1 เดือนในเวียดนาม: ประสบการณ์เรียนภาษาสุดคุ้มในเมืองค่าครองชีพแสนถูก!



 
           สวัสดีค่ะชาว Dek-D การรวมตัวของ 10 ชาติในอาเซียน มาเป็น AEC  ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจเรียนประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น และ "ภาษาเวียดนาม" ก็คือหนึ่งในนั้นค่ะ เหตุผลหลักๆ ก็มีเรื่องการทำธุรกิจ ความคล้ายคลึงกับภาษาบ้านเรา หรือมนต์เสน่ห์ของดินแดนเวียดนาม วันนี้เราเลยจะพาน้องๆ ไปฟังประสบการณ์เรียนภาษา 1 เดือนที่กรุงฮานอย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าค่าครองชีพถูกมาก แต่ประสบการณ์ที่ได้ทำให้เขายิ่งอยากกลับมาพัฒนาภาษาให้ดีขึ้นไปอีกค่ะ ^^
 

ลงสนามจริงครั้งแรกหลังเรียนภาษามา 2 ปี!
 
          “สวัสดีครับ ‘แดน’ อภิสิทธิ์ โสนางรอง นิสิตปี 3 เอกภาษาเวียดนาม คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพิ่งไปเรียนภาษาเวียดนามภาคฤดูร้อนระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยฮานอย (Đại Học Hà Nội) เป็นระยะเวลา 1 เดือนครับ ที่นี่เป็นเหมือนวิทยาลัยด้านภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะ"


 
          “ต้องเล่าก่อนว่าตั้งแต่เรียนมาเอกเวียดนามจนจบปี 2 เราได้สื่อสารแค่ในห้องเรียน แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้สื่อสารในชีวิตจริง ผมและเพื่อนๆ เลยอยากไปเรียนภาคฤดูร้อนที่เวียดนามครับ พอไปปรึกษาอาจารย์ประจำวิชาเอก ท่านก็แนะนำให้ไปเรียนที่ ม.ฮานอย โดยให้อีเมลอาจารย์ประจำฝ่ายกิจการต่างประเทศของทางมหา'ลัยมา แล้วเราก็ติดต่อไปโดยตรงเลยครับ”
 
          "ปีที่แล้วผมและเพื่อนๆ เอกเวียดนามรวม 15 คนเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. - 2 ก.ค. นับเป็นครั้งแรกที่ได้ไปใช้ภาษาเวียดนามถึงประเทศเจ้าของภาษาครับ ตื่นเต้นมากๆ ^^”
 
สนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย (Sân bay quốc tế Nội Bài)
 
 “บุ๋น ฉา” (Bún chả) = ขนมจีนทานกับน้ำซุปและหมูย่าง มีผักเป็นเครื่องเคียง
(อาหารประจำถิ่น)

 
แค่เรียนในห้อง ก็เก็บทักษะได้ครบ

          “ที่นี่เริ่มเรียนเช้ามากก เรียนวันละคาบ จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 07.30 - 11.30 น. (มีพักช่วง 09.00 - 09.30 น.) หลังจากนั้นคือปล่อยฟรี ในคลาสมี 21 คน เป็นกลุ่มพวกผม 15 คน นักศึกษาญี่ปุ่น 3 คน และนักศึกษาจีนอีก 3 คนครับ เพื่อนต่างชาติร่วมคลาสโอเคมากๆ นิสัยดี พูดคุยได้หลายเรื่องและคุยสนุกมาก ไปเที่ยวเล่นกันบ่อย ตรงนี้เลยเป็นโอกาสให้เราได้ใช้ภาษาครับ”


 
          “เนื้อหาที่เรียนตลอดคอร์ส ผมว่าเขาจัดการสอนไว้ดีเลยแหละ เรียนเนื้อหาวันละบท ใน 1 คาบมีทั้งเรียนเนื้อหาในหนังสือ + ฝึกอ่านออกเสียง + ฝึกฟังบทสนทนา + ฝึกพูดบทบาทสมมติตามสถานการณ์ + พูดแสดงความคิดเห็น เขาให้ทำตามโจทย์แต่ละข้อเป็นรายบุคคล และมีอธิบายไวยากรณ์ทุกคาบ บางโครงสร้างเราอาจรู้มาก่อนแล้วบ้างตอนเรียนที่ไทย แต่พอได้ฟังเพิ่มที่นี่ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น แค่เรียนในห้องทุกคนก็ได้ใช้ทักษะการสื่อสารครบเลยแล้วครับ” 
 
          “นอกจากนี้ทุก 2 สัปดาห์จะมี 1 คาบที่ไม่ต้องเรียนหนังสือ แต่ต้องเตรียมนำเสนอ (Thảo luận) ซึ่งในคาบนั้นเราจะได้ทั้งพูดนำเสนอ ตั้งคำถามตอบคำถามครูกับเพื่อนๆ ในห้อง และได้พูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรมกันด้วยครับ ผมคิดว่ามันเปนการเรียน 1 เดือนที่ให้ความรู้แน่น เห็นได้ชัดเลยว่าสกิลฟังและพูดของเราดีพัฒนาขึ้นมากๆ (ใครที่สนใจภาษาเวียดนาม ผมแนะนำหนังสือ ‘Pre-intermediate’ ที่เราใช้เรียนกันตลอดทั้งคอร์สครับ เพราะเนื้อหาดีจริงๆ)” 

         "ถ้าพูดถึงเรื่องภาษา จริงๆ ช่วง 2-3 วันแรกปัญหาที่เจอบ่อยมากคือ เวลาคนท้องถิ่นพูด เราจะมีทั้งฟังไม่ทัน หรือฟังเข้าใจแต่ไม่รู้จะตอบยังไงดี แต่ด้วยความที่เคยเรียนภาษาเวียดนามมาบ้างแล้ว และได้สื่อสารบ่อยๆ ก็จับจุดและคล่องตัวมากขึ้น ผมว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ค่อนข้างสนใจชาวต่างชาติมากๆ ครับ สังเกตได้ว่าตอนขึ้นรถเมล์ นั่ง grab หรือตอนไปซื้อของที่ร้านค้าใกล้ๆ มหา’ลัย พวกคนขายหรือพนักงานจะมาชวนเราคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบบ่อยๆ เราเลยได้ฝึกใช้ภาษาไปด้วย”



 

ค่าครองชีพถูก & ผู้คนเป็นมิตร


         การจราจรในเวียดนามจะดูวุ่นวายหน่อย รถไฟฟ้ายังไม่เปิดใช้เหมือนในกรุงเทพฯ บ้านเรา ระบบขนส่งสาธารณะหลักๆ ของที่นี่ คือ ‘รถเมล์’ ครับ ผมว่าสะดวกสบายมากๆ รู้สึกนั่งแล้วไม่หลงทางสับสน ราคาก็ถูกมาก ประมาณ 7,000 VNĐ หรือประมาณ 10 บาทตลอดสาย ส่วนใหญ่เป็นรถแอร์ รอไม่ค่อยนานด้วยครับ มีเสียงประกาศบอกป้ายตลอดสายเหมือน BTS บ้านเรา”

         "ส่วนใหญ่บนถนนที่ฮานอยจะเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ครับ บีบแตรกันกระหน่ำเลย บางทีบีบจนแทบจะเป็นเพลง ถ้าเป็นช่วงเช้าๆ นี่เหมือนนาฬิกาปลุก 5555 ส่วนการข้ามถนนในเมืองใหญ่ๆ ที่เวียดนาม แรกๆ ก็กลัวนะ เพื่อนบางคนถึงกับกรี๊ด รถมันเยอะมาก แต่จริงๆ เวลาเราจะข้าม เขาก็จะชะลอรถให้เราครับ จริงๆ ระวังไว้ก็ดีแหละ หาจังหวะเหมาะๆ แล้วค่อยข้ามดีกว่า” 




 
          ส่วนเรื่องค่าครองชีพคือหมดห่วงค่ะ เขาเล่าว่าตนหมดเงินไปกับทริปนี้น้อยมาก! “ผมหมดไป 5,825,000 VNĐ หรือราวๆ 8,200 บาทไทยครับ ในจำนวนนี้รวมค่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าหอพัก ค่ารักษาพยาบาล และค่าอินเทอร์เน็ตในหอพักแล้วด้วย”
 
          “สิ่งที่ราคาถูกอย่างเห็นได้ชัดเลยคือเครื่องดื่มครับ ไม่ว่าจะน้ำอัดลม กาแฟ ชานมไข่มุก ฯลฯ ถูกกว่าบ้านเราเยอะ ส่วนหนังสือที่เวียดนามกับค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ถือว่าไม่แพงเกินไป เหมาะกับคนที่อยากฝึกภาษาและหาความรู้ครับ”


 
          “ถ้าพูดถึงพวกร้านสะดวกซื้อและร้านค้าที่หาได้ทั่วไปในฮานอยและเมืองใหญ่ๆ ก็จะมี Circle-K, VinMart, Món Huế ร้านหลังนี้คือร้านฟาสต์ฟู้ดแบบเวียดนามครับ อร่อยมากแต่ราคาสูงกว่าอาหารตามสั่งทั่วไป ส่วนร้าน ‘บุ๋นฉา เฮืองเลียน’ (Bún chả Hương Liên) เป็นร้านที่ประธานาธิบดีโอบาม่ามาทานตอนเยือนเวียดนาม ตัว Bún chả เองรสชาติไม่ต่างกับร้านทั่วไป แต่แหนมทะเลทอด (Nem hải sản) อร่อยมากๆ"


 
          "ตัวอย่างร้านกาแฟและเครื่องดื่มในเวียดนามที่ขึ้นชื่อ คือ Phúc Long, GongCha, กับ  Highland coffee ส่วนห้างสรรพสินค้าก็มีให้เดินหลายที่ เช่น วินกอมโรยัลซิตี้ อีออนมอลล์ และลอตเต้มอลล์ โดยรวมแล้วเราใช้ชีวิตที่ฮานอยได้สะดวกสบายมาก ไม่ลำบากเหมือนที่ผมจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้เลยครับ 555”

          “นอกจากเรื่องเรียน สิ่งที่ผมทำหลังเลิกเรียนของทุกๆ วันคือไป 'ฮาลองเบย์' (Vịnh Hạ Long) ถ้าที่ไปบ่อยสุดก็ถนนคนเดิมริมทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม (Phố đi bộ Hồ Hoàn Kiếm) ซึ่งในวันเสาร์-อาทิตย์เขาจะปิดถนนรอบทะเลสาบไม่ให้รถวิ่งเพื่อทำเป็นถนนคนเดินครับ ย่านนี้มีทุกอย่างเลย ตั้งแต่ห้าง คาเฟ่ ร้านฟาสต์ฟู้ด แล้วย่านนี้อยู่ใกล้โบสถ์ยอแซฟ (Nhà thờ lớn Joseph) โรงละคร และสะพานแดง ก"


เลือกหนังสืออยู่ดีๆ ก็ได้เพื่อนชาวเวียดนามเพิ่ม
คุยเป็นชั่วโมงจนได้แลก Contact กัน
 
ตอนไปเที่ยวฮาลองเบย์
ฉลองกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นหลังปิดคอร์ส
 
หลังจบคอร์สมีจัดงานเล็กๆ
เพื่อรับใบประกาศและใบแสดงผลการเรียน

 

กู้คืนกำลังใจที่เคยหดหาย
 

          “การอยู่ที่นี่ผมเรียกว่าอะเมซิ่งมากๆ ได้เจอหลายมุมในฮานอยครับ จริงๆ อาจจะเจอเรื่องไม่ประทับใจบ้างแหละ แต่โดยรวมแล้วโอเค และเราเลือกจะซึมซับแต่อะไรดีๆ"

          "สิ่งที่ผมได้จากการไปเรียนภาษาครั้งนี้ คือความรู้และเพื่อนต่างชาติ ได้ไปใช้ชีวิตกับเพื่อนในเอกจนเหมือนได้พักผ่อนช่วงปิดเทอมในตัว ที่สำคัญคือผมได้มาเติมกำลังใจในการเรียนให้ตัวเองด้วยครับ เพราะเอาจริงๆ ตลอดเวลาที่เรียนภาษาเวียดนามมา 2 ปี คนเรียนด้านนี้น้อย คนภายนอกก็จะแปลกใจ มาตั้งคำถามแง่ลบมาตลอด จนเราแอบรู้สึกไม่ดีหรือหมดกำลังใจบ้างครับ แต่พอกลับจากคอร์สนี้ ผมมีกำลังใจและภูมิใจกับสิ่งที่เรียนมากขึ้น รู้สึกอยากเก็บเกี่ยวความรู้ด้านนี้เพิ่มให้เก่งขึ้นไปอีก”
 
          “สำหรับใครที่อยากเรียนภาษาเวียดนาม หรือเรียนเอกนี้อยู่ แล้วอยากไปเรียนเพิ่มที่เวียดนาม ผมขอฝาก ม.ฮานอยด้วยนะครับ หรือถ้าใครสนใจเรียนต่อเอกเวียดนาม ในไทยก็เปิดอยู่หลายมหา’ลัย ไม่ว่าจะเป็น มศว ที่ผมเรียนอยู่ (แต่ตอนนี้ มศว ปรับเป็นเอกคู่หลักสูตรนานาชาติ อังกฤษ-เวียดนาม แล้ว เป็นเอกคู่ที่น่าสนใจมากๆ) หรืออย่าง ม.มหาสารคาม กับ ม.อุบลฯ ก็เปิดสอนเป็นวิชาเอกเช่นกันครับ”


          แม้เจ้าตัวบอกว่าตนไปลงคอร์สเรียนภาษา แต่การได้ไปสัมผัสประสบการณ์ในเวียดนามครั้งนี้ก็เหมือนได้ผ่อนคลายช่วงปิดเทอมเลยค่ะ ถ้าใครอยากลองเรียนหรือเที่ยวในถิ่นที่บรรยากาศดี กับผู้คนที่เป็นมิตรเหมือนกับค่าครองชีพ ลองปัดหมุดแดนเฝอไว้เป็นตัวเลือกในใจก็ได้นะคะ และหากชาว Dek-D คนไหนเคยไปมาแล้ว พี่อยากชวนมารีวิวให้ฟังหน่อยค่ะว่าเจอมุมไหนของเวียดนามมาบ้าง พี่เชื่อว่าเรื่องราวของน้องๆ จะช่วยให้อีกหลายคนที่กำลังลังเล สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอนค่ะ :)  
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

7 ความคิดเห็น

Lalayoungjae 12 มี.ค. 62 22:29 น. 1

ดีจังเลยค่ะ สนับสนุนให้ตั้งใจแบบนี้ต่อไปนะคะสู้ๆ

เรียนด้านมีมาเหมือนกันแล้วก็เจอปัญหาคำถามเหล่านี้จากคนรอบข้างเยอะเหมือนกันเลยค่ะ55555แต่ก็ไม่ได้สนใจ

จริงๆแล้วคนที่รู้ภาษาที่3อย่างเวียดนามนี่เป็นที่ต้องการของตลาดงานมากๆเลยนะคะ เพราะนักลงทุนไทยเองก็ไปลงทุนที่เวียดนามเยอะมาก แต่เขาต้องการคนไทยที่รู้ภาษาเวียดนามเพื่อทำงานให้บริษัทไทยมากกว่าคนเวียดนามที่เรียนภาษาไทย ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์ค่า สนุกมากเลย

1
กำลังโหลด
abhisit 13 มี.ค. 62 20:59 น. 2-1

ที่เวียดนามมีหลายๆอย่างน่าสนใจเยอะเลยครับ ขอให้เรียนที่เวียดนามอย่างมีความสุขนะครับ หรือไว้มาแชร์ประสบการณ์ให้ได้อ่านด้วยนะครับ

0
กำลังโหลด
abhisit 13 มี.ค. 62 21:01 น. 3-1

ตอนนี้ผมเป็นรุ่นสุดท้ายของหลักสูตรภาคปกติ มศว ครับ ไม่แน่อาจจะกลับมาเปิดใหม่ก็เป็นไปได้ครับ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Kap 25 เม.ย. 62 12:42 น. 5

ผมชอบภาษาเวียดนามมากน่าเสียดาย มศว ไม่หน้ายุบไปเป็นเอกคู่เลยใจก็อยากจะเรียนเอกคู่แต่ก็คงไม่ไหว แต่ตอนนี้มหาลัยที่เปิดสอน ป.ตรี เหลือไม่กี่ที่เอง มีแต่ไกลๆทั้งนั้น

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด