อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ทำแท้งถูกกฎหมาย เห็นด้วยหรือไม่?

การแท้ง (Abortion) เป็นภาวการณ์สูญเสียเด็กในท้อง โดยนับอายุครรภ์ที่เด็กเกิดมาแล้วมีชีวิตได้ โดยส่วนใหญ่อายุครรภ์ที่เหมาะสมในการนำเด็กออกมาไม่ควรเกิน 20-25 สัปดาห์ ซึ่งหากเกินจาก 25 สัปดาห์ ทางการแพทย์จะเรียกว่า คลอดก่อนกำหนด (Preterm) ซึ่งโอกาสเสียชีวิตสูง และมีความผิดปกติเยอะมาก เช่น ปอดยังเจริญได้ไม่เต็มที่ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อมารดาอีกด้วย (เคยเขียนไว้ในบทความ “ทำแท้งปลอดภัย" มีจริงมั้ย ไปศึกษาเรื่องนี้กัน ลองอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ) 

ภาพจาก unsplash.com
ภาพจาก unsplash.com

        การทำแท้งถูกกฎหมายในประเทศไทยนั้นสามารถทำได้ โดยมีเงื่อนไขโดยคร่าวๆ คือ การทำแท้งนั้นมีความผิดทางกฎหมายทั้งแม่และหมอ แต่หากทำโดยเหตุผลทางปัญหาสุขภาพของแม่ หรือเด็กมีความผิดปกติ หรือมีความผิดทางอาญา ก็สามารถทำได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดการถกเถียงกันต่อมาว่า การทำแท้งไม่ควรเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือเปล่า หากจะช่วยให้พ่อแม่ที่ไม่พร้อมมีลูกไม่ต้องปล่อยให้เด็กเกิดมาตามยถากรรม หรือถูกเลี้ยงดูแบบไม่สมบูรณ์ อีกทั้งยังลดปัญหาการทำแท้งเถื่อนที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยอีกด้วย

ภาพจาก unsplash.com
ภาพจาก unsplash.com

ซึ่งเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 ที่กำหนดให้หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก มีความผิดอาญา เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผู้หญิงเกินจำเป็น ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 28 ที่ว่าด้วยบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ที่ประชุม ครม. จึงนำเรื่องนี้มาพิจารณาแก้ไขกฎหมายอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยต้องเร่งแก้ไขให้เสร็จทันวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ 1 ปี

ล่าสุด ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยมีเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 และ มาตรา 305 คือ

มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 305 มีรายละเอียดคือ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือ มาตรา 302 เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด โดย

(1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกาย หรือจิตใจของหญิงนั้น

(2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากทารกคลอดออกมาจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง

(3) หญิงมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำผิดทางเพศ

(4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์

ภาพจาก unsplash.com
ภาพจาก unsplash.com

ซึ่งการกำหนดอายุครรภ์ 12 สัปดาห์นี้ ด้านกลุ่มของ เครือข่ายอาสา RSA เห็นว่าน้อยไป เพราะการทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์เป็นบริการสุขภาพ การทำแท้งที่อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ เป็นความผิดทางอาญา จะเป็นการผลักให้ผู้หญิงที่ประสบปัญหาเข้าสู่บริการที่ไม่ปลอดภัย จึงเสนอว่า

  1. ผู้หญิงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ต่ำกว่า 20 สัปดาห์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
  2. ตัวอ่อนในครรภ์พิการยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรุนแรง
  3. บุคลากรสุขภาพอื่นสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ภายใต้ความควบคุมของแพทย์

ส่วนด้านของ กลุ่มทำทาง ผู้หญิงทำแท้ง ก็เห็นว่า หากอ้างถึงข้อมูลวิชาการต่างประเทศว่าสามารถทำได้ถึง 24 สัปดาห์ เนื่องจากเมื่อเลย 24 สัปดาห์ไปแล้ว ตัวอ่อนที่ออกจากครรภ์มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดนอกครรภ์ หรือเรียกว่า คลอดก่อนกำหนด  50% แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะพิการถึง 95% จึงเสนอให้กำหนดอายุครรภ์ที่ 24 สัปดาห์แทน

อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายที่ออกมาพูดถึงการปรับแก้ข้อกฎหมายครั้งนี้ ต่างก็เห็นตรงกันว่าควรยกเลิกมาตรา 301 ไปเลยดีกว่า     

ภาพจาก unsplash.com
ภาพจาก unsplash.com

          การปรับแก้กฎหมายทำแท้งครั้งนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปค่ะ อย่างไรก็ดี การทำแท้งเสรีหรือถูกกฎหมาย ควรเป็นเรื่องนี้ต้องเน้นย้ำควบคู่ไปกับการป้องกันการตั้งครรภ์ หรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เพราะหากรู้จักป้องกันอย่างถูกวิธีแล้ว โอกาสที่จะท้องไม่พร้อมก็น้อยลง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็น้อยลงด้วย การเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมาด้วยความพร้อมของพ่อแม่มีมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพให้เด็กเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้นด้วย

          ขณะที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งผลักดันเรื่องนี้ ชาวเด็กดีล่ะคะมีความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายการทำแท้งอย่างไรบ้าง มาพูดคุยกันค่ะ 

ภาพจาก unsplash.com
ภาพจาก unsplash.com

หมายเหตุ

มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 302  ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

มาตรา 305  ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา 301 และมาตรา 302 นั้น เป็นการกระทำของนายแพทย์ และ

          (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ

          (2) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 282 มาตรา 283 หรือมาตรา 284

          ผู้กระทำไม่มีความผิด

 

 ที่มาhttps://www.lawphin.com/detail/law/penal_code-301https://www.lawphin.com/detail/law/penal_code-302https://www.lawphin.com/detail/law/penal_code-305https://www.facebook.com/rsathai.org/posts/2733050133689960https://www.facebook.com/SafeAbortionThailand/posts/3363008617153301

 

พี่จูน
พี่จูน - Columnist บ.ก.บันเทิง/ไลฟ์สไตล์ ใจดีกว่าหน้าตา รักสัตว์ รักเด็ก อยากเป็นนางเอกและนางงาม

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น