สงสัยกันมั้ยว่า TCAS รอบ 3 เรามีคะแนนอยู่ในมือแล้ว แต่จะเอามาทำเป็นคะแนนยังไง ยิ่งดูคะแนนย้อนหลังก็ยิ่งสับสน เพราะคะแนนแต่ละมหาวิทยาลัยไม่เท่ากันเลย
ไม่ต้องแปลกใจค่ะ การรับใน TCAS รอบ 3 มหาวิทยาลัยมีอิสระในการวางเกณฑ์คัดเลือกและระบบการคำนวณคะแนนก็แตกต่างกัน วันนี้พี่มิ้นท์จะมารวบรวมพร้อมแนะนำวิธีคิดคะแนนในเวอร์ชั่นที่คำนวณด้วยตัวเองค่ะ เพราะในรอบ 3 นี้ เราไม่สามารถคำนวณโดยใช้โปรแกรมรอบ 4 ได้นะคะ เพราะเกณฑ์คัดเลือกต่างกัน และข้อมูลคะแนนสูงสุดต่ำสุดก็ใช้กับรอบ 3 ไม่ได้เช่นกันค่ะ เอาล่ะ ไปเริ่มดูวิธีคิดคะแนนกันเลย
ไม่ต้องแปลกใจค่ะ การรับใน TCAS รอบ 3 มหาวิทยาลัยมีอิสระในการวางเกณฑ์คัดเลือกและระบบการคำนวณคะแนนก็แตกต่างกัน วันนี้พี่มิ้นท์จะมารวบรวมพร้อมแนะนำวิธีคิดคะแนนในเวอร์ชั่นที่คำนวณด้วยตัวเองค่ะ เพราะในรอบ 3 นี้ เราไม่สามารถคำนวณโดยใช้โปรแกรมรอบ 4 ได้นะคะ เพราะเกณฑ์คัดเลือกต่างกัน และข้อมูลคะแนนสูงสุดต่ำสุดก็ใช้กับรอบ 3 ไม่ได้เช่นกันค่ะ เอาล่ะ ไปเริ่มดูวิธีคิดคะแนนกันเลย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การคิดคะแนนรอบ 3 ของจุฬาฯ คิดง่ายไม่ซับซ้อน และมีองค์ประกอบเพียงแค่ GAT PAT และวิชาสามัญ คิดตามนี้ได้เลย
วิธีการคำนวณ
(1.) นำคะแนนดิบ GAT PAT [คูณด้วย] ค่าน้ำหนัก
(2.) นำคะแนนดิบวิชาสามัญ 9 วิชา [คูณด้วย] 3 และ [คูณด้วย] ค่าน้ำหนัก
ยกตัวอย่าง
จากตัวอย่าง จะใช้ 4 องค์ประกอบคือ PAT 1 คณิตศาสตร์ วิชาสามัญ วิชาภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ อย่างละ 25%
1. คะแนน PAT 1 : นำคะแนนดิบ x ค่าน้ำหนัก (148 x 25) = 3,700 คะแนน
2. คะแนนวิชาภาษาไทย : นำคะแนนดิบ x 3 x 25 (79 x 3 x 25) = 5,925 คะแนน
3. คะแนนวิชาสังคมศึกษา : นำคะแนนดิบ x 3 x 25 (60 x3 x 25) = 4,500 คะแนน
4. คะแนนวิชาภาษาอังกฤษ : นำคะแนนดิบ x 3 x 25 (63 x3 x 25) = 4,725 คะแนน
รวม 18,850 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 30,000 คะแนน)
ม.ธรรมศาสตร์
ม.ธรรมศาสตร์ มีคะแนนเต็ม 300 คะแนน รูปแบบคะแนนและค่าน้ำหนักไม่เท่ากันเลยยยยยยย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ วิธีคิดคะแนนไม่ยากอย่างที่คิด อย่างแรกที่น้องๆ ต้องเตรียมคือ คะแนนของตัวเอง ถ้าเตรียมพร้อมแล้ว ดูระเบียบการให้ตรงกับคณะที่ตัวเองอยากเข้า เพื่อไม่ให้คะแนนคลาดเคลื่อน เพราะผิดสาขา รูปแบบการคิดคะแนนก็อาจต่างกันเลย
วิธีการคำนวณ (เนื่องจากใช้คะแนนไม่เหมือนกัน พี่มิ้นท์ต้องบอกเป็นสูตรกลางเพื่อใช้ได้ทุกคณะ)
(1.) นำค่าน้ำหนัก [หารด้วย] คะแนนเต็มของวิชานั้น
(2.) นำค่าที่ได้จากข้อ (1) คูณด้วยคะแนนดิบของตัวเอง
ยกตัวอย่าง
จากตัวอย่าง จะใช้ 4 องค์ประกอบคือ GAT, PAT 1, PAT 2 และ O-NET ภาษาอังกฤษ
1. คะแนน GAT : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 60 / 300 = 0.2) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.2 x 240 = 48) ดังนั้น GAT ได้ 48 คะแนน
2. คะแนน PAT 1 : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 120 / 300 = 0.4) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.4 x 142 = 56.8) ดังนั้น PAT 1 ได้ 56.8 คะแนน
3. คะแนน PAT 2 : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 60 / 300 = 0.2) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.2 x 135 = 27) ดังนั้น PAT 2 ได้ 27 คะแนน
4. คะแนน O-NET ภาษาอังกฤษ : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 60 / 100 = 0.6) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.6 x 75 = 45) ดังนั้น O-NET ภาษาอังกฤษ ได้ 45 คะแนน
รวม 176.8 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 300 คะแนน)
1. คะแนน GAT : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 60 / 300 = 0.2) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.2 x 240 = 48) ดังนั้น GAT ได้ 48 คะแนน
2. คะแนน PAT 1 : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 120 / 300 = 0.4) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.4 x 142 = 56.8) ดังนั้น PAT 1 ได้ 56.8 คะแนน
3. คะแนน PAT 2 : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 60 / 300 = 0.2) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.2 x 135 = 27) ดังนั้น PAT 2 ได้ 27 คะแนน
4. คะแนน O-NET ภาษาอังกฤษ : นำค่าน้ำหนัก / คะแนนเต็มวิชา ( 60 / 100 = 0.6) และนำผลลัพธ์ที่ได้ X คะแนนตัวเอง (0.6 x 75 = 45) ดังนั้น O-NET ภาษาอังกฤษ ได้ 45 คะแนน
รวม 176.8 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 300 คะแนน)
มหาวิทยาลัยนเรศวร
วิธีการคำนวณคะแนน TCAS รอบ 3 ม.นเรศวร เหมือนรอบ 4 ของ ทปอ. เลย โดยองค์ประกอบมี 4 ส่วน GPAX, O-NET, GAT, PAT รวมกัน 30,000 คะแนน ดังนั้นน้องๆ ที่คำนวณคะแนนรอบ 4 เองได้ก็สามารถคำนวณของ ม.นเรศวรได้เช่น ส่วนใครที่ยังไม่ทราบวิธี ก็ลองมาคิดตามดูค่ะ ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน
วิธีการคำนวณคะแนน
(1) GPAX มีค่าน้ำหนัก 20% คิดโดยการเอาเกรด 6 เทอม [คูณด้วย] 1,500
(2) O-NET มีค่าน้ำหนัก 30% คิดโดยการเอาคะแนน O-NET รวม 5 วิชา [คูณด้วย] 18
(3) GAT PAT เมื่อรวม 2 วิชาจะมีค่าน้ำหนัก 50% คิดโดยการเอาคะแนนดิบของตัวเอง [คูณด้วย] ค่าน้ำหนักได้เลย
ยกตัวอย่าง
จากตัวอย่าง จะมีวิชาหรือเกณฑ์ที่ต้องใช้ 5 อย่างด้วยกัน คือ GPAX, O-NET, GAT, PAT1 และ PAT 5
1. คะแนน GPAX : นำค่าเกรด X 1,500 (3.65 X 1,500) = 5,250 คะแนน
2. คะแนน O-NET : นำคะแนนรวม 5 วิชา x 18 (355 x 18) = 6,390 คะแนน
3. คะแนน GAT : นำคะแนนดิบ X ค่าน้ำหนัก (260 x 10) = 2,600 คะแนน
4. คะแนน PAT 1 : นำคะแนนดิบ x ค่าน้ำหนัก (160 x 20) = 3,200 คะแนน
5. คะแนน PAT 5 : นำคะแนนดิบ x ค่าน้ำหนัก (200 x 20) = 4,000 คะแนน
คะแนนรวม 21,440 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 30,000 คะแนน)
ม.เกษตรศาสตร์
ต้องบอกน้องๆ ก่อนว่า การคิดคะแนนของ ม.เกษตรศาสตร์ มีหลายแบบใน ม.เดียว!! และต่างจากปีที่แล้วเล็กน้อย เมื่อปีที่แล้วใช้เฉพาะวิชาสามัญเป็นเกณฑ์ แต่ปีนี้ บางคณะใช้คะแนน GAT PAT มาคำนวณคะแนนด้วย ต้องดูให้ดีว่าคณะเราใช้วิธีคิดแบบไหน จุดสำคัญคือน้องๆ ต้องดูช่องสุดท้ายว่ากำหนดเกณฑ์คัดเลือกไว้ยังไง พี่มิ้นท์พอจะสรุปมาได้ดังนี้ (ข้อควรระวัง : GPAX และ O-NET ใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะหรือเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่นำมาคิดคะแนน ยกเว้นบางสาขาที่กำหนดให้ใช้ ต้องผ่านขั้นต่ำให้ครบทุกข้อที่กำหนด)
แบบที่ 1 ใช้คะแนนดิบบวกกันได้เลย
รูปแบบนี้ น้องๆ ไม่ต้องไปคูณหรือแปลงผล ถ้าตารางช่องสุดท้ายไม่ได้เขียนอะไร หรือ เขียนว่า "คะแนน GAT PAT และวิชาสามัญ 5 วิชา" แปลว่าสามารถนำคะแนนดิบของเราบวกกันได้เลยค่ะ และการคัดเลือกก็เรียงจากมากไปน้อย ดังนั้นในแต่ละสาขา คะแนนเต็มก็จะไม่เท่ากัน
แบบที่ 2 ใช้คะแนนดิบบวกกัน แต่ GAT PAT ไม่คิดคะแนน
รูปแบบนี้ น้องๆ จะเห็นว่าในตารางมีทั้งการใช้คะแนน GAT PAT และวิชาสามัญ แต่พอไปดูด้านหลังช่องหลังสุด เขียนว่า "คะแนนวิชาสามัญ 4 วิชา (คะแนน GAT PAT เป็นเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ)" แบบนี้หมายความว่า น้องๆ จะต้องมีทั้งคะแนน GAT PAT และวิชาสามัญ แต่คะแนน GAT PAT จะใช้ดูแค่ว่าคะแนนเราผ่านเกณฑ์หรือไม่ ถ้าผ่านแล้ว จะใช้คะแนนวิชาสามัญในการประมวลผล
ยกตัวอย่าง
คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา กำหนดขั้นต่ำให้ผ่านเกณฑ์ค่าเฉลี่ยคะแนนทั้งประเทศวิชา GAT PAT 1 และ PAT 2 แต่ช่องเกณฑ์คัดเลือกบอกว่าใช้คะแนนวิชาสามัญ 7 วิชา (คะแนน GAT PAT เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ) ดังนั้น การคิดคะแนนจะนำคะแนนดิบวิชาสามัญทั้ง 7 วิชามารวมกัน และไปประมวลผล
แบบที่ 3 คิดเป็นสัดส่วนค่าน้ำหนัก
เป็นรูปแบบที่คิดเป็นสัดส่วน จะบอกอยู่ช่องสุดท้ายของตาราง เช่น สาขาเทคนิคการสัตวแพทย์ ระบุว่า คะแนน GAT คิดเป็น 50% และวิชาสามัญ 5 วิชา คิดเป็น 50% หมายความว่าใน 100 คะแนน จะมีคะแนนเต็มส่วนของ GAT 50 คะแนน และคะแนนเต็มในส่วนของวิชาสามัญ 5 วิชา อีก 50 คะแนน เราจึงต้องแปลงคะแนนเต็มจากปกติให้เป็นตามค่าน้ำหนักที่กำหนด ซึ่งสาขาที่มีการกำหนดองค์ประกอบก็อาจใช้เกณฑ์ไม่เท่ากัน
สำหรับสาขาวิชาเทคนิคการสัตวแพทย์ วิธีคิดไม่ซับซ้อน มีวิธีคิดดังนี้คือ
(1.) ทำ GAT ให้เป็น 50 คะแนน ทำได้โดยการเอาคะแนนดิบหาร 6 ไปเลยค่ะ
(2.) ทำวิชาสามัญ 5 วิชาให้เป็น 50 คะแนน ทำได้โดยการรวมคะแนนดิบทั้ง 5 วิชา (เต็ม 500 คะแนน) จากนั้นหารด้วย 10 ก็จะกลายเป็นคะแนนของตนเองในฐาน 50 คะแนน
ตัวอย่าง
จากตัวอย่าง มีวิชาที่ต้องใช้ 2 องค์ประกอบ คือ GAT และ วิชาสามัญ 5 วิชา
1. คะแนน GAT : นำคะแนน GAT หารด้วย 6 (260 / 6) = 43.33
2. คะแนน วิชาสามัญ 5 วิชา : นำคะแนนวิชาสามัญทั้ง 5 วิชา มาบวกกัน และหารด้วย 10 (247 / 10) = 24.7
คะแนนรวม 68.03 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นยังไงกันบ้างคะ เห็นแล้วปวดหัวหงายท้องตึงกันเลยหรือเปล่า จริงๆ แล้ว การคิดก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ยกเว้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ต้องดูเป็นรายคณะ ว่ามีวิธีคิดแบบไหน ดังนั้น ค่อยๆ ดู ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดค่ะ และสำหรับใครที่อยากดูคะแนนย้อนหลังประกอบ พี่มิ้นท์รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันเลย >>คลิก<<







.jpg)
8 ความคิดเห็น
ขอสอบถามวิธีการคิดคะแนนรอบ3 ของม.เกษตรหน่อยค่ะงงเงื่อนไขที่บอกว่าใช้gatpat หรือ4วิชาสามัญอย่างใดอย่างหนึ่งคือคิดคะแนนยังไงหรอคะแล้วใครเป็นคนเลือกหรอคะว่สจะใช้คะแนนอะไร
สาขาชีวเคมีใช่มั้ยคะ ไม่แน่ใจว่าในระบบสมัครจะอยู่คนละรหัสวิชาหรือเปล่า ถ้าคนละรหัสเวลาสมัครไม่มีปัญหาค่ะ แต่ถ้ามีรหัสเดียว ลองสอบถามจากมหาวิทยาลัยดูนะคะ ว่าถ้ามีคะแนนทั้ง 2 ตัว มหาลัยจะดึงคะแนนตัวไหนไปคำนวณ
พี่ค่ะ ขอวิธีคิดคะแนนของศิลปากรได้ไหมค่ะ
อยากได้วิธีคิดคะแนนของมขด้วยค่า
ขอบคุณค่าา
แล้วคะแนน ของธรรมศาสตร์ เต็ม 300 จะไปเทียบกับคะแนน อะไรอ่าครับ
ในเมื่อการคำนวณ ของปีก่อน ไม่เหมือนกันเลย
ใช่เหมือนกันเลย หาวิธีคิดได้ยังอ่ะ
ขอสอบถามวิธีคิดคะแนนของ มช.หน่อยค่ะ
คำนวนคะแนนเพื่อเปรียบบเทียบกับคะแนนสูงต่ำอย่างไรครับ สาขาที่ผมสนใจอยู่ต้องการคะแนน GAT,PAT1,PAT2เท่านั้นครับ
ขออนุญาติสอบถามนะครับ จะยื่นวท.บ. สาขาจุลชีววิทยา ซึ่งในตารางเขาได้กำหนด หน่วยกิต เกรด คะแนนขั้นต่ำของ GAT PAT1 PAT2 และ onet(03) แล้วช่องเกณฑ์พิจารณาการคัดเลือก เขาเขียนว่า GAT PAT1 PAT2 คือคิดตามรูปแบบที่ 1 เลยหรือป่าวครับ เพราะดูเทียบจากคะแนนปีเก่าๆ แล้วงงๆวิธีคิดไปอีก 555