Checklist ก่อนพัง 6 ฉากสำคัญที่นิยายรักทุกเรื่องต้องมี!

Checklist ก่อนพัง 6 ฉากสำคัญที่นิยายรัก
ทุกเรื่องต้องมี!

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน เชื่อว่าคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้เป็นนักเขียนนิยายรัก หรือกำลังมองหาแนวทางในการเขียนนิยายรักอยู่ ทุกคนรู้มั้ยคะว่าก่อนจะเขียนนิยายสักเรื่อง เราต้องวาง “โครงเรื่อง” เพื่อเป็นรากฐานสำหรับนิยายของเราก่อน หากเรามีโครงเรื่องที่ดี มันจะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดำเนินเรื่องให้น่าสนใจได้ง่ายขึ้น 

สำหรับกลเม็ดเคล็ดลับฉบับนี้ พี่น้ำผึ้งขอชวนทุกคนมาดูการวางโครงเรื่องผ่าน 6 ฉากสำคัญในนิยายรัก บอกเลยว่า 6 ฉากที่หยิบมานี้ นิยายทุกเรื่องต้องมีเพื่อความสมบูรณ์แบบสำหรับเรื่องราวของเรา กระซิบเลยว่าเราจะมีฉากอะไรก็ได้ แต่ไม่มี 6 ฉากนี้ไม่ได้! จัดว่าเด็ดมาก แต่ก่อนที่จะไปเริ่มต้นกัน อยากชวนทุกคนมารู้จักประเภทของเรื่องราวความรักก่อนแบบคร่าวๆ ค่ะ
 



 

ประเภทของเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในนิยาย

ในความเป็นจริงโทนของนิยายรักมีหลายแบบ แต่ในบทความนี้ขอแบ่งเรื่องรักๆ ออกเป็น 3 อย่างคือ Obsession story, Courtship story และ Intimacy story
 

Obsession Story

เรื่องราวที่เกี่ยวกับความหลงใหลมักขับเคลื่อนด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นจาก “ความต้องการและแรงปรารถนาอันแรงกล้า” ของตัวละคร ลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเริ่มเขียนเรื่องรักๆ โทนนี้ว่า

Q: ความหลงใหลและเปี่ยมไปด้วยแพชชั่นที่มีต่อกันของตัวละคร A และ B
จะนำไปสู่ความพังพินาศมั้ย? อย่างไร?

ปกติแล้ว Obsession Story มักมีตอนจบที่น่าเศร้า ขณะที่ต้นเรื่อง คู่รักมักเริ่มต้นด้วยการเป็นคู่กัด มีการดูถูกหรือชอบหาเรื่องกัน แต่ก็ดึงดูดซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง ในตอนท้ายของเรื่อง หนึ่งในคู่รักหรือทั้งสองคนตายหรือมีเหตุให้พลัดพราก

ตัวอย่างเช่น Me Before You ที่ลูอิซ่า (นางเอก) ไม่ถูกชะตากับวิลเลี่ยม (พระเอก) ในตอนต้นเรื่องเพราะความปากร้ายของเขา แต่สุดท้ายกลับตกหลุมรักกัน และในท้ายที่สุดวิลเลี่ยมเลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการุณยฆาตที่สวิตเซอร์แลนด์
 

Courtship Story

Courtship Story คือเรื่องราวที่เกี่ยวกับการจีบ อ่อย ยอด เกี้ยวพาราสี ความรู้สึกโรแมนติก การพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมและจริงจังของตัวละครคู่รัก มันเป็นช่วงเวลาที่ทำความรู้จักกันและตัดสินใจว่าจะไปต่อจนถึงขั้นแต่งงานหรือไม่ เรื่องราวประเภทนี้มักขับเคลื่อนด้วยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่จริงจังและผูกมัด (Commitment) ซึ่งนิยายรักส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภทนี้ ก่อนเริ่มเขียนเรื่องรักๆ โทนนี้ให้ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า

Q: ตัวละคร A และ B จะผูกมัดกันมั้ย?

โดยปกติแล้วเรื่องราวประเภท Courtship จะมีตอนจบที่แฮปปี้ ในตอนต้นของเรื่องราวตัวละคร A และ B อาจจะเดตกันหรือไม่เดตก็ได้ แต่ (นี่คือประเด็นสำคัญ) พวกเขาไม่ได้มีความมุ่งมั่นว่าจะผูกมัดกันและกัน ถึงอย่างนั้นในตอนท้ายของเรื่องคู่รักจะลงเอยที่การผูกพันกันและเริ่มต้นความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม เรื่องรักๆ โทนนี้มีสองประเภทคือ    โรแมนติกคอมมาดี้และดราม่า
 

Intimacy Story

เรื่องราวประเภทนี้มักขับเคลื่อนด้วยความเชื่อใจและความศรัทธาของตัวละคร ลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเริ่มเขียนเรื่องรักๆ โทนนี้ว่า

Q: ตัวละคร A และ B จะซื่อสัตย์ต่อกันและกันมั้ย?

ถ้าให้ตัดสินจากประสบการณ์การอ่านนิยายรักของตัวเอง พี่เชื่อว่า Intimacy Story คือนิยายรักที่เราเจอทั่วไป แม้ว่ามันจะไม่ได้สุขสมหวังหรือลงเอยด้วยตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งตลอดก็ตาม

 



 

6 ฉากที่นิยายรักทุกเรื่องต้องมี

สำหรับ 6 ฉากสำคัญที่นำมาฝากนี้จะอ้างอิงจากการวางโครงเรื่องแบบสามองก์ คือ
 

  • องก์แรก : เปิดเรื่อง ปูพื้น ปมปัญหา
  • องก์ที่สอง : ดำเนินเรื่อง มีการเผชิญหน้ากับปมปัญหา
  • องก์ที่สาม : จุดไคลแมกซ์ แก้ปมปัญหา บทสรุป
     

โดยเราสามารถหยิบ 6 ฉากที่พี่นำเสนอด้านล่างนี้ไปใช้ในการวางโครงเรื่องได้เลย โดยอาจจะหยิบรูปแบบของนิยายรักทั้ง 3 ข้างต้นมาปรับใช้ตามความเหมาะสมได้ด้วย
 

01 การพบกันของคู่รัก

ฉากเริ่มต้นที่สำคัญ เชื่อว่านักเขียนหลายคนต้องมีฉากนี้ คือการที่ “ตัวละครหลักทั้งสองพบกันเป็นครั้งแรก” ในฐานะนักเขียน เราควรสร้างการเจอกันครั้งแรกของตัวละครคู่รักให้น่าจดจำ มันจะทำให้นักอ่านอยากติดตามตัวละครของเรามากขึ้น หากใครคิดไม่ออก ลองใช้เทคนิค Meet-Cute จาก Hollywood ดูก็ได้ อันนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งทุกคนสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ส่งตรงจาก Hollywood เทคนิคสร้างฉากโรแมนติกให้ตราตรึงใจด้วย 'Meet-Cute' 

ก่อนที่ตัวละคร A และ B จะพบผู้อ่าน เราต้องทำให้นักอ่านมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวละครและรู้ว่าตัวละครตัวนี้คือใคร เช่นนิยายของเราดำเนินเรื่องในมุมของ A เราก็ต้องทำให้นักอ่านรู้ว่าความปรารถนาหลักของ A คืออะไร (นอกเหนือจากการหาคนรัก!) เช่นเดียวกัน เราต้องทำให้นักอ่านเห็นถึงอุปสรรคในการเติมเต็มความปรารถนานี้ มันจะเป็นเรื่องดีมากๆ ถ้าได้รู้จักจุดแข็งที่สุดและจุดอ่อนของตัวละคร A อย่างน้อยหนึ่งข้อ

การสร้างตัวละครมีความซับซ้อนมากกว่านั้น แต่พี่คิดว่านักอ่านต้องมีคำใบ้หรือรู้สิ่งเหล่านี้เป็นอย่างน้อยก่อนที่ A จะพบกับ B อย่างไรก็ตาม นักอ่านไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับ B ก่อนที่พวกเขาจะพบกัน เพราะพวกเขาสามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หรือเรียนรู้ B ผ่าน A ได้ 

โครงสร้าง: ในหลายๆ เรื่องที่เคยได้อ่าน คู่รักที่พบกันครั้งแรกมักเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบบังเอิญ

 


 

02 สารภาพรัก

ใน Big Bang Theory เมื่อลีโอนาร์ดบอกเพนนีว่าเขารักเธอ เธอเลิกกับเขา เธอไม่พร้อมสำหรับความสัมพันธ์ที่ผูกมัดจริงจัง อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับเขา แต่ในนิยายรักหลายเรื่องที่เคยอ่านมา เหตุการณ์ที่ทำให้คนรักเลิกรากันไม่ใช่เพราะการสารภาพรัก แต่มันคือการเข้ากันไม่ได้ต่างหาก ดังนั้นในฐานะนักเขียน ลองสร้างฉากสารภาพรักแล้วดูว่ามันจะเป็นไปในทิศทางไหน   ทิศทางที่พระนางได้สานต่อหรือนกตัวโตๆ  

ตัวอย่างเช่น สมมติว่า A เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และ B เป็นมหาเศรษฐีที่ขี้เหงา C เพื่อนของ B พบว่า B และ A เป็นคู่รักกัน จึงอิจฉา C เลยเป่าหู A  เมื่อ A เชื่อ C จึงตัดสินใจเลิกกับ B

โครงสร้าง: ในหลายๆ เรื่องที่เคยได้อ่าน การสารภาพรักจะเป็นจุดนำพาไปยังสถานการณ์ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นตอนจบขององก์แรก

 


 

03 จูบแรก 

ในนิยายรักโรแมนติกส่วนใหญ่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะนำไปสู่ระดับต่อไปที่กลางเรื่อง จริงๆ แล้วในฉากที่ 3 ไม่จำเป็นต้องจูบก็ได้ สำหรับบางคู่อาจหมายถึงการจับมือกัน การแสดงความรักต่อกัน  หรือความสนิทสนมใกล้ชิดมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ที่อ่านนิยาย มักชอบเจอฉาก kiss กันของพระนางนี่แหละ! โดยปกติแล้วจูบแรกของตัวละครมักจะอยู่กลางเรื่องนะ จำไว้เลย

โครงสร้าง: จูบแรกอยู่ที่กลางเรื่อง

 



 

04 คู่รักเลิกรากัน

ความรักก็เหมือนชีวิตจริงนั่นแหละค่ะ มันไม่ราบรื่นเหมือนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก เส้นทางรักของตัวละครต้องมีขรุขระบ้างเพื่อความสมจริงและเพิ่มความน่าสนใจให้กับนิยาย ในฉากที่สี่คือการ “บังคับให้คู่รักผลักกันออกไป” ทำให้พวกเขาเลิกรากัน ฟังดูอาจใจร้ายไปหน่อย แต่นี่แหละคือหนทางพิสูจน์รักแท้ของตัวละคร ซึ่งจะนำไปสู่ฉากถัดไปค่ะ

ตัวอย่างเช่น D หนึ่งในเพื่อนของ B ถูกฆ่า ผู้ต้องสงสัยคือ B นี่แหละ แต่ B เชื่อว่า A เป็นฆาตกรและ A เชื่อว่า B ต่างหากที่เป็นฆาตกร แน่นอนว่า B ไม่เชื่อ A เขาตัดสินใจแน่วแน่ว่าตนไม่สามารถมีฆาตกรเลือดเย็นในฐานะแม่ของลูกๆ ของเขาได้ จึงตัดสินใจเลิกกับ A 

โครงสร้าง: เหตุการณ์นี้จะเป็นช่วง “ความหวังทั้งหมดสูญสิ้นไป” อยู่ในช่วง 3 ใน 4 ขององก์ที่สอง

 


 

05 พิสูจน์รักแท้

ไม่ต้องพูดให้มากความ จับตัวละครแยกกันแล้ว ก็ต้องพิสูจน์ให้นักอ่านรู้ว่าพวกเขาคือรักแท้ของกันและกัน จะให้จบแบบทะเลาะกันดื้อๆ ก็ทำร้ายนักอ่านเกินไปหน่อย ดังนั้นในฉากนี้จะต้องทำให้เห็นถึงความพยายามของตัวละครคู่รักในการทำยังไงก็ได้ให้กลับมารักกันอย่างเดิม ลองดูตัวอย่างด้านล่างได้

แม้ว่า A จะรู้ว่าเธอสูญเสีย B ไปแล้ว ดูเหมือนว่ามันไม่มีความหวังอีกต่อไปที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน    เธอเสียสละบางอย่างเพื่อให้ B ได้ในสิ่งที่เขาแคร์มากที่สุด เพื่อที่    B จะได้เติมเต็มความปรารถนาของเขาได้ 

A คิดว่า B เป็นฆาตกรและ B คิดว่า A เป็นฆาตกร A ไปที่สถานีตำรวจและสารภาพผิดที่เธอไม่ได้กระทำ (สารภาพว่าตนเป็นคนทำเอง) เพื่อที่จะให้ B เป็นอิสระ เพราะ B มีครอบครัว เขามีอนาคต แต่เธอไม่มี

โครงสร้าง: ฉากพิสูจน์ความรักเกิดขึ้นประมาณครึ่งทางขององก์ที่สาม

 


 

06 คู่รักกลับมาคืนดีกัน

นี่คือฉากที่หลายคนรอคอย คู่รักสารภาพคำโกหกที่สาดใส่กันและคำโกหกที่เอาไว้หลอกตัวเอง  เนื่องจากนี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาแยกจากกัน ดังนั้นในฉากนี้พวกเขาจะปรับความเข้าใจกันเพื่อที่จะได้กลับมาคืนดีกัน มีความสัมพันธ์ที่จริงจังกันมากขึ้น   และมีชีวิตรักที่มีความสุข

ตัวอย่างเช่น B พบว่าแท้จริงแล้วคนที่ทำคือ E ซึ่งเป็นตัวละครที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ เขารู้เพราะ E สารภาพเองว่าต้องการใส่ร้าย B เขารีบออกตามหา A และได้เจอกัน ปรับความเข้าใจกัน จบเรื่อง

โครงสร้าง: สิ่งนี้เกิดขึ้นที่จุดไคลแมกซ์

………

เป็นอย่างไรบ้างคะทุกคน  คิดอย่างไรกับการสร้างเรื่องราวความรักด้วยวิธีนี้บ้างคะ? พี่คิดว่ามันทำให้เรามองเห็นภาพรวมของนิยายได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อเราวางฉากสำคัญทั้ง 6 ได้แล้ว เราจะสามารถดำเนินเรื่องได้ง่ายขึ้น อยากให้ทุกคนลองนำ 6 ฉากนี้ไปใช้ดูนะคะ พี่เชื่อว่ามันจะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบและความน่าดึงดูดใจให้นิยายของเรา ใครใช้แล้วเป็๋นยังไง อย่าลืมเล่าสู่กันฟังด้วยนะ    ส่วนกลเม็ดเคล็ดลับฉบับหน้าจะเป็นเรื่องอะไร รอติดตามได้เลยค่ะ

 

พี่น้ำผึ้ง :)

ขอบคุณรูปภาพจาก unsplash

Deep Sound แสดงความรู้สึก

พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

5 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไร้นาม 12 ส.ค. 63 15:41 น. 4

จูบนี่ไม่กลางก็ท้ายเลยจริงๆนะคือยากมากที่ตัวละครของเราจะเผลอโดยเฉพาะตัวนาง สติมีสุด ส่วนตัวพระสามารถดึงสติได้ ฉากจูบของเราเลยไม่ใช่จูบเพราะอยากจูบแต่มันต้องมาทั้งหมด อยากปกป้อง อยากถนอม และรัก ไม่ใข่ชอบแต่เป็นสิ่งที่เรียกว่ารัก สิ่งสำคัญกว่านั้นคือเวลาที่เหมาะสม

0
กำลังโหลด
Whale Ink Member 31 พ.ค. 65 17:13 น. 5

ยังไม่เคยเขียนนิยายรักเลย T^T รู้สึกยากเกินไป แต่ตั้งไว้เป็นเป้าหมายละครับ ขอบคุณพี่น้ำผึ้งกับทีมงานด้วยนะครับ สาระดีมาก

https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-11.png

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด