ใครๆ ก็มักบอกว่า อยากสมองปลอดโปร่ง "ควรนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง" แต่ในความเป็นจริงการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะวัยเรียน ไหนจะต้องเตรียมสอบ! ต้องปั่นการบ้าน! และมีความเครียดจนนอนไม่หลับ! และยังต้องตื่นเช้าเพื่อไปเรียนอีก เห็นไหมว่า วัยเรียนก็ไม่ได้สบายไปกว่าวัยอื่นเลย


ภาวะอดนอนต่อเนื่องหรืออาการนอนน้อย มีโทษกว่าที่คิดนะคะน้องๆ หากอดนอนเป็นครั้งคราว ก็ยังพอนอนหลับเพื่อฟื้นสภาพร่างกายและสมองได้ แต่เมื่อไหร่ที่อดนอนต่อเนื่อง ร่างกายจะเกิดภาวะพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดผลเสียตามมาอีกมากมาย ทั้งด้านสมอง อารมณ์ ประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงมีโทษต่อสุขภาพ โรคอ้วน โรคเครียด และอื่นๆ อีกสารพัด แม้ว่าทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือ การปรับพฤติกรรมของตัวเอง พยายามนอนให้ได้ก่อน 4 ทุ่ม เพื่อให้มีเวลานอนที่เพียงพอ แต่เมื่อเลี่ยงการปรับพฤติกรรมไม่ได้ รุ่นพี่หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบางชนิดก็ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้ และวิตามินที่กำลังพูดถึงอยู่นั้นก็คือ วิตามินบี นั่นเองค่ะ
วิตามินบี ตัวช่วยบำรุงสมอง
วิตามินบี คือพระเอกคนสำคัญที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทโดยตรง ข้อมูลจากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าวิตามินบีมีผลต่อระบบประสาท ทำหน้าที่สร้างสารสื่อประสาท ทำให้เราเรียนรู้และมีระบบการจดจำที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถพบวิตามินบีได้ในอาหารทั่วไปจาก นม ข้าวกล้อง ไข่ ตับ ถั่ว และธัญพืชต่างๆ
แต่วิตามินบีก็ยังมีมีหลายชนิดนะคะ โดยแต่ละชนิดก็มีคุณประโยชนต่างกันไป ซึ่งร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับวิตามินบีให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะเป็นโคเอนไซม์ในการเผาผลาญสารอาหารอื่นๆ และนำไปใช้ประโยชน์ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น
• วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) บำรุงระบบประสาท
• วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ป้องกันโรคปากนกกระจอก
• วิตามินบี 3 (นิโคตินาไมด์) ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
• วิตามินบี 4 (โคลีน) ช่วยสร้างสัญญาณสื่อประสาท และความจำ
• วิตามินบี 5 (กรดแพนโทเทนิก) ลดการอ่อนเพลีย ความเครียด
• วิตามินบี 6 (ไพริด็อกซิน) สร้างสัญญาณสื่อประสาท และเสริมภูมิต้านทาน
• วิตามินบี 7 (ไบโอติน) ช่วยป้องกันผมหงอก ผมร่วง ผิวหนังอักเสบ
• วิตามินบี 8 (อิโนซิทอล) ช่วยป้องกันการสะสมไขมัน และป้องกันภาวะวิตกกังวล
• วิตามินบี 9 (กรดโฟลิก) บำรุงเลือด
• วิตามินบี 12 (โคบาลามิน) เพิ่มสมาธิ ความจำ ลดความเครียด
แม้ว่าเราจะหาทานอาหารที่มีวิตามินบีได้ทั่วไป แต่ก็อาจจะไม่ครบถ้วน เพียงพอ หรือถูกลดทอนคุณค่าไปจากการประกอบอาหาร ดังนั้น การทานวิตามินบีเสริมก็เป็นอีกทางที่ช่วยเติมวิตามินให้กับร่างกายของเราค่ะ


เคล็ดลับในการเลือกวิตามินบีมารับประทาน ควรสังเกตที่ฉลากข้างขวด เป็นวิตามินบีสูตรครบถ้วน และมีปริมาณวิตามินบีสูงเพียงพอจากปริมาณที่แนะนำต่อวัน ซึ่งควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดปริมาณ 25-300 มิลิกรัม/วัน (ยกเว้น B7 Biotin, B9 Folic, B12 หน่วย ไมโครกรัม) นอกจากนี้ การได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในอัตราส่วน (สูตร 1:1) วิตามินบีแต่ละชนิดจะช่วยเสริมการทำงานร่วมกัน ร่างกายจึงดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยแนะนำให้ทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย แม้นอนน้อย...แต่ก็สดชื่นเหมือนได้หลับสนิทมาทั้งคืน
และนี่ก็คือวิตามินที่อยากบอกต่อน้องๆ วัยเรียน #สายนอนดึก #สายเครียด #สายโต้รุ่ง หรือสายอะไรก็แล้วแต่ที่รู้ตัวว่าใช้ร่างกายและสมองหนักมากกก ขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ก็ลองเติมวิตามินให้กับร่างกายกันดูนะคะ เพื่อบำรุงสมอง พร้อมสู้กับความเครียดทุกวัน ก็เลือกวิตามินบี... เพราะการรักษาสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป อย่าลืมดูแลสุขภาพ เพื่อให้มีพลังกายและสมองไปทำสิ่งต่างๆ ต่อไปนะคะ ร่างกายของเรายังต้องใช้กันอีกยาวๆ ค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Mega We care
ข้อมูลอ้างอิง
Lieberman S, Bruning N. The real vitamin and mineral book: a definitive guide to designing your personal supplement program. Penguin; 2007 . p105-108
Laquale KM. B-complex vitamins' role in energy release. Athletic Therapy Today. 2006.
Lieberman S, Bruning N. The real vitamin and mineral book: a definitive guide to designing your personal supplement program. Penguin; 2007 . p105-108
Laquale KM. B-complex vitamins' role in energy release. Athletic Therapy Today. 2006.
Pitkin RM, Allen LH, Bailey LB, Bernfield M. Dietary Reference Intakes for Thiamin, riboflavin, niacin, vitamin B6, folate, vitamin B12, Pantothenic acid, biotin and choline. Washington, DC. 2000.
2 ความคิดเห็น