ถึงนักอ่านที่รักยิ่ง!
ถ้าอ่านนิยายแล้วไม่รู้จะคอมเมนต์อย่างไร
ลองคอมเมนต์ตามนี้ดูสิ
สวัสดีค่ะ นักอ่านนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเห็นกระทู้จากนักเขียนแนวๆ ว่า ลงนิยายหลายตอนแล้วไม่มีคอมเมนต์เลย, ท้อมากเลยค่ะไม่มีคนเมนต์นิยาย, ทำไมมีคนอ่านแต่ไม่มีคนเมนต์เลยคะ แล้วคำตอบส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคำตอบเชิงปลอบใจว่า พยายาม อดทน เขียนให้จบ ให้คิดซะว่าพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ซึ่งพี่แนนนี่เพนก็เห็นด้วยนะคะ แต่.. รู้กันไหมคะว่าคอมเมนต์จากนักอ่านไม่ได้เป็นเพียงแค่กำลังใจอันยิ่งใหญ่เท่านั้น คอมเมนต์ที่ได้จากนักอ่านช่วยพัฒนาฝีมือของนักเขียนได้ด้วยนะ ลองคิดดูนะคะ ขนาดนักเขียนมืออาชีพเวลาส่งต้นฉบับนิยายให้สำนักพิมพ์พิจารณายังต้องได้รับคอมเมนต์จากบรรณาธิการเพื่อไปแก้ไขนิยายให้ดียิ่งขึ้นเลย นักเขียนทั่วๆ ไปล่ะ ก็มีแค่นักอ่านเท่านั้นที่จะช่วยได้
ดังนั้นในบทความนี้ พี่แนนนี่เพนจึงอยากบอกต่อถึงแนวทางการคอมเมนต์ให้กับชาวเด็กดีทุกคน โดยเฉพาะนักอ่านที่รักยิ่ง เราไม่จำเป็นต้องคอมเมนต์ทุกตอนก็ได้ค่ะ ขอเพียงจับจุดได้ว่าควรคอมเมนต์ตอนไหน คอมเมนต์อย่างไร ก็ถือเป็นการให้โอกาสนักเขียนได้พัฒนาฝีมือ และสร้างกำลังใจอันยิ่งใหญ่ได้แล้ว เพราะนักอ่านทุกคนมี 'โอกาส' อยู่ในกำมือ เหมือนที่พี่กัลฐิดาเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า ‘นักเขียนทำได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ทำไม่ได้อย่างเดียวคือการสร้างโอกาสให้ตัวเอง’ เพราะฉะนั้น มาลองดูแนวทางเหล่านี้ แล้วนำไปใช้ นำไปบอกต่อนักอ่านที่รักยิ่งกันได้เล้ยยย
4 วิธีส่งต่อความสุขง่ายๆ แค่อ่านแล้วคอมเมนต์
แนวทางการคอมเมนต์ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางสำหรับคนที่อ่านนิยายจบตอน หรือจบเรื่องแล้วแต่ไม่รู้จะคอมเมนต์บอกนักเขียนยังไงดี แทนที่จะปล่อยผ่านอ่านแล้วกดออก ลองใช้แนวทางเหล่านี้ในการคอมเมนต์ดูค่ะ แล้วจะรู้ว่าเราได้สร้างโอกาสดีๆ และสร้างกำลังใจให้นักเขียนแบบที่เขาจะจดจำเราไปอีกนาน
1. คอมเมนต์แบบสกรีม (Scream)
การคอมเมนต์จากเนื้อเรื่องภายในตอนที่เราเพิ่งอ่านไป เป็นการคอมเมนต์ที่ง่ายและสะดวกที่สุดค่ะ เพราะเราสามารถจดจำเรื่องราวและความรู้สึกหลังจากอ่านนิยายได้อย่างดีเยี่ยม อาจแสดงความคิดเห็นง่ายๆ ด้วยการคอมเมนต์แบบสกรีม (Scream) หรือหวีดจากความรู้สึกในใจก็ได้ค่ะ ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ หรือเศร้าไปกับตัวละคร หรือเนื้อเรื่อง บางทีเราอาจจะรู้สึกว่าอ่านแล้วคืนนี้ต้องเก็บไปฝันแน่เลย เพราะอะไร หรืออ่านแล้วคุ้นเคยว่าตัวเองเคยมีประสบการณ์แบบนี้เหมือนกัน ลองคอมเนต์แบ่งปันดูไหม อาจจะมีใครรู้สึกเหมือนเราอยู่ก็ได้ จะเห็นว่าการแสดงความรู้สึกจากนักอ่านถึงนักเขียน ถือเป็นการคอมเมนต์ที่ง่ายและเข้าถึงมากที่สุด
ซึ่งบางคนอาจจะแย้งว่า 'ถ้าฉันอ่านแล้วไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยล่ะ จะทำยังไง' อาการไม่รู้สึกอะไรเลยก็สามารถนำมาคอมเมนต์บอกนักเขียนได้นะคะ เพียงแต่เราควรเลือกใช้ถ้อยคำด้วยความหวังดี ไม่ใช่ถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจนักเขียน เราควรยึดหลักเอาใจเขามาใส่ใจเราเข้าไว้ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่ากว่านักเขียนจะเขียนตอนนี้จบเขาใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ เขาใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการเขียนนิยาย ดังนั้น ขั้นแรกของการคอมเมนต์คือการแสดงความรู้สึกที่จริงใจต่อการอ่านค่ะ เชื่อว่านักเขียนจะต้องเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกจากนักอ่านได้แน่นอน
2. คอมเมนต์เพราะเห็นปัญหา
ปัญหาในที่นี้คือ ความไม่ต่อเนื่อง, ความไม่สมเหตุสมผล, และความสงสัยค่ะ สาเหตุที่นักอ่านควรช่วยแสดงความคิดเห็นเมื่อเกิดปัญหา เนื่องจากในมุมนักเขียนเอง หากเป็นนักเขียนหน้าใหม่ อาจจะมีการวางพล็อตวางเรื่องที่ไม่แน่นพอ ทำให้เรื่องราวขาดความต่อเนื่อง หรือมีเหตุผลในการรองรับไม่เพียงพอ.. คนที่จะมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนที่สุดก็คือ 'นักอ่าน' นั่นเอง ซึ่งเหตุผลที่นักอ่านไม่ควรปล่อยผ่านไป ควรจะคอมเมนต์ให้กับนิยายเรื่องนี้ หรือนักเขียนคนนี้ ก็เพราะนักอ่านทุกคนมีโอกาสอยู่ในมือ การให้โอกาสนักเขียนเพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่จะทำให้เกิดนิยายน่าอ่าน และนักเขียนดีๆ เพิ่มขึ้นนั่นเอง
ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรคอมเมนต์ทุกอย่างที่คิดว่าเป็นปัญหา เพราะอาจจะดูเป็นการโจมตีนักเขียนมากกว่าหวังดี รวมถึงไม่ควรแสดงความเห็นในเชิงลบมากเกินไป เราควรบอกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ ด้วยความเป็นเหตุเป็นผล เหมือนการชี้แนะ เพื่อนบอกเพื่อน วิธีการง่ายๆ ในการแสดงความคิดเห็นเมื่อเจอปัญหาคือ ให้เราคอมเมนต์เชิงตั้งถามกับนักเขียน เพื่อให้พวกเขาได้ฉุกคิดว่าที่เราสงสัยมีความเป็นมาอย่างไร เป็นการกระตุ้นให้นักเขียนหาเหตุผลเพื่อสนับสนุนเรื่องราวในนิยายมากขึ้นนั่นเอง
3. คอมเมนต์เพราะรู้จริง
ต่อเนื่องจากข้อสองเลยค่ะ จริงอยู่ว่านักอ่านจะเห็นปัญหาเบื้องต้นของนิยายได้ดีกว่านักเขียน แต่นักอ่านก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะคอมเมนต์ หรือเข้าใจตีมของนิยายก่อนว่าเป็นแนวไหน เพราะหากเราคอมเมนต์เพื่อบอกปัญหานักเขียนแล้ว เราควรแนะแนวทางให้นักเขียนด้วยว่าความเข้าใจของเรานั้นเป็นอย่างไร เพราะความคิดเห็นนั้นมีทั้งในมุมนักเขียนและมุมนักอ่าน การคอมเมนต์เพื่อพูดคุยกัน จึงเป็นใจความสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ตรงกันได้ เช่น นักเขียนสร้างจักรวาลขึ้นมาโลกหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นจักรวาลที่มีอยู่แล้ว อาจจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงบางอย่างในจักรวาลนี้ไป ซึ่งนักเขียนก็ควรชี้แจงให้นักอ่านเข้าใจตั้งแต่ต้น รวมถึงนักอ่านเองก็ต้องทำความเข้าใจจักรวาลนี้ก่อน หากมองเห็นความไม่สมเหตุสมผล ก็จะได้ช่วยชี้แนะเพื่อทำให้นิยายเรื่องนี้กลายเป็นนิยายน่าอ่านมากขึ้น
4. คอมเมนต์ตรงประเด็นและไม่ใช้อารมณ์
อย่าคอมเมนต์เพราะอยากเอาชนะ! ข้อนี้เราทุกคนควรระวังให้มากๆ ค่ะ ความคิดเห็นที่ควรบอกต่อนักเขียนควรเป็นความคิดเห็นในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องชื่นชม อวยพร หรือยินดีเสมอไป เชิงบวกในที่นี้หมายถึง ความหวังดีที่อยากจะชี้ให้เห็นจุดดีจุดด้อยของนิยาย เป็นความจริงใจที่อยากบอกต่อเท่านั้น เมื่อจะคอมเมนต์แบบบอกจุดอ่อน ควรมีประเด็นที่ตรงไปตรงมา เช่น พล็อตเรื่อง ตัวละคร ความไม่สมเหตุสมผล ความไม่ต่อเนื่อง หรือจุดที่ขาดหายไป เป็นต้น ไม่ควรผสมอารมณ์หรือความไม่พอใจลงไปด้วยการบอกโดดๆ เลยว่า ไม่สนุกเลย, เขียนแบบนี้ออกมาได้ยังไง หรือเขียนแบบนี้อย่าเขียนดีกว่า หากรู้สึกเช่นนี้จริงๆ ก็ควรมีคำแนะนำ หรืออธิบายเหตุผลลงไปด้วย เพื่อให้นักเขียนได้มองเห็นปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงอารมณ์ของนักอ่านที่อยากระบายความไม่พอใจออกมาเท่านั้น
ข้อควรระวังคือ เขียนให้ตรงประเด็นและไม่ควรนอกเรื่อง รวมถึงไม่ควรทำอย่างยิ่งด้วยการฝากนิยายของตัวเองในนิยายของนักเขียนคนอื่น!
สั้นๆ ง่ายๆ แค่คอมเมนต์ด้วย 4 วิธีนี้ รับรองว่าจะหมดปัญหา 'ไม่รู้จะคอมเมนต์อย่างไร' ไปได้แน่นอน ถามว่านักอ่านได้อะไรจากการแสดงความคิดเห็น พี่แนนนี่เพนบอกได้เลยว่าได้ยิ่งกว่าได้! เพราะเพียงแค่นักอ่านคอมเมนต์ก็เป็นการฝึกกระบวนการคิดของนักอ่านแล้ว ฟังดูยากๆ แต่แบบเข้าใจง่ายคือทำให้นักอ่านมีความคิดที่ลึกซึ้งมากขึ้นนั่นเอง ที่แน่ๆ คือทำให้เราอ่านนิยายได้สนุกขึ้น รู้สึกอยากเล่าเรื่อง อยากนำประสบการณ์จากการอ่านมาบอกต่อ และในอนาคตนักอ่านก็อาจจะผันตัวไปเป็นนักเขียนก็ได้ ใครจะไปรู้
พี่อยากบอกทิ้งท้ายว่า บทความนี้ไม่ได้สนับสนุนให้นักอ่านต้องมีหน้าที่คอมเมนต์นะคะ หากไม่อยากคอมเมนต์ ก็ไม่ต้องพยายามฝืนตัวเอง พี่อยากให้เราทุกคนคอมเมนต์ด้วยใจที่อยากแสดงความคิดเห็นจากใจจริง เพราะความเห็นที่ดีคือความเห็นที่ชี้ให้เห็นปัญหา แนะนำแนวทาง และให้กำลังใจเพื่อพัฒนาต่อไป ไม่ใช่ความเห็นที่มีเพียงอารมณ์เท่านั้น ดังนั้น หากรู้สึกว่าอยากให้โอกาสก็อยากแนะนำว่าโอกาสจากการคอมเมนต์ เป็นโอกาสที่ง่ายและมีประโยชน์ที่สุดแล้วค่ะ
พี่แนนนี่เพน




11 ความคิดเห็น
เราชอบคอมเมนต์ว่า สนุกมากค่ะ สู้ๆนะคะไรต์!
ส่วนตัวรู้สึกว่าตั้งแต่มีระบบกดให้หัวใจขึ้นมา ทำเอาคอมเม้นต์หายวูบเลยค่ะ เพราะนักอ่านแทนที่จะเสียเวลาพิมพ์ความคิดเห็น แค่กดให้หัวใจก็จบ การใช้งานเหมือนกับโพสต์ของเพื่อนในเฟส บางทีเราไม่ได้อ่านอย่างตั้งใจหรืออ่านจบ หรือแม้แต่กดอ่านด้วยซ้ำ แต่ก็แค่กดไลค์ๆ ไปงั้น (เราก็เป็น 555+) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า แต่มันรู้สึกอย่างนี้จริงๆ นะ
เอาจริงให้เลือกระหว่างเม้นท์กับหัวใจ เราอยากได้คอมเม้นท์ที่แสดงให้เห็นว่าคนอ่านมีความรู้สึกร่วมกับเนื้อหาของนิยาย แสดงถึงผลตอบรับในแง่ต่างๆ ก็ไม่ได้ว่าตัวเองแต่งเก่งหรืออะไรหรอกนะคะ แต่ตอนนึงๆ เราใช้เวลาวางแผนเป็นวัน เป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน และใช้เวลาเขียนอีกหลายชม. ขังตัวเองในห้อง อดหลับอดนอนเพื่อเขียนให้จบตอนอย่างตั้งใจสุดชีวิต พอเจอความเงียบฉี่จากนักอ่านมันก็ท้อไม่มีแรงจะทำต่อแล้ว
เป็น "นักอ่านเงา" ดีกว่าค่ะ
จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับพวกนักเขียนใจแคบบางคนที่
-หัวร้อนออกมาไล่นักอ่านให้ไปฆ่าตัวตายพร้อมกับสอนวิธีใช้เชือกผูกคอตาย
เพราะนักอ่านอินกับเนื้อเรื่องและตัวละคร
-แค่นักอ่านชอบเรื่องนี้มากจนถึงกับคอมแมนต์ว่า "ต่อ" เฉยๆทุกตอน
นักเขียนก็ไม่พอใจจนถึงกับตั้งกระทู้ในบอร์ดนักเขียนหาวิธีบล็อคนักอ่านจากคนในบอร์ด
-ด่านักอ่านว่า "ด-อ-ก-ท-อ-ง"
ในกรณีที่คนเขียนมาไล่นักอ่านให้ฆ่าตัวตายเพราะอิน อันนี้นักเขียนผิดจริง แต่ที่เหลือ...
ขอถามหน่อยนะครับ สมมุติว่า คุณชวนใครสักคนคุยนานมากๆ เป็นหลายเรื่องหลายชั่วโมง
แต่ถูกคนตอบกลับมาว่า อืม สั้นๆ มันรู้สึกยังไงล่ะครับ
ไม่ใช่อะไรหรอกนะ มันก็เหมือนเป็นมารยาทนั่นแหละ ไม่มีใครชอบแบบนี้หรอกครับ
อีกอย่างนะคำว่า ต่อ ขอบคุณ บางทีคนเขียนก็ไม่รู้หรอกว่าคนอ่านรู้สึกยังไงกับนิยายเรื่องนี้กันแน่
ยิ่งเป็นนักอ่านเงายิ่งหนักเข้าไปใหญ่เลย หรือจะให้คนเขียนลองพิมพ์สั้นๆลงบ้างแบบไม่เคลียร์
คุณจะเข้าใจรึเปล่า ก็ไม่ อย่างน้อยก็ควรสื่อให้เขาเข้าใจหน่อย ไม่ใช่เม้น ต่อ มีสิบตอน เม้น 10 ต่อ
เขาพิมพ์มาเกือบ 5-6 หน้า บางคน 10 หน้า ใช้เวลาเกือบอาทิตย์สองอาทิตย์ต่อตอน
บรรทัดเดียวที่สื่อถึงความรู้สึกร่วมกับตอนนั้นๆที่คุณอ่าน มันยากแสนเข็ญมากๆเลยสินะครับ
อยากให้ต่อ คุณก็พิมพ์ยาวหน่อย "สนุกมากเลยตอนนี้ ตัวละครนู่นนั่น อดใจไม่ไหวแล้ว อยากให้มาต่อเร็วๆจังเลย" อะไรประมาณนี้ หรือคุณจะพอใจแบบนี้ก็ได้ มันก็แสดงให้รู้ๆอยู่ว่าเป็นคนยังไงครับ
ส่วนเรื่องด่าคำหยาบ ช่วยเล่าให้ละเอียดได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นนักเขียนถึงด่ากันแบบนั้นน่ะครับ เพราะปกติผมไม่ใช้คำหยาบกับคนอ่านขนาดนั้นถึงจะงอนบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยใช้คำหยาบเลย
เรื่องไหนเราอินมาจะคอมเม้น
ด่าตัวร้ายวุ่นวายเลยทีเดียว๕๕๕
555 ส่วนตัวเจอมาเอง จะดีใจมากค่ะเวลาคนอ่านอิน เอาใจช่วยนางเอกให้จัดการแก้เผ็ดนางร้ายให้เข็ดไปเลย 555 เพราะนอกจากแสดงว่าเขาผูกพันกับตัวเอก ก็ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญมากค่ะว่า เราเขียนตัวเอกดีพอหรือยัง ตัวร้ายร้ายพอไหม ทั้งสองตัวสมเหตุสมผลมั้ย แล้วถ้าตอนสุดท้ายจะต้องให้ตัวร้ายได้รับความเห็นใจ เราจะทำให้คนอ่านเข้าใจตัวร้ายได้ไหม
ดีเลยฮะ คอมเมนท์นี่คือหนึ่งในสุดยอดแห่งกำลังใจ (สำหรับนักเขียนฝึกหัด ไม่ได้โด่งดังมีชื่อเสียงแบบได้เมนท์ตั้งแต่ยังไม่ลงตอน)
พอได้มา 1 เมนท์ดี ๆ ให้กำลังใจเรา ก็ทำให้นั่งยิ้มเหมือนเมากัญชาไป 1 วันได้เลยนะฮะ 55555
555555 เข้าใจพูดนะ555
นานาจิตตัง เอาที่สบายใจ ในฐานะคนเขียนตอนแรกก็หวังคอมเม้นต์เพื่อกำลังใจ เพื่อนำไปพัฒนาผลงาน แต่เดี๋ยวนี้ไม่หวังอะไรมากแล้วล่ะ เขียนให้จบก็พอ...ส่วนการพัฒนาฝีมือนั้น ถ้าไม่ได้จากนักอ่าน ก็เก็บเกี่ยวเอาจากประสบการณ์การอ่านของตัวเอง อ่านเยอะๆ คิดเยอะๆ อย่างตั้งใจ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายแล้ว ก็อยากให้ทุกท่านมีความสุขกับทั้งการอ่านและการเขียนนะคะ ^^
เพิ่มเติม
ปกติเราโชคดีที่ถึงจะเม้นท์น้อยแต่ก็เจอแต่เม้นท์ดีๆ ติชมให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ
ก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนคนนึงช่วยแก้คำผิดแล้วก็วิจารณ์ให้ด้วย (แต่ตอนนี้เค้ายุ่งๆ เลยไม่ได้อ่านฟิคละ 555)
อย่างนักอ่านท่านนี้เราชอบมากๆ ค่ะ เพราะเขาสละเวลาเม้นท์วิเคราะห์แบบละเอียดจริงๆ แทบทุกบท
ชวนให้เราได้คิดถึงนิยายของเราในมุมใหม่ๆ เรื่อยๆ
นี่ตัดมาเม้นท์ล่าสุดที่ได้ อันนี้ยังไม่เท่าไหร่เพราะเพิ่งเปิดเรื่อง ปกติเขาเม้นท์ยาวมาก
แต่แค่นี้นักเขียนก็ดีใจหัวใจพองคับอกไปสามวันแล้ว 555
ดังนั้นถ้าไม่ลำบากจนเกินไป ขอสักบรรทัดสองบรรทัดก็พอแล้วเจ้าค่าา ฮ่าาา
ยอมรับแหละว่าอยากให้นักอ่านเข้ามาคอมเม้นบ้างเพราะ 1 คอมเม้น = 1 พันล้านกำลังใจ จริงๆ แต่ก็ไม่ได้อยากบังคับอะไรขนาดนั้น รู้ดีว่าถ้าเราเขียนดีเขามีอารมณ์ร่วมอยากคอมเม้นก็เข้ามาคอมเม้นเองแหละ เราก็แค่ต้องเขียนให้สนุกเท่านั้นเอง แต่นอกเหนือจากคอมเม้นก็มีการกดให้กำลังใจเนี่ยแหละที่ช่วยเราอย่างมาก เพราะอย่างน้อยๆ ถึงจะไม่ได้เม้นอะไรก็ขอคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่ายังมีนักอ่านส่งกำลังมาให้อยู่นะ อะไรแบบนี้ แต่สำหรับตัวเองที่ไปอ่านของนักเขียนคนอื่นๆ ถ้าสนุกเราก็เม้นนะ เม้นแบบตามอารมณ์นั่นแหละ บางทีก็อยากให้กำลังใจนักเขียนเหมือนกัน
เงียบจ้า เงียบกริบ ไร้คอมเม้นจริงๆ สำหรับนักเขียนอย่างใครหลายๆคนก็คงอยากให้มีคนมาคอยให้ความเห็นหรือให้กำลังใจกันบ้างแหละ ไม่ใช่นักอ่านเงาแบบเนี้ยยย เสียจาย ฮึก... แต่ก็เข้าก็ได้ ว่าพวกเธอขี้เกียจพิมพ์กัน พยายามคิดในแง่บวก ฮุกๆ...
สำหรับเราที่เป็นนักเขียนน้องใหม่ ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามา ติ ชม ผลงานของเรามากๆ คอนเม้นท์ที่ได้เป็นทั้งกำลังใจ และคำแนะนำเพื่อให้เราได้พัฒนาฝีมือ ส่วนตัวแล้วเราชอบคอมเม้นท์ที่นักอ่านมาเม้นท์ให้ ไม่ว่าจะติหรือจะชม คำติที่ไม่ได้เป็นการด่าทอหรือใช้คำที่รุนแรง ติมาเพียงเพื่อเสนอแนะและบอกข้อบกพร่อง เราก็เอามาใช้ปรับปรุงงานเขียนของเราให้ดีขึ้น
ส่วนคุณ คห.3 เรารู้สึกเห็นใจคุณจริงๆ ที่โดนคำพูดหยาบคายแบบนั้น ทั้งให้ไปตาย หรือคำด่าทออื่นๆ มันรุนแรงมากเกินไปสำหรับคำวิจารณ์งานเขียนเพียงไม่กี่คำที่คุณเม้นท์ไป พอนักเขียนไม่ถูกใจก็ไล่ให้นักอ่านไปตายหรือด่าทอเขาแบบนั้นมันก็เกินเลยไปมากจริงๆ (กรณีนี้หากคุณไม่ได้ว่ากล่าวนักเขียนแบบสาดเสียเทเสียและใช้คำหยาบคายจนรับไม่ได้)
แต่ขอให้คุณอย่าได้เก็บไปคิดมากให้ปวดประสาท เหมือนกับที่สุภาษิตจีนว่า " งูกัดครั้งเดียว กลัวเชือกไป10ปี " คืออาการที่โดนอะไรสักอย่างทำร้ายให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียหายทำให้เข็ดหลาบหวาดกลัว ไม่กล้าพบเจอสิ่งเหล่านั้นอีกนาน
นักเขียนหลายๆคนไม่ได้เป็นแบบนั้น และเขาก็ต้องการได้รับคำชม คำติ เพื่อพัฒนางานต่อไป หากคุณไม่ชอบเม้นท์มันก็เป็นสิทธิ์ของคุณนะคะ แต่หากต้องการเม้นท์จะเป็นการดีหากจะขยายความสักนิดค่ะ เช่น รอตอนต่อไปค่ะ มาต่อเร็วๆนะ แบบนี้นักเขียนอย่างเราจะขอบคุณนักอ่านอย่างพวกคุณอย่างมากที่มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
หวังว่าคุณจะหายจากอาการกลัวงูกัดเร็วๆนะคะ สู้ๆค่ะ