
อันยองครับน้องๆ ชาว Dek-D...พอเข้าถึงช่วงเดือนเมษายน หลายคนอาจจะกำลังพักผ่อนช่วงวันหยุดสงกรานต์กันอย่างแฮปปี้ แต่ในช่วงเดียวกันเมื่อ 7 ปีที่แล้วของประเทศเกาหลีใต้ ได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ‘เรือเซวอลล่ม’ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีแต่ก็นับเป็นอีกเหตุการณ์ที่เหมือนเป็นฝันร้ายที่หลายคนไม่อาจลืมลง วันนี้เราเลยจะพาไปย้อนรอย 7 เรื่องราวเล่าถึงเหตุการณ์ความสูญเสียในครั้งนั้นกันครับ
......................
“การเดินทางครั้งสุดท้ายที่ไร้คำร่ำลา”
ในวันที่ 15 เมษายน 2014 เรือเฟอร์รี ‘เซวอล’ ได้ออกเดินทางจากท่าเรืออินชอนและมุ่งหน้าไปยังเกาะเชจู โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 476 คน โดยในจำนวนนั้นมีนักเรียน 325 คนจากโรงเรียน Danwon High School (단원고등학교) ได้ร่วมทริปทัศนศึกษาในครั้งนั้นด้วย แต่ใครเล่าจะรู้ว่าการออกเดินทางครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายของใครหลายคนที่ต้องจากไปแบบไม่มีวันย้อนกลับมา
ในวันที่ 16 เมษายน 2014 เรือเซวอลได้เกิดเหตุอัปปางและค่อยๆ จมลงในน้ำทะเล ทั้งนักเรียน ครู รวมถึงลูกเรือหลายคนติดอยู่ในเรือไม่สามารถออกมาได้ และเสียชีวิตรวมกว่า 304 ราย (นักเรียน 250 ราย และครูอีก 11 ราย) เป็นเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่และสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก
“เขาบอกให้เรารอ แต่เขากลับหนีไป”
‘จางเอจิน’ คือหนึ่งในนักเรียนเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือเซวอลล่ม เธอได้ให้สัมภาษณ์กับ Korea Now ของสำนักข่าว Yonhap พร้อมเปิดใจถึงเรื่องราวที่เธอเคยประสบเมื่อ 7 ปีก่อน โดยเธอเล่าว่า ในตอนนั้นคนที่อยู่บนเรือไม่ได้คิดมาก่อนว่าเรื่องราวจะรุนแรงขนาดนี้ ในตอนนั้นพวกเธอและเพื่อนหลายคนเพิ่งทำกิจกรรมสันทนาการกันสนุกสนาน แต่จู่ๆ ก็มีประกาศบอกว่า ‘ให้อยู่กับที่เฉยๆ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ห้ามขยับตัวไปไหน’ สถานการณ์ในเรือเหมือนจะปกติ แต่พอเธอได้เช็กข่าวในอินเทอร์เน็ตกลับมีรายงานข่าวว่าเรือเซวอลที่เธออยู่ในตอนนี้กำลังล่มลงกลางทะเล เด็กนักเรียนในเรือต่างตกใจ บางคนก็พยายามเอาตัวรอดเพื่อหนีออกไป แต่บางคนก็เชื่อใจ ‘กัปตันเรือ’ ที่เปิดเครื่องเสียงประกาศซ้ำๆ ว่า ‘ให้อยู่กับที่’ แต่หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วกัปตันเรือและลูกเรือหลายคนได้สละเรือหนีออกไปก่อนแล้ว และทิ้งให้นักเรียนผู้เคราะห์ร้ายรออย่างมีความหวังในเรือนั้น
“ถ้าเขาบอกให้เร็วกว่านี้ พวกเราทุกคนก็คงรอด”
เอจินบอกว่า “ในวันนั้นพวกเราต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเราได้ แม้กระทั่งกัปตันเรือก็ทิ้งพวกเราไว้ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย และก็รู้สึกโกรธมากๆ ถ้าพวกเขาบอกเราสักนิด พวกเราทุกคนก็คงรอด” จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น หนึ่งในคนสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียก็คือ ‘อีจุนฮยอก’ (70 ปี) กัปตันเรือเฟอร์รีเซวอลผู้ที่สละเรือหนีออกมาก่อน โดยภายหลังเค้าได้สารภาพว่าในวันนั้นเค้าได้แอบงีบหลับและปล่อยให้ผู้ช่วยกัปตันเรือหญิงมาคุมเรือแทน ซึ่งเธอไม่ได้เป็นมือโปรมากนักและไม่เคยมีประสบการณ์เดินเรือท่ามกลางกระแสคลื่นแรงมาก่อน และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เรือค่อยๆ เอนตัวล่มลงในที่สุด
ในตอนแรกกัปตันเรือเองก็รู้มาจากยามเรือที่แจ้งมาว่าเซวอลกำลังเอียงและค่อยๆ ล่มลงเรื่อยๆ ซึ่งในตอนนั้นถ้าเค้าประกาศออกไป ก็ยังมีเวลามากพอที่จะช่วยให้ผู้โดยสารในเรือทยอยอพยพออกมา แต่เค้ากลับไม่ทำและเลือกประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบแทน (เค้าอ้างว่าลำโพงเครื่องเสียงในเรือบางตัวมันเสีย จึงทำให้ประกาศไปแล้วไม่ได้ยิน) แต่ใดๆ ก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วตัวเค้าเองและลูกเรือบางส่วนก็อพยพหนีด้วยเรือส่วนตัวออกมาและทิ้งเด็กๆ ไว้ที่นั่น ซึ่งถือเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัย
ปัจจุบัน 'อีจุนซอก' กัปตันเรือได้ถูกศาลตัดสินว่ามีความประมาทและข้อหาฆาตกรรมพร้อมทั้งถูกจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้แล้วลูกเรือคนอื่นๆ ที่หนีออกมาพร้อมกัน ก็ถูกตัดสินจำคุกโทษตั้งแต่ 18 เดือนไปจนถึง 12 ปี
“นาทีที่ประชาชนเดือดร้อน ผู้นำหายไปไหน?”
เหตุการณ์เรือเซวอลล่มทำให้รัฐบาลยุคนั้นซึ่งมี ‘พัคกึนฮเย’ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีหญิงของประเทศได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในเรื่องของการปฏิบัติงานที่ล่าช้า เพราะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ ประชาชนพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเพื่อให้เข้ามาช่วย take action ช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดอยู่ในเรือ แต่กลับไม่สามารถติตต่อใครได้ในช่วงแรกๆ รวมถึงพัคกึนฮเยเองที่ถูกตั้งคำถามว่า ‘เธอหายไปไหนในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อน?’ ซึ่งการกระทำนี้สะท้อนถึงความไม่เอาใจใส่ประชาชน
ด้วยความที่ทางรัฐบาลทำงานล่าช้า ยังไม่ส่งทีมกู้ภัยมาช่วย ทีมนักประดำน้ำอิสระที่อยู่ใกล้พื้นที่ได้พยายามเข้าไปช่วยชีวิตเด็กๆ ที่ติดอยู่ในเรือพร้อมทั้งนำร่างผู้ที่ติดอยู่ในเรือออกมา แต่พวกเค้าถูกทางรัฐบาลสั่งให้ถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะว่าเป็นทีมอิสระ และหลังจากถอนตัวทางรัฐบาลก็ส่งทีมดำน้ำของตัวเองไปรับช่วงต่อแทน แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว // ‘คิมกวานฮง’ หนึ่งในทีมนักประดาน้ำอิสระเล่าว่าเค้าได้เห็นสภาพศพของเด็กๆ ที่ติดอยู่ในเรือแล้วรู้สึกหดหู่ ภาพเหล่านั้นเหมือนเป็นฝันร้ายที่ติดอยู่ในใจจนทำให้นอนไม่หลับมาตลอด 18 เดือน และความเจ็บปวดที่กระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงได้ทำให้เค้าตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในภายหลัง
โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นถือว่าเป็นงานที่วัดใจและพิสูจน์ศักยภาพในการรับมือของทีมงานรัฐบาล แต่กลับตอบสนองต่อเสียงร้องเรียกจากประชาชนได้ช้าเกินไป จนเป็นหนึ่งในชนวนนำไปสู่การชุมนุมขับไล่ ‘พัคกึนฮเย’ ออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศในที่สุด เธอถูกตั้งข้อหาทั้งเรื่องทุจริตและใช้อำนาจในทางมิชอบ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับเธอก็ถูกจับกุมและขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีเช่นกัน (ความจริงแล้วที่พัคกึนฮเยถูกขับไล่ยังมีอีกเหตุผลอีกหลายประเด็น นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น)
‘การคอร์รัปชัน’ นำมาซึ่งความสูญเสีย
อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นชนวนให้เกิดเรืออัปปางครั้งนี้นั้นเป็นเพราะว่า ‘เรือไม่ได้มาตรฐาน’ เพราะความจริงแล้วเรือเซวอลนั้นสามารถบรรทุกได้เพียง 980 ตันเท่านั้น แต่ในวันที่เดินทางไปเกาะเซจู ได้บรรทุกโหลดของหนักรวมกว่า 3,000 ตัน และนอกจากนี้ก็มีการแอบตกแต่งตัวเรือเพิ่มจนทำให้น้ำหนักเรือเกินมาตรฐานอีกด้วย
คำถามคือแล้วใครเป็นคนอนุมัติให้เรือนี้สามารถประกอบการได้? ซึ่งคำตอบก็คือ เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายที่จงใจร่วมกันคอร์รัปชัน จนทำให้เรือไม่ได้มาตรฐานนี้สามารถดำเนินกิจการได้นั่นเอง ซึ่งภายหลังก็มีการออกหมายจับเจ้าของบริษัทเจ้าของเรือเซวอลรวมถึงผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี ซึ่ง ‘ยูบยองอึน’ เจ้าของเรือเซวอลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาพร้อมพยายามหลบหนี แต่ 3 เดือนหลังจากนั้นกลับพบว่าเค้าได้กลายเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณป่าแห่งหนึ่งในกรุงโซล ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการตั้งใจฆ่าตัวตาย
ความเจ็บปวดของเหยื่อ vs. จรรยาบรรณของสื่อ?
วกกลับไปที่ ‘จางเอจิน’ หนึ่งในนักเรียนที่รอดชีวิต เธอเล่าว่าในตอนที่เธอพยายามเอาตัวรอดจนขึ้นฝั่งได้ เธอถูกสื่อสำนักข่าวมากมายพยายามที่จะทำข่าว ทั้งถ่ายรูปเธอและเพื่อนๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงบางสื่อก็พยายามที่จะสัมภาษณ์เธอให้ได้ ทั้งที่ในตอนนั้นเธอเพิ่งผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนกับจิตใจมาหมาดๆ ทุกอย่างดูวุ่นวายมาก ไม่เคารพสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวทั้งในแง่ของเยาวชนและในฐานะของผู้เคราะห์ร้าย
เธอเล่าว่าในตอนนั้นมันวุ่นวายมากจริงๆ เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะกอดกับแม่ของเธอ เพราะนักข่าวพยายามที่จะถ่ายรูปและซักถามอยู่ตลอด รวมถึงเพื่อนของเธอที่กำลังร้องไห้อย่างฟูมฟายอยู่ก็โดนถ่ายรูปและพยายามจะสัมภาษณ์แบบไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน เอจินเล่าว่าจริงๆ ก็เข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของสื่อที่ต้องการรายงานให้โลกรู้ แต่มันก็เกิดขอบเขตไปหน่อย เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจจริงๆ
Spring Day
เหตุการณ์เรือเซวอลล่มในครั้งนั้นเป็นการสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนเกาหลีอย่างมาก แม้เวลาจะผ่านมา 7 ปี กลุ่มผู้ปกครองของผู้เสียชีวิตก็ยังออกมาเคลื่อนไหวพร้อมเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเด็กๆ และในทุกปีก็มีการจัดพิธีรำลึกอยู่เสมอ รวมถึงยังมีศิลปินนักร้องหลายคนที่ได้แต่งเพลงเป็นเชิงสื่อเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตรวมถึงให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่หลายคนก็รับรู้ได้ผ่านเนื้อร้อง รวมถึงมิวสิควิดีโอที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง อย่างเช่นเพลง '봄날 (Spring Day)' ของหนุ่มๆ วง BTS ซึ่งหลายคนตีความว่าเพลงนี้มีสัญญะหลายอย่างที่ได้สื่อถึงเหตุการณ์เรือเซวอล ทั้งจำนวนเวลาในเพลง 3.04 นาที ซึ่งตรงกับยอดผู้เสียชีวิต 304 ราย รวมถึงใน MV ยังมีริบบิ้นสีเหลืองและรองเท้าที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตอีกด้วย
"눈꽃이 떨어져요 เกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปราย
또 조금씩 멀어져요 มันจะเลือนหายไปแสนไกลอีกครั้งสินะ
보고 싶다 ฉันคิดถึงคุณ"
ส่วนอีกเพลงที่หลายคนบอกว่าสื่อถึงเหตุการณ์นี้ก็คือเพลง The Light(빛) ของวง The Ark ที่ปล่อยในช่วงเดือนเมษายน ปี 2015 ซึ่งตรงกับช่วงครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์เรือเซวอลล่ม ทั้งเนื้อหาเพลงและ MV ก็คือเศร้ามากๆ ตอนดูครั้งแรกคือร้องไห้ตามเลยครับ TT
"내 손을 잡아봐 누군가 필요할 때
จับมือฉันได้เลยนะ เมื่อคุณต้องการใครสักคน
나만 바라봐 어깨가 필요할 때
มองมาที่ฉันได้เลยนะ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการที่พักพิง
I'll that somebody.
ฉันจะเป็นคนๆ นั้นให้เธอเอง"
#Remember0416 #세월호를잊지마세요
......................
Sources: https://www.youtube.com/watch?v=uT9m08FxYVg&t=5s https://www.youtube.com/watch?v=5_A8dq2fA5ohttp://www.koreaherald.com/view.php?ud=20140423001222 https://en.wikipedia.org/wiki/Sinking_of_MV_Sewol https://www.aljazeera.com/features/2016/7/27/a-divers-pain-living-with-the-ghost-of-sewol-tragedy https://www.nytimes.com/interactive/2015/04/12/world/asia/12ferry-timeline.html#/#time367_10850http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2016/12/116_219630.html
3 ความคิดเห็น
เรื่องนี้เศร้ามากๆ ค่ะ ร้องไห้เลยตอนดูคลิปของเด็กที่ตายไปก่อนเขาตาย เขายังหัวเราะ ยังเล่นกันอยู่เลย เขาไม่รู้จริงๆ แค่นึกว่าสองสามวิก่อนเขาจมน้ำ เขาจะรู้สึกยังไงเราก็เศร้าแล้ว
ยิ่งเรื่องที่ว่านักประดาน้ำลงไปเจอว่าเขาผูกเชือกตัวเองไว้ด้วยกันจะได้ช่วยกัน แต่สุดท้ายคือเหมือนจมน้ำกันหมดนี่ยิ่งเศร้าเลย คือความผิดพลาดของรัฐบาลจริงๆ ยิ่งรัฐไม่แคร์เด็ก ก็จะเป็นแบบนั้น ตอนนั้นคือคนดูอยู่ด้วยค่ะ เศร้ามากๆ
เราเห็นคลิปพ่อแม่ยืนรอรับลูกกลับบ้าน ร้องไห้อีกรอบ เพราะแบบ...แล้วคนที่รอแล้วไม่ได้เจอล่ะ 55555555
คำพูด ฟังดูเหมือนจะเศร้า สลดจริงๆ ถ้าไม่มาเหนตอนท้าย 55555555 แบบนี้ อะไรที่ทำให้-ขำ มันไม่สมควรที่จะมี 555555 ในทุกเรื่องราวที่กระทบ สะเทือนจิตใจของคน บอกแร้วนะ หวังว่าคงคิดได้