"พี่ฟาง" อดีตเด็กสายวิทย์ ปัจจุบัน นศ.ไทยคนแรก ที่ชนะเลิศบนเวทีการออกแบบระดับเอเชีย

       สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.com ค่ะ วันนี้พี่มิ้นท์ขอพาน้องๆ มาทำความรู้จักรุ่นพี่คนหนึ่งที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ได้ กว่าที่พี่เขาจะมาถึงวันนี้ได้ นอกจากความสามารถส่วนตัวแล้ว ก็ต้องยกนิ้วให้กับการรู้จักตัวเองตั้งแต่เด็ก ว่าอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร
       เพราะ "พี่ฟาง" คนนี้ เรียนสายวิทย์มาก็จริง 
แต่รู้ตัวเองว่าชอบการวาดรูป การคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ก็หันไปเรียนมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ จนในที่สุด ความชอบก็ได้ทำให้พี่ฟางได้รับรางวัลด้านการออกแบบ ที่ยังไม่เคยมีนักศึกษาคนไทยได้รับรางวัลชนะเลิศนี้มาก่อน เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ถ้าอยากรู้จักพี่ฟางมากขึ้น ก็ไปตามอ่านกันเลยจ้า


    เป็นเด็กวิทย์ ที่ใจศิลป์มาก
        พี่ฟาง กุลิสรา สมบัติพิบูลพร ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปี 4 คณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ ม.ศิลปากร
        ย้อนกลับไปเมื่อตอน ม.ปลาย พี่ฟางเรียนแผนวิทย์ - คณิต แต่ชอบวาดรูป คิดอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงอยากเข้าทางสายออกแบบ และทางบ้านก็ไม่ติดขัดอะไร จึงเปลี่ยนใจจากคณะทางสายวิทย์ มามุ่งในสายการออกแบบ ตอนนั้นคิดว่าพอจะมีลู่ทางการทำงานในอนาคต เพราะการออกแบบผลิตภัณฑ์ค่อนข้างกว้าง ตอน ม.6 จึงสมัครคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยสมัครไป 3 สาขา และติดสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ ตอนนั้นดีใจมากๆ
        สำหรับการเรียนในสาขานี้ จะได้เรียนหลักด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ packaging ต่างๆ และสามารถทำงานสายการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ในอนาคต

    ความพยายามไม่ทำร้ายใคร ครั้งแรกตกรอบ... ครั้งที่ 2 ได้รางวัลชนะเลิศ
        เวที ASPaC คือ การประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับนักเรียนนักศึกษา ในระดับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประกอบไปด้วย 10 ประเทศที่เข้าร่วม คือ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไทย ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งการประกวดนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2010 จากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สำหรับปี 2018 ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในคอนเซ็ปท์ "Innovation"
        พี่ฟางเล่าว่า การประกวดเวทีนี้ อาจารย์ได้แนะนำโครงการนี้มาให้นักศึกษาเข้าร่วม และให้เป็นโจทย์งานในห้อง ซึ่งพี่ฟางได้เข้าร่วมโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2017 โดยในปีนั้นมีคอนเซปท์ว่า "Challenge" ทำกล่องหลอดไฟสีๆ ตามธีมภาพยนตร์ เมื่อเปิดหลอดไฟ แสงไหจะออกมาตามลวดลายเป็นภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ในครั้งนั้น เข้ารอบ 20 คนแต่ไมได้ไปต่างประเทศ พอมาปีนี้ จึงตั้งใจอีกครั้ง แม้ว่าธีม innavation จะยากขึ้นก็ตาม

    Innovation กับการตีโจทย์ออกมาเป็น KIDICINE
        หลังจากได้โจทย์มาแล้ว ต้องคิดว่าอะไรคือ innovation สำหรับเรา ฟางคิดว่าความหมายของมันคือ การแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ จึงคิดออกมาเป็น ขวดยาสำหรับเด็ก และได้ไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฐวี อารยภานนท์ เป็นประจำ จนออกมาเป็นผลงาน KIDICINE
 

        ชื่อผลงาน KIDICINE มาจาก kid + medicine รวมกัน ทำออกมาเป็นยาลดไข้สำหรับเด็ก  แรงบันดาลใจมาจากปัญหาของตัวเองในตอนเด็กที่ไม่ชอบกินยา กินยายาก แนวทางการออกแบบคือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครองและเด็ก ชนิดของยาจะแบ่งตามช่วงอายุที่เหมาะสมกับยานั้นๆ แบ่งเป็น 3 ชนิดคือ
        1. พาราเซตามอลแบหยด สำหรับเด็กทารก (แรกเกิด - 1 ปี) เป็นดรอปเปอร์ที่ใช้โดยการกดลงด้านบน เพื่อดูดและหยดยา
        2. พาราเซตามอลแบบน้ำ สำหรับเด็กเล็ก (2-6 ปี) ฝนด้านบนถอดออกมาเป็นถ้วยแทนช้อนชาได้ ซึ่งตัวถ้วยมีความเอียงเพื่อให้รับกับการทานยา ดีไซน์คล้ายที่ไขลานเพื่อให้เด็กรู้สึกคุ้นเคยและจับถนัดมือ
        3. พาราเซตามอลแบบเม็ด สำหรับเด็กโต (6 ปีขึ้นไป) ฝาสามารถหมุนช่องให้ตรงกันเพื่อเทยาออกมา

 

        ย้อนกลับไปตอนที่คิดจะทำสิ่งนี้ ได้พยายามหาข้อมูล ไปดูว่าขวดยาในปัจจุบันเป็นแบบไหน ขวดยาแต่ละวัยเป็นยังไง ศึกษาแล้วเอามาพัฒนาว่าถ้าพัฒนาเป็นแบบที่เราต้องการแล้วจะใช้ง่ายกว่าหรือไม่
        จากนั้น จะสเก็ตแบบออกมา และส่งภาพไปประกวด ในรอบแรกจะแข่งขันภายในประเทศ แล้วคัดมา 20 ผลงาน จากนั้นจะแข่งอีกรอบเพื่อคัดเหลือ 3 ชิ้นสุดท้ายเป็นตัวแทนระดับประเทศที่จะได้ไปแสดงผลงานที่ต่างประเทศ ซึ่งจะต้องขึ้นเป็นโมเดลผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ
        หลังจากประกาศผล และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) พี่ฟางรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะเป็นการประกาศผลที่เราจะรู้ผลพร้อมคนอื่นๆ ไม่รู้มาก่อนล่วงหน้า และถือได้ว่าเป็นรางวัลชนะเลิศครั้งแรกของไทยในเวทีนี้


    ถ้าวันนี้เราไม่ทำ จะรู้สึกเสียดายทีหลัง
        ไอเดียของเด็กไทยที่ส่งเข้ามาประกวดในโครงการนี้ ไม่ได้แย่เลย ยิ่งเราได้มีโอกาสไปยืนบนเวทีระดับนานาชาติ ยิ่งทำให้รู้ว่าไอเดีย ความสามารถของเด็กไทย สามารถสู้ประเทศอื่นๆ ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ พี่ฟางฝากถึงน้องๆ ว่าหากมีความสามารถอะไร และมีพื้นที่ให้เราแสดงความสามารถ ลุยเลย! ไม่ต้องคิดว่า ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าไอเดียเราดี แต่เราไม่ทำ วันนึงอาจมีคนคิดและทำเหมือนที่เราคิด วันนั้นจะรู้สึกเสียดาย ดังนั้นอยากทำอะไร ทำเลยค่ะ

    แรงบันดาลใจการสร้างสรรค์
         อย่างแรกเลย คืออยากให้รู้ว่า ไอเดียของคนไทยหรือเด็กไทย อย่างเพื่อนๆ ด้วยกันเองก็ไม่ได้แย่เลย เมื่อเทียบกับผลงานจากต่างประเทศ ยิ่งพอเราได้ไปยืนบนเวทีระดับนานาชาติ ก็ยิ่งรู้ว่าไม่ใช่ที่เราจะสู้เค้าไม่ได้เลย ดังนั้น ถ้ามีงานประกวดอะไร ก็ส่งไปเลยดีกว่า ไม่ต้องคิดว่าไม่กล้า เพราะสุดท้ายถ้าไอเดียเราดี แต่เราไม่ทำ วันหน้ามีคนมาทำแทนเรา เราก็จะรู้สึกเสียดาย อยากทำอะไรทำเลย
 
      พี่มิ้นท์เห็นด้วยกับพี่ฟางมากๆ ค่ะ มีอะไรที่อยากทำ ทำเลย แต่ต้องทำในทางที่ดีด้วยนะคะ ความสำเร็จบางอย่าง ต้องลงมือทำถึงจะได้มาค่ะ.... TCAS IDOL คราวหน้า จะเป็นรุ่นพี่คนไหน ฝากน้องๆ ชาว Dek-D ติดตามด้วยนะคะ^^


 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด