
สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D วันนี้คอลัมน์เด็กพลังบวกของเรา special สุดๆ เลยครับ เพราะล่าสุดพี่วุฒิมีโอกาสได้สัมภาษณ์ ‘สร-ชลนสร สัจจกุล’ หรือ ‘สร CLC’ ไอดอลสาวไทยในวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีนั่นเองครับ ไหนๆ ก็มีโอกาสได้พูดคุยโฟนอินจากเกาหลีทั้งที แน่นอนว่ามีสตอรี่พิเศษๆ มาอัปเดตเพียบ อย่ารอช้าเลื่อนหน้าจอมาอ่านกันเลย!
ช่วงนี้สรเป็นไงบ้าง? อัปเดตหน่อย
“สวัสดีค่ะทุกคน สร CLC นะคะ ตอนนี้สรกำลังเตรียมตัวออกโซโล่ครั้งแรกหลังจาก CLC ไม่ได้คัมแบคมานาน บวกกับที่หลายคนก็บอกว่าไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตากันด้วย ช่วงนี้สรเลยค่อนข้างแอคทีฟในโซเชียลมีเดียมากๆ ไม่ให้แฟนๆ รู้สึกเหงา พยายามอัปเดตทั้งช่อง ProduSorn กับใน Twitter และ TikTok เพราะอยากเอนเตอร์เทนแฟนๆ จากทั่วโลกเลย”
“และเมื่อต้นปีที่แล้วสรเพิ่งมีโอกาสทำ collaboration กับบริษัทเครื่องประดับชื่อ KAPSUL เป็นเครื่องประดับที่สรดีไซน์เอง และสอดแทรกความหมายดีๆ ให้แฟนๆ ซื้อเก็บไว้ด้วย ตอนนี้หมดเกลี้ยงแล้วค่า แล้วเดือนก่อนก็เพิ่งมีทำคอลแล็บกับบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ VT Cosmetics (เป็นเจ้าของค่าย Cube ตอนนี้) เป็นรุ่น Limited Edition ด้วยค่ะ สรดีไซน์เองตั้งแต่โลโก้ยันกล่อง เลือกสี จัดว่าในแพ็กเกจจะมีเครื่องสำอางอะไรบ้าง ไปจนถึงวางแผน Marketing ด้วย”
“สรเป็นคนชอบทำอะไรเอง ไม่ค่อยชอบพึ่งใคร ทำให้รู้ขั้นตอนทุกอย่าง รู้ว่าต้องเหนื่อยและใช้ความครีเอทีฟขนาดไหน แทนที่สรจะให้ทีมงานช่วยทำให้ เราก็บอกให้เค้าช่วยสอนเราหน่อย เราอยากทำด้วย เราอยากให้แฟนคลับสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริง เพราะทุกอย่างเราใส่ใจ ใส่แรงกาย ใส่ประสบการณ์ของเราลงไปด้วย”
“คือหลายคนเข้าใจว่า K-POP ส่วนใหญ่จะเป็นภาพที่ค่ายสร้างไว้ให้ แต่เราไม่ได้อยากเป็นแบบนั้น เราชอบให้ไอดอลสามารถ relate กับตัวแฟนคลับได้ สรอยากให้ทุกคนรู้ว่าไอดอลก็เหมือนคนทั่วไป เราก็ทำเหมือนสิ่งที่ทุกคนทำเหมือนกัน และการที่เราทำแบบนั้นเราก็ได้แฟนคลับมากขึ้น”
“I don’t wait for an opportunity.
I create it myself everyday.”
-Sorn CLC
โซโล่ครั้งแรกของ ‘สร’
“สำหรับซิงเกิลครั้งแรกของสรมีชื่อว่า ‘RUN’ มีความหมายว่า ‘การวิ่งหนี’ เป็นเพลงภาษาอังกฤษล้วนเลยค่ะ เพราะสรอยากให้แฟนๆ ต่างชาติสามารถ connect กับเพลงให้ได้มากกว่าการฟัง K-POP ที่เป็นภาษาเกาหลีแต่หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งในฐานะศิลปินเราก็อยากที่จะทำเพลงให้แฟนคลับทั่วโลกทุกคนเข้าใจเนื้อเพลงและเข้าใจความหมายได้มากขึ้น”
“ตอนที่คิดคอนเซ็ปต์ เราเองอยากได้เพลงแนวฟังง่ายๆ เปิดฟังบนรถชิลล์ๆ เป็นสไตล์ easy listening ก็จะเป็นเพลงที่ทุกคนสามารถฟังได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ มาจากประเทศไหนก็สามารถมาเชื่อมต่อกับเพลงของเราได้ แนวเพลงจะค่อนข้างต่างจาก K-POP นิดนึง ซึ่งนอกจากการสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปแล้ว สรก็อยากเป็นหนึ่งในไอดอลคนไทยที่มีบทบาทในวงการเพลงตะวันตก (Western Music) ด้วยค่ะ ^^”
“สรได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับ Candace Sosa (IG: candace_sosa) ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ภายใต้ Wild Entertainment เเละยังเป็นที่รู้จักในฐานะคนเเต่งเพลงของ BTS (เพลง Euphoria), TXT และ WayV ค่ะ ตื่นเต้นมากๆ”
“ส่วนเนื้อเพลงก็จะเกี่ยวกับการวิ่งหนีอะไรสักอย่างนึง เราไม่ได้เจาะจงว่าเราวิ่งหนีอะไร เพราะเราอยากให้คนที่ฟังเพลงของสรที่มีความรู้สึกเหมือนกันประมาณว่า ‘ตอนนี้กำลังเบื่อหน่ายกับทุกอย่างไปรอบตัว เบื่อ Society เบื่อหน่ายกับผู้คนที่คอยมาตัดสินเราว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ เบื่อหน่ายเวลาที่เราถูกกักไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง แล้วเราอยากจะมีอิสระโดยที่ไม่ต้องมีใครมาตัดสินเรา' เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยมีความรู้สึกแบบนี้ ซึ่งเพลงของสรก็จะพาทุกคนไปวิ่งหนีจากความรู้สึกเหล่านั้น อย่างน้อยก็วิ่งไปด้วยกันสัก 3 นาที ไปในอีกโลกที่ไม่มีใครมาบังคับเรา”
ประสบการณ์สอนให้สรได้ลงมือเองทุกอย่าง
แล้วการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวแตกต่างจากตอน CLC ยังไงบ้าง? “ต่างเยอะมากๆ เลยค่ะ คืออย่างตอนเป็น CLC ทางค่ายเค้าไกด์ไลน์มาแล้วว่าคอนเซ็ปต์นี้มันจะเป็นยังไงบ้าง คือเราเองก็มีส่วนร่วมก็จริง แต่ในสุดท้ายแล้วทางค่ายก็เป็นคนตัดสินใจไฟนอลทุกอย่างให้เองอยู่ดี แต่ว่าคราวนี้ที่เราทำเอง เราบอกค่ายแต่ต้นเลยว่า ‘สรขอทำเองได้มั้ย?’ เพราะสรรู้สึกว่าถ้าเราทำเองเราก็ได้เรียนรู้ไปด้วย อย่างตลอด 6 ปีที่เราอยู่กับเค้ามาเนี่ย เราเองก็เรียนรู้อะไรมากพอแล้วที่จะลองลงมือทำอะไรเองดูบ้าง”
“สุดท้ายสรเลยได้ลงมือทำเองทุกอย่าง ทั้งคิดธีม คิดคอนเซ็ปต์ เลือกคอสตูม เลือกสไตล์แต่งหน้าทำผมเอง รูปทีเซอร์ รวมถึงคิด challenge ใน TikTok ด้วย สรก็หวังว่าทุกคนจะชอบกัน :D” // ตรงนี้พี่ขอคอนเฟิร์มเลยครับว่าสรทำเองทุกขั้นตอน ขนาดเรื่อง PR ยังทำเอง ติดต่อมาเองเลย สุดมากกก!
“อย่างมิวสิควิดีโอเราก็ทำกันเองกับทีมงานที่รู้จักกัน เราขับรถไปถ่ายที่เกาะเชจู แล้วก็เลือกโลเกชันกันเอง เพราะเราอยากได้อะไรที่ดูเป็นธรรมชาติๆ มีต้นไม้ มีทะเล มีภูเขา ให้ความรู้ถึงความเป็นอิสระ เพลงฟังสบาย ภาพที่เห็นก็ดูแล้วสบายตา ฟังแล้วสบายหู ตรงนี้สรก็ได้รับความช่วยเหลือจาก Kaya Wong (IG: @thekayawong) ที่อยู่ภายใต้ Wild Entertainment ค่ะ เค้าช่วยดูแลภาพรวมให้ ต้องขอบคุณมากจริงๆ”
“ความจริงการจะออกโซโล่มันไม่ง่ายเลย แต่สรโชคดีมากๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Cube Entertainment เเละเพื่อนสนิทของสร Leonard Lim (IG: @itsleonardlim) ที่ทุกคนเห็นกันบ่อยๆ ใน TikTok คือเพื่อนคนนี้เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ ต้องบอกเลยว่าถ้าไม่มีเค้าก็อาจจะไม่มีผลงานนี้เกิดขึ้นแน่ๆ”
“นอกจากนี้ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนนางเเบบและเป็นพี่สาวที่สรเคารพอย่างพี่ Irene Kim ที่ช่วยในการให้คำเเนะนำเรื่องเสื้อผ้าเเละ styling ในโปรเจกต์ครั้งนี้ รวมถึง Edward Avila ที่ช่วยเเต่งหน้าให้ด้วยค่ะ ^^”
ช่วงเม้าธ์มอย ‘แทกุกไลน์’
“ในแทกุกไลน์ที่รุ่นๆ เดียวกันก็จะมีสร แบมแบม ลิซ่า มินนี่ เตนล์ค่ะ อย่างเวลาใครมีปัญหาเราก็ช่วยกัน คอยพูดปลอบใจ โทรหาให้กำลังใจกันตลอด เพราะด้วยความที่พวกสรก็ยังเด็ก รวมถึงเป็นชาวต่างชาติในวงการเกาหลี หลายคนก็เลยจับตามอง และไม่ใช่แค่คนไทยหรือคนเกาหลีที่ดูเราอยู่ แต่คนทั่วโลกกำลังมองเราอยู่ด้วย เราเป็นไอดอลของใครหลายคน เราก็ต้องรู้จักวิธีการวางตัวเอง”
“สรว่าทุกคนก็เป็นเด็กอะเนอะ เชื่อว่าก็มีบางครั้งที่อาจทำผิดและบางครั้งก็ทำถูก แต่ต่างกันที่คนทั้งโลกเค้ามองเราอยู่ ก็เลยเป็นสิ่งที่แตกต่างกับเด็กทั่วไปที่เค้าไม่ได้อยู่ในสปอตไลต์แบบเรา ซึ่งเราเองก็ได้เรียนรู้จากสิ่งที่เราทำพลาดไป พอมีหลายคนหวังดีคอย educate บางอย่างเราก็ฟังแล้วก็นำมาปรับปรุงตัวเองเพื่อให้ดีขึ้น สรคิดว่ามันเป็น process ของการเติบโต สรเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะเป็นดาราหรือใครก็ตาม ก็ล้วนต้องผ่านประสบการณ์เหล่านี้ และมันจะทำให้เราเติบโตเพื่อเป็นเราในอนาคต ซึ่งเพื่อนๆ ในแทกุกไลน์ก็คงเหมือนกัน พวกเราก็คอยซัพพอร์ตกันเสมอไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ในแทกุกไลน์ทุกคนรู้ว่าเราจะออกโซโล่แล้วเค้ามีช่วยอะไรยังไงบ้างมั้ย? “จริงๆ สรมีบอกพวกเค้าแค่ว่าจะออกโซโล่ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรนอกจาก ‘เราทำเองนะ’ แค่นั้นเลย คือเพื่อนๆ ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเราชอบทำอะไรด้วยตัวเองและก็พยายามมากๆ โดยเฉพาะมินนี่กับแบมแบม น้องก็จะชอบบอกกับเราว่า ‘โอ๊ย พี่สรทำได้อยู่แล้ว พี่สรฉลาด มันรู้สึกได้ว่าพี่สรยังไงก็ทำได้อยู่แล้ว อะไรที่มันดูเหมือนเป็นไปไม่ได้แต่ก็ทำให้มันเป็นไปได้ มันรู้สึกได้อ่ะ มันอธิบายไม่ได้อ่ะ’ เราก็แบบ อะไรที่ทำให้พวกแกคิดว่าชั้นฉลาดวะ 55555 พวกเค้าก็ชอบพูดอะไรกันแบบนี้อ่ะ”
สร - กลัวเครื่องบิน
พูดถึงกระแสจากเพลง ‘กลัวเครื่องบิน’ ที่เรา cover ไปหน่อย มีหลายคนที่เค้าไม่ใช่แฟน K-POP ชอบกันเยอะมากเลยนะ ช่วยเล่าหน่อยว่าทำไมตอนนั้นถึงเลือกเพลงนี้มา
“นั่นสิ เอาจริงอันนี้เราก็งงมาก มันมีอยู่ช่วงนึง ค่ายอยากให้เราลงคอนเทนต์อะไรสักอย่างที่เป็นทีเซอร์ให้เพลง Helicopter เหมือนเป็นการสปอยล์คัมแบค อย่างซึงยอนกับยูจิน เค้าก็เต้นกัน แล้วค่ายก็ถามสรว่ามีเพลงไทยอะไรหรือเปล่าที่เกี่ยวกับเครื่องบินหรือการบินอะไรแบบนี้ และสรก็แบบโอ๊ย เวรกรรม มันไม่ได้มีเพลงอะไรที่เกี่ยวกับเครื่องบินเลยนี่หว่า”
“เราก็เลยพิมพ์คีย์เวิร์ดไปใน Google แนวๆ พวก ‘เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เพลง การบิน’ ลงไปหมดเลย แล้วสรก็ไปเจอเพลงนี้ สรก็แบบเฮ้ยเพลงนี้ได้! แล้วเราก็เป็น FC พี่เค้าอยู่ด้วย (แต่เพิ่งรู้ว่ามีเพลงนี้) จากนั้นก็เลยโอเค เข้าห้องอัดร้องเพลงไป แล้วพอเพลงออกมาปุ๊บ ทุกคนแบบกรี๊ดกร๊าด แปบเดียว 1 ล้านวิว เราก็ห๊ะ! เกิดอะไรขึ้น จนตอนนี้จะ 6 ล้านวิวแล้ว คือเราก็ได้แฟนคลับใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แฟน K-POP เพิ่มขึ้นด้วย ก็ต้องขอบคุณพี่ ILLSLICK ด้วยที่ช่วยโพสต์ลงในเพจให้ เราก็รู้สึกตื้นตันมากที่ตัวศิลปินเองก็ชื่นชอบผลงานเรา รวมถึงแฟนๆ ของพี่เค้าด้วยค่ะ ปลื้มใจมาก”
มีแพลนจะ cover เพลงไทยอีกมั้ย หรือว่าในอนาคตมีแพลนจะร่วมงานกับค่ายเพลงไทยบ้างหรือเปล่า? “ตอนนี้ยังไม่มีแพลนเลย แต่คิดอยู่ว่าในอนาคตอาจจะมี cover เดือนลงในช่อง ProduSorn และก็อาจจะมีเพลงไทยด้วย เพราะแฟนๆ ขอมาเยอะมาก ยังไงก็รอติดตามกันนะคะ แต่จริงๆ ถ้าในอนาคตมีโอกาสได้คอลแล็บกับพี่ๆ น้องๆ ศิลปินไทย และได้ผสมผสานความเป็น K-POP กับเพลงไทยลงไปด้วย เราก็อยากทำมาก รออยู่เนี่ย ประเด็นคือยังไม่มีใครติดต่อมาไง ลอง DM มาก็ได้นะคะ เราอ่านหมดเลย 5555”
10 ปีในวงการ K-POP สอนอะไร ‘สร’ บ้าง?
“บอกตรงๆ เลยว่าเราเรียนรู้อะไรเยอะมาก เรามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 15 และปีนี้เราอายุจะ 25 ปีแล้ว รู้สึกว่าตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ที่นี่มา เราไม่ได้ใช้ชีวิตแค่ในเกาหลี แต่เราใช้ชีวิตในฐานะศิลปินต่างชาติในสภาพแวดล้อมที่มันไม่ได้อยู่ใน comfort zone ของเรา ตั้งแต่เราเป็นเทรนนี คือมานึกย้อนดูแล้วก็รู้สึกว่าเราผ่านอะไรมาเยอะเนอะ และก็เรียนรู้อะไรมาเยอะมาก ต้องบอกเลยว่ามันไม่ใช่เส้นทางที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนเค้าเข้าใจกัน ทั้งเบื้องหลังเบื้องหน้า มันมีทั้งหยดน้ำตา หยดเหงื่อ อรรถรสมันมีทุกอย่าง แต่การที่อยู่ที่นี่มันก็ทำให้สรได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ”
“เรารู้สึกว่าเราได้ประสบการณ์อะไรที่ไม่ใช่ทุกคนบนโลกจะได้เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ สรเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมากๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่ รู้สึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เรามาอยู่ในจุดที่เผยแพร่ความเป็นไทยให้ชาวโลกเห็น ที่ผ่านมาเราเรียนรู้อะไรมากพอ และมากกว่ามหาวิทยาลัยสอนเด็กอีกต่างหาก เราอยู่ในวงการนี้มานานมากทั้งเบื้องหลังเบื้องหน้า ก็เลยคิดว่าในอนาคตอยากจะช่วยน้องๆ เยาวชนไทยที่เค้ามีฝันอยากเป็นศิลปินหรือเข้ามาในวงการบันเทิงแต่อาจไม่ได้มีโอกาส ก็เลยคิดว่าถ้าหากได้เป็น mentor ช่วยให้คำแนะนำ ความรู้ หรือความช่วยเหลือกับพวกเค้าได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีค่ะ (เพราะตอนนั้นเราไม่มีใครมาแนะนำอะไรเลย5555)”
“จริงๆ โปรเจกต์นี้ยังไม่ได้คิดแบบลึกซึ้งนะคะ แต่มันก็เป็นอีก goal ที่เราเองอยากลองทำดู เพราะเราได้รับข้อความถามเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมากจริงๆ หรือบางทีก็มีผู้ปกครองหลายคนมาปรึกษา บางคนเค้าก็กังวลว่ามันจะดีจริงๆ ใช่มั้ยอะไรแบบนี้ เอาแบบง่ายๆ เลย ไม่ใช่คนอื่นไกล อย่างตอนมินนี่ (G)I-dle ก่อนที่น้องจะมาเทรนที่เกาหลี ครอบครัวของน้องก็เป็นห่วงและกังวลมากๆ ตอนนั้นสรก็บอกว่า ‘ไม่ต้องกังวลนะคะคุณแม่ ถ้าน้องมีหนูอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวหนูช่วยดูแลน้องให้’ คือสรก็เคยมีหน้าที่เป็นพี่โตให้น้อง เป็นที่ปรึกษาให้คุณแม่มินนี่มาก่อนแล้วด้วย สรก็เลยเชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่เค้ามีความสามารถ และมีความฝันอยากมาอยู่ตรงนี้”
“ไม่ใช่แค่ K-POP อย่างเดียว อย่างใน T-POP ก็เหมือนกัน สรเชื่อว่าเด็กไทยหลายคนมีความสามารถมากๆ เพียงแค่เราไม่มีโอกาส และไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหนแค่นั้นเอง และสรเชื่อว่า T-POP มีโอกาสที่จะใหญ่พอสมควร เพียงแค่เราต้องมีคนบริหารถูก คนที่ PR ถูก เจาะตลาดให้ถูก มันถึงจะใหญ่ได้จริงๆ”
คำแนะนำจากสรถึงคนที่มีความฝันเป็นไอดอล K-POP
ในกระทู้เด็กดีมีคำถามประมาณว่า ‘อยากเป็นไอดอลต้องเริ่มยังไง’ เยอะมากๆ พี่สรมีคำแนะนำอะไรอยากฝากถึงน้องๆ มั้ย?
“เอาจริงๆ สรว่าไม่น่าใช่แค่ในกระทู้ แต่ใน DM ของสรเองก็มีเยอะมาก รู้สึกเหมือนเราเป็นครูคนนึงที่ต้องมาตอบคำถามแนวๆ นี้ 5555 ส่วนตัวสรตกใจนะที่ยังมีน้องๆ หลายคนอยากเป็นไอดอล K-POP เยอะมาก และสรก็เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้ว่าการที่ได้มาอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่ง่ายๆ มันยากมาก เพราะอย่างแรกเลย การทำงานของคนเกาหลีเค้าค่อนข้างแตกต่างจากบ้านเรา ทั้งวัฒนธรรม ทั้งความคิด คือทุกคนในประเทศนี้เค้าทำงานหนักมาก เค้าแบบไม่หยุดเลย เค้าจะต้องทำทุกอย่างให้ไปถึงฝันหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ เลยอยากแนะนำน้องๆ ไว้เลยว่า ถ้าใครอยากจะมาอยู่ตรงนี้ต้องเตรียมพร้อมไว้เลย”
“คำแนะนำของสรคือ อยากให้น้องๆ เตรียมตัวเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมและความคิด และเราเองก็ต้อง respect คนเกาหลีในด้านนี้ เพราะว่า attitude ของพวกเค้าที่ต้องทำงานหนัก มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ มันเลยทำให้ K-POP มาถึงจุดนี้ได้”
“หลายคนอยู่ไม่ไหวจริงๆ มันเทรนค่อนข้างหนัก ถ้าให้เปรียบเทียบบอยกรุ๊ปหรือเกิร์ลกรุ๊ปเป็นสินค้า คือตอนนี้มันมีให้บริโภคเยอะมากกก สรไม่รู้ว่าค่ายอื่นๆ เค้าเทรนหนักขึ้นมั้ย แต่เท่าที่ดูในค่าย Cube มันค่อนข้างหนักขึ้น และสิ่งที่เค้าดูก็รอบด้านมากขึ้น พูดง่ายๆ คือ เค้าอยากได้คนครบเครื่อง ทั้งร้องได้ เต้นได้ ต้องเป็น all rounder มันมากกว่าตอนที่สรเริ่มเทรนด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้การแข่งขันมันสูงมากจริงๆ”
From Sorn To Cheshire
“ตอนนี้วงก็ 6 ปีแล้ว ทุกคนก็รอๆ อยู่ว่าอยากจะคัมแบค แต่ยังไม่มีแพลนว่าจะคัมแบคหรือเปล่า ทุกคนเลยค่อนข้างที่จะโฟกัสงานเดี่ยวมากกว่า อย่างช่วงนี้ ‘อึนบิน’ มีงานถ่ายละครมาเรื่อยๆ ส่วนพี่ซึงฮี (오승희 OH SEUNGHEE) กับซึงยอน (승몽이네) ก็โฟกัสที่ช่องยูทูบของตัวเอง ‘เยอึน’ ตอนนี้น้องกำลังโฟกัสไปทางสายแฟชั่น ส่วน ‘ยูจิน’ ตอนนี้เป็นนักเรียน เรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัย โฟกัสเรื่องการศึกษา”
