สวัสดีค่ะชาว Dek-D พบกับคอลัมน์ "เด็กพลังบวก" ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากวัยรุ่นเจ๋งๆ ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำกิจกรรมเพื่อตัวเองและสังคมกันค่ะ
ถ้าใครเล่นทวิตเตอร์ วันก่อนอาจจะเลื่อนผ่านที่มีแอคนึงนำคลิป TikTok ของหนุ่มที่เล่นพากย์เสียงในร้านสะดวกซื้อมาแชร์ มั่นใจเลยค่ะว่าถ้าใครกดฟังคลิปนั้นจะต้องรู้สีกคุ้นบ้าง ยิ่งถ้าใครดูทีวียิ่งต้องคุ้นเป็นพิเศษ เพราะเขาคือเจ้าของเสียงพากย์ในโฆษณาแบรนด์ดังหลายตัวเลยค่ะ ปรากฏว่าทวีตนั้นก็แมสมากจน ได้ยอดรีไป 60,000 แถมใน TikTok ของเจ้าของคลิปก็มียอดวิวพุ่งไป 7 ล้าน!!
ว่าละทำไมเสียงคุ้นๆ pic.twitter.com/JMtzeUpFSY
— ณ ตะวัน (@indyblossom) June 4, 2020
แล้ววันนี้เราก็โชคดีมากกที่ได้มาพูดคุยกับเจ้าตัวโดยตรง ทำให้ได้มาฟังในมุมคนทำงานพากย์เสียงที่โอกาสไม่ได้มาเพราะโชคช่วยอย่างเดียว แถมยังเป็นหนุ่มนัก activity ทั้งร้องเพลง เล่นดนตรี เล่นกีฬา (เคยเป็นนักบาสโรงเรียนสมัยแลกเปลี่ยนที่อเมริกาด้่วย) วาดรูป ยูทูบเบอร์ ฯลฯ บอกเลยว่าพลังเยอะสุดไรสุด ถ้าพร้อมแล้วไปรู้จักเขาให้มากขึ้นและเก็บแรงบันดาลใจดีๆ กันค่ะ
แนะนำตัว
"สวัสดีครับ ชื่อ 'ดาร์ท' ธนทร ศิริรักษ์ จบเอกขับร้องจาก College of Music ที่ ม.มหิดล แล้วไปต่อ ป.โทสาขา Music Production and Sound Design for Visual Media ที่ Academy of Art University ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียครับ ก่อนหน้านี้พี่เคยทำงาน Sound Engineer มาพักนึง แล้วก็มาเป็นนักพากย์เต็มตัว 2 ปีแล้วครับ ^^"
ได้งานแรกเพราะบังเอิญ
แต่หลังจากนั้นคือความตั้งใจ
ก่อนอื่นเลยรู้สึกยังไงที่คลิป TikTok เราไปไกลขนาดนี้? "เขิน 55555 ไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน ตอนนั้นคนในร้านก็เยอะด้วยนะ จริงๆ ตอนที่ลงใน TikTok ใหม่ๆ มีคนดูน้อย แล้วอยู่ดีๆ ตอนทำงานมือถือแจ้งเตือนเด้งไม่หยุด เปิดมาถึงเจอ 9,000 วิว เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น แล้วพอเปิดอีกทีกลายเป็น 7 ล้าน"
"งานพากย์งานแรกที่พี่ได้คือเมื่อ 10 ปีที่แล้วครับ แถมทำให้พี่รู้จักอาชีพนี้ครั้งแรกด้วย ส่วนตัวคือชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เรียนที่มหิดล แล้ว คุณแม่ก็บอกว่าพี่น่าจะทำงานงี้นะ พูดเสียงในทีวีแบบเนี้ยะ แต่ตอนนั้นพี่ไม่รู้จัก งานอะไรนะ มีอาชีพนี้ด้วยหรอ 5555"
"แต่พอจบเอกวอยซ์แล้ว อยู่ดีๆ เกิดอยากลองเปลี่ยนสายงาน เลยไปลองทำงานสายตัดต่อดูครับ ปรากฏว่ามีวันนึง พี่ editor มาบอกว่า 'ดาร์ทไปลงเสียงไกด์ให้หน่อยสิ' เขาก็ฟังเสร็จตัดเสร็จแล้วไปขายงานให้เอเยนซี่ เขาก็ดันชอบเสียงไกด์ เลยให้เรามาอ่านจริงๆ ตอนนั้นอ๋อเลยครับ นี่คืองานที่แม่เคยบอก แล้วรู้ทันทีเลยว่านี่คืองานที่เรารัก มันแฮปปี้กว่าตอนร้องเพลงอีกอะ"
Photo Credit: IG yes.iam.dart
งานแรกของทุกคนน่าตื่นเต้นเสมอ พี่ดาร์ทเองก็เช่นกัน "งานนั้นคือหลายเทคมาก 5555 แล้วยากตรงที่ลูกค้าอยากได้ mood & tone โฆษณาๆ ใส่ไดนามิก เน้นขายของๆ แต่ตอนนั้นเรารู้จักแค่การพูดเฉยๆ ความยากอีกอย่างคือลูกค้าต้องมายืนดูเราผ่านกระจกที่ห้องอัด พี่เชื่อเลยว่าใครเพิ่งมาทำตรงนี้หรือต้องมาอ่านเฉพาะกิจ จะต้องรู้สึกกดดัน ตื่นเต้น เขิน ยิ่งเวลาอ่านสปอตโฆษณาคือต้องมีจริต มีแอคชันตามไปด้วย เขาก็ต้องมาเห็นทั้งหน้าทั้งท่าทางเราตอนนั้น"
"ถึงงานแรกจะเป็นความฟลุ๊ก แต่หลังจากนั้นพี่ถึงกับทำ demo เป็นตัวอย่างเสียงที่เราทำขึ้นมา แล้วขับรถวนเอาไปส่งสตูดิโอที่ทำด้านเสียง เอาตัวอย่างไปฝากเขาไว้ จนเริ่มมีงานเข้ามาทีละนิดๆ หลายคนจะบอกว่าเราโชคดีจัง ได้มาทำงานนี้ แต่จะบอกว่าไม่ใช่แค่โชคดีนะ ต้องใช้ความพยายามและอดทนพอสมควรเลย ต้องขอบคุณที่เขาให้โอกาสเรา จนตอนนี้ก็ได้มาทำงานที่รักจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นพากย์โฆษณากับ presentation"
ฝึกตลอดเวลา
จนแทรกซึมในสายเลือด
แน่นอนว่างานพากย์เสียงต้องอาศัยความสามารถหลายอย่างเลยค่ะ พี่ดาร์ทเล่าให้ฟังว่า "การอ่านสปอตโฆษณา ตาต้องไวมากด้วย ต้องกวาดตาไปก่อนจะอ่านถึงคำนั้น ซึ่งถ้ามันยาวมากๆ ก็จะมีโอกาสอ่านผิดสูง แต่จะมีมืออาชีพที่เก่งมากกกแล้วอ่านแทบไม่ผิดเลย // แล้วยังมีเรื่องอื่นๆ อย่างเช่น โทนเสียง โทนแรกที่พี่เริ่มอ่าน คือโทนนุ่มๆ โทนขายคอนโด เป็นผู้ชายอบอุ่น แต่ถ้าเราทำแค่เสียงเดียวงานจะน้อย พี่เลยฝึกหลายแนว ฮาร์ดเซลส์บ้าง ตลกๆ บ้าง ฯลฯ มันจะดูมี potential มากๆ ครับถ้าเวลาลูกค้าหรือเอเยนซี่มายืนดูเราผ่านกระจก บอกให้เราลองหลายๆ โทนเพื่อเทียบกันว่าแบบไหนเวิร์ก แล้วเราก็สามารถทำให้เขาดูเป็นตัวเลือกได้"
"วิธีฝึกของพี่ก็คือ ขับรถเจอป้ายทีก็อ่านไปเรื่อย บางทีนั่งรถกับเพื่อนก็พูดจนเพื่อนบอกพอเถอะได้โปรด 55555"
ดังนั้นถ้าให้เทียบพัฒนาการระหว่างงานแรกกับทุกวันนี้? "ตอนไปย้อนดู เสียงต่างมากทั้งเรื่องความชัดในการออกเสียง การปิดคำ อารมณ์เสียง ความมั่นใจต่างๆ พวกนี้มันจะออกมาทางเสียงชัดเจนมากนะ อีกเรื่องที่ดีขึ้นคือระยะเวลาในการทำงาน 1 งาน เราสามารถปิดจ็อบได้เร็วขึ้น"
ทำงานที่ต้องใช้เสียง
ก็ต้องดูแลเสียงให้ดีด้วย
"ต้องรักษาเสียงตลอดเวลา ไม่ตากฝนเลย ไม่งั้นถ้าเป็นหวัดซะก่อน งานนั้นคือจบ หรือตอนขับรถไปห้องอัด ก็จะวอร์มเสียงเหมือนคนร้องเพลง (เป่าปาก) หรือเปิดวิทยุร้องเพลงตาม ซึ่งข้อดีของการเรียนเอกวอยซ์ที่มหิดล ก้คือเราได้รู้วิธีวอร์มเสียงที่ถูกต้อง "
"เรื่องออกกำลังกายก็มีส่วนนะ พี่จะเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายมากๆ มันจะช่วยเรื่องปอด ไม่งั้นถ้าพูดนานๆ จะพูดออกมาแบบเสียงคนเหนื่อยเลย"
เป็นนัก activity เอเนอร์จี้สูง
งานอดิเรกเพียบ
นอกจากมุมนักพากย์ เราจะพาไปเปิดมุมงานอดิเรกด้านอื่นของพี่ดาร์ทกันค่ะ บอกเลยกิจกรรมแน่นมากๆ เริ่มจาก ชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะบาสเกตบอล และเคยเป็นถึงนักบาสเกตบอลโรงเรียนสมัยแลกเปลี่ยน AFS ด้วย
และเหตุผลที่เขาเลือกเรียนเอกวอยซ์ตั้งแต่ ป.ตรี ก็มาจากความรักในการร้องเพลงนี่แหละ เขาเคยชอบร้องเพลงมากๆ มีแต่งเพลงด้วย และเคยรับงานอีเวนต์ แต่ทุกวันนี้ทำเป็นงานอดิเรก
คุณแม่เป็นนักเปียโน ทำให้เขาได้ฝึกเล่นเปียโนด้วย
ชอบวาดภาพการ์ตูน // น่ารักมากกก มีเปิด IG dartisdrawing ไว้เก็บงานด้วยนะ
Superduck Studio
พื้นที่แชร์ไลฟ์สไตล์ & เทคนิคเรื่องเสียง
"พี่มีเปิดยูทูบ Superduck Studio กับเพจ Superduck Studio ไว้ตั้งแต่สมัยแต่งเพลงโคฟเพลงเมื่อก่อนครับ แต่ตอนหลังตั้งใจจะทำคอนเทนต์แบบเป็นซีรีส์ๆ อย่างตอนนี้จะเป็น 'ดาร์ทเล่าเรื่องเสียง' เราจะย่อยความรู้และเทคนิคเรื่อง Sound Engineer มาสอนคนที่สนใจหรือเป็น Youtuber, Blogger ต่างๆ ที่ต้องทำคลิป แล้วอยากให้เสียงในคลิปให้มีคุณภาพ เพราะพี่ว่ามันคือองค์ประกอบที่สำคัญมาก บางทีภาพสวย การตัดต่อดีมากกก แต่เสียงไม่ดี มีแต่ noise ความน่าดูก็ลดแบบน่าเสียดาย"
"ตอนนี้ดาร์ทเล่าเรื่องเสียงก็มี 8 EP แล้วครับ จะพยายามลงให้ได้ 1 คลิปต่อสัปดาห์ ซึ่ง EP ล่าสุดนี่ทำเองแล้วชอบสุด เราหยิบไมค์หน้าตาเหมือนกัน มาเทียบคุณภาพกันว่าเราจำเป็นต้องซื้อของแพงเสมอไปมั้ย เพื่อเสนอทางเลือกสำหรับคนที่อยากเริ่มจากงบไม่สูง (ถ้ามีงบก็เชียร์ให้ซื้อของดีๆ เลย แต่ถ้างบน้อย ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเลย)"
"และหลังจากนี้เราก็ตั้งใจจะแชร์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองลงทั้งใน IG yes.i.am.dart, Superduck Studio และ TikTok @dart14 ด้วยครับ ยังไงก็ฝากเข้าไปกดติดตามกันหน่อยนะครับ ^^"
สรุปว่ากว่าพี่ดาร์ทจะได้งานนี้ก็ต้องทุ่มพลังเยอะเหมือนกัน แถมเนื้อหางานก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เราหวังว่าบทสัมภาษณ์นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ที่อยากเป็นนักพากย์ รวมถึงทุกคนที่มีความฝัน ขอให้กล้าจะฝันแล้วใส่เต็มที่เลยนะคะ สุดท้ายนี้อย่าลืมเข้าไปติดตามชีวิตแต่ละมุมของเขาได้ทั้งทางอินสตาแกรม, เฟซบุ๊กแฟนเพจ, TikTok และยูทูบแชนเนล ตามเพลินๆ ความรู้เพียบเลยค่ะ ><













0 ความคิดเห็น