเล่มหนึ่ง

บันทึกเกสรโลหิต เป็นนิยายจีนกำลังภายในที่เล่าถึงการสะสางบุญคุณความแค้นในยุทธภพของคนกลุ่มหนึ่ง โดยจุดเริ่มต้นเริ่มจากบันทึกจดหมายเหตุเล่มหนึ่ง ที่ถึงแม้จะมี “หัวข้อ” และ “เหตุการณ์” แบบเดียวกัน แต่เนื้อหากลับไม่เหมือนกันเลยสักฉบับ จนทำให้ทุกคนในยุทธภพเกิดความสงสัย อยากรู้ความจริงเบื้องหลังบันทึกดังกล่าว! และนั่นก็รวมถึงตัวเอกของเรา “สุ่ยอี้เหวิน” หญิงสาวที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ครอบครองลมปราณ “วิสุทธิ์จักรา” สุ่ยอี้เหวิน จึงเริ่มต้นออกค้นหาความจริงไปพร้อมๆ กับตามหาสหายสนิทของตนเอง โดยใช้บันทึกที่มีเนื้อหาไม่เหมือนกันเลยนี้เป็นเบาะแสชิ้นสำคัญ!



 

เบื้องหลังปริศนา คือแผนการร้ายอันคาดไม่ถึง!

ช่วงเริ่มต้น เราจะได้เห็นสุ่ยอี้เหวิน แสดงฝีมือการบู๊ในการบุกสำนักต่างๆ เพื่อตามหาเบาะแสการหายตัวไปของสหายสนิทเป็นว่าเล่น จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเบาๆ ได้ว่า... นิยายเรื่องนี้มี “บทบู๊” เป็นจุดเด่น แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ จะพบว่าไม่ใช่เลยค่ะ ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ “แผนการอันซับซ้อน” ของฝ่ายตรงข้าม และการเดินทาง “สืบหา” ความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างหาก นี่แหละจุดเด่นของนิยายเรื่องนี้ 

สุ่ยอี้เหวินพยายามตามหาว่าเพื่อนของตนหายไปไหน และเพราะอะไรถึงหายไป โดยใช้บันทึกที่มีแตกต่างกันเป็นเบาะแส จนต้องเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างยุทธภพ ต้องเข้าไปอยู่ท่ามกลางความแตกแยกของวัดเสียวลิ้มยี่ (วัดเส้าหลิน) การทรยศหักหลังกันภายในสำนักง้อไบ๊ และการฆ่าล้างสำนักบู๊ตึง จึงทำให้ในภายหลังได้ตระหนักรู้ว่า… ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกับดักที่ถูกวางเอาไว้ให้ชาวยุทธภพแตกแยก เข่นฆ่ากันเอง และล่มสลายไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นแผนการที่เกิดขึ้นจะมาจากการวางแผนของ “หุยเง็ก” หนึ่งในตัวละครเอกหญิงที่ร่วมเดินทางพร้อมกับสุ่ยอี้เหวินมาตั้งแต่ต้นเรื่อง!


บันทึกเรื่องเดียวกัน แต่กลับแตกต่าง


ประวัติศาสตร์คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเรียนรู้ถึงอดีต แต่อย่าหลงลืมไปกว่า “ประวัติศาสตร์” ที่เราอ้างถึงนั้นถูกเขียนขึ้นโดย “มนุษย์” ที่ในพื้นฐานแล้วย่อมมีความ “ลำเอียง” และ “ถือทิฐิ” เข้าข้างฝ่ายตนอยู่เสมอ แม้จะกล่าวว่าเขียนด้วยใจเป็นกลางและบันทึกตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ แค่ไหนก็ตามที ยิ่งประวัติศาสตร์ (สิ่งที่ถูกจดบันทึก) ถูกอ้างว่าเป็นจริงมากแค่ไหน (แก้ไขไม่ได้ แตะไม่ได้ สงสัยไม่ได้ และโต้แย้งไม่ได้) ก็ยิ่งมีอิทธิพลต่อคนที่รับทราบเรื่องราวต่อเป็นจำนวนมาก จนไม่ต่างไปจากการครอบงำรูปแบบหนึ่ง เหมือนกับที่ผู้เขียนได้ยกคำกล่าวของ “จอร์จ ออลเวลล์” นักเขียนชื่อดังมาบอกไว้ในเล่มว่า…ใครควบคุมอดีตได้ ย่อยควบคุมปัจจุบันได้ ใครควบคุมปัจจุบันได้ ย่อมควบคุมอนาคตได้เช่นกัน… ซึ่งตัวละครในเรื่อง “หุยเง็ก” ก็เป็นผู้มองเห็นข้อได้เปรียบในจุดนี้ เธอจึงเริ่มบิดเบือนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เขียนตำราจดหมายเหตุให้มีเนื้อหาเป็นไปตามต้องการ แล้วใช้ความได้เปรียบทางด้านสถานะ ทำให้ตำราดังกล่าวถูกรับรองโดย “หน่วยราชการ” จนดูน่าเชื่อถือมากที่สุดในสายตาคนทั่วไป เกิดเป็นตำราบันทึกเหตุการณ์กบฏภาคเหนืออันมีเนื้อหาแตกต่างกันไปตามเจตนาของคนเขียน… ดังนี้
 
