สวัสดีค่ะชาว Dek-D เรื่องการเหยียดนับเป็นปัญหาที่มานานมากๆ แล้ว ไม่ว่าจะเหยียดเชื้อชาติ สีผิว เพศ หรือแม้กระทั่งชนชั้น อย่างปีที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดประเด็น ‘จอร์จ ฟลอยด์’ (George Floyd) ที่จุดประเด็นการเหยียดสีผิวขึ้นมาและเป็นกระแสไปทั่วโลก
นอกจากนี้แล้วคนเอเชียเองก็ตกเป็นเหยื่อของการเหยียดไม่น้อยไปกว่ากันเลยค่ะ เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์โรคระบาดที่มีข่าวเริ่มต้นจากประเทศจีน ทำให้เกิดกระแสต่อต้านคนจีนอย่างหนักในหลายประเทศ (เรียกว่า Sinophobia หรือ Anti-Chinese sentiment) แม้กระทั่งคนที่มีเชื้อสายเอเชียหรือโทนหน้าไปทางจีนก็โดนไปด้วย!
พฤติกรรมข้างต้นเรียกว่า ‘โรคของความเกลียดกลัวชาวต่างชาติ’ (Xenophobia) และอาจรวมถึงการเหยียดเผ่าพันธุ์ (Racism) ซึ่งเป็นพฤติกรรมเหมารวมว่าชาวต่างชาติน่ารังเกียจ เป็นตัวตลก หรือเป็นตัวเชื้อโรค // เล่าแบบนี้อาจยังไม่เห็นภาพ เราไปดูตัวอย่างความเจ็บปวดของชาวเอเชียที่ได้รับจากการถูกเหยียดกันค่ะ
ตัวอย่างแรกนั้นมาจาก Youtube ชื่อ Project Nightfall ได้เผยแพร่คลิปเกี่ยวกับหญิงสาวชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปเที่ยวประเทศเยอรมนีและไลฟ์สดในที่ต่างๆ แต่ขณะที่เธอกำลังทานอาหาร กลับมีผู้ชายสองคนเดินเข้ามานั่งด้านข้างแล้วดึงตาใส่อย่างสนุกสนาน จากนั้นคลิปก็ตัดไปตอนที่เธอเดินบนถนน แล้วอยู่ๆ ก็มีคนเข้ามาพร้อมล้อเลียนด้วยภาษาที่คล้ายกับภาษาจีน นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงที่พยายามจะต่อยหน้าและปัดกล้องจากมือเธอด้วย! // เห็นแล้วรู้สึกอยากพุ่งตัวไปช่วยในคลิปเลยค่ะ
Photo Credit: Youtube/ProjectNightfall
หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีทั้งคอมเมนต์ที่แสดงความไม่พอใจชาวเยอรมันที่เหยียด และชื่นชมหญิงชาวเกาหลีที่ตอบทุกคนอย่างสุภาพโดยไม่โมโหหรือด่ากลับใส่คนที่มาเหยียดเลย อีกทั้งคอมเมนต์บางส่วนก็ชื่นชมชาวเยอรมันท้ายคลิปที่เข้ามาให้กำลังใจและกอดชาวเกาหลีใต้คนนี้ที่ท้ายวิดีโอแล้วบอกว่า
“เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากๆ ยินดีต้อนรับสู่เยอรมนีนะ ขอโทษแทนคนพวกนั้นด้วยจริงๆ”
•• •• •• •• •• •• •• ••
ต่อมาเป็นคลิปจาก The New York Times ที่โพสต์คลิปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเหยียดเชื้อชาตินี้ โดยตั้งชื่อเรื่องว่า How Coronavirus Racism Infected My High School ในคลิปนี้เกี่ยวกับนักเรียนลูกครึ่งจีน-อเมริกัน ที่เรียนอยู่ท่ามกลางความคิดแย่ๆ ของเพื่อนบางคนที่หลังจากมีการประกาศเรื่องโรคระบาดก็ได้พูดขึ้นมาในห้องว่า “ทุกคนรู้อยู่แล้วแหละว่าคนจีนน่ารังเกียจ พวกเขาน่ะกินสัตว์ทุกชนิด พวกคนจีนน่ะสกปรก” ซึ่งเธอก็ทำอะไรไม่ได้กับความคิดเห็นพวกนี้ แต่แม่ของเธอก็เคยบอกเสมอว่า
“ถ้าถูกว่าหรือถูกเหยียดจากเพื่อนคนอื่นให้รีบบอกครูหรือบอกแม่นะ
เพราะการเหยียดมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง”
•• •• •• •• •• •• •• ••
อีกหนึ่งกรณีที่เป็นไวรัลจากช่องข่าว CBS Los Angeles เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มและหญิงสาวเชื้อชาติเอเชีย-อเมริกันที่ถูกเหยียดจากคุณป้าลีนา เฮอนันเดส (Lena Hernandez) ซึ่งคำเหยียดของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง และมีคำหยาบมากมายจนต้องถูกเซนเซอร์เสียงเกือบทั้งคลิปเลยล่ะค่ะ แต่ที่พี่พอจะจับใจความได้ก็คือลูกครึ่งชาวฟิลิปปินส์-อเมริกันที่ชื่อ เรเชล เทนเนล (rachel tennell) ได้มาออกกำลังกายในสวนสาธารณะตามปกติ แต่กลับถูกตะคอกใส่ว่า “ทำไมไม่ไปที่ยิมล่ะ นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับเธอ ออกไปให้พ้นจากโลกนี้ ไปให้พ้นจากประเทศนี้ซะ กลับไปอยู่ในประเทศที่ ‘คนเอเชีย’ อย่างเธอสมควรอยู่ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ พวกเราไม่ต้องการเธอที่นี่ เธอคงจะโพสต์คลิปนี้ลงเฟซสินะ ซึ่งก็ดี เพราะคนประเภทเดียวกับเธอจะได้ออกไปจากประเทศนี้ซักที” และคำด่าอีกมายที่ออกมาจากปากคุณป้าเลยค่ะ ซึ่งหลังจากกลายเป็นไวรัล เหล่าตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบพลิกแผ่นดินตามหาคุณป้าคนนี้มาลงโทษในการกระทำนี้ทันที
•• •• •• •• •• •• •• ••
ตัวอย่างสุดท้ายในวันนี้เป็นในกรณีที่ดังที่สุดจนเกิดแฮชแท็ก #AsianAreHuman คือคุณตาวัย 84 ปี คนไทยที่ย้ายไปอยู่ซานฟรานซิสโก ในวันเกิดเหตุคุณตา หรือ นายวิชา รัตนภักดีเดินอยู่ริมถนนโดยปกติ แต่อยู่ๆ แอนโทนี วัตสัน (Antoine Watson) วัยรุ่นชาวเดลีซิตี้ (Daly City) ก็วิ่งเข้ามาผลักคุณตาล้มกระแทกพื้นปูนซีเมนต์อย่างแรงทำให้คุณตาบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตใน 2 วันถัดมา โดยทุกคนปักใจเชื่อว่าเกิดจากการเกลียดคนเอเชีย
และหลังจากเหตุการณ์นี้เป็นข่าวดังขึ้นมา ก็พบว่ายังมีชาวเอเชียอีกมากมายที่ถูกทำร้าย กระแสเรื่องนี้จึงแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีคนเปรียบเทียบว่าทำไมการเรียกร้องความเท่าเทียมของคนผิวสีถึงได้ดูกระทบเป็นวงกว้างมากกว่าการเรียกร้องสิทธิให้คนเอเชียล่ะ?
ฝั่งคนในวงการแฟชั่นที่มีความคิดเห็นแบบเดียวกันก็เข้ามามีส่วนร่วมใน movement เพื่อหยุดความเกลียดชังนี้ เช่น มิเชล ลี (Michelle Lee) หญิงสาวชาวจีนผู้เป็นบรรณาธิการนิตยสาร Allure และนักออกแบบแฟชั่นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ฟิลิปป์ ลิม (Phillip Lim) ได้โพสต์วิดีโอบนอินสตาแกรมเล่าประสบการณ์ที่เคยเจอ พร้อมสร้างแฮชแท็ก #StopAsianHate เพื่อสร้างความตระหนักถึงความรุนแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนเอเชีย นอกจากนี้ยังมีปราบาล กูรุง (Prabal Gurung) ดีไซเนอร์เชื้อสายเนปาลยังโพสต์อินสตาแกรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยค่ะ
“เพื่อสร้างโลกที่เท่าเทียมกันเราต้องต่อต้านการเหยียดให้มากกว่านี้
การต่อต้านการเหยียดไม่ใช่เพียงแฮชแท็ก แต่เป็นความมุ่งมั่นที่ควรทำตลอดชีวิต”
- ปราบาล กูรุง ดีไซน์เนอร์ที่มีส่วนร่วมใน movement #StopAsianHate -
ทั้งหมดนี้ก็คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากมีโรคระบาดค่ะ แต่ถึงแม้จะไม่มีโรคระบาด ก็ไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านั้นเรื่องราวแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น มีชาวเอเชียจำนวนไม่น้อยที่ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจากการเหยียดและความเกลียดชังเชื้อชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นมีแต่สร้างความเจ็บปวดแก่ผู้ที่ถูกเหยียด และตราบใดที่ผู้คนยังมีความคิดว่ามนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน สิ่งเหล่านี้ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่จบสิ้นจนนำมาสู่ความเหลื่อมล้ำ อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่เพียงตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีพฤติกรรมแบบนี้นะคะ หากเราช่วยกันเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ไปเหยียดคนอื่นกลับเพราะว่าถูกเหยียดก่อน รับรองว่าเราจะหลุดพ้นจากสังคมที่มีการเลือกปฏิบัติแน่นอนค่ะ
SOURCES: https://cnn.it/3bIUrCp https://bit.ly/3cssqhg
0 ความคิดเห็น