
สวัสดีีค่ะ บทความคอลัมน์ COACH ที่จะมาสร้างความมั่นใจให้กับน้องๆ ในการแอดมิชชั่น สัปดาห์นี้ เป็นคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือ IR นั่นเองค่ะ บางสถาบันอาจเรียกว่า "สาขาวิชาการระหว่างประเทศ" ก็ได้เช่นกัน
จุดเด่นของสาขานี้ คือ คะแนนสูงมากกก เป็นสาขาๆ ท็อปฮิตของฝั่งสายศิลป์ คนที่จะเรียน IR ได้ นอกจากจะต้องสนใจความเป็นไปของการเมืองโลกแล้ว ยังต้องมีความรู้รอบตัว รวมถึงภาษาอังกฤษที่ดีในระดับนึงด้วยค่ะ ในประเทศไทยนั้นมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ไม่มากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับสาขาอื่นๆ ของคณะรัฐศาสตร์นะคะ ดังนั้น หาข้อมูลการรับสมัครให้ดี บางแห่งอาจไม่ได้แยกสาขาออกมา เช่น สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ จะมีหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต ซึ่งจะมี 3 วิชาเอก แต่การรับสมัครจะไม่มีแยกวิชาเอก ต้องสมัครผ่านสาขาวิชารัฐศาสตร์เข้าไปนั่นเองค่ะ
เกริ่นมาค่อนข้างยาว น้องๆ คงอยากรู้กันแล้วว่า สถิติคะแนนของสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างไร และปี 64 ใช้เกณฑ์อะไรกันบ้าง
เกณฑ์รับสมัครคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ Admission 1-2
หากน้องๆ เคยอ่านองค์ประกอบแอดมิชชั่นมาบ้างแล้ว คงเคยเห็นว่ากลุ่มคณะด้านสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ ในกลุ่มองค์ประกอบที่ 9 จะมีถึง 3 รูปแบบด้วยกันคือ พื้นฐานวิทย์ (GAT + PAT1) และ พื้นฐานศิลป์ รูปแบบที่ 1 (GAT ล้วน) และรูปแบบที่ 2 (GAT + PAT7) แต่ไม่ใช่ว่าทุกคณะจะเปิดรับทั้ง 3 รูปแบบ
สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นตัวอย่างที่ดีที่ให้เห็นว่า สาขาเดียวกัน ต่างมหาวิทยาลัย ยังเปิดรับภายใต้เงื่อนไขวิชาที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น จุฬาฯ เกณฑ์ Admission 2 เปิดรับเฉพาะรูปแบบที่ใช้ PAT7 เท่านั้น ใครไม่ได้สอบไว้ ก็ไม่สามารถสมัครได้ ต้องเลือกสถาบันอื่นค่ะ
นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องจำนวนรับ จุฬาฯ รับ PAT7 ยื่นได้ทุกภาษา ต้องแข่งกันเองใน 19 ที่นั่งนั้น ในขณะที่ ม.เกษตรฯ แยกจำนวนรับแต่ละภาษาออกจากกัน ทำให้ผู้สมัครแข่งกันเองในภาษาเดียวกันค่ะ ถ้าอยากรู้ข้อมูลแบบละเอียด ดูได้จากตารางด้านล่างนี้เลยจ้า
ข้อควรรู้ คณะรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
1. จุฬาฯ เปิดรับโดยใช้คะแนน PAT7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ เท่านั้น (ไม่เปิดแบบ GAT ล้วนหรือ GAT+PAT1) เปิดครบทุกภาษาเลยค่ะ แม้แต่ภาษาอาหรับ บาลี ที่ ม.อื่นๆ ไม่ค่อยใช้กัน ก็เปิดรับในจุฬาฯ ด้วย รวมถึงภาษาเกาหลี ก็เปิดรับเช่นกัน นอกจากนี้ในเกณฑ์ Admission 1 ก็กำหนด GPAX 2.50 อีกด้วย
2. คะแนนต่ำสุดแอดมิชชั่นปีที่แล้วของ จุฬาฯ สูงถึง 23,xxx คะแนน ลองคิดคร่าวๆ มาให้ว่าคนที่อยากติด จุฬาฯ ต้องได้คะแนนเท่าไหร่ พยายามตีเลขกลมๆ หากเกรดอยู่ประมาณ 3.50 คะแนน GAT ที่ปลอดภัยคือ ประมาณ 280 และควรทำ PAT7 ให้ได้เกิน 200 คะแนนด้วย หากทำได้มากกว่านี้ก็ถือว่าโอกาสติดมีสูงมากค่ะ ค่าเฉลี่ยนี้ คิดในฐาน O-NET ประมาณวิชาละ 60 คะแนนนะคะ ใครถนัดส่วนไหนมากกว่ากัน ก็ปรับลดคะแนนเพื่อทดแทนกันได้จ้า
2. ม.ธรรมศาสตร์ ต้องสอบวิชาเฉพาะของสาขาถึงจะยื่นได้ในเกณฑ์ Admission 1 สอบวิชาความรู้ทั่วไปทางรัฐศาสตร์และวิชาเรียงความ ใครไม่ได้สอบให้ไปยื่นเกณฑ์ Admission 2 ค่ะ และน่าเสียว่า ไม่เปิดรับรูปแบบ พื้นฐานศิลป์ รูปแบบที่ 1 (ใช้ GAT 50%) อีกเช่นกัน
3. แอบส่องเกณฑ์ ม.เชียงใหม่ รอบ Admission 2 พบว่ามีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำด้วยค่ะ โดยต้องได้มากกว่า 16,500 คะแนน หมายความว่า ต่อให้สามารถผ่านติด 1 ใน 5 คน แต่ถ้าคะแนนไม่ถึง 16,500 ก็ไม่ผ่านการคัดเลือก ที่สำคัญปีนี้เปิดรับแค่รูปแบบพื้นฐานวิทย์เท่านั้น ในขณะที่ปีที่แล้ว เปิด 2 รูปแบบ
4. ม.มหาสารคาม น่าจะจับตาว่าปีนี้ จำนวนรับจริงจะเพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ เพราะสถิติปีที่แล้ว รับถึง 60 คนในรอบ Admission แต่ปีนี้ ยอดรวมกันของ Admission 1 กับ Admission 2 มีแค่ 10 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งถ้ารับแค่นี้จริงๆ จะมีผลทำให้คะแนนสูงขึ้นค่ะ
5. ม.บูรพา และ ม.วลัยลักษณ์ เปิดรับเป็นสาขารัฐศาสตร์ (ไม่แยกสาขา) พี่มิ้นท์จึงไม่รวมในตารางนี้ค่ะ สำหรับคะแนนปี 63 ของหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต ภาคปกติ ม.บูรพา ต่ำสุดที่ 18,088.00 และ หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต ม.วลัยลักษณ์ อยู่ที่ 10,620.30 คะแนน
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาของการสมัครรอบ 3 แอดมิชชั่นแล้วนะคะ เกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยก็ออกมาแล้ว หากมีคนสละสิทธิ์รอบ 2 โควตา จำนวนรับที่เห็นในตารางนี้ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน ส่วนตอนนี้ สิ่งที่น้องๆ ทำได้ก็คือรอลุ้นผลคะแนน ลองหา 10 คณะ/สาขาที่เราสนใจ หากมีเกินจากนี้ ก็ค่อยๆ ตัดช้อยส์ออกนะคะ.. สัปดาห์หน้าจะเป็นคณะหรือสาขาไหน อาจเป็นคณะที่น้องๆ อยากรู้ก็ได้ อย่าลืมติดตามกันนะคะ
0 ความคิดเห็น