เช็คเลย! นิยายที่เขียนอยู่มีโอกาสเขียนจบมั้ย?

 

นักเขียนเด็กดีคนไหนที่ ‘กำลังเขียนนิยาย’ อยู่ตอนนี้ ถ้าเราไม่ใช่สายวางพล็อตแน่นๆ หรือมีไอเดียมาเขียนนิยายได้ทุกวัน จนไม่แน่ใจว่านิยายที่เขียนอยู่ช่วงนี้จะมีโอกาสเขียนจบเหมือนนักเขียนคนอื่นๆ บ้างรึเปล่า เรามีไอเดียเช็คลิสต์ดีๆ มาให้ทุกคนได้ลองทายกันดูว่า เราจะมีโอกาสเขียนนิยายจบเรื่องมั้ย? ในลิสต์ด้านล่างนี้เลย 

ก่อนจะไปเช็คลิสต์! มาลองดูไอเดียง่ายๆ ว่าทำไมต้องเขียนนิยายให้จบกันค่ะ 

  • จุดเริ่มต้น : ตัดสินใจก่อนว่าเราจะเขียนอะไร และจะเขียนยังไง จากนั้นก็ลงมือเขียน ห้ามมองข้ามกระบวนการนี้ที่สุด ถ้าคิดแต่ไม่เขียนก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน
  • มีแรงบันดาลใจอยู่เสมอ : ตอนที่เขียนนิยาย อุปสรรคที่เราคาดไม่ถึงมักจะโผล่เข้ามาทดสอบเราอยู่เสมอ เราต้องวางแผนล่วงหน้าว่าแรงบันดาลใจของเราหาได้จากไหนบ้าง เวลาใกล้หมดไฟ จะได้เติมให้ทัน
  • เขียนให้จบเพื่อเป็นนักเขียน : นิยายที่เขียนเกือบจบ อาจทำให้เราเป็นนักเขียนได้ แต่นิยายที่เขียนจบแล้วทำให้เราเป็นนักเขียนที่ดีกว่า
via: pixabay
via: pixabay 

Checklist : แนวคิด โครงเรื่อง ร่างแรก อยู่ไหน?

ตอนนี้เขียนนิยายกันไปกี่ตอนแล้ว? กลับมาทบทวนไอเดียแรกให้จบก่อน ถ้าเราหาจุดเริ่มต้นไม่เจอหายนะมาเยือนแน่ๆ ถ้าจำไม่ได้ มาลองใช้วิธีนี้เหล่านี้กัน 

  • เขียน Mind Map : สร้างแผนภาพความคิด วางพล็อต ตัวละคร ธีม ความขัดแย้ง และบทสนทนา
  • เรื่องย่อ : เขียนโครงร่างแบบละเอียดๆ ประมาณ 2-3 หน้า บอกครบทุกองค์ประกอบว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีเรื่องราวสำคัญเกิดขึ้นตรงไหน เช่น พล็อต ตัวละคร ความขัดแย้ง และธีม
  • Skeleton Outline : จดบันทึกประเด็นสำคัญเอาไว้เป็นสารบัญโครงกระดูก ให้เรารู้ว่านิยายของเราจะมีตัวละครอะไรบ้าง มีฉากไหน ช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องเขียนอะไร แม้ว่าเราจะยังไม่ได้คิดถึงเนื้อหาของมันจริงๆ ก็ตาม (อ่านเพิ่มเติม : เขียนนิยายให้จบเร็ว x10 แถมไม่ตันด้วย 'Skeleton Outline')
  • พัฒนาการตัวละคร : ให้ตัวละครเป็นตัวขับเคลื่อนร่างนิยายของเรา โดยการวางจุดสำคัญเอาไว้ว่า ตัวละครมีพัฒนาการตรงไหนและพัฒนาขึ้นอย่างไร
  • ฉากและลำดับสำคัญ : เขียนฉากสำคัญที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นและลำดับขั้นตอนการคลี่คลายปมต่างๆ ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน

แนวโน้มเขียนนิยายจบเรื่อง : มีโครงร่าง 50% ลงมือเขียน 50%

 

Checklist : อ่านนิยายแนวเดียวกับที่เขียนอยู่บ้างรึเปล่า?

“ถ้าคุณไม่มีเวลาอ่านคุณก็ไม่มีเวลาหรือไม่มีเครื่องมือในการเขียน ง่ายๆ แค่นั้นเอง” 

ข้อนี้ต้องยกคำพูดของสตีเฟนคิงมากล่าวซะหน่อย ถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องอ่านหนังสือหรือนิยายในช่วงที่กำลังเขียนนิยายอยู่ จริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับนักเขียนเหมือนกันว่ามีความรอบรู้ในแนวทางที่เขียนมากน้อยแค่ไหน เพราะนี่คือสิ่งที่เราจะได้จากการอ่านแน่นอน 

  • สร้างสิ่งที่แปลกใหม่กว่าเดิม : เมื่ออ่านนิยายแนวเดียวกับที่เขียน จะทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่เขียน และสามารถสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากเดิมได้ รู้เขารู้เราดีกว่า
  • รู้ความคาดหวังนักอ่าน : ผลพลอยได้จากการอ่านนิยายแนวเดียวกัน นอกจากรู้ว่านิยายมีแนวทางแบบไหนแล้ว ยังได้รู้ว่านักอ่านนิยมชมชอบเรื่องราวแบบไหน และคาดหวังสิ่งใดอีกด้วย
  • สนุกและคลายเครียด : ต้องสนุกอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ชอบอ่านนิยายแนวนี้เราคงไม่เขียนมันหรอกใช่ไหม หรือถ้ามันไม่สนุก ลองท้าทายตัวเองด้วยการเขียนให้สนุกได้ไหม?

แนวโน้มเขียนนิยายจบเรื่อง : มีไอเดีย 30% ลงมือเขียน 70%

 

Checklist : เวลาตันแก้ไขปัญหายังไง?

เขียนไม่ออกก็เป็นสาเหตุให้เขียนนิยายไม่จบเรื่องได้เหมือนกัน  ถ้าเราเคยตันแล้วเลือกที่จะหยุดเขียนนิยายไปก่อน ลองมาดูวิธีแก้ตันเหล่านี้ แล้วกลับไปเขียนนิยายของเรากัน 

  • จดจ่อกับการเขียน : ไม่จับเวลา ไม่กำหนดคำในการเขียน แค่เขียนในช่วงเวลาที่มีเวลาว่างให้คุ้มค่าที่สุด
  • เลือกสถานที่ในการเขียน : ถ้าการเขียนของเราขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ปราศจากสิ่งรบกวนให้เลือกสถานที่เดิมที่ทำให้เขียนนิยายได้เสมอ
  • เลือกที่อยากเขียนที่สุด : มีนักเขียนหลายคนที่ไม่ชอบการเขียนจากหนึ่งไปสิบ แต่ชอบเขียนกระโดดไปมาตามอารมณ์ หรือไอเดียที่คิดขึ้นมาได้ ถ้าเรามีนิสัยแบบนี้ ไม่ต้องสนใจอะไรมาก ก็แค่เขียนไปเลย
  • กำหนดจำนวนคำเถอะ : ถ้าไม่มีแรงจูงใจจริงๆ และอยากมีความรับผิดชอบในงานเขียนให้มากที่สุด ขอสนับสนุนให้กำหนดจำนวนเนื้อหาที่จะเขียนไว้อย่างน้อย 3 หน้า หรือ 3,000 คำ หรือกำหนดเอง และทำต่อเนื่องกันทุกวัน

แนวโน้มเขียนนิยายจบเรื่อง : เทคนิค 10% ลงมือเขียน 90%

 

Checklist : เป้าหมายที่อยากเขียนนิยายให้จบมีไหม?

ถ้าเราไม่มีเป้าหมายเราจะเดินไปหาปลายทางให้เจอได้ยังไง ลองถามตัวเองดูว่า เรามีแรงจูงใจอะไรที่อยากเขียนนิยายให้จบเรื่อง อยากเป็นนักเขียน อยากทำความฝันในวัยเด็กให้สำเร็จ อยากมีนิยายเป็นของตัวเอง อยากตีพิมพ์หนังสือ หรืออยากเขียนนิยายให้จบสักเรื่อง ไม่ว่าเป้าหมายเราจะเป็นอะไรก็ตาม แค่ตั้งเป้าไว้แล้วทำให้ได้! 

แต่ถ้าไม่มีก็ต้องรีบหาด่วนๆ เลย หรือจะลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูก็ได้ 

  • อยู่กับนิยายทุกวัน : ตั้งเป้าระยะสั้นไว้ก่อน ถึงแม้ว่าเราจะเขียนนิยายไม่ได้ทุกวัน แต่ในทุกๆ วันเราควรอยู่กับนิยายของเราให้มากที่สุด เช่น เมื่อมีเวลาว่างให้คิดถึงตอนต่อไป คิดถึงตัวละคร คิดถึงพล็อตเรื่องที่อยากจะแก้ไข เข้าไปรีไรต์นิยายตอนเก่าๆ ทำให้ตัวเราจดจ่อกับนิยายที่เขียนเข้าไว้ เพื่อให้เรารู้ตัวอยู่เสมอว่าเรากำลังเขียนนิยายอยู่ และเราต้องเขียนมันให้จบ
  • กำหนดเดดไลน์ให้ตัวเอง : ถ้าเขียนนิยายทุกวันไม่ได้ ลองตั้งเป้าเขียนนิยายรายสัปดาห์ดูไหม กำหนดเดดไลน์ให้ตัวเองเพื่อเขียนนิยายให้จบ และฝึกความรับผิดชอบเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการซื่อสัตย์กับตัวเอง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง และส่งงานให้ตรงเวลาด้วย
  • เปิดขายรายตอน : วิธีนี้นักเขียนเด็กดีนิยมใช้กันเยอะมาก เพราะไม่ต้องเขียนนิยายให้จบเรื่องก็สามารถเปิดขายเป็นรายตอนได้ วิธีนี้ทำให้นักเขียนมีความรับผิดชอบต่องานเขียน มีรายได้ และมีกำลังใจมาเขียนนิยายจนจบเรื่องได้แน่นอน! (ศึกษาการขายง่ายๆ ที่ : ระบบขายนิยายรายตอน)

แนวโน้มเขียนนิยายจบเรื่อง : เป้าหมาย 99% ลงมือเขียน 1%

 

ลองเช็คลิสต์ดูแล้วเป็นยังไงกันบ้าง? แต่ละลิสต์ที่นำมาให้เช็คกันในวันนี้ รับรองได้เลยว่ามีไอเดียและคำแนะนำดีๆ กลับไปเขียนนิยายต่อได้แน่นอน แต่จะเขียนนิยายให้จบเรื่องได้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับตัวนักเขียนด้วยเหมือนกันว่าอยากจะเขียนนิยายให้จบเรื่องแล้วหรือยัง ถ้าอยากเขียนนิยายให้จบเรื่องแล้วก็มาเริ่มเขียนนิยายกันเลย! 

พี่แนนนี่เพน

เริ่มเขียนนิยาย
พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น