เปิด 9 เรื่องจริงจากตำนาน “Doppelgängers” ความเชื่อที่ว่า “ทุกคนมีฝาแฝด” ผู้นำหายนะมาสู่ตัวเอง!

สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน กลับมาพบกับพี่ไพรกันอีกแล้วนะครับ… เคยเจอเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้กันบ้างไหม? เวลาที่คนรู้จักเข้ามาทักแล้วชวนคุย เหมือนกับว่าวันนี้เรากับเขาเจอกันแล้วทั้งที่เราเพิ่งจะพบกัน บางคนก็บอกเห็นเราอยู่ในสถานที่ต่างๆ แต่ที่จริงเราไม่ได้รู้จักหรือเคยไปสถานที่เหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ!  นี่อาจเป็นสัญญาณของ “ด็อพเพลเก็งเงอร์ (Doppelgängers)” ซึ่งเป็นฝาแฝดที่ถูกส่งมาจากนรกก็ได้นะครับ

Photo Credit:  Infomistico.com
Photo Credit:  Infomistico.com

 Doppelgängers (ด็อพเพลเก็งเงอร์) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แฝดมรณะ” ปรากฎขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1796 ถือเป็นหนึ่งในตำนานที่ถูกเล่าขานจนกลายเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านของเยอรมนีชื่อ “Siebenkäs” แต่งโดย Jean Paul (นักเขียนชาวเยอรมัน) คำว่า Doppelgängers นี้ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษจะเทียบเคียงคำว่า Double Waler คำนิยามที่ใช้เรียกแทนคนที่เหมือนเป็นร่างเงาของเรา ตัวตนอีกด้านที่อยู่ต่างสถานที่ต่างเวลา ว่ากันว่าถ้าใครพบเจอเงาของตัวเองอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ ลางร้ายที่อาจส่งผลถึงชีวิต!

วันนี้พี่จะพาไปน้องๆ ไปพบกับ  9 ประสบการณ์แฝดปริศนา…ที่แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษก็ยังค้นหาคำตอบไม่ได้… เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นมาดูไปพร้อมกันเลยครับ

Johann Wolfgang von Goethe

Photo Credit: Thoughtco.com
Photo Credit: Thoughtco.com

โยฮัน ว็อล์ฟกัง ฟ็อน เกอเธ่ นักเขียน กวี และนักการเมืองผู้มากความสามารถ หนึ่งในบุคคลที่ได้รับเคารพนับถือในยุโรป เกอเธ่เจอกับเหตุการณ์ด็อพเพิลเก็งเงอร์ในวันหนึ่งที่เขาขับรถกลับบ้านหลังจากแวะเยี่ยมเพื่อน ระหว่างทางเขาได้ขับสวนกับบุคคลปริศนา และเมื่อรถของอีกฝ่ายค่อยๆ ขับเข้ามาใกล้ เกอเธ่ก็รู้ทันทีว่าคนที่กำลังขับรถสวนกันอยู่นั้นเหมือนกับเขาเป๊ะ! ต่างกันแค่เสื้อที่ใส่เท่านั้น 

หนึ่งปีให้หลัง เกอเธ่ขับรถบนถนนเส้นเดิม เหตุการณ์ชวนงงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขานึกขึ้นได้ทันทีว่า เสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ในวันนี้นั้นเหมือนกันกับบุคคลปริศนาที่เจอเมื่อปีก่อน และตอนนี้ก็ยังขับรถกลับจากบ้านเพื่อนคนเดียวกันกับที่ไปเยี่ยมในปีที่แล้ว 

...หรือว่าชายปริศนาที่ว่าก็คือตัวเขาในอนาคต?

Abraham Lincoln

Photo Credit: Inc.com
Photo Credit: Inc.com

ครั้งหนึ่งอับราฮัม ลินคอล์น  (ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 16) ได้เปิดเผยกับเพื่อนๆ อย่างลับๆ ว่าเขาได้เจอกับเหตุการณ์สุดแปลกที่ไม่สามารถอธิบายได้ คืนหนึ่งขณะที่กำลังเอนกายบนโซฟา เรื่องพิศวงก็เกิดขึ้นบนกระจกที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เขาเห็นใบหน้าของตัวเอง ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่มีถึงสอง! ร่างแฝดมรณะมีลักษณะซีดเซียวอย่างกับผี กำลังมองเขาผ่านกระจกบานนั้น ลินคอล์นรีบลุกขึ้นทันที ก่อนที่แฝดอีกคนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

พอภรรยาฟังเรื่องนี้ก็ตกใจกลัวเป็นอย่างมาก เธอตีความว่าแฝดมรณะที่ลินคอล์นเห็น ก็คือ “ตัวเขาเองที่ตายไปแล้ว” ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญนั่นคือลางบอกเหตุกันแน่ เพราะหลังจากนั้นไม่นานลินคอล์นก็ถูกลอบสังหารในปี 1865 ทิ้งช่วงระยะเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุการณ์ประหลาดในคืนนั้น

Emilie Sagée

Photo Credit: Medium.com
Photo Credit: Medium.com

ช่วงกลางคริสตศตวรรษที่ 19 เอมิลี ซาเก ทำงานเป็นครูอยู่ในฝรั่งเศส แม้ว่าเธอจะถูกห้อมล้อมไปด้วยความรักมากมายจากลูกศิษย์ แต่ชีวิตกลับต้องพลิกผันเพราะด็อพเพิลเก็งเงอร์ แฝดปริศนาที่มักจะปรากฏตัวอยู่ข้างๆ กันตลอดเวลา นอกจากจะแกล้งทำท่าทางเหมือนกับกำลังสอนหนังสือให้กับเด็กนักเรียนแล้ว ยังเลียนแบบลักษณะท่าทางของตัวจริง การมีเธอสองคนในเวลาเดียวกันสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก 

และไม่ใช่แค่ในห้องเรียนครับ เพราะแฝดมรณะมักจะปรากฏตัวตามจุดต่างๆ รอบโรงเรียนและทำกิจกรรมนั่นนี่อยู่คนเดียว เมื่อนักเรียนบางคนเห็นและพยายามเข้าไปพูดคุย แต่กลับพบว่าเธอคนนั้นไม่มีตัวตน! จากนั้นไม่นานผู้ปกครองต่างพร้อมใจกันพาลูกๆ ย้ายออกจากโรงเรียนแห่งนี้ 

...ส่งผลให้เอมิลี่ตกงานในที่สุด 

George Tryon 

Photo Credit: Magnoliabox.com
Photo Credit: Magnoliabox.com

ชื่อของพลเรือจอร์จ ไทรอนถูกบันทึกในประวัติศาสตร์เพราะวีรกรรมอันกล้าบ้าบิ่น เพราะแผนซ้อมรบที่หละหลวมเป็นเหตุให้เรือหลวงวิกตอเรีย (HMS Victoria) ที่เขาเป็นผู้ควบคุมนั้นชนเข้ากับเรืออีกลำ  เป็นเหตุให้มีนาวิกโยธินเสียชีวิตไป 357 นาย และเขาเองก็คือเหยื่อในโศกนาฏกรรมนี้ด้วย

แต่...แต่ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ภรรยาของไทรออนกำลังสนุกกับงานปาร์ตี้ที่บ้านพัก บรรดาแขกต่างเห็นสามีของเธอในชุดเครื่องแบบเต็มยศ กำลังเดินลงจากบันไดออกไปทางประตู และหายไปอย่างรวดเร็ว และในวันถัดมาทุกคนจึงตกใจเมื่อทราบข่าวการจากไปของพลเรือเอกไทรออนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ซ้อมรบที่ชายฝั่งในแถบแอฟริกา ซึ่งอยู่ห่างจากลอนดอนไปกว่าหลายพันไมล์!

...แล้วชายในชุดเต็มยศตรงบันไดคือใครล่ะ? 