เล่มหนึ่ง… กล่าวถึงลมปราณวิสุทธิ์จักราของสุ่ยอี้เหวินที่ปรากฏในเหตุการณ์กบฏภาคเหนือ (ทั้งๆ ที่ความจริงสุ่ยอี้เหวินไม่เคยไปเกี่ยวข้องเลย) จนทำให้นางเดือดร้อน
อีกเล่ม… เล่าถึงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกบฏของ หม่าหยูเฉิน สหายคนสำคัญของสุ่ยอี้เหวิน บอกถึงเบาะแสการหายตัวไป
และอีกเล่ม… บันทึกถึงเบื้องหลังของสำนักใหญ่ทั้ง 3 บู๊ตึง ง้อไบ๊ และวันเสียวลิ้มยี่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกบฏภาคเหนือ

ซึ่งจุดนี้เองก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นปริศนาทั้งหมดในเรื่องที่ชักใยให้สุ่ยอี้เหวิน และคนในยุทธภพก้าวเดินไปตามหมากที่หุยเง็กวางเอาไว้ทั้งหมด!


“เกิดเป็นคนมิว่าตกอยู่ในสถานะใด ต้องยอมรับความจริง ความจริงแม้เจ็บปวดอัปยศปานใดก็ควรกล้ำกลืนมันไว้กับตัว ข้าอาจคิดผิด แต่ข้าจะสอนลูกข้าเช่นนี้ ท่านจะให้ข้าสังหารบิดาของเด็กน้อย มันอาจยุติปัญหาวันนี้ได้ ใช่ยุติปัญหาภายหน้าได้”
- สุ่ยอี้เหวิน -
 



นอกจากพล็อตเกี่ยวกับการใช้ “บันทึก” มาเป็นจุดพลิกผันของเรื่องที่น่าสนใจในนิยายเรื่องนี้แล้ว พี่หญิงยังชอบทัศนคติของ “สุ่ยอี้เหวิน” มากๆ เลยค่ะ ในตอนจบของเรื่องเธอพยายามบอกให้ทุกคนยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ความจริงที่ว่านั้นจะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม แนะนำทุกคนให้ใช้ประสบการณ์ที่ย่ำแย่ ข้อผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียนที่จะทำให้ตนเข้มแข็งขึ้นไปอีกขั้น ก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นไป เหมือนกับเธอที่ยอมรับความจริงและปล่อยวางความแค้นทุกอย่างลง แล้วมุ่งที่จะพัฒนาชีวิตของตนให้ดีกว่าเดิม… ซึ่งพี่หญิงอยากให้น้องๆ ได้ลองอ่านแล้วมาสัมผัสถึงมุมมองชีวิตของสุ่ยอี้เหวิน ด้วยตัวเองมากๆ เลยค่ะ เธอไม่ใช่คนเลิศเลอหรือโดดเด่น แต่เป็นคนธรรมดาที่มีเสน่ห์มากๆ อ่านแล้วพี่หญิงก็อยากมีเพื่อนแบบนี้สักคน คนน่ารักที่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นโดยไม่บ่นว่า และยินดีจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เสมอ ถ้าเจอคนแบบนี้ในชีวิต คงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยค่ะ 

สุดท้ายนี้ พี่หญิงขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ 



พี่หญิง
 
คิมจียอง เกิดปี 82 : ‘เพราะเราทุกคนคือคิมจียอง’  <a  data-cke-saved-href=
พี่หญิง
พี่หญิง - Columnist มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด