สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน ใครที่อยากไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น หรืออยากจะชิงทุนต่างๆ เพื่อไปเรียนต่อที่นั่น หนึ่งในข้อกำหนดต่างๆ จากทางมหา’ลัยก็คงไม่พ้นผลการสอบวัดระดับภาษาล่ะ บางที่ก็ต้องการผลสอบ JLPT แต่บางที่ก็ต้องการผลสอบ EJU แต่ถ้าใครหวังทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไว้แล้ว ผลการสอบอย่าง JLPT และ EJU นี่จะขาดไม่ได้เลยเชียว ว่าแต่การสอบ 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างไรแล้วเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง วันนี้พี่ชมพูจะพาไปหาคำตอบกัน
JLPT
เริ่มกันที่การสอบ JLPT หรือ Japanese Language Proficiency Test เป็นการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นที่คนเรียนญี่ปุ่นจะคุ้นเคยกันดีค่ะ ถามว่าผลการสอบเอาไปใช้อะไรได้บ้าง เอาไปใช้ได้หลากหลายเลย ทั้งสมัครงาน สมัครทุนและ สมัครเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะบางมหา’ลัยสามารถใช้ผลสอบ JLPT แทนผลสอบ EJU ได้ค่ะ (เดี๋ยวพี่จะเล่าถึง EJU ให้ฟังทีหลัง) ส่วนในไทยเองสามารถใช้ผลสอบ JLPT ยื่นเพื่อสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho: MEXT) ประเภทนักศึกษาปริญญาตรี และนักศึกษาวิจัยได้
การแบ่งระดับ
การสอบ JLPT จะแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ไล่ตั้งแต่ N5 - N4 - N3 - N2 - N1 โดยระดับต่ำสุดคือ N5 ค่ะ (คนที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นมักเข้าใจผิดว่า N5 คือสูงสุด ^^;) ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องสอบไล่ไปตามระดับ สามารถสอบระดับไหนก็ได้ที่เราคิดว่าเรามีความสามารถถึง
**มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องการ N2 ขึ้นไปค่ะ มีบ้างที่ เป็น N3 ต้องลองศึกษาดูรายละเอียดของแต่ละแห่งให้ดี
ลักษณะการสอบ
แบ่งเป็น 2 พาร์ตค่ะ คือการอ่าน และการฟัง ในพาร์ตการอ่านจะมีตั้งแต่ทดสอบความรู้เรื่องตัวอักษร คำศัพท์ ไวยากรณ์ และการอ่านจับใจความ พาร์ตการฟังจะเป็นรูปแบบฟังบทสนทนาภาษาญี่ปุ่น ความยาก-ง่ายจะปรับเปลี่ยนไปตามระดับที่สอบ โดยแต่ละระดับจะกำหนดเวลาสอบไม่เท่ากัน และ ในแต่ละระดับเนื้อหาของข้อสอบจะแตกต่างกันไปค่ะ โดยแบ่งระดับการสอบดังนี้
| ระดับสอบ | เกณฑ์ความรู้ | วิชาที่สอบ (เวลาสอบ) | ||
|---|---|---|---|---|
| N1 | สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ในวงกว้างได้ |
ความตัวภาษา (อักษร คำศัพท์ และไวยากรณ์) และการอ่าน
<110 นาที>
|
การฟัง
<60 นาที>
|
|
| N2 | สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในสถานการณ์ชีวิตประจำวันได้ และสามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในวงกว้างได้ระดับหนึ่ง |
ความรู้ตัวภาษา (อักษร คำศัพท์ และไวยากรณ์) และการอ่าน
<105 นาที>
|
การฟัง
<50 นาที>
|
|
| N3 | สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง |
ความรู้ตัวภาษา (อักษร และคำศัพท์)
<30 นาที>
|
ความรู้ตัวภาษา (ไวยากรณ์) และการอ่าน
<70 นาที>
|
การฟัง
<40 นาที>
|
| N4 | สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับพื้นฐาน |
ความรู้ตัวภาษา (อักษร และคำศัพท์)
<30 นาที>
|
ความรู้ตัวภาษา (ไวยากรณ์) และการอ่าน
<60 นาที>
|
การฟัง
<35 นาที>
|
| N5 | สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับหนึ่ง |
ความรู้ตัวภาษา (อักษร และคำศัพท์)
<30 นาที>
|
ความรู้ตัวภาษา (ไวยากรณ์) และการอ่าน
<50 นาที>
|
การฟัง
<30 นาที>
|
ส่วนคะแนนในแต่ละพาร์ตจะเป็นไปตามตาราง
| ระดับ | คะแนนรวม | คะแนนแต่ละพาร์ต | ||||||
| คำศัพท์และไวยากรณ์ | การอ่าน | การฟัง | ||||||
| คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านรวมทั้งหมด | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านของแต่ละพาร์ต | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านของแต่ละพาร์ต | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านของแต่ละผ่าน | |
| N1 | 180 คะแนน | 100 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน |
| N2 | 180 คะแนน | 90 แนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน |
| N3 | 180 คะแนน | 95 ะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน |
และ
| ระดับ | คะแนนรวม | คะแนนแต่ละพาร์ต | ||||
| คำศัพท์และไวยากรณ์ + การอ่าน | การฟัง | |||||
| คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านรวมทั้งหมด | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านของแต่ละพาร์ต | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านของแต่ละพาร์ต | |
| N4 | 180 คะแนน | 90 คะแนน | 120 คะแนน | 38 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน |
| N5 | 180 คะแนน | 80 คะแนน | 120 คะแนน | 38 คะแนน | 60 คะแนน | 19 คะแนน |
การสมัครสอบ และ สถานที่สอบ (สมัครที่ไหนสอบที่นั่น!)
สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจสอบ JLPT ตอนนี้เพิ่มให้สามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ JLPT Thailand ได้แล้วค่ะ โดยจะต้องจ่ายค่าสมัครผ่านทาง SCB อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น!! (App ธนาคาร SCB , Easy Net SCB, ตู้ ATM SCB ที่มีช่องให้ยิงบาร์โคด)
สถานที่สอบมีให้เลือก 4 ที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลาค่ะ
ค่าสมัครสอบ
N1 - N2 - N3 ชุดละ 800 บาท
N4 - N5 ชุดละ 300 บาท
N4 - N5 ชุดละ 300 บาท
ช่วงเวลาสอบ มี 2 ครั้ง/ปี ในเดือนกรกฎาคม และ เดือนธันวาคม
ประกาศผลสอบ ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ ครั้งที่ 1 ราวๆ กลางเดือนสิงหาคม ครั้งที่ 2 ราวๆ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แล้วจะมีการจัดส่งทางไปรษณีย์ให้อีกทีหลังจากนั้น 3 เดือน
ผลสอบมีอายุ ไม่มีกำหนดจ้า เว้นเสียแต่ว่าทางบริษัทต่างๆ จะกำหนดมา
แต่เดี๋ยวก่อน!! มีข่าวออกมาว่าในปี 2019 นี้ จะปรับรูปแบบการสอบใหม่ค่ะ เนื่องจากรูปแบบเก่าไม่ค่อยตอบโจทย์ในเรื่องของการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พวกคำศัพท์ หรือบทสนทนาเป็นเชิงวิชาการเกินไป จึงจะปรับให้เป็นคำศัพท์ที่เจอได้ในชีวิตจริงมากขึ้น ตัวรูปแบบสนทนาก็จะเจอในชีวิตทำงานมากขึ้นค่ะ ยังไงรอติดตามข่าวกันนะคะ ^^
น้องๆ คนไหนต้องการจะสอบ JLPT โดยปกติจะเริ่มเปิดรับสมัครกลางเดือนกุมภาพันธ์ และต้นเดือนสิงหาคมอย่างรอบแรกจะเริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้แล้วนะคะ เตรียมตัวได้เลย
EJU
มาถึงคราวของ EJU หรือ Examination for Janeses University Admission for International Student เป็นการสอบวัดระดับความรู้เชิงวิชาการต่างๆ ของนักเรียนชาวต่างชาติโดยเฉพาะค่ะ มีทั้งภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ คล้ายๆ กับการสอบ 9 วิชาสามัญในบ้านเราเลย เขาจะทดสอบทั้งความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นและความรู้ทั่วไปในวิชาต่างๆ ส่วนใหญ่จะเอาผลสอบ EJU ไปยื่นเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีหรืออุดมศึกษาในประเทศญี่ปุ่นค่ะ หรือ จะเอาไปยื่นสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho: MEXT) ก็ได้เหมือนกัน
ลักษณะการสอบ
การสอบ EJU จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 วิชา ได้แก่
1. ภาษาญี่ปุ่น (Japanese as Foreign Language) จะแบ่งเป็น 3 พาร์ต (เขียน, อ่าน, ฟัง-อ่าน) ซึ่งแต่ละพาร์ตคะแนนและเวลาจะไม่เท่ากันนะ **ควรมีทักษะในระดับ N3 คือ เข้าใจภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง และ หากน้องเลือกเรียนในสาขาที่สอนภาษาญี่ปุ่น ยังไงๆ ก็ต้องสอบไว้ค่ะ**
2. วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) (Science) วิชานี้สามารถเลือกสอบ 2 ใน 3 วิชาได้ค่ะ ต้องเลือกให้สอดคล้องกับที่คณะในมหาวิทยาลัยที่น้องสนใจจะสมัครต้องการ โดยมาเลือกในวันที่สอบ **ใครสมัครเรียนสายวิทย์ยังไงต้องได้สอบ**
3. ความรู้ทั่วไป (Japan and the World) เป็นการสอบวัดความรู้เชิงตรรกะ การคิดหาเหตุผล ความรู้พื้นฐานสำหรับศึกษาต่อในสายศิลปศาสตร์
4. คณิตศาสตร์ (Mathematics) จะมีให้น้องเลือก 2 คอร์ส โดย คอร์ส 1 สำหรับสายศิลปะและวิทย์ที่ไม่ต้องคำนวณมาก และ คอร์ส 2 เป็นคณิตศาสตร์ขั้นสูง ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกก็ขึ้นอยู่กับคณะที่น้องจะเรียนค่ะ
| วิชา | วัตถุประสงค์ | เวลา (นาที) | ระดับคะแนน |
| ภาษาญี่ปุ่น (Japanese as Foreign Language) | เพื่อวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็นในการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของญี่ปุ่น (Academic Japanese) | 125 |
การอ่าน-ฟัง
0 - 400
|
|
การเขียน
0 - 50
|
|||
| วิทยาศาสตร์ (Science) | เพื่อวัดความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา) ที่จำเป็นต่อการศึกษาในคณะทางวิทยาศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่น | 80 | 0 - 200 |
| ความรู้ทั่วไป (Japan and the Wold) | เพื่อวัดความรู้พื้นฐานสายมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ที่จำเป็นต่อการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่น โดยเฉพาะความสามารถทางด้านตรรกะและการใช้ความคิดหาเหตุผล | 80 | 0 - 200 |
| คณิตศาสตร์ (Mathematics) | การวัดความพื้นฐานคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต่อการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่น | 80 | 0 - 200 |
ส่วนภาษาที่ใช้สอบ ไม่ต้องตกใจนะว่าต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดแน่ๆ เลย เราสามารถเลือกภาษาได้ว่าจะสอบเป็น ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาญี่ปุ่น ในวิชาวิทยาศาสตร์, ความรู้ทั่วไป และ คณิตศาสตร์ ยกเว้น วิชาภาษาญี่ปุ่น ต้องสอบเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ
การสมัครสอบ และ สถานที่สอบ (สมัครสอบที่ไหนสอบที่นั่น!)
กรุงเทพฯ
สมัครด้วยตนเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์
- สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ (OJSAT) สาขาพหลโยธิน, จามจุรีสแควร์, ปิ่นเกล้า
สมัครด้วยตนเอง
- องค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JASSO)
เชียงใหม่
- สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาภาคเหนือ
ค่าสมัครสอบ
ค่าสมัคร + ค่าส่งบัตรประจำตัวสอบและผลสอบ 419 บาท (ทางไปรฯ เพิ่มอีก 20 บาท)
ช่วงเวลาสอบ มี 2 ครั้ง/ปี ในเดือนมิถุนายน และ เดือนพฤศจิกายน
ประกาศผลสอบ ส่งทางไปรษณีย์ ครั้งที่ 1 ราวๆ กลางเดือนสิงหาคม ครั้งที่ 2 ราวๆ กลางเดือนมกราคม
ผลสอบมีอายุ 2 ปี
ถ้าน้องคนไหนวางแผนไว้ว่า รอบแรกจะสอบวิชาญี่ปุ่น แล้วรอบ 2 ค่อยไปสอบวิชาวิทย์กับคณิตละกัน อยากให้ล้มความคิดนั้นไปซะ! เพราะน้องๆ ไม่สามารถใช้ผลสอบจากครั้งที่ 1 มารวมกับครั้งที่ 2 แล้วยื่นเพื่อเรียนต่อได้นะคะ รอบไหนรอบนั้น ดังนั้นจงดูให้แน่ใจว่าแต่ละที่เขาต้องการผลสอบวิชาไหนบ้างนะคะ
ปกติแล้วการสอบ EJU จะเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนกุมภาพันธ์ กับสิงหาคม อย่างรอบแรกจะเริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้แล้วเช่นกันค่ะ แต่ขอแนะนำว่าใครที่จะขอทุนมงหรือทุนรัฐบาลญี่ปุ่นควรสมัครสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี เพราะผลสอบ EJU มักจะประกาศหลังวันปิดรับสมัครทุน อาจทำให้พลาดทุนที่เล็งไว้ได้เลยนะ
ตรงนี้จะเป็นเกณฑ์คะแนนผ่านสำหรับใครที่คิดจะยื่นสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ทางสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ ได้แจ้งเอาไว้ว่า
1. ผลการสอบ JLPT จะต้องอยู่ในระดับ N2 หรือระดับ N1 ขึ้นไป
2. การสอบ EJU จะมีการสอบภาษาญี่ปุ่น (ความรู้ระดับ N3 ขึ้นไป ถ้าไม่มี ไม่ต้องสอบ) และสอบวิชาสามัญ แบ่งเป็น สายวิทย์ (วิทยาศาสตร์+คณิตศาสตร์ 2 ) และ สายศิลป์ (ความรู้ทั่วไป+คณิตศาสตร์ 1 ) จะสอบสายไหนขึ้นอยู่กับสายที่เรียนมา โดยจะต้องได้คะแนนวิชาภาษาญี่ปุ่นมากกว่า 200 คะแนน หรือ มีผลสอบ EJU วิชาสามัญสายศิลป์ หรือ สายวิทย์ รวมไม่ต่ำกว่า 240 คะแนน
สำหรับตัวพี่เองเพิ่งจะสอบ JLPT N4 ไปค่ะ ตอนนี้กำลังรอผลสอบอยู่ ถือว่ายังเป็นมือใหม่ทางด้านภาษาญี่ปุ่นอยู่เลย มีน้องๆ คนไหนเคยสอบ JLPT หรือ EJU แล้ว อยากแชร์ประสบการณ์การสอบว่ายาก-ง่ายแค่ไหน มีทริกในการสอบยังไงมาบอกเล่ากันได้นะคะ
ข้อมูลจาก


2 ความคิดเห็น
ปีนี้ เราจะสอบ N5 กับ N4 ค่ะ
ไม่รู้ว่ารอบแรกจะสอบผ่าน N5 เหรอเปล่า
ข้อสอบส่วนคำศัพท์ ไวยากรณ์ และการอ่านข้อละกี่คะแนนคะ
เอาคะแนนเต็มมาหารกับคะแนนผ่านของแต่ละพาร์ตแล้วเจอแต่ทศนิยม
ทำตัวอย่างข้อสอบของแต่ละพาร์ต เอาจำนวนข้อที่ทำถูกมาหารกับคะแนนเต็มแล้วเจอทศนิยมค่ะ
ตอนนี้กำลังจะฟิตส่วนการฟังแล้วค่ะ
หนังสือ SPEED UP ! พิชิตสอบวัดระดับ JLPT N5 ทั้งสี่พาร์ตใช้ได้ดีมาก
ต่อไปก็จะเรียนมินนะ โนะ นิฮงโกะ 3-4 กับไดจิ 3-4 ล่วงหน้าไปก่อนเพื่อฟิตระดับ N4
และมาตะลุยโจทย์ของ N5 ทีเดียวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมิถุนายนก่อนสอบ
ผลสอบ JLPT ที่สอบในรอบเดือนธันวาคม 2561 ออกแล้วค่ะ
http://www.jlpt-overseas.jp/onlineresults/preinput.do