Sir Frederick Carne Rasch

Photo Credit:  Fineartamerica.com
Photo Credit:  Fineartamerica.com

ในปี 1906 เซอร์ เฟรเดอริก คาร์น รัช สมาชิกผู้แทนราษฎรชาวอังกฤษพลาดภารกิจการเข้าร่วมที่รัฐสภาเนื่องจากตนล้มป่วยกะทันหัน ทว่า “ปาร์กเกอร์” ผู้เป็นเพื่อนกลับได้พบกับเฟรเดอริกระหว่างการอภิปราย เพียงแต่พยายามทักทายแล้วกลับไร้เสียงตอบรับ ทำให้เขาหันมาโฟกัสกับการประชุมต่อ กว่าจะรู้ตัวอีกทีที่นั่งของเพื่อนก็ว่างเปล่าเสียแล้ว

และไม่ใช่แค่ปาร์กเกอร์เท่านั้น สมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ ต่างยืนยันว่าตนเห็นเฟรเดอริกในช่วงหัวค่ำ พอเจ้าตัวทราบข่าวประหลาดนี้จึงเขียนบทความขำขันล้อเลียนตัวเองว่า เพราะความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่ทำให้วิญญาณของเขาถูกบังคับให้มาเข้าร่วมประชุมในนามของตัวจริง 

แต่ถ้าจะคิดอีกแง่ สมมติเฟรเดอริกมีแฝดตามความเชื่อ”ด็อพเพลเก็งเงอร์” คงตลกไม่ออกแน่ๆ เลยครับ TT

Elizabeth I of England
 

Photo Credit: Historic-uk.com
Photo Credit: Historic-uk.com

เป็นที่รู้กันว่าควีนอลิซาเบธที่หนึ่งแห่งราชวงศ์อังกฤษ ยึดมั่นในเรื่องเหตุผลและความจริงมากกว่าการเชื่อในเรื่องของผี วิญญาณ และสิ่งลี้ลับ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้เห็น “แฝดมรณะ” นอนอยู่บนเตียง ควีนตัวปลอมนอนหงายด้วยด้วยสภาพที่หน้าตาซีดเซียวไร้เลือดและตัวสั่นระริก ทำให้พระนางทรงตกใจอย่างมาก และทราบดีว่านั้นคือลางร้ายบอกเหตุอะไรบางอย่าง

...หลังจากนั้นไม่นาน ควีนอลิซาเบธที่ 1 ก็เสด็จสวรรคต

Mary of Jesus of Ágreda

Photo Credit: Catholicnewsagency.com
Photo Credit: Catholicnewsagency.com

ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แม่ชีแห่งคณะนักบวชคาธอลิกนามว่า “แมรี่ จีซัส เด อาเกรดา” เธออยู่ชนบทในประเทศสเปนตลอดโดยไม่ได้ออกไปไหน และไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ เลย แต่กลับทำให้ชาวอินเดียนจูมาโนแห่งรัฐเม็กซิโกและเท็กซัสในอเมริกา เปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนาได้ โดยพวกเขายืนยันว่าตนได้พบสตรีในชุดฟ้าที่ชื่อ “อาเกรดา” จริงๆ 

และในความเป็นจริงคือทั้ง 2 เมืองนี้อยู่ห่างไกลกันมากกกและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินเท้าเปล่าจากสเปนมาถึงอเมริกาได้ ฝั่งแม่ชีอาเกรดาเลยอธิบายเหตุผลว่าตนมีความสามารถพิเศษ สามารถปรากฏตัวใน 2 สถานที่พร้อมกันได้ (Biolocation) จากความช่วยเหลือของทูตสวรรค์

ภายหลังจากที่มิชชันนารี (=ผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์) ได้ทราบเรื่องจากชาวอินเดียนจูมาโน แม่ชีก็ถูกจับตัวไปสอบสวนเกี่ยวกับการใช้มนต์คาถาทันทีครับ แต่สุดท้ายเธอก็เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลยว่าเธอเป็นแม่มด เหตุการณ์นี้ถือเป็นด็อพเพิลเก็งเงอร์เหมือนกันแต่ไม่ได้นำพาความโชคร้ายใดๆ มาให้แม่ชีครับ

Percy Byssche Shelley 

Photo Credit: Poetryfoundation.org
Photo Credit: Poetryfoundation.org

เพอร์ซี่ บิสช เชลลีย์ นักกวียุคโรแมนติกชาวอังกฤษผู้โด่งดังก็เคยพบแฝดมรณะของตัวเองหลายครั้งเหมือนกันนะครับ  หลังจากที่เขาสูญเสียลูกไป ก็เหมือนถูกทิ้งให้อยู่กับความเศร้าโศก เหนื่อยล้า และความเจ็บป่วย ในช่วงเวลานั้นเขาได้เผชิญหน้ากับแฝดผีของตัวเองที่ระเบียงบ้าน โดยที่อีกฝ่ายได้ถามถามเพอร์ซี่ตัวจริงว่า “How long do you mean to be content?” (คุณจะมีความสุขไปอีกนานแค่ไหน?)

"แมรี่ เชลลีย์" ภรรยาของเขาก็ได้เล่าเรื่องที่เธอและเพื่อนบ้านมักพบเห็นแฝดมรณะของสามีโดยเฉพาะเวลาที่เขาป่วย แต่เรื่องที่ประหลาดกว่าคือ "วิลเลียมส์" (เพื่อนบ้าน) เล่าว่ามีวันนึงที่เขาและเพื่อนยืนที่หน้าต่างมองตรงไปที่ระเบียง สิ่งที่เห็นคือเพอร์ซี่เดินจากริมหน้าต่างจากฝั่งนึงไปยังอีกฝั่งตามปกติ แต่แล้วเขาก็เห็นเพอร์ซี่เดินผ่านอีกครั้ง

Photo Credit: Wordsworth.org.uk
Photo Credit: Wordsworth.org.uk

แต่เดี๋ยวนะ...แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อทางที่เขาเดินไปไม่มีทางกลับออกมาได้? นอกจากว่าจะต้องเดินกลับมาหรือกระโดดลงจากกำแพงสูง แล้วเดินขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ วิลเลียมส์และเพื่อนจึงรีบไปดูที่กำแพงและระเบียง แต่กลับพบความว่างเปล่า สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเพอร์ซีย์ไม่เคยอยู่ตรงระเบียงตอนนั้น (แล้วเพอร์ซีย์ที่พวกเธอเห็นคือใครล่ะ?)

นอกจากนี้เพอร์ซี่ก็ได้พบเห็นตัวเองในครั้งที่ 2 ที่ชายหาด โดยแฝดมรณะของเขาชี้นิ้วไปที่ทะเล จากนั้นไม่นานเขาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการเดินเรือ!

Catherine The Great

Photo Credit:  Biography.com
Photo Credit:  Biography.com
 

ปิดท้ายกันที่เรื่องราวของ แคทเธอรีน เดอะ เกรท จักรพรรดินีแห่งรัสเซียกันบ้างครับ ในคืนหนึ่งพระองค์ทรงถูกปลุกโดยทหารองครักษ์ระหว่างกำลังบรรทม โดยพวกเขาอ้างว่าตนเห็นพระองค์เสด็จเข้าไปในห้องบัลลังก์ พระจักรพรรดินีทรงไม่เชื่อและเสด็จไปยังโถงใหญ่เพื่อพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

และทันทีที่ไปถึง พระองค์ตกพระทัยสุดขีดเมื่อพบแฝดมรณะนั่งอยู่ที่บัลลังก์อย่างจริงๆ! พร้อมสั่งการให้ทหารยิงร่างปริศนานั้นทิ้ง แต่ปรากฏว่าทหารยิงแล้วก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นแฝดมรณะของจักรพรรดินีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย 

...และไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยอาหารเส้นเลือดในสมองอุดตัน 

 

 

จบกันไปแล้วนะครับกับประสบการณ์อันน่าขนลุกของ “ด็อพเพลเก็งเงอร์” พูดเลยว่าใครเปิดเข้ามาอ่านตอนดึกๆ อาจจะกลัวจนนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว // พี่เองก็เหมือนกัน TT อย่างไรก็ตามเรื่องที่พี่เล่ามานั้นก็เป็นเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น สาเหตุการตายที่แท้จริงอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง  แล้วน้องๆ ละมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?​ มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้เลยนะ สำหรับวันนี้พี่ต้องขอตัวลาไปก่อน เจอกันใหม่ในบทความหน้านะครับ ^^  

 

 

Source:

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

timmiko Member 28 ธ.ค. 63 16:19 น. 1

ถือว่าแฝดมรณะอาจจะเป็นลางบอกเหตุ หรือมาเผื่อพรากวิญญาณเรา

เป็นบทความที่ดีค่ะ อ่านเพลินมาก ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

0
กำลังโหลด
Snowwy2004 Member 29 ธ.ค. 63 21:29 น. 3

จะมาเล่าเหตุการ์ณที่เจอกับตัวมาจริงๆค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยนะคะ


เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนหลังเลิกเรียน หลังจากเก็บของเสร็จแล้วเดินออกจากอาคาร เราดันลืมสมุดการบ้านเลยกลับไปเอา ซึ่งห้องเราอยู่ชั้นสอง แล้วต้องขึ้นบันได้ตรงทางด้านหน้า ซึ่งถ้าขึ้นไปชั้นสองห้องภาษาไทยจะอยู่ตรงหน้าพอดี หลังจากไปเอาเสร็จเราก็จะวิ่งผ่านหน้าห้องภาษาไทยและจะเห็นประตูที่มีกระจกอยู่ครึ่งบนทำให้สามารถเห็นคนที่อยู่ด้านในได้ ทีนี้เรากวาดตามองเฉยๆก็เลยเจออ.ที่สนิทกันกำลังนั่งตรวจงานอยู่ ตอนนั้นจำได้แม่นว่าเราเดินช้าๆเพราะห้องอยู่ไกลแล้วมันเหนื่อย และมั่นใจว่าเป็นอาจาร์ยคนนั้นแน่ๆ เราก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร แต่พอเราเดินลงมาถึงหน้าอาคาร เรากลับเห็นอาจารย์คนเดิมกำลังเดินสวนกับเรา

แล้วอ.ที่นั่งอยู่ในห้องภาษาไทยเมื่อกี้มันใครกันว่ะคะ?


WTF...คำนี้โผล่มาในหัวทันที

0
กำลังโหลด

3 ความคิดเห็น

timmiko Member 28 ธ.ค. 63 16:19 น. 1

ถือว่าแฝดมรณะอาจจะเป็นลางบอกเหตุ หรือมาเผื่อพรากวิญญาณเรา

เป็นบทความที่ดีค่ะ อ่านเพลินมาก ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

0
กำลังโหลด
เจ้าหญิงจากแดนไกล Member 29 ธ.ค. 63 14:14 น. 2

สนุก เรื่องราวเหล่านี้อาจจะเคยเกิดขึ้นกับหลายๆคนเลย เราก็เคยเป็นเพื่อนเจอเรานั่งซ้อนมอไซกับใครไม่รู้ แล้วมันยืนยันว่าเห็นเราจริงๆ แต่วันนั้นเราไม่ได้ออกจากบ้านเลย โคตรงง เพื่อนก็ไม่เชื่อว่าเราไม่ได้ไปไหนจนทุกวันนี้

0
กำลังโหลด
Snowwy2004 Member 29 ธ.ค. 63 21:29 น. 3

จะมาเล่าเหตุการ์ณที่เจอกับตัวมาจริงๆค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยนะคะ


เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนหลังเลิกเรียน หลังจากเก็บของเสร็จแล้วเดินออกจากอาคาร เราดันลืมสมุดการบ้านเลยกลับไปเอา ซึ่งห้องเราอยู่ชั้นสอง แล้วต้องขึ้นบันได้ตรงทางด้านหน้า ซึ่งถ้าขึ้นไปชั้นสองห้องภาษาไทยจะอยู่ตรงหน้าพอดี หลังจากไปเอาเสร็จเราก็จะวิ่งผ่านหน้าห้องภาษาไทยและจะเห็นประตูที่มีกระจกอยู่ครึ่งบนทำให้สามารถเห็นคนที่อยู่ด้านในได้ ทีนี้เรากวาดตามองเฉยๆก็เลยเจออ.ที่สนิทกันกำลังนั่งตรวจงานอยู่ ตอนนั้นจำได้แม่นว่าเราเดินช้าๆเพราะห้องอยู่ไกลแล้วมันเหนื่อย และมั่นใจว่าเป็นอาจาร์ยคนนั้นแน่ๆ เราก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร แต่พอเราเดินลงมาถึงหน้าอาคาร เรากลับเห็นอาจารย์คนเดิมกำลังเดินสวนกับเรา

แล้วอ.ที่นั่งอยู่ในห้องภาษาไทยเมื่อกี้มันใครกันว่ะคะ?


WTF...คำนี้โผล่มาในหัวทันที

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด