มาแล้ว! ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกตามสาขา โดย QS ประจำปี 2021 #QSWUR

ถือว่าเป็นธรรมเนียมในทุกปีที่ทาง  QS Quacquarelli Symonds สถาบันคลังสมองชั้นนำในแวดวงอุดมศึกษาระดับโลก ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกตามสาขาวิชา หรือ QS World University Rankings by Subject และสำหรับปี 2021 นี้ก็ได้ประกาศออกมาแล้วครับ!

สำหรับผลการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject ครั้งที่ 11 นั้นเป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบศักยภาพของหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย 13,883 หลักสูตร จากมหาวิทยาลัย 1,440 แห่ง ใน 85 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ครอบคลุม 51 สาขาวิชาด้วยกัน ซึ่งผลการจัดอันดับต่างๆ ที่ประกาศออกมาในแต่ละปี ถือว่าเป็นอีกส่วนสำคัญในการตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศของนักศึกษาหลายคนเลยครับ  ไม่รอช้า เรามาดูรีวิวของปีนี้ดีกว่า! 

Photo Credit: https://scholar.harvard.edu/
Photo Credit: https://scholar.harvard.edu/

1. Harvard University และ Massachusetts Institute of Technology เป็นสถาบันที่ทำผลงานได้ดีที่สุด โดยครองอันดับหนึ่งใน 12 สาขาวิชาด้วยกัน

Photo Credit: MINISTRY OF JOY / BBC
Photo Credit: MINISTRY OF JOY / BBC

2. ภาคอุดมศึกษาของสหราชอาณาจักร(UK) ยังคงมีความยืดหยุ่น โดยทำอันดับหนึ่งได้ใน 13 สาขาวิชา จากทั้งหมด 51 สาขาวิชา โดยใน 13 สาขาวิชาที่มหาวิทยาลัยอังกฤษคว้าอันดับหนึ่งไปครองนั้น เป็นของ University of Oxford ถึง 5 สาขาวิชา

Photo Credit: @evening_tao / Freepik
Photo Credit: @evening_tao / Freepik

3. สถาบันอุดมศึกษาของจีนยังคงทำผลงานดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีภาควิชาที่ติด 50 อันดับแรกมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยทางโฆษก QS ได้ให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนงบประมาณทางด้านการศึกษานั่นเองครับ จะเห็นได้เลยว่าในแต่ละปีทางรัฐบาลจีนมอบทุนเรียนต่อให้เยอะมาก  ไม่ใช่แค่เฉพาะชาวจีน แต่รวมถึงชาวต่างชาติด้วย ยกตัวอย่างทุนที่เห็นได้ชัดก็คงเป็นทุน CSC 

ทุน Hainan Universityทุน Shandong Universityทุน East China Normal Universityทุน Xiamen University
Photo Credit: https://learn.utoronto.ca/
Photo Credit: https://learn.utoronto.ca/

4. University of Toronto ของแคนาดา มีภาควิชาที่ติด 50 อันดับแรกมากที่สุด โดยติดอันดับไป 46 ภาควิชา ซึ่งมากที่สุดในโลก

ทุนเรียนฟรีที่ U. of Toronto
Photo Credit: https://ethz.ch/
Photo Credit: https://ethz.ch/

5. ETH Zurich ของสวิตเซอร์แลนด์เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของทวีปยุโรป โดยครองอันดับหนึ่งในสาขาธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และวิทยาศาสตร์พื้นพิภพและทะเล และเมื่อประเมินจากภาควิชาที่ติด 10 อันดับแรกแล้ว สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบอุดมศึกษาดีที่สุดเป็นอันดับสามของโลก

รวม 5 มหาวิทยาลัยใน ‘สวิตเซอร์แลนด์’ทุนป.โท ETH Zurich
Photo Credit: https://studyco.com/en/university/35-Australian-National-University
Photo Credit: https://studyco.com/en/university/35-Australian-National-University

6. ออสเตรเลียมีจำนวนหลักสูตรที่ติด 10 อันดับแรกน้อยที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีภาควิชาที่ติด 10 อันดับแรกรวมกัน 13 หลักสูตร น้อยกว่าปี 2563 (17 หลักสูตร) และปี 2562 (18 หลักสูตร) นอกจากนี้ หลักสูตรของ Australian National University มีอันดับลดลงกว่าสองในสามเมื่อเทียบเป็นรายปี

ทุนเรียนต่อ Australian National University
Photo Credit: https://www.nus.edu.sg/
Photo Credit: https://www.nus.edu.sg/ 

7. มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ยังคงมีศักยภาพแข็งแกร่ง โดยมี 2 แห่งที่ครองอันดับหนึ่ง ได้แก่ Nanyang Technological University ในสาขาวัสดุศาสตร์ และ National University of Singapore ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเอเชีย ในสาขาวิศวกรรมปิโตรเลียม

ทุน Nanyang Technological Universityทุน National University of Singapore
Photo Credit: @tawatchai07 / Freepik
Photo Credit: @tawatchai07 / Freepik

8. ในปีนี้สถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่นมีอันดับลดลง หลังนักศึกษาวิจัยและนักศึกษาระดับปริญญาเอกไม่ได้รับทุนสนับสนุนมากเท่าที่ควรเป็นเวลาหลายทศวรรษ

Photo Credit: https://www.businesstoday.in
Photo Credit: https://www.businesstoday.in

9. หลักสูตรของสถาบันระดับ Institutes of Eminence ของอินเดียทำผลงานได้ค่อนข้างลำบาก โดยสถาบัน Institutes of Eminence ของอินเดียที่ติด 100 อันดับแรกนั้นไม่ได้มีอันดับดีขึ้น

Photo Credit:  @bearfotos / Freepik
Photo Credit:  @bearfotos / Freepik

10. สถาบันอุดมศึกษาของรัสเซียยังคงแข็งแกร่งขึ้นทุกปี โดยมีภาควิชาที่ติด 20 อันดับแรกมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

Photo Credit: USP - Universidade de São Paulo (Facebook)
Photo Credit: USP - Universidade de São Paulo (Facebook)

11. Universidade de São Paulo (USP) ยังคงรั้งอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในลาตินอเมริกาจากการจัดอันดับครั้งนี้ โดยทำผลงานได้น่าประทับใจในภาควิชาทันตกรรม วิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมเหมืองแร่

Photo Credit: https://www.gsp.uni-freiburg.de/institutions/university-of-cape-town
Photo Credit: https://www.gsp.uni-freiburg.de/institutions/university-of-cape-town 

12. University of Cape Town ยังคงเป็นสถาบันที่มีผลงานดีที่สุดในแอฟริกา โดยมีหลักสูตรที่ติด 200 อันดับแรก 24 หลักสูตรด้วยกัน

ปิดท้ายที่ 'แจ็ค มอแรน' โฆษกของ QS กล่าวว่า "การสำรวจแนวโน้มผลงานในหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยเกือบ 14,000 หลักสูตรนั้น ทำให้เราพอจะมองเห็นลักษณะที่เหมือนกันของประเทศที่มีผลงานดีขึ้นและประเทศที่ไม่ค่อยมีผลงาน โดยมีปัจจัยที่เด่นออกมา 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือทัศนคติระดับสากล ทั้งในแง่ของคณะอาจารย์และความสัมพันธ์ด้านการวิจัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงอย่างแข็งแกร่งกับผลงานที่ดีขึ้น ส่วนอย่างที่สองนั้น มหาวิทยาลัยที่อันดับดีขึ้นล้วนได้รับเงินลงทุนเจาะจงจากรัฐบาลมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน รัสเซีย และสิงคโปร์ และอย่างที่สาม ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับอุตสาหกรรม ก็สะท้อนให้เห็นในรูปแบบของการจ้างงาน การวิจัย และนวัตกรรมที่ดีขึ้น"

.................................

สำหรับน้องๆ คนไหนอยากรู้ว่าเค้ามีระเบียบวิธี (Methodology) ในการจัดอันดับอย่างไรบ้าง ก็ตามไปศึกษาได้ที่ https://www.TopUniversities.com/subject-rankings/methodology ได้เลยครับ ^^

ดูผลการจัดอันดับ QS ฉบับเต็มSource: พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 
พี่วุฒิ
พี่วุฒิ - Columnist มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น