สวัสดีค่ะน้องๆ หลังจากที่หลายๆ มหาวิทยาลัยประกาศกำหนดการและระเบียบการรับสมัครออกมา ในแต่ละปีมักจะมีน้องๆ หลายคนที่เกิดข้อสงสัย หรือเกิดความสับสนเกี่ยวกับระเบียบการ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด และบางครั้งอาจมีผลต่อการคัดเลือกด้วย
 

 
          สิ่งที่อยู่ในระเบียบการ  แล้วทำให้น้องๆ เกิดความสับสน หรือผิดพลาดในการสมัครสอบ TCAS ได้ง่าย มักจะเป็นรายละเอียดต่างๆ เรื่องการสมัครสอบ ที่มีความหมายที่คลายคลึงกัน  วันนี้พี่แนนนี่ก็รวบรวม "คำศัพท์" ต่างๆ ที่ใช้ในการสมัคร TCAS64 มาฝาก เพืื่อให้น้องได้เข้าใจความหมายกันก่อนที่จะเริ่มสมัคร ไปดูกัน...
 
รูปแบบ-รอบ (การรับสมัคร)
          รอบ คือ ช่วงเวลาของการดำเนินการรับสมัคร โดยใน TCAS64 จะมีทั้งหมด 4 รอบ ได้แก่ รอบ Portfolio, รอบ Quota, รอบ Admission และรอบ Direct Admission ซึ่งแต่ละรอบก็จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ต่างกัน ดังนี้
  • รอบ Portfolio, รอบ Quota และรอบ Direct Admission : มหาวิทยาลัย จะดูแลเรื่องการรับสมัคร
  • รอบ Admission : ทปอ. จะดูแลเรื่องการรับสมัคร
          รูปแบบ คือ ลักษณะของเกณฑ์ที่รับพิจารณาคัดเลือก โดยใน TCAS64 จะมีทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่  Portfolio, Quota, Admission 1,  Admission 2  และ Direct Admission ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อกำหนด และความโดดเด่นที่แตกต่างกัน
  • Portfolio : พิจารณาที่ผลงาน (Portfolio) ไม่ใช้คะแนนสอบส่วนกลาง
  • Quota : ใช้คะแนนสอบส่วนกลาง (GPAX, ONET, GAT, PAT, วิชาสามัญ) หรือที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเอง
  • Admission 1 : แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์ต่างกัน โดยใช้คะแนนส่วนกลาง (GPAX, ONET, GAT, PAT, วิชาสามัญ, ความถนัดแพทย์)
  • Admission 2 : มีเกณฑ์การรับ 10 กลุ่ม ใช้คะแนน (GPAX, ONET, GAT, PAT)
  • Direct Admission : มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์อย่างอิสระ
     
กำลังศึกษา-สำเร็จการศึกษา
          ในระเบียบการจะมีระบุคุณสมบัติผู้สมัคร ซึ่งในเรื่องของระดับการศึกษา หรือวุฒิการศึกษาหลักๆ จะมีระบุไว้ 2 ประเภท คือ "กำลังศึกษาอยู่" และ "สำเร็จการศึกษา"
  • กำลังศึกษาอยู่ หมายถึง น้องๆ ที่กำลังเรียนอยู่ม.6 หรือชั้นปีสุดท้ายนั่นเอง โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในระเบียบการรอบ Portfolio, รอบ Quota และรอบ Admission
  • สำเร็จการศึกษา หมายถึง น้องๆ ที่จบการศึกษาแล้ว ถ้าเป็นในรอบ Portfolio, รอบ Quota และรอบ Admission ก็หมายถึง "เด็กซิ่ว" แต่ถ้าเป็นในรอบท้ายๆ ก็จะหมายรวมถึงน้องๆ ม.6 ด้วย
     
สัดส่วนคะแนน-ค่าน้ำหนัก-คะแนนขั้นต่ำ
          ทั้ง 3 คำนี้ จะเจอบ่อยมากในระเบียบการรับสมัคร เพราะเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคัดเลือก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มคำที่ใครหลายๆ คนมักจะสับสน และเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ โดยสัดส่วนคะแนน กับค่าน้ำหนัก จะมีความหมายเหมือนกัน ส่วนคะแนนขั้นต่ำ จะแตกต่างกัน
  • สัดส่วนคะแนน กับค่าน้ำหนัก คือ องค์ประกอบคะแนนที่คณะ หรือสาขาวิชาจะนำมาใช้ในการคัดเลือก และจะชี้แจงรายละเอียดว่า แต่ละวิชาจะใช้คะแนนมากน้อยอย่างไร โดยทุกวิชาที่ใช้ จะรวมกันได้ 100 เปอร์เซนต์ (%)   เช่น คณะอักษรศาสตร์ ใช้คะแนน GPAX 20% คะแนน O-NET 30% คะแนน GAT 50% เป็นต้น
  • คะแนนขั้นต่ำ คือ คะแนนที่น้อยที่สุด ที่ผู้สมัครจะต้องมี ถ้าใครมีคะแนนต่ำว่าที่คณะ หรือสาขาวิชากำหนดไว้ ก็จะไม่สามารถยื่นสมัครได้ โดยคะแนนขั้นต่ำจะมีระบุทั้งเป็น คะแนนดิบ และเปอร์เซ็นต์ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำหนดให้มีคะแนน PAT 3 ขั้นต่ำ 125 คะแนน หรือคณะอักษรศาสตร์ กำหนดให้มีคะแนน GAT ขั้นต่ำ 50% ซึ่งก็จะเท่ากับว่า จะต้องมีคะแนน 150 คะแนนขึ้นไปถึงจะสมัคร
     
คะแนนสูงสุด-คะแนนต่ำสุด
          เวลาที่น้องๆ วางแผนการยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัย ตัวช่วยที่จะทำให้น้องๆ สามารถใช้เป็นแนวทางได้ก็คือ "คะแนน" ของปีก่อน ซึ่งหลายๆ มหาวิทยาลัยจะประกาศ "คะแนนสูงสุด" - "คะแนนต่ำสุด" ของแต่ละสาขาวิชา ในแต่ละรอบ
  • คะแนนสูงสุด คือ คะแนนของคนแรกที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปในสาขาวิชานั้นๆ หรือคะแนนที่มากที่สุดที่สอบผ่าน
  • คะแนนต่ำสุด คือ คะแนนของคนสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปในสาขาวิชานั้นๆ หรือคะแนนที่น้อยที่สุดที่สอบผ่าน
          ปล. สำหรับบางสาขาวิชาที่เปิดรับสมัครหลายรูปแบบรวมกัน คะแนนสูงสุด จะเป็นคะแนนที่มากที่สุดที่ผ่านการคัดเลือกของทุกรูปแบบการยื่น ส่วนคะแนนต่ำสุดก็เป็นคะแนนที่น้อยที่สุดที่ผ่านการคัดเลือกมาได้...ถ้าให้อธิบายให้เห็นภาพ คือ นำคะแนนของทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกมาเรียงจากมากสุด ไปน้อยสุด ซึ่งลำดับแรกก็จะเป็นคะแนนสูงสุด และลำดับสุดท้ายเป็นคะแนนต่ำสุด นั่นเอง
 
พื้นฐานวิทยาศาสตร์-พื้นฐานศิลปศาสตร์
          เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่หลายคนสับสน และเข้าใจผิดมากที่สุด ทุกคนมักคิดว่า "พื้นฐานวิทยาศาสตร์" และ "พื้นฐานศิลปศาสตร์" ในระเบียบการ หมายถึงว่า แผนการเรียนที่เรียนอยู่ พี่แนนนี่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่ใช่เสมอไปนะคะ บางครั้งอาจจะหมายรวมถึงแผนการเรียน แต่หลักๆ แล้วจะเกี่ยวกับคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า
  • พื้นฐานวิทยาศาสตร์ จะหมายถึง คณะ หรือสาขาวิชาที่กำหนดให้ใช้คะแนนแบบวิทยาศาสตร์ในการยื่นสมัคร โดยกลุ่มคะแนนวิทยาศาสตร์ ถ้าเป็นวิชาสามัญ ก็คือ คณิตศาสตร์ 1 ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา หรือ ถ้าเป็น GAT/PAT ก็คือ GAT + PAT 1, PAT 2 เป็นต้น ซึ่งบางสาขาวิชา หรือบางครั้งถ้าผู้สมัครเรียนอยู่แผนการเรียนศิลป์ แต่มีคะแนนพื้นฐานวิทย์ ก็สามารถยื่นสมัครได้
  • ส่วนพื้นฐานศิลปศาสตร์ ก็จะหมายถึง คณะ หรือสาขาวิชาที่กำหนดให้ใช้คะแนนแบบศิลปศาสตร์ในการยื่นสมัคร โดยกลุ่มคะแนนศิลปศาสตร์ ก็จะเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ 2 วิทยาศาสตร์ทั่วไป หรือเป็น GAT  หรือ GAT + PAT 5, PAT 7 เป็นต้น และเช่นเดียวกันบางสาขาวิชา หรือบางครั้งถ้าผู้สมัครเรียนอยู่แผนการเรียนวิทย์ แต่มีคะแนนพื้นฐานศิลป์ ก็สามารถยื่นสมัครได้
ปล. การที่จะดูว่าเราต้องใช้คะแนนวิชาอะไรในการสอบ ให้ดูว่าคณะ หรือสาขาวิชากำหนดให้ใช้คะแนนวิชาไหน ไม่ได้ดูแผนการเรียนของเราเป็นหลัก
 
GPA กลุ่มสาระวิชา
          ที่จะเห็นในระเบียบการ คือ คณะ หรือสาขาวิชากำหนดให้มีคะแนนเฉลี่ย หรือ GPA กลุ่มสาระวิชาตามที่กำหนดไว้ ซึ่งหมายความว่า น้องๆ จะต้องมี "เกรดรวมของทุกวิชาในกลุ่มสาระวิชานั้นๆ" มากกว่าที่กำหนดไว้ เช่น มีกำหนดเกรดเฉลี่ยกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ 4 เทอม ไว้ 3.00 เท่ากับว่า เมื่อนำเกรดของทุกวิชา ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ม. 4 เทอม 1 จนถึง ม.5 เทอม 2 มารวมกัน และหารจำนวนหน่วยกิต (ไม่ว่าโรงเรียนจะใช้ชื่อวิชาว่าอะไร จะเป็น โลกและดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา พลังงาน หรือวิทยาศาสตร์ก็แล้วแต่ ถ้ากลุ่มสาระฯ เดียวกัน รวมหมด)  แล้วก็จะมาดูว่า คะแนนมากกว่า 3.00 ตามที่กำหนดไหม ถ้ามากกว่าก็ยื่นสมัครได้ (โปรแกรมคิด GPA กลุ่มสาระวิชา : คลิก)
 
หน่วยกิตกลุ่มสาระวิชา XX ไม่ต่ำกว่า...หน่วยกิต
          ปัจจุบันหลายๆ มหาวิทยาลัย จะไม่ระบุ "แผนการเรียน" ในคุณสมบัติการรับสมัคร แต่จะเป็นการระบุ "หน่วยกิต" ของแต่ละกลุ่มสาระวิชามากกว่า เพราะทุกวันนี้หลายๆ โรงเรียนไม่ได้เปิดสอนแค่แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ หรือแผนการเรียนศิลปศาสตร์ แต่มีการเปิดสอนหลากหลายหลักสูตร หลากหลายรูปแบบ ซึ่งการกำหนดคุณสมบัติแบบนี้ก็จะครอบคลุมกว่านั่นเอง เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีหน่วยกิตกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ ไม่ต่ำกว่า 22 หน่วยกิต และหน่วยกิตกลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 11 หน่วยกิต เป็นต้น
 
รหัสวิชาสอบ
          ในการสอบส่วนกลาง ทั้ง O-NET GAT/PAT และวิชาสามัญ ก็จะมีรหัสวิชากำกับอยู่ ซึ่งบางครั้งเกณฑ์การรับสมัครในระเบียบการไม่ได้ระบุชื่อวิชา แต่จะระบุเป็นรหัสวิชาแทน ดังนี้
  • O-NET : 01 ภาษาไทย, 02 สังคมศึกษา, 03 ภาษาอังกฤษ, 04 คณิตศาสตร์, 05 วิทยาศาสตร์
  • GAT/PAT : 85 GAT,  71 PAT 1 คณิตศาสตร์,  72 PAT 2 วิทยาศาสตร์, 73 PAT 3 วิศวกรรมศาสตร์,  74 PAT4 สถาปัตยกรรมศาสตร์, 75 PAT 5 วิชาชีพครู,  76 PAT 6 ศิลปกรรมศาสตร์,  77 PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส, 78 PAT 7.2 ภาษาเยอรมัน,  79 PAT 7.3 ภาษาญี่ปุ่น,  80 PAT 7.4 ภาษาจีน,  81 PAT 7.5 ภาษาอาหรับ, 82 PAT 7.6 ภาษาบาลี, 83 PAT 7.7 ภาษาเกาหลี
  • วิชาสามัญ : 09 ภาษาไทย, 19 สังคมศึกษา,   29 ภาษาอังกฤษ, 39 คณิตศาสตร์ 1, 49 ฟิสิกส์,  59 เคมี,  69 ชีววิทยา, 89 คณิตศาสตร์ 2, 99 วิทยาศาสตร์ทั่วไป

     
          นี่ก็เป็นชุดคำศัพท์ที่น้องๆ จะเจอในระเบียบการรับสมัคร TCAS64 หวังว่าจะช่วยให้น้องๆ  เข้าใจรายละเอียดการรับสมัครกันมากขึ้นนะคะ และสำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระเบียบการ หรือไม่เข้าใจตรงไหนในเกณฑ์การรับสมัคร ก็สามารถสอบถามเข้ามาได้เลยนะคะ
พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น