ความฝันของนักเขียนรุ่นใหม่ : นิยายทำมือ ขายนิยายออนไลน์ เริ่มต้นได้อย่างไร ไปดูกัน

ความฝันของนักเขียนรุ่นใหม่
นิยายทำมือ ขายนิยายออนไลน์
เริ่มต้นได้อย่างไร ไปดูกัน 

สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน ณ ปัจจุบัน เราเชื่อว่านักเขียนหลายๆ คนเริ่มได้ยินคำว่า “นิยายทำมือ” หรือ “นิยายขายออนไลน์” มากขึ้น ยิ่งถ้าใครเขียนนิยายอย่างจริงจัง และยึดเป็นอาชีพหลักที่ใช้ดำเนินชีวิต ย่อมต้องเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสองคำนี้มาอย่างแน่นอน และเรามั่นใจว่าหลายๆ คนอยากลองดู 

เส้นทางนักเขียนไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เราเชื่อว่าทุกคนที่ได้ทดลองทำตามความฝันเข้าใจคำนี้ได้ดี แม้เราจะเป็นนักเขียนอาชีพ เคยมีนิยายตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มาแล้ว แต่ทุกครั้งที่เขียนหรือเริ่มต้นเล่มใหม่ มันก็เหมือนการเริ่มใหม่อีกครั้ง และมีแววว่าต้นฉบับของเราอาจไม่ผ่านการพิจารณา และเพราะเหตุผลนี้ ทำให้นักเขียนหลายๆ คน เริ่มหันเหมายังเส้นทางของ “นิยายทำมือ” มากขึ้น 

นิยายทำมือ หรือนิยายที่ตีพิมพ์ด้วยตัวเอง เป็นทางเลือกใหม่ของนักเขียนยุคปัจจุบัน คงเพราะสมัยนี้ การทำเล่มหรือแม้แต่ขายออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตที่ทันสมัย และโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กที่ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว สะดวกสบายมากขึ้น ทำให้นักเขียนสามารถติดต่อ เข้าถึงโรงพิมพ์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านการติดต่อของสนพ. อย่างเช่นสมัยก่อน และเว็บไซต์ลงนิยายต่างๆ ก็มีระบบขายนิยายออนไลน์ที่ตอบสนองความต้องการของนักเขียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องดูอื่นไกล อย่างเว็บเด็กดีเอง ก็มีทั้งขายในระบบแพ็กเกจ (เขียนจบเรื่องจึงขาย) และระบบขายตอนล่วงหน้า (เขียนไปขายไป) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเขียนที่ลงนิยายในเว็บ

ศึกษาการขายเพิ่มเติมได้ที่ :   ระบบขายเด็กดี


 

จุดเริ่มต้นของเส้นทางสาย “นักเขียน - นิยายทำมือ” 

ก่อนจะเข้าสู่ปีค.ศ. 2000 นักเขียนส่วนใหญ่รู้จักแต่คำว่า “สำนักพิมพ์” ถ้าอยากจะเป็นนักเขียนหรือขายนิยายสักเรื่อง พวกเขานึกภาพว่าต้องส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ และรอจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ เมื่อส่งไปแล้ว ต้นฉบับจะผ่านมือบรรณาธิการ ได้รับการตรวจทานแก้ไข ทั้งโครงเรื่อง พล็อตเรื่อง เนื้อเรื่อง พิสูจน์อักษรอย่างละเอียด ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิมพ์ นักเขียนส่วนใหญ่ได้รับเงินเป็น “ค่าลิขสิทธิ์” ตามแต่สำนักพิมพ์นั้นๆ จะกำหนด และมีนักเขียนจำนวนมาก เลือกที่จะลงนิยายในอินเทอร์เน็ต เพื่อให้นิยายได้รับความนิยม เพิ่มยอดขายได้ดีมากขึ้น จนกระทั่งต่อมา สำนักพิมพ์เองก็เล็งเห็นประโยชน์ส่วนนี้ และหันเหมาลงนิยายออนไลน์เพื่อโปรโมตตัวเองเช่นกัน

ในช่วงเวลานั้นเองที่คำว่า “นิยายทำมือ” และ “นักเขียนทำมือ” เริ่มต้นขึ้น นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อกันว่า มันเกิดขึ้นเพราะการถูกปฏิเสธต้นฉบับจากสำนักพิมพ์ เมื่อนักเขียนส่งผลงานไป และไม่ได้รับการตอบรับ พวกเขาไม่อยากละทิ้งผลงานที่ตนเองรัก เลยมองเห็นเส้นทางสายนี้ และคิดได้ว่า เมื่อสำนักพิมพ์ไม่รับพิจารณา พวกเขาพิมพ์เองขายเองก็น่าจะได้ นักวิเคราะห์เชื่อว่าจุดเปลี่ยนสำคัญคือปี ค.ศ. 2010 เมื่อเว็บไซต์ amazon เริ่มเปิดให้ลงขายหนังสือออนไลน์ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นแบบก้าวกระโดดของการเป็นนักเขียนทำมือ 

นักเขียนที่ก้าวมาสู่เส้นทางสายทำมือต่างก็มีเหตุผลส่วนตัว บางคนอยากเขียนอะไรใหม่ๆ ที่สำนักพิมพ์ไม่รับพิมพ์ และคิดว่าแนวนิยายของตัวเอง อาจไม่เข้ากับแนวการตลาดของสำนักพิมพ์ บางคนก็ได้รับการปฏิเสธมาอย่างที่บอกไปข้างต้น และเสียดายผลงานของตัวเอง เมื่อเห็นว่ามีคนอ่านจำนวนหนึ่งในมือ ก็เลยอยากจะลองขายให้กับคนที่ชอบดู หรือบางคนก็มองว่าไม่อยากให้สำนักพิมพ์เข้ามาจัดการอะไรกับผลงานของตัวเองมากเกินไป ไม่อยากให้บรรณาธิการแก้ไขผลงาน ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในนิยายของตน กลุ่มพวกนี้ก็เลยตัดสินใจเลือก “ทำมือ” จากสถิติพบว่ากระบวนการนี้ส่วนใหญ่ใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี หรือบางเรื่องอาจใช้เวลานานกว่านั้น ดังนั้น นักเขียนทำมือส่วนใหญ่จะต้องมีเงินเก็บรองรัง เพื่อจะได้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้สักระยะ กว่าจะได้เงินก้อนจากการขายนิยายเข้ามาในบัญชีอีกครั้ง
 


 

ขายนิยายออนไลน์ไม่ยาก : แต่ถ้าอยากขายดี อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด 

นักเขียนจำนวนมากที่ลงนิยายออนไลน์รู้เรื่องนี้ดี จากสถิติพบว่านิยายออนไลน์ที่ขายดีบนเว็บเด็กดี ส่วนใหญ่จะมียอดเฟบ (favorite) ในจำนวนที่มากพอสมควร (เราพบว่าสัดส่วนการขายนิยายได้อยู่ที่ประมาณ 10% ของยอด favorite) และยอดวิวมากกว่า 10,000 ขึ้นไป แน่นอนยอดวิวเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยอดเฟบนั้นสำคัญมากกว่า เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณมีผู้อ่านที่รักและพร้อมจะอุดหนุนเมื่อคุณตัดสินใจขายนิยาย 

เรายังพบสถิติว่า นิยายที่ขายดีมักเป็นนิยายเรื่องยาวที่ลงให้อ่านฟรีในปริมาณมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นนิยายที่มีภาคต่อหลายๆ ภาค จะขายได้ดีกว่านิยายที่จบในเรื่องเดียว และมีนักเขียนบางกลุ่มที่ลงขายออนไลน์ก่อน แล้วได้รับความสนใจจากสำนักพิมพ์ มาขอผลงานไปตีพิมพ์ เนื่องจากเล็งเห็นว่ามียอดขายทางออนไลน์ในปริมาณที่ดี เมื่อพิมพ์เป็นเล่มก็น่าจะขายดีด้วยเช่นกัน 

นิยายบางเรื่องที่มีพล็อตแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ทำให้นักเขียนไม่กล้าส่งสำนักพิมพ์เพราะกลัวว่าจะไม่ผ่าน แต่เมื่อตัดสินใจนำมาขายออนไลน์ กลับได้รับความนิยมอย่างสูง ขายดิบขายดี จนสุดท้ายก็ได้รับการติดต่อไปตีพิมพ์เป็นเล่มต่อได้เช่นกัน และเป็นอย่างหัวข้อที่เราบอก การขายนิยายออนไลน์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แค่ลงนิยาย และกดเปิดขายก็น่าจะจบ แต่แท้จริงแล้ว มันมีกระบวนการที่ลึกกว่านั้น


นักเขียนที่สนใจสามารถดูสถิติต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่   สถิตินิยาย Dek-D ปี 2019 
 

จากสถิติพบว่านิยายที่ขายดีควรมีปริมาณตอนในแพ็กเกจเฉลี่ย 30 ตอน มีราคาที่เหมาะสม (ไม่เกิน 200 coin) ปริมาณเนื้อหาในแต่ละตอนก็ต้องมากพอสมควร และมีตอนที่เปิดให้อ่านฟรีไม่น้อยจนเกินไป ทั้งหมดนี้บอกให้เรารู้ว่า ถ้าคุณอยากมีนิยายขายดี ก็ต้องทุ่มเทและใส่ใจกับการขายด้วย ไม่ใช่ลงนิยายให้จบๆ แล้วเปิดการขายในทันที แต่คุณควรจะค่อยๆ ทยอยลงนิยาย รอจนกว่าคนอ่านจะเริ่มติด สะสมยอดแฟนคลับให้ได้มากพอสมควรไปจนถึงลองซาวเสียงกับคนอ่านดูว่าถ้าคุณเปิดขาย พวกเขาสนใจจะซื้อหรือไม่ รอดูจังหวะจนกว่าจะแน่ใจว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจริงๆ ค่อยเปิดแพ็กเกจขาย การวางแผนที่ดี ส่งผลต่อยอดขายนิยายของคุณมากทีเดียวค่ะ หากอยากขายแนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียด หาความรู้ให้ตัวเอง และใช้ระบบขายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เราสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยอาชีพนี้ โดยไม่ต้องลำบากหรือต้องหาอาชีพอื่นทำเสริมไปด้วยพร้อมๆ กัน


นักเขียนที่สนใจสามารถดูสถิติต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่   สถิตินิยาย Dek-D ปี 2019 
 

วางแผนข้อมูลต่างๆ : ขายนิยายอย่างมืออาชีพ

ในทุกๆ ธุรกิจ ทุกๆ อาชีพ ไม่มีคำว่าได้มาง่ายๆ หรือสบายๆ อาชีพนักเขียนก็เช่นกัน อย่าคิดว่าเราแค่ขายฝัน ก็แค่ลงนิยายให้จบๆ เปิดขาย แล้วก็จะรวยเลย อันนี้ไม่จริง หากคิดจะขายจริงจัง แนะนำว่าต้องเตรียมตัวให้ดี ดูอย่างนักเขียนมืออาชีพหลายๆ คน พวกเขาวางแผนและตั้งใจกับผลงาน ไม่มีใครเขียนงานหยาบๆ แล้วขายได้และรวย ทุกคนต่างต้องใช้เวลาในการเขียนนิยาย ใช้เวลาในการโปรโมต ใช้เวลาในการสร้างฐานแฟนคลับ หลายคนจ้างบรรณาธิการมาตรวจแก้ไขผลงานให้ประณีตน่าอ่านมากขึ้น ตรวจสะกดคำผิด จ้างนักวาดที่ทำปกโดนใจ รวมถึงทำของพรีเมียมที่ดึงดูดใจคนอ่าน การขายนิยายด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ควรทำงานอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนอ่าน 

และอีกเรื่องที่อยากย้ำเตือน การเป็นนักเขียนทำมือ ไม่ได้หมายความว่าคุณควรทำงานคนเดียวไม่สนใจใคร คุณหาบรรณาธิการได้ หาคนช่วยดูแลการตลาดได้ นอกจากนี้ ควรใส่ใจคำวิจารณ์ ความคิดเห็นจากนักอ่าน หาทางปรับแก้ไข ปรับให้ผลงานน่าอ่านมากขึ้น เวลาจัดหน้าหนังสือหรือจัดหน้านิยายขาย ก็ควรทำให้สวยงามเป็นระเบียบน่าอ่าน เพื่อให้นักอ่านอ่านได้ง่าย และอยากซื้อผลงานของคุณ ถ้าหากเรื่องของคุณมีเนื้อหาที่ดีมากๆ แต่สะกดผิดเยอะแยะไปหมด จัดหน้าเละๆ บรรทัดไม่เท่ากัน ย่อหน้าผิดๆ ถูกๆ ปกทำแบบง่ายๆ ไม่สนใจองค์ประกอบใดๆ ก็อาจจะทำให้จำนวนนักอ่านที่อยากอุดหนุนผลงานของคุณลดลงตามไปด้วย จำไว้ว่ายิ่งประณีตตั้งใจกับผลงานมากเท่าไหร่ โอกาสขายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ถ้าอยากเป็นนักเขียนทำมือ คุณสมบัติสำคัญที่คุณต้องมีคือ ความรับผิดชอบ เพราะทุกอย่างจะพุ่งมาที่คุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เนื้อหาผิด หน้าสลับ สะกดผิด หรือปัญหาอะไรก็ตาม นักอ่านจะนึกถึงคุณเป็นคนแรก ดังนั้น เมื่อสนใจจะเข้าสู่วงการนักเขียนทำมือ ให้ระลึกไว้ว่า คุณไม่ใช่แค่นักเขียนอีกต่อไป แต่คุณคือผู้บริหารไปด้วยในตัว และคุณต้องรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งคำพูดดีๆ และคำพูดร้ายๆ จากนักอ่านของคุณ

 

หากคุณรู้แล้วว่าจะเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนยังไง มาเริ่มก้าวแรกด้วยการเขียนนิยายบนเว็บเด็กดีกันเลยค่ะ    สนใจเขียนนิยายออนไลน์ คลิกที่นี่เลย  : เริ่มเขียนนิยาย   

พี่แนนนี่เพน

  Deep Sound แสดงความรู้สึก

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
rasaki2 Member 19 มิ.ย. 63 04:33 น. 4

อาจารย์วิวท์ปล่อยไวรัสเองนี่แหละ ถ้ามีอะไรก็โทรไปเบอร์หัวหน้าภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มมส. เอาเองนะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด