สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D คราวก่อนพี่วุฒิได้เขียนบทความเรื่อง Imposter Syndrome หรือโรคคิดว่าตัวไม่เก่งและไร้ค่า และพบว่าคนส่วนใหญ่ที่มีอาการเหล่านี้มักเป็นคนที่เก่งและทำงานได้ดีซะงั้น แต่ถ้ามองย้อนกลับมาดูโลกแห่งความเป็นจริง ก็ยังมีคนอีกประเภทที่เหมือนเป็นเหรียญอีกด้านของคนที่เป็น Imposter เพราะพวกเค้าเหล่านั้นกลับคิดว่าตัวเองเก่งและเหนือกว่าคนอื่นไปซะหมด ซึ่งคนพวกนี้อาจตกอยู่ในอาการ ‘Superiority Complex’ อยู่ก็เป็นได้ สงสัยแล้วใช่มั้ยครับว่าโรคนี้คืออะไร เกิดขึ้นกับเราหรือคนรอบตัวเราหรือไม่ มาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันเลยครับ
เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเจอคนประเภทที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น คิดว่าตัวเองดีเลิศกว่าใครพวก โลกนี้น่ะเหรอจะมีใครเทียบเทียมฉันได้ เรามันอยู่คนละชั้นกัน! พอเจอคนแบบนี้แต่ละครั้งก็เผลอเกิดความรู้สึกเอือมทุกที ทั้งหมั่นไส้แต่ก็อดสงสารไม่ได้ที่เค้าเป็นแบบนี้ (บางทีก็แอบคิดว่าเค้าดูละครแล้วติดนิสัยนางร้ายมากไปหรือเปล่านะ?)
แม้ว่าเวลาอยู่ใกล้คนที่ชอบยกตนข่มท่านทีไรแล้วรู้สึกประสาทจะกินทุกครั้ง แต่เราก็ควรทำความเข้าใจว่าในโลกของเรามันก็แบบนี้แหละ มีคนหลากหลายรูปแบบให้เราได้เรียนรู้อยู่ทุกวัน อย่างคนที่มีอาการแบบที่ยกไปข้างต้น ในทางจิตวิทยาได้สรุปไว้ว่า พวกเค้าอาจตกอยู่ในอาการ Superiority Complex หรือความรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนอื่น พูดง่ายๆ มันก็คืออาการเจ็บป่วยทางจิตแบบหนึ่งที่พบได้มนุษย์แบบชาวเรา พวกเค้ามักจะมีความคิดว่าตัวเองนั้นสำคัญกว่าคนอื่นจนดูเกินจริงไปหน่อย หลายครั้งมักมีพฤติกรรมแบบโนสนโนแคร์ จะพูดหรือทำอะไรก็ไม่ได้ใส่ใจคนอื่น ไม่สนหรอกว่าใครจะคิดยังไง มีความรู้สึกประมาณว่าตัวเองนั้นดีกว่าใคร มีความสามารถมากกว่าคนอื่น และชั้นน่ะถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ในอันดับต้นๆ เสมอ และเมื่อไม่มีอะไรมาฉุดรั้งให้เค้าเปลี่ยนความคิดได้ มันก็อาจจะนำไปสู่โรคทางจิตอื่นๆ เช่น โรคหลงตัวเอง (Narcissism) เป็นต้น
รู้จักอาการของโรคนี้ไปคร่าวๆ เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอคนแบบนี้มาไม่มากก็น้อย (ทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ ดูออก) บางทีอาจจะมาในรูปแบบเพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมโลกที่เดินสวนกันแต่ละวันก็ได้ ว่าแล้วก็ลองยกตัวอย่างพฤติกรรมของคนที่มีอาการ Superiority Complex ให้ได้เห็นชัดๆ อีกครั้ง ยกตัวอย่างเช่น
- มักแสดงอาการหยิ่งยโสโอหังต่อผู้คนรอบข้าง บางคนแค่เดินผ่านก็รู้สึกได้ถึงพลังงานลบ
- มักพูดแต่เรื่องของตัวเองอยู่เสมอ เวลาอยู่ในวงสนทนากับใคร ไม่ว่าตอนนั้นจะพูดประเด็นอะไรอยู่ก็ตาม คนเหล่านั้นก็มักจะวกกลับเข้าเรื่องตัวเอง และพูดยกยอตัวเองให้คนอื่นได้ฟัง
- ชอบใช้คำพูดแรงๆ ไม่ถนอมน้ำใจคนอื่น แต่กลับคิดเองเออเองว่าการที่พูดแบบนั้น คือการเผยว่าตัวเองเป็นคนตรงๆ เฟียซๆ จริงใจ
- ชอบคิดว่าตัวเองแปลกแยกจากคนอื่น มองคนรอบข้างว่าต่างจากตัวเองไปซะหมด และถึงแม้จะมีคนมาพยายามเข้าหา ก็มักจะมีกรอบกำบังเอาไว้ เหตุผลไม่ใช่เพราะว่าเป็นคนโลกส่วนตัวสูง แต่แค่คิดว่าตัวเองกับคนอื่นนั้นอยู่คนละชั้นกันต่างหาก
- หากมีใครมาพูดจาขัดใจ หรือทำอะไรให้ตัวเองไม่พอใจ พวกเค้ามักจะเลือกตอบโต้กลับแรงๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคำพูดหรือทางกาย
- ในทุกครั้งที่มีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น มันเป็นเรื่องปกติที่แต่ละคนอาจมีความคิดที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับคนที่เป็นโรคนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเค้ามีความคิดต่างจากคนอื่น ก็มักจะคิดว่าตัวเองนั้นถูกเสมอ ความเห็นของตัวเองดีที่สุด จนบางครั้งก็ลืมให้เกียรติและเคารพผู้อื่น
- เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวเองทำผิด ก็มักจะหาเหตุผลล้านแปดมากลบเกลื่อนความผิดเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
- บางคนอาจแสดงอาการเหยียดออกมา หรือไม่ก็พูดจาเหยียดหยามคนอื่นแต่กลับบอกว่าตัวเองนั้นแค่พูดแสดงความคิดเห็น พูดตามความรู้สึกตัวเองเฉยๆ และอ้างเหตุผลว่า ก็เพราะชั้นเป็นคนตรงไปตรงมาไง เลยพูดออกมาได้ (จริงๆ ควรแยกให้ออกว่าอันไหนพูดตรง อันไหนไร้มารยาท)
- ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าเราจะมีความมั่นใจในตัวเองกับเรื่องที่เราเชี่ยวชาญ เพราะมันแสดงว่าเรารู้จริงถึงได้พูดออกมา แต่กับบางคนที่มีอาการนี้มักพกความมั่นใจมาสูงมากและคิดว่าตัวเองเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น และใช้ความมั่นแบบผิดๆ มากดคนอื่นให้ต่ำลงเพื่อให้ตัวเองดูสูงส่ง ดูฉลาดกว่าคนอื่น ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่ฟังอยู่อาจจะรู้ดีกว่าก็ได้ แต่แค่ไม่พูดหรือแสดงอาการแย่ๆ แบบนี้แค่นั้นเอง
Cr. Unsplash
แค่ดูจากที่ยกตัวอย่างไปด้านบนแล้วก็รู้สึกปวดหัวแล้วใช่มั้ยครับ 555555 ถ้าต้องเผชิญกับคนแบบนี้ทุกวัน ไม่แน่เราอาจจะป่วยจิตตามก็เป็นได้ เพราะเล่นปล่อยพลังงานลบใส่ขนาดนี้อะเนอะ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเราไม่สามารถแก้ไขหรือช่วยให้เค้าฉุกคิดได้ สิ่งที่เราควรทำ ไม่ใช่ตอกกลับแรงๆ ใส่ หรือว่าใช้วิธีการเดียวกับที่เค้าทำกับเรา เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ยิ่งทำให้แย่ไปกว่าเดิม (และเราเองอาจจะกลายเป็นคนในแบบที่เราไม่ชอบ) ซึ่งสิ่งที่เราควรทำคือ เรียนรู้ในสิ่งที่เค้าทำและพยายามเข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็น และพยายามไม่นำความรู้สึกแย่ๆ ที่เค้าเผยแพร่มาใส่ใจมากนัก เพราะกว่าที่เค้าจะถูกหล่อหลอมให้เป็นแบบนี้ เชื่อเถอะว่าแต่ละคนล้วนมีที่มาที่ไปจนทำให้เค้ามีอาการนี้ ทั้งพื้นฐานครอบครัว สังคมที่เค้าอยู่ เหตุการณ์ที่เค้าเจอ ล้วนแล้วมีส่วนทั้งหมด
บางคนอาจจะถูกพ่อแม่เลี้ยงแบบตามใจ ถูกสปอยล์มาตั้งแต่เด็ก พอเติบโตมาก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่สปอยล์ตัวเองต่อ หรือบางคนอาจเคยเจอเหตุการณ์กระทบแรงๆ ที่กระทบกระทั่งอารมณ์และจิตใจ อาจโดนดูถูก เหยียดหยามหรือโดนด่าด้วยด้วยคำพูดแรงๆ ตั้งแต่เด็ก สุดท้ายก็เก็บมาเป็นปมและทำให้เป็นคนมีปัญหาทางอารมณ์แบบนี้ หรือถ้ามองอีกด้านพวกเค้าอาจจะเคยคิดว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญ และด้วยความต้องการมีตัวตนและอยากได้รับการยอมรับจากอื่น จึงพยายามชดเชยความรู้สึกขาดเหล่านั้นให้กับตัวเอง แต่กลับชดเชยจนมากเกินไปจนทำให้มีพฤติกรรมแบบนี้ เป็นต้น
อย่างที่บอกไปว่าในแต่ละวันเราอาจจะเจอคนรอบข้างที่เป็น Superiority Complex ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่าควรรับมืออย่างไร หรือความจริงแล้วเป็นเราเองนี่แหละที่ตกอยู่ในอาการนี้และเผลอไปทำแย่ๆ ใส่คนอื่นแบบไม่รู้ตัว แต่ถ้าตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองอาจเข้าข่าย ก็ลองค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเถอะนะ จริงอยู่ที่การเป็นตัวของตัวเองมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าสิ่งที่เราเป็นอยู่มันไม่ได้ดีเลย ก็เปลี่ยนซะบ้างเนอะ
Source:






11 ความคิดเห็น
รู้สึกตัวเองเข้าข่าย เพราะนิสัยบางส่วนตรงไป2อัน คิดว่าควรปรับพฤติกรรมตัวเองเลยค่ะ ขอบคุณที่เอามาให้รับชมค่ะ
เราคงป่วยอะ แต่เราเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสกึ่ง ๆ อยู่แล้วด้วย 55555 ดีเป็นหลายโรคดีชอบ แต่ที่แน่ เราไม่ได้หลงตัวเองอะ ทึกอย่างรอบตัวมันพิสูจน์หมดแล้วว่าเราควรค่าแก่การอยู่เหนือผู้อื่น แต่เราก็ไม่ยโสนะ แล้วก็มีนิสัยตรงกับที่ว่าแม่เพียงส่วนเดียวเองด้วย
เราได้อ่านปุ๊บก็รู้ตัวเองเลยค่ะ เราเป็นคนๆ หนึ่งที่ไม่ว่าจะเพื่อน หรือครอบครัว รำคาญไปหมด
เพราะเราคิดว่าตัวเองดีเลิศ เก่งนู่นเก่งนี่ สุดท้ายเราเกือบจะไม่มีคนคบเลยค่ะ พอมาอ่านบทความนี้ทำให้ปรับตัวได้เลยค่ะ
งั้นเราก็เข้าข่ายสินะ เราเป็นพวกมีเพอร์เฟ็คชั่นนิสหน่อยๆด้วย แก้ยังไงก็ไม่หาย เราคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติซะอีก
ฮฮือ เราคิดว่าตัวเองปกติม่ตลอดค่ะแต่เพื่อนบอกว่าเราหลวตัวเองไม่เคยเชื่อนาวเลยแต่เช็คแล้วตรงเกือบทุกข้อ แหะๆ
ตรงหมดเลย ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย
ถ้ามีอาการเหมือนหลายข้อ แต่ที่ต่างคือ ไม่ได้มองว่าตัวเองอยู่สูง แต่อยู่ต่ำกว่าคนอื่นๆ ต่ำจนขนาดที่ว่า ทุกคนมีความคิดที่ดีเกิดไปหมด ผมเป็นคนเดียวที่มีความคิดแบบที่แตกต่าง คิดว่าเราอยู่คนล่ะมิติเพราะคนอื่นๆดีไปหมด ผมมันก็แค่คนน่ารำคาณและเป็นคนมีปัญหา อะไรแบบนี้ คืออาการอะไรกันนะ หรือมันไม่มีโรคนี้ แต่ผมมีปัญหาคนเดียว นั่นสิ ไม่ต้องตอบข้อความผมก็ได้นะ ข้ามๆไปเถอะ เรื่องนี้มันก็คงไร้สาระสำหรับคนอื่นๆ แต่ผมก็ยังอยากเขียนทิ้งไว้ ย้อนแย้งเนอะ ชั้งเถอะ อย่าสนใจคนบ้าเลย ไม่ต้องมามีเรื่องกับคนแบบผมหรอก ถ้ามีเรื่องไปก็ไม่ได้อะไร เพราะผมต่ำกว่าคุณอยู่แล้ว 55555 ชั้งเถอะ
เราเข้าใจเธอนะ เราก็มีฟีลลิ่งสับสนตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าอาการเดียวกันรึป่าวนะ แต่รู้สึกเหมือนเป็นคนที่มีอาการไม่ดีๆพวกนี้หลากหลายรูปแบบมาก เดี๋ยวรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นบ้าง เดี๋ยวรู้วึกด้อยบ้าง รู้สึกเป็นคนเฟรนลี่บ้าง รู้สึกโลกส่วนตัวสูงบ้าง เหมือนแล้วแต่จังหวะ,อารมณ์ชีวิตเลย เศร้ามากที่รู้ตัวว่ามีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง อาจจะเป็นเพราะเราเจอปัญหาตอนเด็กๆเยอะมั้ง อย่างตอนเด็กๆเคยโดนครูดูถูกเรื่องพูดไม่ชัด จะไปเรียนสู้คนอื่นได้หรอ แต่แม่คอยผลักดัน จนเก่งได้อังกฤษท็อบตลอด เลยมีความรู้สึกเหมือนด้อยบ้าง รู้สึกเหนือบ้าง แต่เราจะพยายามไม่แสดงออกนะ เอาใจช่วยเธอละกันนะ
ตอนได้อ่านเราก็เห็นด้วยนะว่าควรทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น อย่าเอาความรู้สึกแย่ ๆ มาใส่ใจ ไม่ตอบโต้แรง ๆ ตามที่เขาทำมากลับไป เเต่ในความเป็นจริง มันทำยากมากเลยค่ะ เพราะเขาเป็นคนที่อยู่กับเรามาตั้งเเต่เกิดจนโต เราคอยรองรับทุกพฤติกรรมที่บั่นทอนจิตใจมาเป็นสิบปี เราโดนเขากดจนไม่รู้จะกดอย่างไรต่อแล้ว เรียกได้ว่า ถ้าบนโลกนี้มีนิยามสิ่งที่เล็กกว่า อนุภาคหรืออะตอม เราคงเป็นสิ่งนั้นได้เเล้วล่ะค่ะ ฮ่าา
ในความเป็นจริงเเล้ว เรารับทุกความรู้สึกแย่ ๆ รับมามาก ๆ เข้า พอโตขึ้นก็เริ่มทำตามที่เขาเคยทำตอกกลับไปให้แรงพอกัน (เเต่ไม่ได้ไปทำกับคนอื่นนะคะ ถือคติว่าดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ เเละเราไม่อยากให้คนอื่นต้องมารู้สึกเเย่เเบบเรา เราเลยจะไม่ทำกับคนอื่นค่ะ เเต่ไม่เเน่ใจว่าในเมื่อตัวเองโตมากับอะไรเเบบนี้จะไม่เผลอทำใส่คนอื่นจริง ๆ รึเปล่าเหมือนกัน อย่างน้อยเราก็แค่มีความคิดแบบนั้น)
การตอกกลับมันทำให้รู้สึกดีมากเลยค่ะ ถึงจะรู้อยู่แแก่ใจว่าไม่ควร มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเองก็สู้ได้ เราไม่ยอมเขาอีกเเล้ว ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากโรคหรืออะไรก็ตามเเต่ เเต่เขาควรรู้ว่าคนโดนกระทำมันรู้สึกอย่างไร บางทีอาจจะได้เลิกทำเเบบนี้ใส่เราสักที เราเฉียดซึมเศร้ามาหลายหนก็เพราะเเบบนี้ เเต่ปัจจุบันโอเคดีเเล้วค่ะ ไม่คิดมากเเล้ว เพราะผ่านมาเเล้วเเละได้พูดสิ่งที่ฝังอยู่ในใจเราออกไปแล้วค่ะ
ถ้าเจอคนแบบที่มีครบทุกข้อ คือ?
ต้องเจอคนแบบข้อความข้างต้นทุกวัน พยายามอดทนไม่โต้ตอบแต่ก็ดูเหมือนจะแย่ลงกว่าเดิม ยิ่งเราไม่ตอบโต้เหมือนยิ่งได้ใจ การกระทำ toxicยิ่งมากขึ้น บางทีก็พูดเรื่องของเราทั้งที่ไม่เป็นความจริง ยิ่งเราไม่เถียงหรือตอบโต้เค้าก็ยิ่งคิดว่าสิ่งที่ตัวเองพูดที่นั้นเป็นเรื่องจริงแต่อิงมาจากการคิดไปเองของเค้า ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแต่ทำเป็นรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเรา
บางทีก็เบื่อมากที่ต้องมาฟังเรื่องราวไร้สาระที่ไม่เป็นความจริง