ถ้าน้องๆ ชาว Dek-D ที่ได้ตามข่าวอยู่เรื่อยๆ อาจจะรู้มาบ้างว่าปีนี้เกิดเหตุการณ์ไฟป่าบ่อยครั้งในหลายๆ ประเทศ อย่างเมื่อช่วงเมษายนก็มีข่าวไฟไหม้ที่เกาหลีซึ่งดังมากๆ หรือในประเทศไทยของเราเมื่อเดือนช่วงต้นเดือนก็มีข่าวไฟป่าพรุควนเคร็ง ที่จ.นครศรีธรรมราช และล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์นี้อีกครั้งที่ ‘ป่าแอมะซอน’ ซึ่งนับเป็นป่าดิบชื้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้กันมาบ้างว่า ‘แอมะซอน’ เป็นป่าดิบชื้นเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งพื้นที่ป่าเกิน 60% ตั้งอยู่ในประเทศบราซิล และยังครอบคลุมพื้นที่ในประเทศอื่นๆ ได้แก่ เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ โบลิเวีย กายอานา ซูรินาม และเฟรนช์เกียนา ซึ่งรวมๆ แล้วกินพื้นที่ทั้งหมด 5.5 ล้านตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีต้นไม้อีกประมาณ 390 พันล้านต้นรวมถึงพันธุ์ไม้อีกประมาณ 16,000 ชนิด ป่าแอมะซอนจึงนับว่าเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก หลายคนจึงเรียกป่านี้ว่าเป็น ปอดของโลก เพราะว่าเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่ใหญ่จริงๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็นป่าก็มักจะมีเรื่องไฟไหม้ตามมาด้วย ซึ่งป่าแอมะซอนเองก็เจอกับปัญหานี้เช่นกันในทุกๆ ปีเช่นกัน แต่สำหรับปีนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์เลยก็ว่าได้ น้องๆ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าความจริงแล้วไฟได้ไหม้ป่าแอมะซอนติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้วนะครับ แต่กลับไม่ค่อยมีการรายงานข่าวออกมามากนัก อีกทั้งทางรัฐบาลบราซิลบอกว่า "เหตุการณ์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น" ในขณะที่ทางศูนย์วิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิล (Inpe) ได้รายงานสถานการณ์ในครั้งนี้ว่ามันรุนแรงมากๆ ถือว่าเป็นสถิติใหม่ด้วยซ้ำ เพราะถ้านับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ พบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นมากกว่า 72,000 จุดแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับปี 2018 พบว่ามันเพิ่มขึ้นมาจากช่วงเวลาเดียวกันเกือบเท่าตัวด้วยซ้ำ
พูดถึงสาเหตุหลักของเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าในครั้งนี้ มีหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งตัวป่าเองที่มีอากาศร้อน แห้งแล้งเพราะฝนไม่ตกมานานถึง 3 เดือน จึงทำให้เกิดไฟป่าง่าย แต่ที่น่าเศร้าที่สุดก็เกิดจากมนุษย์เรานี่แหละครับ ทั้งตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงการจุดไฟเผาป่าของคนในพื้นที่นั่นเอง (เห้อ)
จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแค่เพียงเท่านั้น ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดในหลายภูมิภาคของบราซิลอีกด้วย อย่างเมื่อช่วงวันจันทร์ที่ 19 สิงหาที่ผ่านมาก็ได้เกิดปรากฎการณ์ท้องฟ้ามืดครึ้มในตอนกลางวัน ในนครเซาเปาโลจนหลายคนตื่นตระหนกกัน (แต่ก็น่าจะรู้แหละว่าเป็นผลกระทบจากไฟป่า)
Just a little alert to the world: the sky randomly turned dark today in São Paulo, and meteorologists believe it’s smoke from the fires burning *thousands* of kilometers away, in Rondônia or Paraguay. Imagine how much has to be burning to create that much smoke(!). SOS pic.twitter.com/P1DrCzQO6x
— Shannon Sims (@shannongsims) August 20, 2019
ต้องบอกว่าปีนี้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าทั่วโลกจริงๆ และก็ได้สร้างผลกระทบรวมถึงปรากฎการณ์แปลกๆ ที่เราเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น อย่างของไทยเมื่อตอนช่วงต้นปีที่เกิดฝุ่นควันปกคลุมในอากาศ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากไฟป่านี่แหละ จะเห็นว่าจากหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พี่ว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะที่เราต้องใส่ใจกับเรื่องนี้แบบจริงจังสักที เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ และก็ไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือเรื่องของเราทุกคน...
Sources:




0 ความคิดเห็น