“สุดท้ายสรอยากจะขอบคุณแฟนคลับที่ยังอยู่กับสรและ CLC มาตลอด 6 ปี เรารู้สึกว่าที่ผ่านมามันมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะมาก สรไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมีโอกาสได้ทำโซโล่ เราเคยคิดว่าตัวเองไม่มีมีความสามารถมากพอ ฐานแฟนคลับก็อาจไม่ได้เยอะ แต่สุดท้ายก็ได้รับการซัพพอร์ตจากแฟนๆ มาเสมอ เอาจริงๆ ใครที่เป็น Cheshire (เชสเชอร์: ชื่อแฟนคลับ CLC) ก็น่าจะเข้าใจความรู้สึก เพราะมันมีเรื่องเกิดขึ้นเยอะมากจริงๆ เลยอยากขอบคุณที่สู้ด้วยกันมา ดังนั้น สรก็อยากจะมอบเพลง Run เป็นของขวัญให้แฟนๆ ด้วย และอยากบอกว่าเราก็เป็นกำลังให้พวกเค้าเหมือนกันนะ แค่นี้สรเองก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จไปครึ่งนึงแล้วค่ะ”
ข้อความถึงชาว Dek-D
“ขอบคุณแฟนคลับชาวไทยทุกคนเลยที่เอ็นดูสรและ CLC บางคนอาจจะไม่ได้เป็นแฟนคลับแต่ก็ติดตามผลงาน ก็อยากจะขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้พวกเรา แล้วก็ขอฝากเพลงโซโล่เพลง Run ครั้งนี้ด้วยนะคะ สรอยากให้เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่สร้าง energy ดีๆ และให้กำลังใจกับทุกคน”
“รวมถึงน้องๆ ที่กำลังสอบอยู่ด้วย สรก็ขอให้สอบได้คะแนนเต็ม ขอให้ตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือ ในช่วงวัยเรียนมันเป็นช่วงที่สนุก ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ทำอะไรทุกอย่างที่เราอยากทำ อยากให้ซึมซับโมเมนต์ต่างๆ ในวัยนี้ และ appreciate กับมัน เพราะพอโตขึ้นแล้วเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ทำอีกแล้ว ก็อยากให้ทุกคนสู้ๆ และคอยเป็นกำลังใจให้ทุกคน ไม่ใช่แค่น้องๆ แต่รวมถึงพี่ๆ วัยทำงานด้วยค่ะ”
"Stuck here, waiting for what
What’s here, but a whole lotta nothing
So why don’t we, why don’t we run
Do all the things that we want
.........
No fear, taking control
I’m good with wherever we’re going
So why don’t we, why don’t we run
Do what we’ve wanted for once"
2 ความคิดเห็น
อ่านแล้วร้องไห้เลยบางคนตัดสินสรเพราะแค่เรื่องนั้นซึ่งไม่รู้เบื้องหลังจริงๆ ชชซัพเพอร์สรตลอดนะ
สมเป็นสรที่เราภูมิใจ ถึงแม้เราจะไม่ได้ไปคอนหรืออะไรเลย สรอาจจะไม่เคยเห็นเราแต่ถ้าสรเครียดหรืออะไรก็ตามก็ให้คิดว่าอย่างน้อยก็ยังมีเราอยู่หนึ่งคนที่ยังจะซับพอร์ตอยู่เงียบ ถ้ามีเรื่องอะไรให้คิดในแง่ดีเสมอน่ะ ถ้าล้มหรืออะไรให้หันมามองที่เรา เราจะอยู่ตรงนี้เสมอ สู้สู้น่ะ ขอบคุณจริงๆ 자 랑.