สวัสดีครับ...วันนี้ประสบการณ์แอดมมิชชั่น พี่ลาเต้ มีบทสัมภาษณ์ของน้องที่ทั้งสาว และสวย จากรั่วแม่โดมมาฝากกันครับ...โดยเป็นเรื่องของการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาที่เราชอบ...ไว้ให้น้องๆที่ได้อ่านเก็บไปเป็นข้อคิดในการเลือกคณะนะครับผม...จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้นไปตามอ่านกันเลย...

 
 

“ก่อนตัดสินใจเลือกเรียน โฆษณา ตอนนั้นก็มีแต่ความอยากรู้ ว่าเขาเรียนกันยังไง และก็คิดเสมอว่า เรียนโฆษณามันต้องสนุกแน่นอน”
       
          นั่นคือความคิดของสาว
“ปัด-กันตพร ล่องประเสริญ” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ไม่แตกต่างจากเด็กนิเทศฯ อื่นๆ
 เธอหวังว่าเรียนด้านโฆษณาแล้วจะต้องสนุก
       
          “เรามองภาพแค่ขั้นปลายว่า โอเคมันคงได้ใช้ความคิดสร้างสรรงานต่าง ๆทฤษฎีก็คงมีไม่มากและหากเราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำก็คงจะไม่หนักหนาอะไร แถมมีความสุข ปัดว่าคนที่เรียนโฆษณามันได้ฝึกกระบวนความคิด ”
       
         
ด้วยภาพของงานโฆษณาที่เราเคยได้ชมนั้น มักจะอยู่ดูสวยงามอยู่บนจอบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาในทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ มัลติมิเดีย หรือแม้แต่กิจกรรมการประชาสัมพันธ์ต่างๆ งานเหล่านี้ล้วนต้องกลั่นออกมาจากไอเดียที่แปลกและสดใหม่เท่านั้น จึงทำให้งานที่ต้องอาศัยจินตนาการดูเป็นงานที่อิสระ สนุก เป็นตัวของตัวเอง

       
          “เราคิดว่ามันจะสนุก แต่วงเล็บนะค่ะว่า เฉพาะคนที่คิดสิ่งนั้นออกมาและทำมันได้  คือคนที่เรียนโฆษณาหนูว่ามีสองแบบ คือ แบบที่เป็นคล้ายพรสวรรค์ในความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ และแบบที่สองคือ แบบคนที่เรียนมาและต้องแสวงหา นำหลายๆอย่างมาผนวก ประยุกต์กัน อาจารย์สอนวิธีคิดงาน ภายใต้โจทย์ บอกเงื่อนไข ว่าต้องทำอย่างไร งานจึงจะน่าสนใจ มันต้องมีอะไรบ้าง แต่ไม่ได้คิดงานให้ คือสอนให้คิดแต่ไม่ได้คิดให้”
       


         
ทีนี้คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วทำอย่างไรล่ะ? จึงจะมีความคิดแปลกใหม่ตามที่อาจารย์ต้องการให้ลูกศิษย์นักโฆษณามีคำตอบ
       
          “หากคิดไม่เป็น หรือ รู้วิธีคิดแต่ไม่สามารถคิดได้ อาจารย์บอกว่า ก็ให้ทำบ่อย ๆจนเกิดความเคยชิน จับจุดได้ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง สิ่งนี้จึงทำให้เด็กที่เรียนโฆษณามีชิ้นงานเยอะ ส่วนใหญ่ก็เป็นงานที่จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ใช่ว่าคิดจนเกินความจริงนะ ต้องสามารถอ้างอิงได้ ด้วยหลักการและเหตุผลของความคิดนั้นต้องสอดคล้องและตอบโจทย์”
       
         
สิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้บนตลาดวงการโฆษณาวันนี้ ก็คือ โฆษณาชวนเชื่อ ที่มักมีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่น โน้มน้าวให้เห็นด้วยกับทางเลือกจนเกิดการตัดสินใจซึ้อ สำหรับปัดบอกนักศึกษาสาขาโฆษณานอกจากจะสร้างสรรค์เป็นแล้วควรรู้เรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณของนักโฆษณาสอดแทรกไว้
       
          “การนำเสนออะไรเพียงด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้การโน้มน้าวประสบผลสำเร็จ จริงๆแล้วต้องบอกว่ามันสำเร็จก็จริง แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ในพื้นฐานของนักโฆษณาที่ดี เพราะสิ่งที่คนที่เรียนสาขาโฆษณาจะได้รับ นอกจากหลักการแนวคิดบวกการตลาดในด้านต่างๆ ก็คือทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและจรรยาบรรณ คือเราต้องสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์และไม่เป็นผลลบ”
       


          ในฐานนะว่าที่ “นักโฆษณา” กับตำแหน่งครีเอทีฟที่เธอฝัน ปัดบอกอนาคตหากมีโอกาสได้ทำงานตามสายที่เรียนมาจริงๆก็อยากที่จะมีผลงานสักชิ้นออกไปเพื่อสังคม ไม่ใช่ยัดเยียดโฆษณาให้กับผู้ดูมากเกินไป

       
          “หลายตำแหน่งในงานโฆษณาที่เด็กที่เรียนโฆษณาอยากจะเป็น ปัดเองอยากที่จะเป็นครีเอทีฟได้คิดสร้างสรรค์งาน เพราะอยากจะมีผลงานออกมาสักชิ้นเพื่อสังคม”
       
         
สุดท้ายปัดแนะนำไปยังน้องๆที่สนใจอยากจะเรียนสาขาโฆษณาเหมือนอย่างเธอบ้างว่า หากใครชอบแล้วคิดจะเรียนอย่างจริงจัง เจอโฆษณาอะไรก็คงต้องเก็บเกี่ยวตรงนั้นมาเป็นความรู้ได้ทุกอย่าง
       
          “ก่อนอื่นคือให้ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไรด้านไหนอย่างแท้จริง แล้วทำมัน และหากคิดว่าจะเรียนโฆษณาจริงๆแล้ว การฝึกฝนอย่างเดียวมันก็ไม่พอ จริงๆแล้วเรียนโฆษณา หรือการคิดงานมันต้องมาจากการรับสื่อ รับสารด้วย เจอป้ายโฆษณาที่ไหน เจออะไรเราก็ต้องเก็บเกี่ยวมาไว้ทั้งนั้นเพื่อจะได้อัพเดทโลกให้ทัน เพื่อประกอบกับการคิดงานให้ได้ประสิทธิภาพ”
       
         
สำหรับงานโฆษณา การสร้างสรรค์น่ะคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่าการทำงานโฆษณาให้อยู่ในจรรยาบรรณและขอบเขตที่ ไม่ทำร้ายคนดู นี่สิ ยากกว่า จริงมั้ยครับ...พี่ลาเต้ ก็ว่าอย่างนั้นและครับผม...อิอิ...สุดท้ายนี้ พี่ลาเต้ ต้อง ขอขอบคุณบทสัมภาษณ์พร้อมรูปถ่ายที่สวยงามจาก ผู้จัดการออนไลน์ นะครับผม...เยี่ยมมากๆ...

 
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากผู้จัดการออนไลน์

 
 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

12 ความคิดเห็น

rasp`berry 15 ธ.ค. 50 13:58 น. 2
** .. พี่จะทดสอบทำไม งง แท้ อยากเรียนเหมือนกัน แต่พ่อแม่ไม่อำนวย จะสู้คนอื่นได้ไหมนิ วู้ๆๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กิ๊กดุ๊กดิ๊ก Member 22 ธ.ค. 50 16:49 น. 8
ยากมากๆ ตอนแรกก็คิดว่าไม่ยาก ยังไงก็ถนัดอยู่แล้ว แต่พอเรียนเข้าจริง ต้องใช้หัวมากๆ ยากกกกกก เริ่มท้อละ แงๆ T_T
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
1234 22 ธ.ค. 50 23:50 น. 10
เราก็เรียนสานนิเทศเนี่ยะแหละ ต้องใช้การครีเอทเยอะ ต้องมีพรแสวง มากกว่าพรสวรรค์นะ ใครจาเรียนก็สู้ๆจ๊ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
100River 4 ต.ค. 51 03:26 น. 12
ผมก้ออยู่โคด-สะ-นาความจิงแล้วเอาเน้นๆให้..คิดมีอยู่ในคนทุกไม่ว่าจะเป็นโฆษณาหรือสื่ออื่นความแตกต่างนั้นหละเป็นสิ่งสำคัญอยู่ตัวอย่างให้สักโจทย์เรื่องการลดโลกร้อนแล้วกัน ให้เขียนlayoutเรื่องเกี่ยวกับโลกร้อนขนาดเอาเป็น"5x7"คุณจะคิดยังไงก็ได้เกี่ยวกับการลดโลกร้อนวาดมันออกมาเลยขอให้สนุกกับความคิดงับ ลองเอาคติผมไปใช้นะ เรียนอะไรที่เค้าสอนๆกันเราเรียนให้หมดนะครับแต่สมองสอนกันไม่ได้ เอารูปธรรมให้ชัดสักตัวอย่าง อย่างคนที่เก่งphoto shop ด้วยการฝึกฝนจนชำนาญมากๆตัดต่อภาพได้เนียนสุดๆเค้าก็จะเก่งในด้านนั้นๆ แต่พอทำงานที่ต้องใช้ความคิดเค้ากลับคิดงานออกมาไม่ได้เลย โฆษณาเป็นศาสตร์ที่ยากมากๆสำหรับน้องๆที่เรียนด้านนี้อยู่หวังว่าคงค้นพบตัวตนของตัวเอง อาศัยกลิ่นที่ได้จากสื่อโฆษณาของเราทุกวันนี้มาประยุกต์ใช้กันนะครับ พวกเราคือปรพยุกต์ศิลป์อย่าอยู่แต่ในซอยนะ ออกมาถนนใหญ่ อย่ามัวแต่ถามยายว่างานผมดีมั้ย ถามคนบนถนนใหญ่ดู ลองเอาบทความนี่เป็นตัวช่วยกระกอบไปด้วยนะครับ.....เรื่องโลกร้อน ผมทำง่ายๆ ผมจะวาดสวิชไฟ1อันกับนิ้วมือแล้วก้อปิดมัน- -บางคนอาจคิดจะวาดโลก แต่โลกมันอยู่ไกล้ตัวเราไปมันต้องเริ่มจากตัวเองก่อนอันนี้เอาไปใช้เวลาประกวดhandbillได้นะคิดเรื่องไกลๆตัวมองมุมที่คนอื่นยังไม่มองดู....โชดดีงับหวังว่าจะเจอน้องๆในเว็ปDek-Dมาอยู่ในบริษัทบ้าง
0
กำลังโหลด
555+ 10 ม.ค. 52 15:03 น. 13
อยากเรียนโฆษณาเหมือนกัน

แต่ทำโฟโต้ช็อปกับพวกกราฟฟิกไม่เป็นเลย

จะมีปัญหาในการเรียนรึป่าวคะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ฟ้า 26 มี.ค. 61 09:15 น. 15

มีความคิดอยากเรียนสาขานี้เป็นคนไม่มีความฝันไม่มีความชอบพยายามค้นหาตัวเองแต่ก็ไม่รู้ว่าเราเองต้องการอะไรม.5แล้วคงต้องเรียนรู้เรื่องนี้ไปเยอะๆตามที่พี่แนะนำ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด