หากน้องๆ ชาว Dek-D คนไหนที่ได้ตามวงการ K-POP จะรู้เลยว่ากว่าที่จะเดบิวต์เป็นไอดอลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางทีแค่เก่งหรือหน้าตาดีอย่างเดียวก็ไม่พอ แต่มันมีปัจจัยอีกหลายอย่างในการผลิตศิลปินคนนึงเพื่อเข้าสู่วงการเพื่อให้ผู้คนยอมรับ และยิ่งกับการเป็นไอดอลเกาหลีแล้ว ยิ่งเพอร์เฟ็กต์เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ซึ่งความสมบูรณ์แบบนั้นก็อาจจะเหมารวมไปถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเองด้วย เพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่าวงการบันเทิงเกาหลีนั้นมีการแข่งขันสูงมาก หากใครมีประวัติที่ไม่ดีมาก่อนก็อาจจะโดนขุดขึ้นมาแฉได้ และเมื่อเรื่องถึงปากชาวเน็ตเกาหลีเมื่อไหร่ พูดเลยว่าอาจจะไม่ได้เกิดกันเลยทีเดียว
ที่ผ่านมามีประเด็นเรื่องพฤติกรรมอื้อฉาวในอดีตของเด็กฝึกจากรายการผลิตไอดอลชื่อดังหลายคนได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากเนติเซน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งในโรงเรียน การคุกคามทางเพศ และการเสพยาเสพติด ซึ่งแต่ละกรณีถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากสำหรับการเป็นไอดอลหรือศิลปินที่ควรจะมีภาพลักษณ์เป็นตัวอย่างที่ดีในฐานะคนสาธารณะ ถึงแม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่เคยทำในอดีตและตอนนี้อาจจะกลับตัวกลับใจแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับผลชะตากรรมของตัวเอง
อย่างล่าสุดเด็กฝึกจาก JYP ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของวงการบันเทิงเกาหลี ‘ยุนซอบิน’ ที่ได้เข้าร่วมแข่งกันในรายการเซอร์ไววัลแห่งชาติอย่าง PRODUCEX101 ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในกรณีพฤติกรรมอื้อฉาวของตัวเองสมัยอดีตในรั้วโรงเรียน เมื่อมีชาวเน็ตที่อ้างว่าเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาได้ออกมาแฉในทวิตเตอร์ว่า ซอบินนั้นเคยชื่อ ‘ยุนบยองฮวี’ เป็นคนที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการใช้ความรุนแรง อยู่ในแก๊งอันธพาล แถมเคยกลั่นแกล้งเพื่อนในโรงเรียนเป็นประจำ เพื่อนร่วมห้องคนนั้นได้งัดหลักฐานทั้งรูปขณะที่ซอบินดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของซอบินที่มักใช้คำหยาบคายเป็นประจำ และนั่นทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจที่คนไม่ดีในวันนั้นกำลังจะกลายเป็นคนดังในวันนี้ เธอจึงเรียกร้องให้เขาลาออกจากรายการซะ
และล่าสุดค่ายต้นสังกัด JYP ได้ออกมาประกาศยุติสัญญากับยุนซอบิน รวมถึงตัวเค้าเองก็ประกาศลาออกจากการแข่งขันรายการนี้อีกด้วย แม้ว่าจะไม่มีการยอมรับว่าเรื่องฉาวๆ ที่มีคนออกมาแฉนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามทางตัวยุนซอบินเองก็ได้ออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยอมรับว่าในอดีตเคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจริงๆ ฟากแฟนคลับก็เรียกว่าช็อกกับเรื่องของเค้าไปไม่น้อยเลยล่ะ (พี่คนนึงแหละ ช็อกมากก) เพราะกระแสของน้องในรายการกำลังมาเลยจริงๆ แอบเสียดาย แต่ก็ต้องยอมรับผลการกระทำของตัวเองเนอะ
ความจริงแล้วกรณีของซอบินนั่นไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นก็มีเด็กฝึกจากรายการ Produce101 ในซีซั่นที่ 2 ก็มีเด็กฝึกที่ต้องลากกระเป๋ากลับบ้าน เพราะถูกออกมาแฉเรื่องพฤติกรรมที่ไม่ดีในอดีตของตัวเอง
ฮันจงยอน อดีตเด็กฝึกจากค่าย Maroo Entertainment (ค่ายเดียวกับ พัคจีฮุน Wanna One) ที่ต้องถอนตัวจากรายการหลังจากมีคนออกมาแฉว่า เขามีพฤติกรรมที่ไม่ดีสมัยเด็ก ยกตัวอย่างเช่น เคยรังแกเพื่อนสมัยเรียนประถม เคยบังคับให้เพื่อนชกต่อยกัน เคยขังเพื่อนเอาไว้ในห้องไม่ให้ไปกินอาหารกลางวัน และเคยบังคับเพื่อนร่วมชั้นให้ช่วยตัวเองในที่สาธารณะ นอกจากนี้แล้วเพื่อนร่วมชั้นของฮันจงยอนได้อัปโหลดภาพแชทหลักฐานของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่ร่วมกันแฉว่า ฮันจงยอนเคยทำทรัพย์สินของโรงเรียนเสียหาย และยังเคยทะเลาะกับเพื่อนต่อหน้าครูในชั้นเรียนอีกด้วย จนในที่สุดเขาก็ได้ลาออกจากรายการ แต่อย่างไรก็ตาม ทางค่าย Maroo ก็ได้ออกมาบอกว่าฮันจงยอนยอมรับว่าเคยมีพฤติกรรมไม่ดีในอดีตจริงๆ แต่เรื่องบังคับให้คนอื่นสำเร็จความใครนั้นไม่ใช่เรื่องจริง … แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันแล้วล่ะ
ไม่ใช่แค่ฮันจงยอนที่มีประเด็นอื้อฉาวระหว่างแข่งรายการ Produce101 เพราะหลังจากนั้น ‘ฮามินโฮ’ อดีตเด็กฝึกจากค่าย The Vibe Label ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ หลังจากมีผู้หญิงคนหนึ่งได้ออกมาแฉข้อความที่เขาแชทกับเธอในเชิงชู้สาวระหว่างถ่ายทำรายการ (ออกแนว 18+) หลังจากข่าวออกไป หลายคนเสียดายฮามินโฮกันเยอะมาก เพราะเค้าเป็นอีกคนที่มีความสามารถมากเลย และในรายการตอนนั้นกำลังไปได้ดีเลยล่ะ แถมชนะการแข่งขันแร็ปในรอบ position จนได้ที่ 1 ของทีมไปครอง แต่สุดท้ายก็ถูกสกัดดาวรุ่งซะก่อนจนต้องลาออกจากการแข่งขันไป
แต่กับกรณีของมินโฮนั้น พี่รู้สึกเห็นใจตรงที่เรื่องราวทั้งหมดที่ถูกแฉนั้นไม่ใช่เรื่องจริง! เพราะหลังจากรายการจบไปประมาณครึ่งปี คู่กรณีที่เคยออกมาแฉได้ออกมายอมรับว่าเค้าสร้างเรื่องขึ้นมาและมินโฮไม่ได้ทำแบบนั้นอย่างที่เธอเคยออกมาแฉ … รู้สึกพูดไม่ออกเลยครับ คือทำลายความฝันของเด็กคนนึงเลยนะ //เห้อ
ถัดมาที่เด็กฝึกจากรายการ Idol School รายการเพื่อค้นหาเกิร์ลกรุ๊ปวง Fromis_9 ก็เคยมีประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมในอดีตของเด็กฝึกคนหนึ่ง ‘ซมฮเยอิน’ กับกรณีทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมชั้นอย่างโหดร้าย
ต้องบอกว่าในการแข่งขัน ep แรก ซมฮเยอินก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูไม่น้อยเลยครับ คือเธอมาแข่งรายการเพื่อค้นหาไอดอล แต่กลับร้องเพลงไม่ได้ พอมีคลาสแข่งเต้นเธอก็ไม่สามารถเต้นได้ จนเพื่อนๆ ในรายการต่างเป็นงงและสงสัยว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ และจู่ๆ เธอก็ลาออกจากการแข่งขันไป พร้อมบอกว่าเธอกำลังประสบปัญหาสุขภาพเนื่องจากเป็นโรคคลั่งผอม จึงไม่สามารถแข่งขันต่อในรายการได้ แต่นั่นก็ไม่ทำให้หลายคนเชื่อย่างปักใจ เพราะว่าหลังจากรายการออนแอร์ไปไม่กี่วัน ก็มีเพื่อนร่วมชั้นของเธอได้ออกมาแฉว่า เธอเคยถูกซมฮเยอินทำร้ายร่างกาย
เหยื่อผู้เคราะห์ได้ออกมาแฉว่า ฮเยอินได้พาเธอไปที่ห้องคาราโอเกะแล้วเอาไมโครโฟนทุบตีตลอด 3 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังบังคับให้เธอนั่งคุกเข่าลงบนพื้นที่มีน้ำลาย และใช้รองเท้าส้นสูงเหยียบลงบนตัวเธออีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามซมฮเยอินก็ได้ออกมาโต้กลับว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง แถมยังบอกว่าเธอก็เป็นเหยื่อที่ถูกรังแกเหมือนกัน แต่นั่นก็เหมือนจะเป็นเรื่องจ้อจี้ เพราะเพื่อนของเธอคนนั้นได้งัดหลักฐานชิ้นสำคัญทั้งภาพแชทสนทนาระหว่างเธอและซมฮเยอิน และคลิปเสียงที่ฮเยอินบอกว่า ที่ต้องตอบปฏิเสธไปแบบนั้น เพราะค่ายต้นสังกัดบังคับให้พูดแบบนั้นต่างหาก … สรุปคือก็ยอมรับว่าทำจริงๆ นั่นแหละ
ปิดท้ายที่เรื่องราวของ ‘คิมเซฮุน’ ที่ถึงแม้จะไม่ได้มาจากรายการแข่งขันเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เค้าก็เป็นเด็กฝึกที่ถูกวางตัวให้เดบิวต์ในทีมเดียวกับ ‘แพจินยอง Wanna One’ แต่หลังจากเปิดตัวว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของ CIX เพียงไม่ทันข้ามวัน ก็มีคนออกมาแฉพฤติกรรมของคิมเซฮุนในโรงเรียนสมัยมัธยมต้น ตั้งแต่เรื่องการกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมชั้น มีพฤติกรรมหยาบคายกับคุณครู เคยทำลายข้าวของโรงเรียนจนเสียหาย และยังถูกขุดคุ้ยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่เคยโพสต์ภาพไม่เหมาะสม เช่น ภาพถุงยางอนามัย ชูนิ้วกลาง ภาพมือเลอะของเหลวสีขาว เป็นต้น จนในที่สุดทางค่ายต้นสังกัดก็ได้ออกมประกาศว่าคิมเซฮุนได้ขอถอนตัวออกจากทีมเดบิวต์ พร้อมขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต แม้ว่าบางเรื่องอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ตาม
“ถึงเดบิวต์แล้ว แต่ถ้าทำผิดกฎก็อยู่ร่วมกันไม่ได้”
ปิดท้ายที่ข้อความของ พัคจินยอง ประธานค่าย JYP กันบ้าง หลังจากที่กรณีของหนุ่มยุนซอบินอื้อฉาว หลายคนต่างนึกถึงคำพูดของลุงผักที่เคยโพสต์ไว้ในอินสตาแกรมส่วนตัวในช่วงเทศกาลชูซอกในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎระเบียบของค่ายกับศิลปินรวมถึงเด็กฝึก โดยใจความส่วนหนึ่งลุงผักได้บอกไว้ว่า
“บริษัทของเรามีกฏที่ตั้งไว้เอง และเราพยายามที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยการยึดหลักในกฎนี้เสมอ ศิลปินของเราจำเป็นต้องดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นเด็กฝึกหัดของค่าย สำหรับคนที่ยังคงฝ่าฝืนกฏต่างๆ ถึงแม้จะเดบิวต์แล้วแต่ทำผิดกฎก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ผมอยากขอบคุณศิลปินทุกคนและผมรู้สึกภาคภูมิใจในพวกคุณมากที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาร่วมกัน”
จากข้อความของลุงผักก็เหมือนเป็นการยืนยันแล้วเนอะว่าภาพลักษณ์ของไอดอลนั้นสำคัญจริงๆ ยิ่งกับค่าย JYP ที่ขึ้นชื่อว่าศิลปินทุกคนล้วนเป็นของจริง ทุกคนนอกจากจะเก่งแล้วต้องเป็นเด็กดีถึงจะอยู่ในค่ายได้ และสำหรับกรณีของหนุ่มซอบิน อดีตเด็กฝึกค่าย JYP ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้ ก็น่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเด็กฝึกและศิลปินคนอื่นๆ ในค่ายและอาจจะรวมถึงคนอื่นๆ ในวงการนี้ด้วย แม้จะเคยทำพลาดมาก่อน มันก็ย่อมให้อภัยได้ แต่ถ้ามีความฝันอยากเป็นศิลปินไอดอล มันก็ต้องยอมรับในจุดนี้ด้วยเพราะภาพลักษณ์มันสำคัญจริงๆ
Source:







5 ความคิดเห็น
เท่าที่อ่านเคสของฮามินโฮ สามารถฟ้องร้องกลับได้น่ะ ข้อหากล่าวอ้างเท็จ
สมควรแล้ว
เราว่าทุกคนก็ได้เรียนรู้แล้วว่าเรื่องที่เคยทำมันผิด แต่ว่าอดีตมันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถึงน้องๆ จะเรียนรู้แล้ว แต่ผลจากที่ส่งที่กระทำมา มันก็แสดงผลออกมาในวันที่เราเริ่มต้นใหม่เสมอ
เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกนะ ที่ค่ายทำแบบนี้
คนเลวร้ายมากๆ ไม่ควรจะประสบความสำเร็จ
ไม่งั้นคนไม่ดีทั้งหลายก็จะมีข้ออ้างว่า "ถึงฉันทำตัวแบบนี้ฉันก็ยังประสบความสำเร็จได้" จะพาลให้ไม่รู้จักกลับตัวกันซะเปล่าๆ
...
เฮ้อ