|
สวัสดีค่ะน้องเด็กดี ผู้รักการเล่น MSN เป็นชีวิตจิตใจ ^_^ ไม่ได้เจอกันซะหลายวันเลยนะคะ ก็เหมือนเช่นเคยทุกครั้งล่ะค่ะ พี่เหมี่ยวติดภาระกิจช่วยชาติ ไม่สามารถมาเจอกับน้องๆได้ -_-* แต่ถึงยังไงก็ตาม วันนี้พี่เหมี่ยวก็กลับมาแล้วค่ะ...

ถ้าพี่เหมี่ยวจะถามน้องๆที่ชื่นชอบในการเล่น MSN ว่าเสน่ห์ของเจ้าโปรแกรมแชทออนไลน์นี้คืออะไร??? น้องๆจะตอบพี่เหมี่ยวว่ายังไงคะ ??? ... บางคนอาจจะบอกว่า การได้เจอเพื่อนใหม่ บางคนก็บอกว่าไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์โทรคุยกับเพื่อนให้เปลืองเงินค่าขนม หรือบางคนอาจจะบอกว่าสามารถทำงานและคุยกับเพื่อนไปด้วยได้...
จะว่าไป พี่เหมี่ยวก็เห็นด้วยกับเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนะคะ แต่ยังมีออีกสิ่งหนึ่งที่พี่เหมี่ยวคิดว่าเป็น เสน่ห์ของเจ้าโปรแกรม MSN ที่ใครต่อใครต่างก็หลงใหล น้องๆทายซิคะว่าคืออะไร??? >o< อิอิอิ ทายไม่ออกล่ะสิคะว่าคืออะไร เฉลยให้ก็ได้ค่ะ ก็ เจ้านี่ไงคะ อีโมติคอน (^o^ )
|
พี่เหมี่ยวเชื่อว่าน้องๆหลายคนคงคุ้นเคยกับการใช้ อีโมติคอน หรือ ไอคอน ในการเล่นMSN กันเป็นอย่างดีใช่ไหมคะ เพราะหลายครั้งเวลาที่เราขี้เกียจที่จะพิมพ์ข้อความ เราก็มักจะใช้เจ้าตัวไอคอนต่างๆเพิ่มสื่อความหมายความรู้สึกแทนการพิมพ์ข้อความ ซึ่งก็ได้ผลค่ะ เจ้าตัวไอคอนนี้สามารถทำให้อีกฝ่ายที่คุยกับเราอยู่เข้าใจสึกที่เราต้องการสื่อสาร นอกจากนี้ไอคอนยังช่วยให้เราประหยัดเวลาในการพิมพ์ข้อความด้วยนะคะ |
แต่น้องๆทราบกันรึเปล่าคะว่า ที่จริงแล้วจุดเริ่มต้นของเจ้า อีโมติคอน หรือ ไอคอน เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และเกิดขึ้นได้อย่างไร... วันนี้พี่เหมี่ยวจะพาน้องๆไปรู้จักต้นกำเนิดของ อีโมติคอน กันค่ะ

หน้ายิ้ม หรือ Smiley face คือ รูปแบบการประกอบตัวอักขระเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย เรียกว่า อีโมติคอน (emoticons : emotion + icon) จากข้อมูลวิจัยได้มีการตรวจพบหลักฐานว่า สัญลักษณ์นี้ถูกใช้ครั้งแรกในบูเลตินบอร์ดของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลลอนตั้งแต่ปี 1982
อีโมติคอน ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมออนไลน์ เนื่องจากมันทำให้การสื่อสารด้วยอารมณ์ต่างๆ ทำได้ง่าย และรวดเร็ว ซึ่งบางครั้งเราจะพบว่า มันเป็นการยากที่จะอธิบายอารมณ์ความรู้สึกด้วยการเขียนอธิบายออกมาเป็นข้อความ แต่ด้วยอิโมติคอนที่เกิดจากการพิมพ์ ตัวโคลอน" : " ตามด้วยไฮเฟน "-" และวงเล็บปิด " ) " เมื่อมองตามแนวนอน จากซ้ายไปขวา ก็จะเห็นสัญลักษณ์แทนหน้ายิ้มแล้วดังนี้ :-)
|
ไมค์ โจนส์ นักวิจัยของไมโครซอฟท์เริ่มต้นความพยายามในการค้นหาที่มาของ Smiley ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และด้วยความช่วยเหลือจากภาควิชาคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยลัยคาร์เนกี้เมลลอน ทำให้โจนส์ได้เทปแบคอัปในช่วงปี 1981-1983 หลังจากนั้นเขาก็พยายามดึงข้อมูลออกมาด้วยเทปไดรฟ์ชนิด 9 แทร็ก และใช้ทีมงานในการมองหาข้อความที่โพสต์ไว้ในช่วงนั้นจนกระทั่งพบสัญลักษณ์ Smiley ครั้งแรก
โจนส์เชื่อว่า สัญลักษณ์ :-) ถูกใช้ครั้งแรก เพื่อแทนความหมาย ยิ้ม ในข้อความที่โพสต์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 1982 โดย สกอตต์ อี. ฟาร์แมน |
ข้างล่างนี้คือ หลักฐานยืนยันของข้อความที่ถอดมาจากเทปแบคอัป และเชื่อกันว่า เป็นต้นกำเนิดของสัญลักษณ์ Smiley Face ซึ่งต้นฉบับข้อความนี้เขียนโดย สก็อตต์
19-Sep-82 11:44 Scott E Fahlman :-) From: Scott E Fahlman
I propose that the following character sequence for joke markers:
:-)
Read it sideways. Actually, it is probably more economical to mark things that are NOT jokes, given current trends. For this, use
:-( | เมื่อ 19 กันยายน เป็นวันคล้ายวันเกิด และถือเป็นการครบรอบ 20 ปีของสัญลักษณ์ หน้ายิ้ม ซึ่งตัวสก็อตต์ ผู้ให้กำเนิดสัญลักษณ์นี้ กล่าวว่า แม้ว่าเขาจะไม่เคยได้รับค่าลิขสิทธิ์ใดๆ จากผู้ที่นำมันไปใช้เลย แต่เขาก็พอใจ เพราะถือว่า สิ่งนี้คือของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่เขาจะมอบให้กับโลกใบนี้
เป็นไงคะ...น่าทึ่งไหมละ กับต้นกำเนิดแบบไม่ตั้งใจของเจ้า อีโมติคอน ที่ทุกวันนี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ใช้ชีวิตในโลกไซเบอร์อย่างพวกเรา... เอาเป็นว่ายังไงก็ต้องขอขอบใจ สกอตต์ อี. ฟาร์แมน นะคะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นไอเดียให้กับคนทั่วโลกได้มีรอยยิ้มกัน...

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลแปลจาก khunlinda.com ค่ะ |
8 ความคิดเห็น
เห็นแล้วยิ้มทุกทีเลย :)