อันยองครับน้องๆ ชาว Dek-D … เวลาว่างมีใครชอบนั่งดูคลิปใน Youtube บ้างมั้ยครับ? ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้มีคอนเทนต์น่าสนใจเยอะมากๆ เพราะไม่ว่าใครก็สามารถเป็นยูทูบเบอร์ได้ทั้งนั้น ไม่ได้จำกัดแค่คนดังเท่านั้นถึงจะได้รับความสนใจ โดยเฉพาะพวกคลิปรีวิวต่างๆ ไม่ว่าจะอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ของใช้ เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งของเล่นเด็ก ที่ช่วงหลังมาแรงมากกก และแต่ละคลิปคือยอดวิวสูงมากๆ
วันนี้ พี่วุฒิ จะพาทุกคนไปรู้จักยูทูบเบอร์เด็กเกาหลีวัย 6 ขวบที่รีวิวของเล่นจนได้ดิบได้ดี (ไม่สิ! ต้องบอกว่าตอนนี้รวยมากๆ เลยล่ะ) อีกทั้งยังขึ้นหึ้งเป็นอันดับ 1 ยูทูบเบอร์ที่มีคนติดตามมากที่สุดในประเทศอีกด้วย บางคนอาจจะเคยดูมาบ้าง แต่ถ้าใครยังไม่รู้จัก ตามมาทางนี้เลยครับ
ใครที่ชอบดูพวกรีวิวของเล่นอาจจะคุ้นหน้าค่าตากับหนูน้อยเกาหลีวัย 6 ขวบ ‘น้องโบรัม’ ที่โด่งดังจากการทำคลิปรีวิวของเล่นเด็ก รวมถึงรีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี ซึ่งต้องบอกว่าบางคลิปมีคนดูมากกว่า 390 ล้านวิวเลยทีเดียว และแชนเนลของโบรัมก็ไม่ได้มีแค่อันเดียวด้วยนะครับ เพราะเธอมีถึง 2 ช่อง คือ Boram Tube ToysReview [보람튜브 토이리뷰] ช่องนี้จะเน้นการรีวิวของเล่นเป็นหลัก ตอนนี้มีคนกดติดตามถึง 13.8 ล้านคนเลยทีเดียว ส่วนอีกช่องก็คือ Boram Tube Vlog [보람튜브 브이로그] อันนี้จะเป็น Vlog เน้นโชว์ไลฟ์สไตล์ของน้องโบรัมและครอบครัวว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง บางวันก็ต้มรามยอน บางวันก็ขับรถของเล่น ตั่งต่าง (เอาจริงก็เป็นการรีวิวของอยู่ดีแหละเนอะ) สำหรับแชนเนลนี้ยอดคนกดซับก็ไม่ธรรรมดาเช่นกัน ตอนนี้ฟาดไปถึง 18.5 ล้านคนแล้ว ต้องบอกว่าเป็นช่องที่มีคนกดติดตามมากที่สุดในบรรดายูทูบเบอร์ของเกาหลีในตอนนี้อีกด้วยนะ (ถ้านับรวม 2 ช่องก็มียอดซับถึง 32 ล้านคนเลยทีเดียว OMG!)
คลิปรีวิว ต๊อกบกกี มียอดวิว 390 ล้านวิว
จริงๆ เราก็ต้องยอมรับว่าการทำคอนเทนต์รีวิวในปัจจุบัน มันมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ยิ่งกับยูทูบเบอร์คนไหนที่มีคนกดติดตามเยอะๆ หรือมีคอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจ แบรนด์ต่างๆ ก็อยากจะจ้างรีวิวสินค้า เช่นเดียวกับช่องของโบรัมที่มีของเล่นเด็ก รวมถึงรามยอน ต๊อกบกกีมาให้รีวิวแบบไม่ขาดสาย ซึ่งจากสถิติที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ Social Blade พบว่า ในแต่ละเดือนน้องโบรัมมีรายได้เฉลี่ยที่ได้รับจากการีวิวสูงถึง 3.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถ้าเทียบเป็นเงินไทยก็ตกเดือนละประมาณ 95 ล้านบาทเบาๆ แค่นั้นเองครับ (คุณพระ!)
และล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา Maeil Business Newspaper สื่อหนังสือพิมพ์ธุรกิจชื่อดังของเกาหลีได้รายงานว่า บริษัท Boram Family ของครอบครัวน้องโบรัม ได้ทำการซื้อตึกหรู 5 ชั้น ในย่านชองดัมดง เขตคังนัมในกรุงโซล (ย่านเศรษฐีของคนเกาหลี มีค่ายเพลงดังๆ ตั้งอยู่ เช่น SM, FNC และ ตึกเก่าของ JYP เป็นต้น) ซึ่งตึกนี้มีมูลค่าสูงถึง 8.06 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 250 ล้านบาท และหลังจากข่าวออกไปก็กลายเป็นเรื่องฮือฮา เพราะว่าตึกนั้นมีราคาสูงมากๆ ถ้าเทียบกับอายุของน้องแค่เพียง 6 ขวบ แต่เอาจริงพวกเค้าก็รู้อยู่แล้วแหละว่าไม่ใช่ตัวน้องที่เป็นคนซื้อเองสักหน่อย แต่เป็นพ่อแม่ของน้องต่างหากล่ะ
ส่องความเห็นของคนเกาหลีจากข่าวการซื้อตึกหรูของน้องโบรัม
หลังจากข่าวเรื่องน้องโบรัมซื้อตึกหรูเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เนติเซนเกาหลีก็ได้หยิบยกประเด็นฉาวของพ่อแม่น้องที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อหาเมื่อปี 2017 เรื่องบังคับใช้แรงงานน้องโบรัมขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นคลิปที่น้องโบรัมขโมยเงินจากกระเป๋าสตางค์ของพ่อ รวมถึงทำลายข้าวของ หลายคนจึงบอกว่าที่น้องแสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมาอาจเป็นเพราะว่าตกอยู่ในภาวะเครียดที่ถูกบังคับให้รีวิวของ จนสุดท้ายก็ต้องลบคลิปนั้นออกไป ซึ่งทางผู้ปกครองของน้องก็ได้ออกมาขอโทษขอโพยสังคมไปแล้ว
แต่อย่างไรก็ตามประเด็นยูทูบเบอร์เด็กก็ยังถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง เพราะว่าในปัจจุบันในเกาหลีนั้นมีเด็กที่ทำคลิปลงยูทูบเยอะมาก ถ้าลองดูลิสต์อันดับแชนเนลที่มีคนกดติดตามมากที่สุดในแดนกิมจิ จาก 20 อันดับ ก็เป็นแชนเนลคอนเทนต์เด็กไปเกินครึ่งแล้ว อีกทั้งผลการสำรวจโรงเรียนประถมทั่วเกาหลีเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ยูทูบเบอร์กลายเป็นอาชีพใหม่ที่ติดในอาชีพ Top 5 ที่เด็กประถมเกาหลีใต้อยากเป็นมากที่สุดอีกด้วย (1.นักกีฬา 2.ครู 3.หมอ 4.เชฟ 5.ยูทูบเบอร์) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าจะมีคนเป็นกังวลถึงสวัสดิภาพของยูทูบเบอร์เด็กเกาหลีที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น และมองว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่ควรจะมีการออกกฎควบคุมแชนเนลเด็กให้เข้มงวดมากขึ้น
ส่วนตัวพี่ก็รู้สึกว่าเห็นด้วยนะว่าควรมีการออกกฎเป็นเรื่องเป็นราว จากเท่าที่ดูข่าวก็มียูทูบเบอร์เด็กหลายคนเลยล่ะที่ไม่ได้อยากทำคลิปเอง แต่ถูกผู้ปกครองบังคับให้ทำ (ถ้าไม่ทำก็อาจโดนทำร้ายร่างกายอีก ;__; ) ผู้ปกครองบางคนก็สนใจแต่ยอดวิว ยอดซับ จนบางทีก็ไม่ได้สนใจว่าลูกของตัวเองนั้นจะรู้สึกอย่างไร
อย่างเดือนก่อนก็มีข่าวดราม่ายูทูบเบอร์เด็กถูกพ่อแม่บังคับให้กินปลาหมึกยักษ์ตัวเป็นๆ ที่หนักถึง 10 กิโลกรัม จนเนติเซนออกมาแหกและสุดท้ายก็จบปัญหาด้วยการขอโทษและลบคลิป แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายข้อไหนที่สามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ จริงๆ ถ้าเด็กรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำด้วยก็คงไม่น่าเป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าถูกบังคับนี่สิ ;__; ยังไงก็ตามเราก็ต้องมาจับตาดูกันต่อเนอะว่าจะมีวิธีจัดการอย่างไรบ้าง
อย่างเดือนก่อนก็มีข่าวดราม่ายูทูบเบอร์เด็กถูกพ่อแม่บังคับให้กินปลาหมึกยักษ์ตัวเป็นๆ ที่หนักถึง 10 กิโลกรัม จนเนติเซนออกมาแหกและสุดท้ายก็จบปัญหาด้วยการขอโทษและลบคลิป แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายข้อไหนที่สามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ จริงๆ ถ้าเด็กรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำด้วยก็คงไม่น่าเป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าถูกบังคับนี่สิ ;__; ยังไงก็ตามเราก็ต้องมาจับตาดูกันต่อเนอะว่าจะมีวิธีจัดการอย่างไรบ้าง
Sources:






0 ความคิดเห็น